แชร์

บทที่ 8

ผู้เขียน: ซาลาเปากินข้าว
เมื่อถังจินลืมตาขึ้นอีกครั้ง ก็พบว่าตัวเองถูกขังอยู่ในรถ

ต้นคอยังรู้สึกเจ็บแปลบ เธอคลำเจอค้อนนิรภัยในช่องเก็บของฝั่งที่นั่งข้างคนขับ พอคว้าไว้ในมือ ประตูรถก็ถูกเปิดออก

เฉิงเฟิงเหยียนยืนอยู่นอกรถ สีหน้ามืดครึ้ม “คุณจะไปไหน”

ถังจินไม่สนใจเขา พอจะชะโงกตัวลงไป ก็ถูกเขากระชากแขนเหวี่ยงกลับไปที่เบาะนั่ง

เขาโน้มตัวลงมาที่ประตูรถ ขบกรามแน่น นัยน์ตาแดงก่ำน่ากลัว “ผมบอกแล้วไงว่าห้ามคุณไปไหนทั้งนั้น อยู่ข้าง ๆ ผมก็พอ”

ถังจินเงยหน้าจ้องเขาเขม็ง ไม่พูดอะไรสักคำ

เฉิงเฟิงเหยียนจ้องมองเธอ จู่ ๆ ก็ยื่นมือมาฉีกเสื้อผ้าของเธอออก

ไอเย็นไหลทะลักเข้ามาทันที ถังจินตัวสั่นเทิ้ม “เฉิงเฟิงเหยียน คุณจะทำอะไร?!”

เขาไม่พูดพร่ำทำเพลง ลงมือถอดเสื้อผ้าเธออย่างป่าเถื่อน แล้วจูบลงมาทันที

มือของเขาไล่ต่ำลงไปเรื่อย ๆ ด้วยแรงที่ไม่อาจต้านทานได้

ถังจินถึงเพิ่งได้สติว่าเขาจะทำอะไร เธอดิ้นรนสุดชีวิต แต่กลับถูกเขากดไว้แน่น

“ปล่อยฉันนะ! คุณทำแบบนี้ฉันจะเกลียดคุณไปชั่วชีวิต!”

แต่เฉิงเฟิงเหยียนเหมือนไม่ได้ยิน ไม่ว่าเธอจะทุบตี ร้องไห้โวยวาย หรือกระทั่งกัดไหล่เขา เขาก็ไม่ยอมหยุดมือ

จนสุดท้ายถังจินหมดเรี่ยวแรง ได้แต่ร้องไห้อ้อนวอนเขา

“เฉิงเฟิงเหยียน...อย่าทำในรถ...นี่รถแข่งของฉันนะ...”

พูดยังไม่ทันจบก็ถูกตัดบทด้วยเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด

จู่ ๆ การกระทำของเฉิงเฟิงเหยียนรุนแรงขึ้น ลมหายใจร้อนผ่าวรดข้างหูเธอ น้ำเสียงกลับอ่อนโยนจนน่าขนลุก “อาจิน นี่คือบทลงโทษของคุณ ยังอยากจะไปอีกไหม”

ถังจินกัดริมฝีปากแน่น กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งที่ปลายลิ้น

น้ำตาหยดลงบนเบาะหนังสีดำ ซึมเป็นวงสีเข้ม

เฉินชิงชิงทำลายขาของเธอ ส่วนเฉิงเฟิงเหยียนต้องการทำลายตัวตนของเธอ

หลายวันต่อมา เฉิงเฟิงเหยียนเหมือนคนบ้า พาเธอไปที่สนามแข่งรถ และทำเรื่องเดียวกันนี้ในรถแข่งทุกคันของเธอ

ถังจินเปลี่ยนจากร้องไห้อ้อนวอน เป็นด่าทอสาปแช่ง จนสุดท้ายเหลือเพียงความด้านชา

เธอลืมตามองหลังคารถ ปล่อยให้เขาทำตามอำเภอใจ ราวกับตุ๊กตาไร้วิญญาณ แม้แต่น้ำตาก็ไหลออกมาจนเหือดแห้ง

จนกระทั่งระบายอารมณ์ในรถคันสุดท้ายเสร็จ เฉิงเฟิงเหยียนก็กอดเธอไว้ในอ้อมอก “ยังอยากจะไปจากผมอีกไหม อาจิน”

ถังจินส่ายหน้าอย่างเหม่อลอย

เธอไม่อยากไปไหนแล้ว เธออยากตาย

เฉิงเฟิงเหยียนถึงได้พาเธอกลับบ้าน

ทันทีที่เข้าประตู ถังจินก็เห็นเค้กที่ยังไม่แกะกล่องวางอยู่บนโต๊ะรับแขก แค่มองแวบเดียวก็รู้สึกสะอิดสะเอียน เธอเดินเงียบ ๆ กลับเข้าห้อง ตั้งใจจะล็อกประตู แต่ถูกเฉิงเฟิงเหยียนขวางไว้

“อาจินไม่เป็นเด็กดีเลยนะ”

เฉิงเฟิงเหยียนหยิบกุญแจมือออกมา ล็อกเธอไว้กับหัวเตียง แล้วงัดใบมีดออกมาจากมือเธอ

“เชื่อฟังหน่อย อย่าทำให้ผมไม่พอใจ ไม่งั้นคนที่ลำบากคือคุณ”

ถังจินกำลังจ้องเขาเขม็ง ประตูก็เปิดออก

เฉินชิงชิงแกว่งของในมือเดินเข้ามา “พี่เฟิงเหยียน งานแต่งใส่ชิ้นไหนสวยคะ”

รูม่านตาของถังจินหดเกร็งทันที

นั่นคือเหรียญรางวัลแชมป์ระดับประเทศของเธอ และหยกพกที่แม่ทิ้งไว้ให้

“เฉิงเฟิงเหยียน!” เธอตะโกนเสียงแหบพร่าเหมือนคนเสียงแตก “นั่นมันของของฉัน!”

เฉิงเฟิงเหยียนกลับทำท่าเหมือนแผนการสำเร็จ คุกเข่าข้างเตียงเคาะหยกพกเบา ๆ “รู้อยู่แล้วว่าเป็นของคุณ”

เขาเงยหน้าขึ้นยิ้มเยาะ “ถ้ากล้าฆ่าตัวตายอีก ของพวกนี้จะถูกโยนไปไว้ไหน ผมก็รับประกันไม่ได้นะ”

ถังจินกัดฟันแน่น ในแววตาเต็มไปด้วยความแค้นที่ลุกโชน

“เกลียดผมเหรอ” เฉิงเฟิงเหยียนเลิกคิ้ว “งั้นก็อย่ามัวแต่คิดจะหนี ไม่งั้นยังมีเรื่องที่คุณทนรับไม่ไหวรออยู่อีก”

ตอนแรกถังจินนึกว่าเขาแค่ขู่ จนกระทั่งคืนนั้น เฉิงเฟิงเหยียนกระชากเธอลุกจากเตียง บังคับให้เธอคุกเข่าข้างเตียง จับหน้าเธอหันไปกลางห้องนอน

ตรงนั้น เฉินชิงชิงเสื้อผ้าหลุดลุ่ยกำลังซบอยู่ในอ้อมกอดเขา

“โกรธไหม หรือว่ารู้สึกขยะแขยง” น้ำเสียงของเฉิงเฟิงเหยียนเหมือนอาบยาพิษ “ดูซะ! ห้ามหลับตา!”

เขาบอกว่านี่คือบทลงโทษที่เธอ ‘ไม่เชื่อฟัง’

แต่ถังจินเพียงแค่มองดูอย่างด้านชา ไม่กะพริบตาเลยสักนิด

ใจตายไปนานแล้ว ยังมีอะไรให้แคร์อีก

เพื่อป้องกันไม่ให้เธอฆ่าตัวตายอีก เฉิงเฟิงเหยียนเริ่มควบคุมอาหารการกินของเธอ ให้ดื่มน้ำและกินขนมปังเพียงนิดเดียวในแต่ละวัน เพื่อให้เธอไม่มีแรงแม้แต่จะกัดข้อมือตัวเอง

สุดท้าย เขาก็สวมหยกพกชิ้นนั้นที่คอของเฉินชิงชิง ลูบผมเธอพลางพูดว่า “ถ้าคุณยังอยากจะไป หยกพกชิ้นนี้ก็จะตกเป็นของชิงชิงตลอดไป”

หนึ่งวันก่อนงานแต่งงาน เฉิงเฟิงเหยียนไม่ได้แตะต้องตัวเธอซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยาก

เขานอนบนเตียง กอดเธอจากด้านหลัง คางเกยไหล่เธอ พร่ำพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “อย่าโทษผมเลยนะตกลงไหม อาจิน ผมแค่รักคุณมากเกินไป”

“รอให้งานแต่งของผมกับชิงชิงจบ รอให้เรื่องตระกูลฟู่สงบลง ผมจะพาคุณไปที่ว่าการ ไปจดทะเบียนสมรสของจริงกันดีไหม”

ถังจินหลับตาแน่น ไม่ตอบรับใด ๆ

เช้าวันแต่งงาน เฉินชิงชิงสวมชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์เดินเข้ามา จงใจยื่นหยกพกที่คอมาตรงหน้าถังจิน

“น่าสงสารจริง ๆ เลยนะพี่ถังจิน” เธอยิ้มอย่างลำพองใจ “ฉันเตือนพี่ตั้งนานแล้ว ให้รีบไสหัวไป หยกพกนี่เชยจะตาย พี่เฟิงเหยียนยังจะยืนกรานเอามาให้ฉันเป็นสินสอด”

เธอไม่รู้เลยว่าถังจินหมดอาลัยตายอยากไปตั้งนานแล้ว

อย่าว่าแต่หยกพกชิ้นเดียว ต่อให้ตอนนี้เฉิงเฟิงเหยียนยกโกศอัฐิแม่เธอมาขู่ เธอก็จะไม่กะพริบตาเลยสักนิด

ดังนั้นในวินาทีที่เฉิงเฟิงเหยียนกับเฉินชิงชิงควงแขนกันออกจากประตูไป ถังจินจึงตะแคงตัว ใช้มือขวาที่ยังขยับได้คลำไปที่ข้อมือ

ตอนที่กัดฟันลงไปแทบไม่รู้สึกอะไร มีเพียงเลือดอุ่น ๆ ที่ค่อย ๆ ซึมออกมา

เลือดเพิ่งจะซึมออกมาเป็นวงเล็ก ๆ ‘เพล้ง’ เสียงหนึ่งดังขึ้น หน้าต่างกระจกบานใหญ่ในห้องนอนถูกทุบแตกละเอียด

ศพปลอมร่างหนึ่งถูกโยนเข้ามา ตามด้วยใบหน้าหล่อเหลา

ฟู่ถิงอวี่ยืนอยู่ท่ามกลางเศษกระจก ยื่นมือมาให้เธอ

“ไปกันเถอะ ฉันมารับเธอแล้ว”
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ไร้ใจใฝ่คืนงาม   บทที่ 26

    เฝิงเจียไม่คาดคิดเลยว่าเขาจะยืนอยู่ท่ามกลางกองหิมะตลอดทั้งคืนจริง ๆช่วงครึ่งหลังของคืนหิมะยิ่งตกหนักขึ้นเรื่อย ๆ เฝิงเจียมองออกไปนอกหน้าต่างอยู่บ่อยครั้ง และถังจินก็มองตามออกไปแวบหนึ่งเช่นกันเมื่อมองเห็นใบหน้าอันคุ้นเคยที่ชะโงกเข้ามาตรงหน้าต่าง แม้ว่าจะถูกความหนาวเหน็บแช่แข็งจนริมฝีปากแห้งแตกไปหมดแล้ว แต่เฉิงเฟิงเหยียนก็ยังคงฝืนยิ้มออกมา“โค้ชถัง แบบนี้จะถึงตายไหม” เฝิงเจียถามขึ้นถังจินห่มผ้าห่มแล้วหลับตาลงอย่างไม่ใส่ใจเลยแม้แต่น้อย พร้อมกับพูดอย่างขอไปทีว่า “ไม่หรอก ต่อให้ตายก็ไม่เกี่ยวกับเรา รีบนอนเถอะ”เฝิงเจียนับถือความหนักแน่นของถังจิน แต่พอนึกถึงบาดแผลเหล่านั้นที่ถังจินเคยได้รับ วินาทีต่อมาเธอก็กระชากผ้าม่านปิดอย่างแรงราวกับต้องการระบายความโกรธค่ำคืนนี้ท่ามกลางกองหิมะ ในหัวของเฉิงเฟิงเหยียนเอาแต่หวนนึกถึงอดีตของพวกเขาสองคนทั้งที่พวกเขาเคยมีช่วงเวลาที่ดีขนาดนั้นแท้ ๆ พวกเขาเคยตกแต่งบ้านด้วยกัน และเคยวาดฝันถึงอนาคตด้วยกันแต่ทุกสิ่งทุกอย่างนี้ กลับถูกทำลายลงเพียงเพราะเฉินชิงชิงพอนึกถึงเฉินชิงชิง ร่างกายของเขาก็มีไฟแห่งความโกรธแค้นปะทุขึ้นมาเขายืนจนถึงช่วงสุดท้าย รู

  • ไร้ใจใฝ่คืนงาม   บทที่ 25

    เฉิงเฟิงเหยียนมองไปยังทิศทางที่มาของเสียง เขาอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง“ฟู่ถิงอวี่ คุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”ฟู่ถิงอวี่รวบไหล่ของถังจินเข้ามากอดเอาไว้ ในวินาทีที่เขาสัมผัสได้ว่าเธอไม่ได้ขัดขืน เขาก็กระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น“ผมเป็นคู่หมั้นของเธอ ทำไมผมถึงจะอยู่ที่นี่ไม่ได้ล่ะ”สิ้นคำพูดนี้ เฉิงเฟิงเหยียนก็เหมือนถูกฟ้าผ่า ในหัวของเขาดังอื้ออึงจนไม่ได้ยินเสียงอะไรอีกเลย “คู่หมั้นเหรอ เป็นไปได้ยังไง อาจิน...เขาจะเป็นคู่หมั้นของคุณได้ยังไง”ขอบตาของเขาแดงก่ำ ริมฝีปากก็กำลังสั่นเทาถังจินดึงมือของฟู่ถิงอวี่ลงมา เธอประสานสิบนิ้วเข้ากับเขาแน่นแล้วยกขึ้นตรงหน้าเฉิงเฟิงเหยียน“ทำไมจะเป็นไปไม่ได้ล่ะ ฉันยังไม่ได้แต่งงาน ยังไม่มีลูก การมีคู่หมั้นสักคนมันรับยากตรงไหนเหรอ”ริมฝีปากของเฉิงเฟิงเหยียนขยับมุบมิบ ในแววตาของเขาเต็มไปด้วยความไม่เชื่อคำพูดของถังจินเหมือนมีดทื่อที่แทงเข้าไปในใจของเขา มันกรีดเฉือนหัวใจของเขาให้เจ็บปวดรวดร้าวทีละรอยลูกกระเดือกของเขาขยับขึ้นลง “ไม่ได้ ผมไม่อนุญาต ผมรักคุณ คุณต้องเป็นของผมคนเดียว!”ถังจินอดยิ้มเย้ยหยันไม่ได้ เธอไม่อยากแกล้งทำเป็นไม่รู้จักอีกต่อไปแล้ว

  • ไร้ใจใฝ่คืนงาม   บทที่ 24

    ไม่ว่าเฉิงเฟิงเหยียนจะตะโกนเรียกตามหลังอย่างไร รถคันนั้นก็ไม่มีท่าทีจะหยุด หนำซ้ำยังขับเร็วขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นจุดสีดำไกล ๆ อย่างรวดเร็วหลังจากเงาคนในกระจกมองหลังหายไปอย่างสมบูรณ์ ฟู่ถิงอวี่ถึงค่อย ๆ ลดความเร็วรถลงถังจินปรายตามองเขาอย่างคลางแคลงใจ “ทำไมวันนี้ขับเร็วขนาดนี้ รีบไปเกิดใหม่เหรอ”ฟู่ถิงอวี่ไม่ต่อปากต่อคำกับเธอ จู่ ๆ ก็ถามขึ้น “ถ้าเฉิงเฟิงเหยียนมาหาเธอ ร้องไห้สารภาพผิดขอคืนดี เธอจะตกลงไหม”คิ้วของถังจินขมวดเข้าหากันแน่น ราวกับได้ยินของสกปรกอะไรบางอย่าง แต่กลับยังคงตอบอย่างจริงจัง “ไม่ ต่อให้ตายก็ไม่ตกลง”แค่นึกถึงเรื่องที่เฉิงเฟิงเหยียนเคยทำกับเธอ เธอก็รู้สึกหนาวสั่นไปทั้งตัว เธอมักจะสะดุ้งตื่นกลางดึก แทบอยากตายไปในกองเพลิงครั้งนั้นจริง ๆ ยังดีกว่าตอนนี้ที่ต้องถูกความทรงจำเชือดเฉือนซ้ำแล้วซ้ำเล่าฟู่ถิงอวี่จับความเด็ดเดี่ยวในแววตาของเธอได้ มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางโดยไม่รู้ตัวทว่าสีหน้าเล็ก ๆ น้อย ๆ นี้กลับถูกถังจินจับได้ “นายถามเรื่องนี้ทำไม ฝันเห็นเขาเหรอ”“ไม่มีอะไร แค่คุยเรื่อยเปื่อย” เขาพูดปัดไปอย่างไม่ใส่ใจ ทว่าในใจกลับแอบตัดสินใจอย่างแน่วแน่——ครั้งนี้ ไ

  • ไร้ใจใฝ่คืนงาม   บทที่ 23

    เฉิงเฟิงเหยียนไม่รู้เลยว่า ตัวเองยังเดินไม่ทันถึงสนามฝึกซ้อม ก็กลายเป็นจุดสนใจของทุกคนไปเสียแล้วในหัวของเขามีเพียงความคิดเดียว สืบทอดเจตนารมณ์ของถังจิน วิ่งให้จบทุกสนามแข่งแทนเธอ กวาดแชมป์มาให้หมดแบบนี้ รอให้ตายไปแล้วเจอเธอ บางทีอาจจะช่วยลดความรู้สึกผิดลงได้บ้างก่อนมาเขาเคยได้ยินว่า สองปีมานี้ในต่างประเทศมีโค้ชระดับตำนานปรากฏตัวขึ้นคนหนึ่ง นักแข่งรถหญิงที่เธอปั้นมากวาดแชมป์การแข่งขันรายการไอวีลีกมาได้ทั้งหมดแม้จะบอกว่าโค้ชคนนี้รับแต่ผู้หญิง เขาก็ยังอยากลองดูเขาเพิ่งจะเดินเข้าไปในห้องพักนักกีฬา ก็รั้งพนักงานคนหนึ่งไว้ “สวัสดีครับ ไม่ทราบว่าโค้ชของทีม Zero อยู่ที่ไหนเหรอครับ”“คุณหมายถึงโค้ช Today เหรอ” อีกฝ่ายชี้ไปไม่ไกลนัก “เมื่อกี้เธอยังนั่งอยู่ตรงนั้นเลย ลูกทีมของเธอก็ยังอยู่ที่นั่น คุณลองไปถามดูสิ”เฉิงเฟิงเหยียนขอบคุณ แล้วก้าวเร็ว ๆ ไปหาเฝิงเจีย “สวัสดีครับ ไม่ทราบว่าโค้ชของพวกคุณไปไหนแล้วเหรอครับ ผมมีธุระด่วนจะคุยกับเธอ”เฝิงเจียมองประเมินเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าสองสามแวบ แล้วพูดอย่างไม่ใส่ใจ “คุณถามหาถังจินเหรอ เธอเพิ่งไปเมื่อกี้ ป่านนี้น่าจะลงเขาไปแล้วล่ะ”คำว่า ‘ถังจิ

  • ไร้ใจใฝ่คืนงาม   บทที่ 22

    ฟู่ถิงอวี่รู้สึกมาตลอดว่าอย่างน้อยถังจินก็ปฏิบัติกับเขาแตกต่างจากคนอื่นเวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่นเธอจะเป็นหัวหน้าห้องที่เยือกเย็นและควบคุมตัวเองได้เสมอ ทว่าเวลาอยู่ต่อหน้าเขาเธอถึงจะโมโหและหน้าแดงท่าทางที่มีชีวิตชีวาแบบนั้นทำให้เขาคิดว่านั่นคือข้อพิสูจน์ของความชอบดังนั้นในวันที่สอบเกาเข่าเสร็จเขาจึงรวบรวมความกล้าไปสารภาพรักกับเธอแต่ถังจินกลับมองเขาด้วยแววตาที่มีเพียงความสงสัย“ทำไมล่ะ เธอไม่ชอบฉันเหรอ” เขาถามอย่างร้อนรนจนน้ำเสียงสั่นเทาถังจินในวัยสิบเจ็ดปีขมวดคิ้วราวกับกำลังมองสิ่งมีชีวิตประหลาด “ไม่ชอบ ฉันไม่ชอบนาย แล้วก็ดอกไม้พวกนี้ รวมถึงกลุ่มเพื่อนของนายที่ชอบสร้างความวุ่นวายด้วย”ฟู่ถิงอวี่สารภาพรักล้มเหลวเป็นครั้งแรกแต่ก็ยังไม่ยอมแพ้ “เธอไม่ชอบฉันตรงไหนเหรอ เป็นเพราะฉันเอาโมเดลของเธอไปให้อาจารย์ หรือคิดว่าฉันหน้าตาหน้าเกลียดเหรอ”ถังจินหันหลังกำลังจะเดินจากไปแต่ก็ต้องชะงักฝีเท้าเมื่อเหลือบไปเห็นหยาดน้ำตาในแววตาของเขาเธอจ้องมองดวงตาของเขาแล้วพูดอย่างจริงจังทีละคำ “ไม่ใช่ทั้งนั้นแหละ ฉันชอบคนอ่อนโยน แต่นายเอาแต่ทำตัวอยู่เหนือคนอื่นเสมอ เหมือนไม่มีใครอยู่ในสายตานายเลย”“น

  • ไร้ใจใฝ่คืนงาม   บทที่ 21

    สามปีต่อมา ประเทศอิตาลีในโซนพักผ่อนหน้าฐานฝึกซ้อมแรลลี่ นักแข่งผมทองตาสีฟ้าสองสามคนกำลังจับเข่าคุยกันโดยหันหน้าไปทางสนามแข่ง“ได้ยินข่าวกันไหม ครั้งนี้มีม้ามืดชาวจีนมาคนหนึ่ง เพิ่งเรียนขับรถแข่งแค่สามปี ก็กวาดแชมป์ในประเทศมาหมด นี่เป็นการออกไปแข่งต่างประเทศครั้งแรก มีหลายคนพนันว่าเขาจะชนะ แต่ฉันกลับรู้สึกว่างั้น ๆ แหละ”“นักแข่งจีนเหรอ งั้นจะประมาทไม่ได้นะ”นักแข่งตัวสูงอีกคนเดาะลิ้น “ลืมโค้ชหญิงชาวจีนคนนั้นไปแล้วเหรอ แค่สามปี ก็ปั้นแชมป์ F1 หญิงได้ถึงห้าคน หลายปีมานี้ตบหน้านักแข่งชายอย่างพวกเราจนแทบจะบวมไปหมดแล้ว”เฝิงเจียที่อยู่ข้าง ๆ ฟังไปสองประโยค ก็ยิ้มพลางส่ายหน้า แล้วหันหลังเดินกลับไปที่โซนพักผ่อนของทีมตัวเองเธอเอาน้ำแร่ในมือที่เพิ่งหยิบออกมาจากตู้แช่ ‘แปะ’ ลงบนใบหน้าของโค้ชที่กำลังหลับตาพักผ่อนอยู่“โค้ชถัง ได้ยินพวกขี้แพ้กลุ่มนั้นบ่นถึงเธออีกแล้ว ในสายตาพวกเขา เธอแทบจะกลายเป็นเทพแห่งโรคระบาดไปแล้วนะ”ถังจินถูกความเย็นจนสะดุ้งเฮือก หยิบหนังสือบนหน้าออกแล้วยันตัวลุกขึ้นนั่ง บิดฝาขวดดื่มน้ำเย็นไปอึกหนึ่ง พลางเลิกคิ้วขึ้น“ช่างพวกเขาสิว่าพูดอะไร ฝึกรถของตัวเองให้ดีก็พอแ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status