LOGINวันต่อมา
ห้องนอนเบลล์ 20.30 น. เมื่อเบลล์ใส่ชุดนอนเสร็จก็เดินมาหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่บนเตียงขึ้นมาดูว่าพี่วินเทอร์โทรเข้ามาบ้างหรือเปล่า เธอรู้สึกแปลกๆที่วันนี้ไม่มีสายโทรเข้าหรือข้อความจากเขาเข้ามาเลย ซึ่งปกติเขาจะส่งข้อความมาทักเธอทุกวัน “พี่วินเทอร์อาจจะยุ่งมากแหละ ก็เลยไม่มีเวลาส่งข้อความ” เธอพึมพำกับตัวเองและไม่ได้ถือสาที่เขาไม่โทรและไม่ส่งข้อความมา เพราะคิดว่าเขาอาจจะยุ่งมากจริงๆ เมื่อคิดได้อย่างนั้นคนตัวเล็กก็เดินไปนั่งที่โต๊ะทำการบ้านก่อนจะอ่านหนังสือเพื่อจะสอบในวันมะรืน สองวันผ่านไป เป็นเวลาสองวันแล้วที่วินเทอร์ไม่ได้ติดต่อมาหาเบลล์เลย วันนี้พอออกจากห้องสอบเธอก็โทรไปหาเขาทันที แต่ปรากฏว่าเขาปิดเครื่อง เมื่อเป็นอย่างนั้นเธอก็คิดว่าแบตเตอรี่อาจจะหมด ดังนั้นเธอจึงทิ้งข้อความไว้ เบลล์ : พี่วินเทอร์คะ ถ้าว่างก็โทรหาเบลล์หน่อยนะคะ เธอปิดหน้าจอโทรศัพท์แล้วสาวเท้าไปขึ้นรถเมล์เพื่อกลับบ้านของตัวเอง หนึ่งอาทิตย์ผ่านไป ตอนนี้เบลล์ก็สอบปลายภาคเสร็จเรียบร้อยแล้ว และเป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์แล้วที่เธอติดต่อพี่วินเทอร์ไม่ได้ วันนี้พอออกจากมหาวิทยาลัย ก็เดินทางไปหาเขาที่คอนโด คอนโดวินเทอร์ หญิงสาวสแกนคีย์การ์ดที่เขาให้เธอเก็บไว้เมื่อตอนที่ตกลงเป็นแฟนกันเข้ามาในห้อง ร่างบอบบางเดินเข้ามาในห้องคอนโดหรูที่เงียบสงัด เธอกดสวิตซ์ไฟแล้วกวาดสายตามองไปรอบๆพลางในใจรู้สึกวูบโหวงแปลกๆ เหมือนกับว่าเขาไม่ได้อยู่ห้องนี้มานานแล้วอย่างนั้นแหละ เธอเปิดประตูเข้าไปในห้องนอนก็พบกับความว่างเปล่าและความเงียบสงัดจนรู้สึกใจหาย “พี่วินเทอร์ไปไหน…” เธอพึมพำด้วยความรู้สึกใจคอไม่ค่อยดีเมื่อรู้สึกเหมือนกับว่าเขาไม่ได้อยู่ที่นี้แล้ว ก่อนที่เธอจะออกไปจากคอนโดแล้วมุ่งหน้าไปยังบริษัทของเขาที่เธอเคยไปมาหลายครั้งแล้ว บริษัท เธอขึ้นมายังชั้นที่เป็นห้องทำงานของเขา เบลล์สาวเท้าเข้ามายังโต๊ะของเลขาที่นั่งอยู่หน้าห้องทำงานของแฟนหนุ่มพร้อมกับเอ่ยทักทายด้วยความร้อนใจ “สวัสดีค่ะพี่ปุ๊ก” “สวัสดีค่ะน้องเบลล์” เลขาสาวทักทายแฟนสาวของเจ้านายด้วยรอยยิ้มเป็นกันเอง “เบลล์มาหาพี่วินเทอร์น่ะค่ะ” “คุณวินเทอร์ไม่อยู่ค่ะ” “พี่วินเทอร์ไปไหนเหรอคะ” “คุณวินเทอร์ไม่ได้บอกน้องเบลล์เหรอคะว่าไปอังกฤษ” “พี่วินเทอร์ไปอังกฤษ?” เธอเอ่ยถามด้วยความรู้สึกแปลกใจพลางคิดว่าแล้วทำไมเขาถึงไม่บอกเธอว่าไปต่างประเทศ “ใช่ค่ะ คุณวินเทอร์ไปอังกฤษเป็นอาทิตย์แล้วค่ะ คุณวินเทอร์ไม่ได้บอกน้องเบลล์เหรอคะ” “พี่วินเทอร์ไม่ได้บอกค่ะ แล้วพี่ปุ๊กทราบไหมคะว่าพี่วินเทอร์ไปทำอะไรที่อังกฤษ” “พี่ก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะว่าคุณวินเทอร์ไปทำอะไรที่นั่น แต่ถ้าน้องเบลล์อยากรู้ก็ลองถามคุณลินดาดูค่ะ” ลินดาเป็นพี่สาวของวินเทอร์ที่เพิ่งเรียนจบปริญญาโทจากต่างประเทศมาเมื่อหลายเดือนก่อน “คุณลินดาอยู่ในห้องทำงานของคุณวินเทอร์ค่ะ เพราะคุณลินดาต้องเข้ามารับผิดชอบงานในบริษัทแทนคุณวินเทอร์ค่ะ” “อ๋อค่ะ ถ้าอย่างนั้นเบลล์ขอเข้าไปพบคุณลินดาในห้องเลยนะคะพี่ปุ๊ก” “ตามสบายเลยจ้ะน้องเบลล์” จากนั้นเบลล์ก็เดินไปเคาะประตูห้องทำงานของแฟนตัวสูงก่อนจะเปิดเข้าไปจึงเห็นว่าพี่สาวของเขาที่มีใบหน้าสะสวยนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน เธอเห็นอย่างนั้นจึงไม่รอช้าที่จะยกมือไหว้นอบน้อมพลางส่งยิ้มบางๆ “สวัสดีค่ะคุณลินดา” “สวัสดี น้องเป็นใคร แล้วมีธุระอะไรกับพี่งั้นเหรอ” ลินดาถามด้วยสีหน้างงๆกับหญิงสาวแปลกหน้าที่ยืนอยู่ “หนูชื่อเบลล์ค่ะ เบลล์ติดต่อพี่วินเทอร์ไม่ได้มาหลายวันแล้ว ก็เลยมาหาที่นี่ค่ะ” “น้องเป็นแฟนของวินเทอร์ใช่ไหม” ตอนลินดาเรียนปริญญาโทที่ต่างประเทศ วินเทอร์จะโทรไปเล่าให้ฟังว่าเขามีแฟนแล้ว แฟนของเขาชื่อเบลล์ คบกันตั้งแต่เบลล์เรียนอยู่มอหก ตอนนี้เรียนอยู่ปีหนึ่งแล้ว “ใช่ค่ะ” “งั้นเบลล์ก็นั่งก่อนสิ” “ค่ะ” จากนั้นเบลล์ก็หย่อนสะโพกนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม “วินเทอร์ไปลอนดอนพร้อมกับพ่อแม่เมื่ออาทิตย์ก่อน เขาไม่ได้บอกเบลล์เหรอ” “ไม่ได้บอกค่ะ” “วินเทอร์ต้องไปผ่าตัดสมองน่ะ” “ผ่าตัดสมองเหรอคะ!?” เบลล์เอ่ยถามออกไปด้วยความตกใจไม่น้อย หัวใจของเธอหล่นวูบไปอยู่ตาตุ่มเมื่อได้ยินคำว่าผ่าตัด “วินเทอร์ปวดหัวเรื้อรังมาหลายเดือนแล้ว กินยาแก้ปวดก็ไม่หาย แล้วเมื่อเดือนก่อนก็ไปหาหมอจึงได้รู้ว่ามีเนื้องอกในสมองต้องผ่าตัดด่วน พ่อกับแม่ก็เลยพาไปผ่าตัดกับหมอที่ลอนดอน” “…” เบลล์ถึงกับตัวชา ใจสั่นสะท้านด้วยความกลัวเมื่อได้รู้ความจริง “ที่วินเทอร์ไม่ได้บอกน้อง เขาคงไม่อยากให้น้องรู้สึกไม่สบายใจแหละ” “ค่ะ” เธอรู้ว่าที่เขาไม่บอกว่าเป็นเนื้องอกในสมอง เพราะกลัวว่าเธอจะไม่สบายใจและจะคิดมากไปกับเขาด้วย ซึ่งช่วงนั้นเขารู้ว่าเธอใกล้จะสอบแล้วด้วย ดังนั้นเขาจึงไม่อยากให้มีเรื่องที่เขาป่วยมารบกวนการเรียนของเธอ “ถ้าวินเทอร์ได้รับการผ่าตัดเสร็จ และได้รับการฟื้นฟูร่างกายจนกลับมาเป็นปกติแล้ว วินเทอร์ก็จะกลับมาเมืองไทยแน่นอน” “เบลล์ขอบคุณคุณลินดามากนะคะที่บอกให้เบลล์ได้รู้” “น้องเรียกพี่ว่าพี่จะดีกว่านะ อย่าเรียกคุณเลย” “ค่ะพี่ลินดา งั้นวันนี้เบลล์ขอตัวกลับบ้านก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ” พูดจบเบลล์ก็ยกมือไหว้นอบน้อมแล้วออกไปจากห้องทำงานด้วยความรู้สึกเป็นห่วงแฟนหนุ่มที่ไปผ่าตัด พลางภาวนาอยู่ในใจว่าขอให้พี่วินเทอร์ปลอดภัยด้วยเถอะวินเทอร์วางร่างเล็กลงบนเตียงแล้วถอดชุดของเธอพร้อมกับกางเกงในจนร่างกายเธอเปลือยเปล่า ก่อนที่เขาจะมาจัดการถอดเสื้อผ้าของตัวเอง ร่างแกร่งยืนเข่าแล้วขยับเข้าไปแทรกในหว่างขาเรียว ชายหนุ่มโน้มตัวลงไปไซ้ซอกคอที่มีกลิ่นหอมทั้งสองข้างพลางขบเม้มเบาๆ จากนั้นจึงเคลื่อนลงมางับสองเต้าเต่งตูมที่ชูชันท้าสายตาของเขา พร้อมกับดูดเลียอย่างหิวกระหาย พลางฝ่ามือใหญ่ก็ขยำสองเต้าอวบที่ล้นออกมาตามง่ามนิ้วด้วยความรู้สึกชอบใจกับขนาดใหญ่เต็มไม้เต็มมือ วินเทอร์ผละริมฝีปากออกจากสองเต้าคู่สวยแล้วไล้เลียลงมาเรื่อยๆบนหน้าท้องเรียบเนียน กระทั่งลงมาถึงเนินเนื้ออวบอิ่ม นิ้วเรียวยาวก็แหวกกลีบรักจนเห็นเนื้อในสีชมพู ก่อนที่เขาจะกดริมฝีปากพร้อมกับส่งลิ้นร้อนละเลียดเลียในร่องกลีบที่มีน้ำหล่อลื่นเริ่มไหลออกมาจนร่องสาวเปียกเยิ้ม แผล่บๆๆ เบลล์แอ่นสะโพกพลางอ้าขาออกกว้างด้วยความรู้สึกเสียวซ่านอย่างเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา เบลล์ครางในลำคอด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “พี่วินเทอร์ เบลล์เสียวมากเลย” บอกออกไปด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าพลางแอ่นสะโพกพร้อมกับส่ายไปมาและกระดกรับกับจังหวะที่ลิ้นสากลากเลีย แจ๊ะๆๆ ร่างสูงตวัดลิ้นลิ้มเลียในร่องกลีบสีหวา
สามเดือนผ่านไป เป็นเวลาสามเดือนแล้วที่วินเทอร์กับเบลล์ใช้ชีวิตกันแบบแฟน และเบลล์ก็ยังมานอนที่คอนโดของวินเทอร์อาทิตย์ละสามวัน ในใจของวินเทอร์อยากให้เบลล์มาอยู่กับเขาทุกวัน เพราะเขารู้สึกไม่อยากให้เธอต้องอยู่ห่างจากเขาเลย เนื่องจากเขารู้สึกผูกพันกับเบลล์มาก ทั้งที่เขาเพิ่งจะได้อยู่ใกล้ชิดกับเธอแค่ไม่กี่เดือน แต่เขากลับรู้สึกว่าเหมือนเขาได้อยู่กับเบลล์มานานแล้วอย่างนั้นแหละ หรืออาจจะเป็นเพราะว่าความทรงจำของเขากำลังจะกลับมา บ้านเบลล์ ตอนเย็น เมื่อเบลล์ลงจากรถของแฟนหนุ่ม เขาก็ขับออกไปทันทีก่อนโทรศัพท์ของเบลล์จะมีสายโทรเข้ามาจากเพื่อนร่วมชั้นเรียนตอนเรียนอยู่มอปลาย “ว่าไงเจย์” (อาทิตย์หน้าเพื่อนๆในห้องของเราจะนัดเลี้ยงสังสรรค์กัน เธอไปด้วยนะเบลล์) “เราจะไป แล้วจะเลี้ยงกันที่ไหน” (ที่บาร์xxx เพราะบาร์นี้จะมีโซนส่วนตัวที่จุคนได้ประมาณยี่สิบถึงสามสิบคน) “ได้เลย เราก็คิดถึงเพื่อนในห้องเรียนมากเหมือนกัน หลายปีแล้วที่เราไม่ได้เจอกับเพื่อนๆเลย” (ฉันก็คิดถึงเพื่อนๆเหมือนกัน ว่าแต่…เบลล์มีรถส่วนตัวหรือเปล่า) “รถเราไม่มีหรอก มีแต่รถของพี่ชาย วันงานเราจะนั่งแกร็ปไป ขากลับค่อยให้พี่แบงค์
วันต่อมา เบลล์รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาในเวลาเกือบเที่ยงวันในสภาพร่างกายที่รู้สึกเมื่อยขบไปทั้งตัว หญิงสาวกวาดสายตามองไปรอบๆห้อง ก่อนจะหันมามองด้านข้างเพราะคิดว่าร่างสูงคงจะนอนอยู่ข้างๆ แต่กลับไม่มีพลางคิดว่าเขาอาจจะไปบริษัทแล้ว เมื่อคิดได้อย่างนั้นร่างเล็กก็ขยับตัวลุกจากเตียงอย่างยากลำบากเพราะรู้สึกเจ็บแสบตรงกึ่งกลางกาย พลางคิดว่าที่เขาพูดเมื่อคืนก็ถูก วันนี้เธอคงไปทำงานไม่ได้เพราะตรงนั้นอักเสบ ร่างบางก้าวขาลงจากเตียงแล้วไปหยิบผ้าเช็ดตัวเดินเข้าไปชำระล้างร่างกายในห้องน้ำ จากนั้นไม่กี่นาทีจึงออกมาก่อนที่โทรศัพท์ของเธอจะมีข้อความแจ้งเตือนเข้ามา เบลล์เดินไปหยิบโทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋าสะพายมาดู จึงเห็นว่าคนตัวสูงส่งข้อความมาทางไลน์ เมื่อเห็นอย่างนั้นเธอจึงรีบเปิดเข้าไปดู วินเทอร์ : กินยาคุมฉุกเฉินด้วยนะ พี่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง เบลล์หันไปมองบนโต๊ะข้างเตียงจึงเห็นว่ามีแผงยาคุมวางอยู่ วินเทอร์ : เจ็บมากหรือเปล่า เบลล์ : ค่ะ วินเทอร์ : ถ้าเจ็บมาก งั้นเดี๋ยวพี่จะให้คนเอายาแก้ปวดกับแก้อักเสบไปให้นะ เบลล์ : ไม่ต้องหรอกค่ะ ถึงจะเจ็บ แต่เบลล์ทนได้ วินเทอร์ : พี่สั่งของกินให้แล้วนะ อยู่ใน
ดวงตาคมจดจ้องไปยังสองเต้าคู่สวยที่ยอดอกเป็นสีชมพูอ่อนๆด้วยแววตาหลงใหล ก่อนที่จะก้มลงไปงับยอดถันเข้ามาไว้ในโพรงปากพร้อมกับดูดเลียอย่างหื่นกระหาย จ๊วบๆ ลิ้นร้อนดูดเม้มยอดอกอย่างเมามันสลับกันทั้งสองเต้าอย่างไม่ให้เสียเปรียบกัน คนตัวเล็กที่รู้สึกเสียววาบหวามก็แอ่นหน้าอกให้เขาอย่างเต็มใจ มือใหญ่เคล้นคลึงเต้านมอวบอั๋นทั้งสองข้างด้วยความมันมือ ในขณะที่ปากก็ทั้งงับทั้งเลียหัวนมอย่างไม่หยุดหย่อนด้วยความหิวโหย หน้าอกของเบลล์ยกขึ้นเมื่อถูกปากหนาดูดดื่มอย่างเอาเป็นเอาตาย วินเทอร์เลื่อนมือลงไปตรงหว่างขาของเธอแล้วจับโคนขาให้อ้าออกกว้าง ก่อนจะใช้ฝ่ามือแตะลงไปบนเนินอวบนุ่มนิ่มของเธอด้วยความเบามือ จากนั้นก็ใช้นิ้วกลางแหวกกลีบรักที่ยังปิดกันสนิทพร้อมกับค่อยๆกดปลายนิ้วเข้าไปและขยับเข้าออกอย่างนุ่มนวลจนเกิดเสียงของความฉ่ำแฉะ แจ๊ะๆๆ “พี่วินเทอร์…” เสียงหวานของเบลล์ครางกระเส่าออกมาเบาๆเมื่อถูกนิ้วเย็นๆขยับเข้าออกในส่วนอ่อนไหวของเธอ “เสียวไหมเบลล์” “เสียวค่ะ” “ถ้าเสียวก็อ้าขาให้พี่กว้างๆเลยนะ” สิ้นเสียงทุ้มบอก เรียวขาสวยก็ค่อยๆแยกออกกว้างอย่างไม่นึกอาย ก่อนที่วินเทอร์จะผละจากหน้าอกอวบอัดแล้วเคลื่อนล
ตอนเย็น เมื่อเลิกงานวินเทอร์ก็พาเบลล์มาทานข้าวที่ห้างสรรพสินค้าเพราะเขาอยากพาเธอมาช้อปปิ้งด้วย ในขณะที่รับประทานอาหารกัน ทั้งคู่ก็ไม่ได้คุยอะไรกัน ซึ่งปกติแล้วทั้งสองจะคุยกัน แต่วันนี้กลับเงียบผิดปกติ วินเทอร์รู้ว่าสาเหตุที่ไม่ได้คุยอะไรกัน นั่นก็เพราะเรื่องที่เชอรินมาหาเขาที่บริษัทแล้วเบลล์บังเอิญเข้าไปเห็นภาพที่ดูเหมือนว่าเขากับเชอรินกอดกัน กระทั่งรับประทานอาหารกันเสร็จทั้งสองก็พากันเดินออกไปจากร้าน ก่อนที่ร่างสูงจะหันพูดกับเจ้าของร่างบอบบางหวังจะทำลายความเงียบ “ไปเดินดูของกันดีกว่านะ เผื่อเธออยากซื้ออะไรบ้าง” “วันนี้เบลล์รู้สึกเหนื่อยๆค่ะ ไม่อยากเดิน เบลล์อยากกลับบ้านเลย” เธอพูดด้วยสีหน้าอ่อนล้า “ได้ งั้นฉันจะพาเธอกลับบ้านนะ” พูดจบร่างสูงก็โอบไหล่เล็กแล้วพากันเดินไปขึ้นรถและขับออกไป เบลล์ที่รู้สึกเหนื่อยๆจึงผล็อยหลับไปอย่างง่ายดาย จนกระทั่งรถหรูของวินเทอร์เคลื่อนตัวเข้ามาจอดในลานจอดใต้คอนโดของเขา ก่อนที่เบลล์จะรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา หญิงสาวยกมือขยี้ตาด้วยความงัวเงีย วินเทอร์ที่เห็นเธอตื่นแล้วจึงเอ่ยขึ้น “ถึงแล้ว ลงไปสิ” “ทำไมถึงไม่ไปส่งเบลล์ที่บ้านล่ะคะ” เธอมองออกไปนอกรถเมื
หนึ่งเดือนผ่านไป เป็นเวลาหนึ่งเดือนมาแล้วที่วินเทอร์กับเชอรินไม่ได้ติดต่อกัน จากที่เมื่อก่อนเขาจะโทรไปหาเธอบ้างตามประสาเพื่อนกัน แต่พอเขารู้ว่าเชอรินคิดกับเขาแบบคนรัก เขาจึงคิดว่าคงไม่มีอะไรที่จะต้องพูดกับเธออีก ที่สำคัญเขาไม่อยากให้เบลล์ไม่สบายใจถ้ารู้ว่าเขายังคุยอยู่กับเชอริน เขาไม่ได้โกรธเชอรินหรอกที่รักเขา เพราะเรื่องของหัวใจมันห้ามกันไม่ได้ เชอรินเดินมาหน้าห้องทำงานของวินเทอร์แล้วเอ่ยถามเบลล์ที่นั่งอยู่หน้าห้อง “วินเทอร์อยู่หรือเปล่าคะ” “อยู่ค่ะ” “คุณชื่อเบลล์ใช่ไหม” “ค่ะ” “วันนั้นที่ฉันโกหกคุณว่าฉันกับวินเทอร์เป็นแฟนกัน เพราะฉันรักวินเทอร์มานานแล้ว ก็เลยอยากพูดแบบนั้น” “…” เบลล์มีสีหน้าอึ้งเล็กน้อยเมื่อคนตรงหน้าบอกว่ารักคนตัวสูง “งั้นฉันขอเข้าไปหาวินเทอร์ก่อนนะ คุณเอากาแฟเข้าไปให้ฉันด้วยนะคะ” “ได้ค่ะ” ว่าแล้วเชอรินก็เดินเข้าไปในห้องทำงานของคนที่ตัวเองรัก พร้อมกับทักทายด้วยรอยยิ้ม “หวัดดีวินเทอร์” “นั่งสิ” เขาละจากงานตรงหน้าแล้วหันมาพูดกับเชอรินด้วยรอยยิ้มบางๆ ก่อนที่หญิงสาวจะหย่อนสะโพกนั่งฝั่งตรงข้ามพร้อมกับพูดออกไป “เดือนนึงแล้วนะคะที่เราไม่ได้เจอกัน ฉันคิดถึงคุณ
บ้านเบลล์เมื่อเบลล์อาบน้ำใส่ชุดนอนเสร็จก็ออกมานั่งในห้องโถงที่ตอนนี้พี่ชายกำลังดูโทรทัศน์อยู่ เบลล์มีสีหน้าดูลำบากใจเมื่อคิดว่าถ้าขออนุญาตพี่แบงค์แล้ว ถ้าเกิดว่าพี่แบงค์ด่าเอาล่ะ แบงค์ที่เห็นว่าคนเป็นน้องสาวเหมือนจะพูดอะไร แต่ก็ไม่กล้าพูดจึงเอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงอบอุ่น“มีอะไรจะบอกพี่หรือเปล่า”
เมื่อวินเทอร์ออกมาจากห้องน้ำก็เห็นว่าแฟนตัวเล็กหลับไปแล้ว เขาระบายยิ้มอ่อนๆอย่างนึกเอ็นดูก่อนที่จะเดินมาล้มตัวนอนข้างเธอและผล็อยหลับไปวันต่อมาวันนี้เบลล์ไม่มีเรียน วินเทอร์จึงไปรับเธอที่บ้านตั้งแต่เช้าแล้วให้มาอยู่กับเขาที่คอนโด“เดี๋ยวเบลล์จะทำอาหารให้พี่กินนะคะ พี่ยังไม่ได้กินอะไรใช่ไหม” เมื่อเ
วันต่อมาวันนี้วินเทอร์มารับเบลล์ที่มหาวิทยาลัยหลังจากเรียนเสร็จในเวลาสิบเอ็ดโมงครึ่งปกติวินเทอร์จะเข้าบริษัททุกวัน แต่พอตั้งแต่รู้ว่าเป็นเนื้องอกในสมอง พ่อกับแม่ก็บอกว่าให้พักผ่อนอยู่ที่บ้าน ดังนั้นถ้าวันไหนเบลล์เลิกเรียนก่อนเที่ยงเขาก็จะมารับเธอทุกวัน ซึ่งก่อนที่เขาจะรู้ว่าเป็นเนื้องอกเขาจะมารับ
วินเทอร์ อายุ 24 ปี สูง 186 cm.มีธุรกิจส่งออกเบลล์ อายุ 19 ปี สูง 160 cm.นักศึกษาปี1....ตัวอย่าง“ได้เจอกันแล้วเหรอ แกจำเบลล์ได้หรือเปล่าวินเทอร์” ลินดาเอ่ยถามน้องชายที่ยังยืนมองเบลล์ด้วยสีหน้านิ่งอยู่ ก่อนที่วินเทอร์จะหันไปตอบพี่สาวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ“ผมไม่รู้จักผู้หญิงคนนี้”“…” เบลล์ถึ







