Share

บทที่4

last update Petsa ng paglalathala: 18.02.2026 21:13:36

"เฮียภูผา สิบเอ็ดโมงมีออเดอร์ไปส่งที่สุขุมวิทนะ"

"ครับ"

"แล้วก็ช่วงบ่ายมีอีกสามที่ค่ะ"

"ครับน้องมินิน"

เกือบหนึ่งสัปดาห์แล้วที่คาเฟ่ของฉันมีไรเดอร์ประจำร้านทำหน้าที่คอยส่งขนมและเครื่องดื่มให้กับลูกค้าที่สั่งเข้ามาผ่านช่องทางโซเชียลของร้าน ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นลูกค้าประจำและพนักงานออฟฟิตที่ชอบออเดอร์เข้ามาจำนวนมากเพื่อไปจัดประชุมบ้างงานวันเกิดบ้าง รวมถึงพวกเพื่อนๆ ที่แวะเวียนสับเปลี่ยนกันมาอุดหนุนไปเลี้ยงพนักงานที่บริษัท หรือบางทีก็สวมบทบาทเป็นประชาสัมพันธ์ของร้านสั่งไปให้ลูกค้าและผู้ถือหุ้นได้ชิม ล่าสุดก็คือพาย ลูกชายคุณอากายช่วยสั่งไปรับรองลูกค้าที่มาเช่าห้องจัดเลี้ยงของโรงแรมเพื่อจัดประชุม 

และวันนั้นคืองานแรกของเขา 'เฮียภูผา' ไรเดอร์ที่ฉันรับเข้ามาทำงานแบบงงๆ คงเป็นเพราะความสงสารของตัวเองนั่นแหละ และอีกอย่างเขาก็ดูไม่มีพิษมีภัยจนน่ากลัว ถึงอย่างไร ทั้งร้านก็เต็มไปด้วยกล้องวงจรปิด สเปรย์พริกไทยก็มี ที่ช็อตไฟฟ้าตริติณก็เพิ่งซื้อมาให้ใหม่ ฉันเลยวางใจในระดับหนึ่ง ที่สำคัญเขาก็ดูสะอาดสะอ้านเอาการเอางานด้วย ฉันจึงลองรับเขาเข้ามาทำงานซะเลย 

ได้ช่วยคน แถมยังได้คนช่วยงาน ไม่ต้องรอลุ้นเวลากดหาไรเดอร์ผ่านแอพลิเคชั่นว่าจะมีใครรับงานหรือเปล่า ฉันว่าคุ้มนะ และฉันก็ใช้งานเขาคุ้มค่าแรงรายวันที่ฉันให้มากๆ วิ่งวันละสิบงานทั้งใกล้ทั้งไกล ให้เขาไปส่งให้หมด จนสองสามวันมานี้เริ่มมีสาวๆ เข้ามาคอมเมนท์รีวิวให้คะแนนไรเดอร์ในเพจของร้านมากกว่ารสชาติของเครื่องดื่มและขนมที่ฉันทำซะอีก ไม่รู้ว่าควรดีใจหรือต้องรู้สึกอย่างไรดี 

"เฮียภูผา"

"ว่าไงครับเจ้านาย" 

ลูกค้ารอบเช้าเริ่มเบาลงแล้ว​ ฉันสามารถปล่อยให้น้องอินพนักงานอีกคนของร้านดูแลเคาน์เตอร์รอรับออเดอร์​คนเดียวได้​ ส่วนตัวเองก็เดินถือแก้วกาแฟเย็น​ อีกหนึ่งสวัสดิการให้พนักงานได้ดื่มเครื่องดื่มฟรีมาให้คนส่งขนมที่นั่งรอเวลาอยู่มุมลับของร้าน​ อยากลองพูดคุยถามไถ่ให้คุ้นชินกันมากอีกหน่อย

"เวลาเฮียภูผาไปส่งของ ใส่หมวกกันน็อคหรือเปล่า"

"ใส่"

"เหรอ แล้วถอดมั้ย"

"ถอด?"

"อื้ม​ ถอดมั้ย"

"ถอดได้?" 

เพี๊ยะ!

"โอ๊ย!"

บ่อยครั้งที่เขาชอบทำสายตากรุ่มกริ่มมองกัน​ พูดจาที่ฟังดูแล้วชวนให้คิดไปไกลแบบนี้​ จนฉันนึกหมันไส้เผลอฟาดมือลงไปที่ต้นแขนแกร่งตรงตำแหน่งที่ยังคงมีรอยแผลให้เห็น​ รอยแผลที่ฉันเป็นคนทำให้ทุกวัน​ เพราะเข้าใจความรู้สึกของคนที่กลัวโรงพยาบาล​เป็นอย่างดี​ ฉันเองก็คือหนึ่งในนั้น

"ฉันหมายถึงถอดหมวกกันน็อค" 

"ถอดบ้าง​ ไม่ถอดบ้าง" 

"แล้วทำไมถึงถอดบ้างไม่ถอดบ้างละ" 

"แล้วแต่​ ว่าลูกค้าสวยรึเปล่า" 

เจ้าชู้อย่างนี้เองสินะ​ สาวๆ​ ถึงได้พากันหลงชวนกันสั่งผ่านเดลิเวอรี่เพราะอยากจะให้เขาขับรถไปส่ง​ ได้แต่แอบหันหลบมาเบะปากกลอกตามองบน​ เพราะขืนทำให้เขาเห็น​ จะหมดความน่าเชื่อถือเอาได้

"ถามทำไม?"​

"ถามไม่ได้เหรอ"

"นี่เจ้านายนะ​ อยากรู้อะไรต้องได้รู้สิ"

"หึ​ เป็นห่วง​ หรือว่า​ หวง" ทำไมนะ​ ทำไมฉันถึงพึ่งจะรู้ว่าเขาพูดมาก​ ช่างต่อปากต่อคำขนาดนี้​ ถ้าวันนั้นเขาเผยความช่างพูดแบบนี้ออกมา​ ฉันไม่รับเขามาทำงานแน่​ 

จากที่ตั้งใจจะมานั่งชวนคุยเล่นๆ​ เพื่อละลายพฤติกรรมเพราะกลัวว่าเขาจะเหงา​ กลับกลายเป็นโดนเขาต้อนกลับจนคิดคำพูดคำถามต่อไปไม่ออก​ แต่...เจ้านายจะเป็นห่วงลูกน้อง​ก็ไม่แปลกไม่ใช่เหรอ? หรือว่าแปลกกัน? 

"ห่วง​ กลัวว่าต้องไปเสียค่าปรับ" ยิ่งช่วงนี้มีข่าวรณรงค์​ให้ใส่หมวกกันน็อค​ และกฎหมายก็เข้มงวดมากด้วย​ ฉันไม่อยากแบ่งกำไรที่ยืนชงกาแฟมาทั้งวันไปเสียค่าปรับหลักพัน​ ​ข้อหาที่เขาไม่ใส่หมวกกันน็อคหรอกนะ​ ถ้าเป็นอย่างนั้นจะหักเงินค่าแรงเสียให้เข็ดเลย​ คอยดู!​

"หึ​ ก็ยังดี" 

"ลุกไปส่งของเดี๋ยวเลย" ดีด้วยหน่อย​ ได้ใจใหญ่แล้วนะ! 

"ครับผม" 

ส่งขนมรอบนี้เขาคงต้องเหนื่อยหน่อย​ เพราะนอกจากระยะทางจะไกลเกือบสิบกิโลเมตรแล้ว​ เขายังต้องทำเวลาเพื่อจะกลับมารับขนมและเครื่องดื่มไปส่งอีกที่ให้ทันเวลาช่วงบ่าย​ เวลาที่ใครหลายๆ​ คนต้องการเครื่องดื่มไปช่วยปลุกตัวเองให้ตื่นจากอาการเหนื่อยล้าเพื่อพร้อมทำงานต่อในช่วงบ่าย​ ซึ่งเขาก็ทำหน้าที่ได้ดี​ ส่งความสดชื่นถึงมือลูกค้าได้ตรงเวลาทุกครั้ง​ ถึงจะกวนกันไปบ้าง​ แต่ถ้าเป็นเรื่องงาน​ ฉันกดไลค์​ให้ห้าดาวเลย

กริ๊ง​ กริ๊ง​กริ๊ง

"อ้าว​ ตริติณ" 

"เป็นไง​ ทำทัน?" 

"ทันนะ" 

"แล้วไหน​ ไรเดอร์​ที่รับมา" 

"ไปแล้ว"​

"ลาออก?" 

"ไม่ใช่สิ​ ไปส่งขนมต่างหาก" 

คุณแฝดของฉันก็พูดซะจนฉันแทบอยากจะยื่นมือไปหยิกเข้าให้สักที​ ฉันออกจะเป็นเจ้านายที่ใจดีมากขนาดนี้​ ลูกน้องจะอดทนอยู่ด้วยกันเพียงไม่กี่วันได้อย่างไรกัน​ 

"อย่าบอกนะว่าแวะมาสแกนคนส่งขนมหน่ะ"

"อืม"

"ไว้ใจได้?"

"ก็ได้นะ​ ยังไม่มีของหาย"

"มันแอบจีบรึเปล่า"

"ถ้าแอบ​ มินินจะรู้ได้ยังไง" 

"หึ"

ความเป็นห่วงของแฝด​ พาให้ฉันรู้สึกอบอุ่นหัวใจทุกครั้งที่ได้เจอกัน​ ถึงจะอยู่คอนโดเดียวกันแต่เห็นหน้ากันนับครั้งได้​เลย เพราะรายนั้นยุ่งกับธุรกิจที่รับช่วงต่อจากคุณป๊า​ ไหนจะร้านเหล้าของตัวเองอีก​ พอมีเวลาหน่อยก็คอยไปรับไปส่งสาวที่เฝ้าจีบมาเป็นพี่สะใภ้ให้ฉัน​ ซึ่งฉันก็เข้าใจและสนับสนุนทุกอย่างที่ตริติณทำมากๆ​ มีแฝดกับเขาหนึ่งคนนี่นะ​ 

ตริติณเองก็คงไม่ต่างกัน​ อาจจะมีความเป็นห่วงที่มากกว่านิดหน่อย​ ไม่อย่างนั้นคงไม่นั่งเช็คภาพกล้องวงจรปิดเพื่อดูหน้าไรเดอร์​ที่ฉันรับมาแบบนี้

"มินินเคยส่งรูปให้ดูแล้วนี่" 

"ไม่เหมือนกัน" 

"ต่างตรงไหน" 

"ภาพนิ่งกับภาพเคลื่อนไหว​ ไม่ต่าง?" 

โอเค​ ต่อไปฉันจะแอบถ่ายเป็นคลิปส่งให้​ หรือไม่ก็วิดีโอ​คอลให้คุยกันไปเลยแล้วกัน​ ตริติณจะได้สบายใจ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ไรเดอร์มาเฟีย   บทที่27

    เอี๊ยด...ด!เสียงล้อรถเสียดสีไปกับผิวถนนจนเกิดสะเก็ดไฟ บ่งบอกถึงการมาของใครอีกคนที่ผมเป็นคนส่งข้อความไปนัดให้มาเจอหลังจากที่ออกจากโรงพยาบาลได้ไม่ถึงหนึ่งวัน​ ตริติณฝาแฝดของผู้หญิงที่ผมพูดร้ายกับเธอไปเมื่อหลายวันก่อน"มีอะไร" "มินินเป็นยังไงบ้าง" ทันทีที่รถสปอร์ตหรูสีดำด้านรุ่นล่าสุดมาจอดข้างๆ​ พร้อมกับเปิดกระจกลงมาเป็นการยืนยันว่าเขาคือคนที่ผมนัดเอาไว้​ ก่อนจะทักทายด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่ายที่ฟังแล้วรู้สึกขัดหูไม่น้อย"ถามทำไม" "...""มีความสุขดี""กูไม่อยู่​นาน​ ฝากมึง...""น้องกู​ กูดูแลอยู่แล้ว" "งั้นก็ดี" "ส่วนมึง​ ถ้ายังเคลียร์​ตัวเองไม่ได้​ ก็อย่ากลับไปวุ่นวายกับมินินอีก" ถ้าไม่ติดว่าเป็นพี่เมีย​ ผมคงได้ซัดหน้ากวนๆ​ นั่นสักทีให้หายหมันไส้​ ไหนจะคำพูดคำจาที่ไม่เคยคิดว่าเป็นผมที่อายุมากกว่า​ แต่ผมทำได้เพียงใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้มระงับอารมณ์​หงุดหงิดที่มีก็เท่านั้น​ เพราะรู้ตัวเองดีว่าเป็นรองพี่เมียมากจนคะแนนติดลบยากที่จะทำคะแนนบวกตีตื้นขึ้นมาได้​ ยังไม่ทันได้ขอบคุณ​ในน้ำใจที่ให้เลือดกับผมในวันนั้นไม่แม้จะเปิดโอกาสได้โต้กลับใดใด​ รถคันหรูก็ออกตัวไปไกลไม่ทันให้ผมได้เปิดปากพูด ไอ้

  • ไรเดอร์มาเฟีย   บทที่26

    "ให้ติณอยู่เป็นเพื่อนมั้ย"​"แล้วน้องโฟละ" "อยู่บ้าน" "อื้ม" ฉันพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะโผลสวมกอดพี่ชายที่เดินมามาหย่อนตัวลงนั่งข้างๆ​ และเหมือนตริติณจะรับรู้ได้ถึงความรู้สึกของฉันตอนนี้ที่เต็มไปด้วยความกลัวและกังวลไปหมดถึงได้ยกแขนขึ้นมาโอบกอดฉันไว้พร้อมกับลูบผมหนาเบาเบา​ ไม่มีคำพูดใดใดแต่สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แฝดมีให้ฉันตลอดมา​ "อุ้ย! ​เจ็บรึเปล่า​ มินินขอโทษนะ" "ไม่" จนฉันลืมไปเลยว่าแขนของตริติณมีพลาสเตอร์​ปิดเอาไว้เพราะเพิ่งผ่านการให้สิ่งสำคัญกับคนที่นอนนิ่งมีสายระโยงระยางเต็มไปหมดอยู่ในห้องไอซียูเมื่อชั่วโมงที่ผ่านมา​ แต่ตริติณก็คือตริติณต่อให้เจ็บมากแค่ไหนก็ไม่ยอมปริปากพูดออกมาหรอก​ ฉันเลยขยับตัวออกห่างเล็กน้อยก้มหน้ามาเป่าตรงรอยจุดเล็กๆ​ สีแดงหวังช่วยให้ความเจ็บลดลงบ้าง​ ถึงจะรู้ว่าอาจจะช่วยไม่ได้เลยก็ตาม​ อย่างน้อยฉันก็อยากตอบแทนความใจดีของตริติณที่ช่วยชีวิต​เขาเอาไว้"ไม่กลัว?" "ไม่" ถ้าเดาไม่ผิด​ ตริติณ​คงหมายถึงตัวตนที่เขา​เป็น​และความอันตรายที่อยู่รอบทุกทิศทุกทางเหมือนอย่างวันนี้​ แต่แล้วยังไงหล่ะ​ ในเมื่อฉันเลือกเปิดใจให้เขาแล้ว​ เรียนวิชาป้องกันตัวหรือการจับปืนฉ

  • ไรเดอร์มาเฟีย   บทที่25

    "นายครับ" "มึงสองคนคอยดูแลมินิน""แล้วนายละครับ" "เลือกคนที่มึงไว้ใจมาก็พอ" "ครับ" หลายวันมานี้ลูกน้องที่ผมสั่งให้คู่แฝดส่งไปคอยดูแลมินิน​เข้ามารายงานถึงความผิดปกติว่าที่ร้านของเธอมีคนไม่น่าไว้ใจคอยเทียวไปเทียวมาอยู่หน้าร้านจนผิดสังเกต​ ผมเลยให้ชาลีสืบจนได้หลักฐานว่าเป็นพวกเดียวกันกับที่ลอบยิงผมเมื่อหลายเดือนก่อน​ พวกหมาลอบกัด​ที่พยายามหาจุดอ่อนมาทำร้ายหวังให้ผมวางมือจากธุรกิจมืดและจุดอ่อนเดียวที่ผมมีอยู่ตอนนี้คือเธอ...หัวใจของผม​ เพราะฉะนั้นผมจึงเลือกคนที่ผมไว้ใจมากที่สุด​ และมีความสามารถมากที่สุดคอยดูแลเธอที่ร้าน​ หรือเวลาขับรถกลับไปหาคุณพ่อคุณแม่ของเธอ​ที่บ้านไม่ให้คาดสายตา(เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์)​"ครับคุณเมีย" มือใหญ่หยิบมือถือราคาแพงขึ้นมากดรับสายสำคัญอย่างอารมณ์ดี​ โบกมือข้างที่ว่างส่งสัญญาณให้คนสนิทออกไปทำหน้าที่ของตัวเอง​ เพราะผมต้องการความเป็นส่วนตัวอยากคุยกับเธอสองคนโดยที่ไม่ต้องกังวลว่าใครจะแอบฟัง​จนภาพลักษณ์​ที่สร้างเอาไว้หมดความน่าเชื่อถือ เพิ่งรู้สึกว่าตัวเองอายุสิบแปดอีกครั้งก็ตอนนี้​ ทั้งๆ​ ที่ในความเป็นจริงผ่านมาแล้วเกือบสิบปีก็ตาม"บอกกี่ครั้งแล้วว่าให้เรียกช

  • ไรเดอร์มาเฟีย   บทที่24

    สนามยิงปืนส่วนตัวที่ผมพานักเรียนใหม่มาฝึกสอนอย่างใกล้ชิด มีเพียงผมที่คอยสอนให้เธอเริ่มรู้จักอาวุธป้องกันตัวตั้งแต่ข้อทฤษฎีในชั่วโมงแรก ตามมาด้วยภาคปฏิบัติตั้งแต่วิธีการจับที่ถูกต้องและปลอดภัยกับตัวเอง มีไอ้ชาลีที่ตามมาคอยดูแลอยู่ไม่ไกล"เล็งศูนย์หน้าให้อยู่กึ่งกลางศูนย์​หลัง" "มั่นใจแล้ว​ เหนี่ยวไก" "จำได้มั้ย" "อ่าฮะ" มือใหญ่พามือเล็กจับอาวุธพกที่เหมาะกับเธอให้อยู่ในท่วงท่าที่ทะมัดทะแมง​เล็งตรงไปยังเป้าหมายข้างหน้า​ มีผมยืนซ้อนอยู่ด้านหลังยกขายาวค่อยๆ​ ดันขาเรียวให้ตั้งหลักยืนให้มั่น​ จับแขนเล็กทั้งสองข้างและไหล่บางให้อยู่ในองศาที่ถูกต้อง​ คอยกระซิบบอกข้อทฤษฎีให้เธอฟังอีกครั้ง​ รอเธอทำสมาธิและเหนี่ยวไกลงไปอย่างแน่วแน่​ เพราะเสียงที่ดังก้องทำให้มือใหญ่ยกขึ้นมาช่วยปิดหูเล็กที่มีหูฟังตัดเสียงอยู่แล้วหวังลดเสียงที่เธอได้ยินให้เบาที่สุดซึ่งคนตัวเล็กก็ทำผลงานออกมาได้ดี ไม่แสดงอาการกลัวออกมาให้เห็นแม้จะเป็นครั้งแรก​ ซึ่งเกินความคาดหมายของผมมาก"นายครับ"​"..." "ผมว่า​ นายไม่ควรพลาด" "..."จนไอ้ชาลีเอามาพูดเตือนให้ผมระวังตัว​ เมื่อเห็นตรงกลางของเป้ากระดาษเต็มไปด้วยร่องรอย​ของลูกเหล็กเ

  • ไรเดอร์มาเฟีย   บทที่23

    สายของอีกวัน​ ฉันพาร่างกายอันอ่อนล้าเดินออกมาจากห้องนอนขนาดใหญ่​ ตรงไปยังห้องครัวหาใครบางคนเพราะคิดว่าเขาต้องอยู่ตรงนั้นแน่​ แต่กลับเห็นความว่างเปล่า​ ไม่มีแม้แต่เงาให้เห็น​ ทำคิ้วผูกพันกันเป็นโบว์​ หายไปไหนของเขานะ? "นายไปวิ่งครับนายหญิง" "..."ฉันหันซ้ายมองขวาหานายหญิงตามเสียงทุ้มทางด้านหลัง​ ไม่เห็นจะมีใครอยู่สักคน​ มีก็แต่ฉันที่ยืนงงอยู่คนเดียวตรงนี้​ ก่อนจะหันกลับ​ไปทางเสียง​ต้นทาง ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นชาล​ คนที่เคยไปช่วยงานที่ร้านฉันวันที่เขาไม่สบาย​ ในมือเต็มไปด้วยถุงกระดาษ​ เหมือนจะมีถุงกาแฟและอาหารเช้าจากร้านของฉันด้วย​ ฉันหลีกทางให้ชาลเดินถือของในมือไปวางลงบนไอส์แลนด์หินอ่อนสีดำขนาดใหญ่ แต่ยังคงตั้งคำถามในสิ่งที่ตัวเองสงสัย เพราะตลอดทางที่นั่งรถเข้ามาฉันไม่เห็นว่ามีสวนสาธารณะใกล้ๆ นี้เลย จะว่าเขาขยันขับรถออกไปตั้งแต่เช้าตรู่ ก็ไม่น่าใช่!"เขาไปวิ่งที่ไหนเหรอ" "ด้านฟ้าครับ" "ฉันไปได้มั้ย" "เชิญครับ" ชาลผายมือไปข้างหน้าเล็กน้อยตามแบบฉบับสุภาพบุรุษ​เพื่อให้ฉันเดินนำไปข้างหน้า​ ฉันเลยพาตัวเองเดินตรงไปที่ลิฟต์​โดยสารที่เปรียบเสมือนประตู​เข้าออกชั้นส่วนตัวของเขา​ ก่อนที่ชาลจ

  • ไรเดอร์มาเฟีย   บทที่22

    "ฮัลโหล" "ว่า?" "เย็นชาสุดๆ" "แบร่" "หึ​ ออกมาแล้ว?" "ค่ะ​ อยู่กับตริติณ​ น้องโฟ" "ครับ"​ ใครจะเชื่อว่ามาเฟียผู้เคร่งขรึม​ที่อายุใกล้เข้าเลขสามอย่างผม​ จะมีอารมณ์​มานั่งวิดิโอคอลคุยกับสาวสวยเหมือนวัยรุ่นที่เพิ่งจีบกันแบบนี้​ แค่ได้หน้าสวยๆ​ เชิดใส่ดูน่ามันเขี้ยว​ ​มุมปากของผมก็สามารถยกยิ้มขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย​ จนไอ้ชาลกับไอ้ชาลีที่นั่งอยู่ด้านหน้าพากันขมวดคิ้วอย่างแปลกใจเมื่อเหลือบมองผมผ่านกระจก​ แปลกตรงไหนวะ? ที่จริงงานวันนี้ผมอยากเป็นคนไปรับเธอด้วยตัวเอง​ เพราะอยากเดินควงเธอเข้างานประกาศให้ทุกคนรู้ว่าอย่าได้กล้าเข้ามายุ่งผู้หญิงของผม​ แต่ติดตรงที่เธอต้องไปแต่งหน้าทำผมเป็นเพื่อนผู้หญิงของแฝดตัวเอง​ เลยอยากจะเดินทางไปพร้อมกันที่เดียว​ ผมเลยต้องเดินเข้างานคนเดียวเหมือนเช่นทุกปี​ อาจจะต่างตรงที่ปีนี้ไม่ได้ยืนเบื่อเหมือนที่ผ่านมา "คุณภูผา​ เจอกันอีกแล้วนะคะ" "..." "มิวสิค​ พรีเซนเตอร์​ที่คุณภูผาเลือกปีที่แล้วไงคะ" "ครับ​ ทีมงานเลือกครับ" ปกติผมประหยัดคำพูดกับคนแปลกหน้ามากโดยเฉพาะกับผู้หญิง​ และยิ่งเป็นดารานางแบบด้วยแล้ว​ ผมยิ่งระวังตัวมากเป็นพิเศษเพราะไม่อยากเป็นข่

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status