Share

บทที่ 13

Penulis: เด็กสาวผู้กลืนกินวิญญาณ
ถังหมิงหลีพยายามใช้แรงเปิดประตูลิฟต์ ภายในมันมืดมากจนมองไม่เห็นลิฟต์เลยด้วยซ้ำ

“เดินลงบันได!” พวกเราสองคนรีบวิ่งไปที่บันไดหนีไฟ ประตูบันไดถูกล็อคด้วยท่อพลาสติก ถังหมิงหลีจึงรีบดึงกริชออกจากรองเท้าของเขาแล้วตัดท่อออกเพื่อเปิดประตู

ฉันตกใจมาก ท่อพลาสติกชนิดนี้มีลวดเหล็กอยู่ข้างใน แต่สามารถใช้กริชเล่มเดียวตัดให้ขาดได้ ดังสุภาษิตที่ว่าตัดเหล็กเหมือนโคลน

ถังหมิงหลีผลักประตูให้เปิดออก พลันตาของพวกเราก็เบิกกว้างขึ้นทันใด

หลังประตูไม่มีบันไดเลยด้วยซ้ำ แต่ยังคงเป็นโถงทางเดินที่ปูด้วยพรมแดงชั้นสิบแปดอยู่!

ถังหมิงหลีขมวดคิ้วแน่น “พวกเราติดกับดักแล้ว”

[เกิดอะไรขึ้นเหรอ? พวกเขาหลุดเข้าไปในโลกของวิญญาณแล้วเหรอ?”]

[แย่แล้ว แอดมินรีบขอพรเถอะ พวกเราจะสนับสนุนคุณและตบรางวัลให้แก่คุณเพิ่ม]

[ที่รักทุกคน เมื่อกี้ฉันแจ้งความไปแล้วว่าโรงแรมเอมส์ มีคนตาย ตอนนี้ตำรวจได้อยู่ที่ห้องหนึ่งแปดหนึ่งสี่แล้ว แต่ข้างในไม่มีคนแม้แต่คนเดียว พนักงานโรงแรมบอกว่าในคืนวันนี้ทั้งชั้นนี้ไม่มีแขกมาพักสักคน ตำรวจเลยบอกว่าฉันแจ้งความเท็จแล้วจะมาจับฉัน ฉันจะทำยังไงดี? รอออนไลน์อยู่ กังวลจะแย่อยู่แล้ว]

[คนก่อนหน้านี้พูดซะทำฉันตกใจเลย! ถ้าคิดอย่างรอบคอบแล้ว! งั้นก็หมายความว่าที่คุณและจอมเผด็จการเข้าไปตั้งแต่แรกนั่นไม่ใช่ในโรงแรมนี้ แต่เป็นโลกของวิญญาณ?]

เหมือนฉันจะคิดอะไรบางอย่างออก ฉันเอาโทรศัพท์ออกมาพลางอ่านม่านกระสุนที่วิ่งออกมาอย่างต่อเนื่อง

โทรศัพท์ของฉันไม่มีสัญญาณหนิ ทำไมถึงยังไลฟ์สดอยู่?

ฉันเกือบจะโยนโทรศัพท์ทิ้งแล้ว

ทว่าถังหมิงหลีหยุดฉันไว้ก่อน “ตอนนี้โทรศัพท์มือถือเครื่องนี้เป็นหนทางเดียวของเราที่จะตืดต่อกับโลกภายนอกได้ เพราะฉะนั้นจะทำหายไม่ได้เด็ดขาด”

จุนเหยากลืนน้ำลายพูดผ่านไมโครโฟนว่า “ผู้ชมทุกท่าน อย่างที่ทุกท่านเห็นพวกเราโดนขังเอาไว้ ที่นี่ไม่มีสัญญาณ แต่ฉันสามารถพูดในไลฟ์สดได้ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ แต่พวกคุณคือความหวังเดียวของพวกเราที่จะอยู่รอด โปรดอย่าทิ้งฉัน”

[แอดมิน คุณวางใจเถอะ คืนนี้ฉันจะไม่นอนแล้ว จะอยู่กับคุณทั้งคืน]

[แอดมินคุณไม่ต้องกลัวไป เพียงแค่ทำมัน! พวกเราจะให้มงกุฎสนับสนุนคุณ]

[แอดมิน คุณคือผู้หญิงที่กล้าหาญที่สุด ใจเย็นที่สุดและร้องเพลงเพราะที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอมา ดังนั้นคุณก็คือเทพธิดาของผม]

ขณะนี้มีจำนวนผู้ชมในห้องไลฟ์สดเกินหนึ่งแสนคนแล้ว และยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เป็นตัวเลขที่น่าทึ่งมาก โดยทั่วไปแล้วจะมีเพียงคนดังทางอินเทอร์เน็ตเท่านั้นที่มีจำนวนผู้ชมเยอะขนาดนี้

และรางวัลของฉันก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ตอนนี้ฉันได้มงกุฎเกินห้าสิบอันไปแล้ว

แต่มันก็มีอีกความหมายหนึ่งคือ ฉันเอาชีวิตไปแลกมันมา หวังว่าการไลฟ์สดในครั้งนี้จะไม่ใช่การไลฟ์สดดูว่าตัวเองโดนผีฆ่าตายหรอกนะ

ในเวลานี้มีม่านกระสุนคอมเมนต์หนึ่งดึงดูดความสนใจของฉันมาก

[แอดมิน ไม่งั้นก็ไปดูหนุ่มรูปหล่อที่อยู่ห้องข้าง ๆ ดีไหม? ดูว่าเขาคือคนจริง ๆ หรือว่า...ผี!]

ฉันหัวใจเต้นแรง หยินเฉิงเหยาคือผีงั้นเหรอ?

ร่างบางมองไปที่ถังหมิงหลีเพื่อถามความคิดเห็น เขาไตร่ตรองเล็กน้อย “ไปดูก็ได้ ถ้าเกิดเขาตายจะได้ช่วยเก็บศพ”

ฉันขมวดคิ้ว ทำไมดูเหมือนเขาไม่อยากเจอหยินเฉิงเหยาล่ะ?

ไม่นานเราก็มาถึงหน้าห้องหนึ่งแปดหนึ่งสอง มือเรียวเคาะประตู แต่ไม่มีเสียงตอบรับ ขณะกำลังจะเดินทะลุไปทางห้องน้ำ ถังหมิงหลีก็หยิบการ์ดใบหนึ่งขึ้นมารูดที่ประตู แล้วประตูก็เปิดออก

“ก่อนหน้านี้มีพนักงานมาทำความสะอาดห้อง ฉันก็เลยขอมาสเตอร์คีย์จากเธอ” ถังหมิงหลีพูดพร้อมกับผลักประตูให้เปิดกว้าง

ขายาวคู่หนึ่งแผ่หลาอยู่บนพื้น ร่างกายส่วนบนถูกกำแพงบังเอาไว้ หัวใจของฉันเต้นรัวเร็ว หรือว่าหยินเฉิงเหยาตายแล้ว?

พวกเราเดินเข้าไปใกล้ ๆ อย่างระมัดระวัง และเมื่อมองเข้าไปข้างใน ก็สะดุดล้มลงกับพื้นพร้อมกับปิดตาแน่นเชิงไม่อยากรับรู้อะไรอีกเลย

“เธอลองดูสิ ว่าเขายังมีชีวิตอยู่ไหม” ถังหมิงหลีพูดขึ้น “ฉันจะค้นห้องดูหน่อย”

ฉันเดินเข้าไปหาเขาทีละก้าว โดยที่มือยังสั่นไม่หยุด

เขายังมีชีวิตอยู่หนิ ฉันเห็นหน้าอกของเขาขยับขึ้น ๆ ลง ๆ ถ้าฉันต้องการที่จะฆ่าเขา ตอนนี้เป็นเวลาที่ดีที่สุด

ในความทรงจำของฉัน ฉันยังจำวันที่เขาได้ร่างกายของฉันไปในวันนั้นได้อย่างดี และยังจำตอนที่เขาทำร้ายฉันเหมือนกับว่าเกลียดฉันจนเข้ากระดูกดำได้ นอกจากนี้ยังจำได้อีกว่า รถเฟอร์รารี่สีแดงคันนั้นพุงเข้าชนน้องชายของฉันจนน้องชายต้องมีสภาพที่นอนครึ่งเป็นครึ่งตายอยู่บนเตียงในโรงพยาบาลจนถึงทุกวันนี้

ความโกรธเกรี้ยวได้แผดเผาจิตใจของฉัน จุนเหยาเอื้อมมือไปบีบคอของเขา แค่ฆ่าเขาทุกอย่างก็จะจบลง ความเกลียดชัง ความโกรธ และความเศร้าเสียใจของฉัน ทุกอย่างก็จะจบลง

“แอดมิน?” เสียงของถังหมิงหลีลอยดังมาจากข้างหลัง ทำให้ฉันได้สติพลันสะบัดมือออกอย่างรวดเร็ว เมื่อกี้นี้ฉันทำอะไรลงไป? ฉันจะฆ่าคนจริง ๆ เหรอ? และนี่ยังอยู่ในระหว่างไลฟ์สดด้วย

ฉันพยายามทำให้ตัวเองสงบนิ่งที่สุด จากนั้นก็เอื้อมมือไปแตะที่คอของหยินเฉิงเหยา และพูดว่า “ฉันจับที่ชีพจรของเขาดูแล้ว เขายังหัวใจเต้นอยู่”

[ที่แท้แอดมินก็แค่จับชีพจรที่คอของเขา ฉันนึกว่าคุณจะบีบคอเขา ฮ่าฮ่าฮ่า]

[ไม่สิ เมื่อกี้การกระทำของเธอคือกำลังบีบคอเขาหนิ]

[คนก่อนหน้านี้คุณคิดสักหน่อยสิ แอดมินกับเขาไม่ได้มีอะไรขุ่นเคืองหรือมีเรื่องอะไรกันหนิ หรือคิดจะฆ่าเขาเล่นงั้นเหรอ?]

ฉันเหลือบไปมองที่ม่านกระสุน โชคดีที่คนดูไม่ได้คิดอะไรมาก ขณะกำลังคิดที่จะลุกขึ้น จู่ ๆ ข้อมือฉันก็โดนรัดแน่นจนรู้สึกชาที่หนังหัว ฉันเลยรีบหันกลับไป ก่อนจะพบว่าถูกจับจ้องด้วยดวงตาที่เย็นชาของหยินเฉิงเหยา ความรู้สึกเหมือนคนทั้งคนที่โดนจับแช่ในน้ำเย็นจัด

ซึ่งก่อนหน้านี้ ตอนที่เขาผลักฉันลงบนเตียง เขาก็มองมาที่ฉันด้วยสายตาแบบนี้

สายตาแบบนี้ ที่ฉันไม่เคยลืมมัน

มือเรียวสะบัดอย่างแรง “ปล่อยมือฉัน!”

มือใหญ่ ๆ ของเขาเหมือนกับคีมคีบเหล็ก เขาจับฉันไว้แน่นจนไม่สามารถถอดมันออกได้

ถังหมิงหลีชักสีหน้าเย็นชาพร้อมชักกริชแล้วชี้ไปที่คอของคนที่ยังจับมือฉันอยู่ “ปล่อยเธอเดี๋ยวนี้”

หยินเฉิงเหยามองเขากลับอย่างเย็นชา “นายคิดว่าตัวเองจะฆ่าฉันได้เหรอ?”

“นายจะลองก็ได้นะ” ถังหมิงหลีหรี่ตาลงเล็กน้อย แต่ดวงตาเต็มไปด้วยอันตราย

พวกเราสามคนตกอยู่ในภาวะชะงักงันแบบนี้อยู่หนึ่ง สายตาของพวกเขาสองคนยังคงต่อสู้กันมานับไม่ถ้วน ยากที่จะตัดสินว่าชนะหรือแพ้

จุนเหยากระตุกยิ้ม "ท่านทั้งสอง คิดถึงสถานการณ์ของเราตอนนี้หน่อย ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ผีอาจจะโผล่ออกมาฆ่าพวกเรา แล้วยังจะมาทะเลาะกันเองอีก"

ทั้งสองคนเงียบไปครู่หนึ่ง หลังจากนั้นก็ถอยกันคนละก้าว หยินเฉิงเหยาปล่อยมือฉันและถังหมิงหลีก็เก็บกริชของเขา

ฉันลูบข้อมมือที่เกิดการปวดเล็กน้อย ก่อนจะหันไปถามหยินเฉิงเหยา “นายโดนทำร้ายเหรอ?”

ดวงตาของหยินเฉิงเหยาเต็มไปด้วยความสงสัยและความระวังตัว เขาหันหลังไปเอาโทรศัพท์เพื่อเตรียมตัวที่จะโทรแจ้งความ ถังหมิงหลี่เลยพูดเยาะเย้ยไป “อย่าเสียเวลาเลย พวกเราติดกับดักแล้ว”

โทรศัพท์ไม่มีเสียงใด ๆ สีหน้าของเขาเคร่งขรึมพลางถาม “เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”

ฉันระงับความเกลียดชังไว้ ในใจแล้วพูดต่อ “ตอนนี้พวกเราก็ลงเรือลำเดียวกันแล้ว ทำไมเราไม่ลดอคติและร่วมมือกันล่ะ?”

หยินเฉิงเหยาและถังหมิงหลีมองหน้ากัน แต่ทั้งสองก็ไม่พูดอะไรออกมา ฉันเลยพูดต่อ “งั้นตอนนี้พวกเรามาแลกเปลี่ยนความคิดกันเถอะ”

หญิงสาวหนึ่งเดียวเล่าสิ่งที่พวกตนเจอไปรอบหนึ่ง หยินเฉิงเหยาเงียบไปครู่ใหญ่แล้วก็เริ่มพูดอธิบาย ตอนนั้นเขาลุกขึ้นเพื่อจะเทน้ำ และพอแก้วน้ำกำลังจะถึงปากของเขา ทันใดนั้นเขาก็เห็นเงาสะท้อนในน้ำ เหมือนจะมีเงาคนอยู่ข้างหลังเขา

ทว่าเมื่อเขาหันกลับไปมองก็ไม่มีอะไรอยู่ข้างหลัง

เขาขมวดคิ้วและหยิบกำไม้กอล์ฟที่ใช้สำหรับตกแต่งห้องเอาไว้ พลันได้ยินใครบางคนร้องเพลงขึ้น เหมือนเสียงจะมาจากกำแพง เขาเลยเอาหูไปแนบกับกำแพง ไม่นานก็ได้ยินคนทะเลาะกัน น่าจะเป็นผู้ชายและผู้หญิง

ผู้หญิงคนนั้นยิ้มอย่างเยือกเย็น “คุณต้องการจะทิ้งฉันเพื่อไปแต่งงานกับผู้หญิงที่ฐานะทางบ้านพอ ๆกับคุณให้ได้เลยงั้นเหรอ? ฉันจะบอกอะไรคุณให้นะถ้าคุณไม่ยกเลิกงานแต่ง ฉันจะประกาศเรื่องที่คุณทำ ให้คนเค้ารู้ไปทั่ว ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าต่อไปคุณจะอยู่ในโรงแรมนี้ยังไง”

น้ำเสียงของผู้ชายคนนั้นแปรเปลี่ยนเป็นน้ำเสียงที่ค่อนข้างอันตราย เขาพูดกับผู้หญิง “คุณขู่ผมเหรอ?”

“ถ้าฉันขู่คุณ คุณจะทำไมเหรอคะ?” ผู้หญิงคนเดิมพูดอย่างเย่อหยิ่ง “จุดอ่อนของคุณล้วนอยู่ในมือของฉัน คุณยังจะทิ้งฉันอีก คุณคิดจะทำอะไรเหรอ?”

จากนั้นเสียงของการต่อสู้ก็ดังขึ้น ผ่านไปสักพักเสียงก็ค่อย ๆ เงียบลง

ไม่กี่วินาทีต่อมา เสียงกรีดร้องที่แหลมคมของผู้หญิงก็ดังขึ้น หยินเฉิงเหยารู้สึกเจ็บปวดในหัวของเขา และหลังจากนั้นเขาก็ไม่รู้อะไรอีกเลย

เมื่อเขาเล่าจบ ม่านกระสุนในไลฟ์สดก็เริ่มดุเดือดขึ้นอีกครั้ง

[ง่ายมาก สิ่งที่หนุ่มหล่อคนนี้ได้ยินก็คือการฆาตกรรมที่เกิดขึ้นในห้องหนึ่งแปดหนึ่งสี่ มีสามีภรรยาคู่หนึ่ง ผู้ชายต้องการทิ้งผู้หญิงคนนั้นเพื่อสาวคนใหม่ที่สวยกว่า รวยกว่าแต่ผู้หญิงไม่ยอม ผู้ชายเลยฆ่าผู้หญิงคนนั้นทิ้ง ห้องนี้เลยกลายเป็นห้องผีสิง]

[ผู้หญิงคนนั้นพูดว่าจะทำให้ผู้ชายอยู่ในโรงแรมนี้ต่อไปไม่ได้ หรือว่าผู้ชายคนนั้นเป็นพนักงานของโรงแรมแห่งนี้เหรอ?]

[ไม่ใช่พนักงานธรรมดาแน่ ๆ หรือไม่แน่ก็เป็นลูกเขยของเจ้าของโรงแรม]

[ผู้ชายคนนี้ต้องทำผิดกฎหมายมาเยอะแน่ ๆ และผู้หญิงคนนี้ต้องจ่ายเงินให้เขามากด้วย แต่ถูกเขาฆ่าอย่างโหดเหี้ยม ดังนั้นเลยเป็นผีสิงอยู่ที่ห้องนี้]

หลายหัวดีกว่าหัวเดียวจริง ๆ ด้วย ผู้ชมเหล่านี้สามารถเดาเหตุการณ์ของเรื่องนี้ได้ ถึงไม่ใช่ก็ใกล้เคียงแล้ว
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ไลฟ์สดสยองขวัญ   บทที่ 255

    เธอหยุดชั่วคราวและกล่าวอย่างยิ้ม ๆ อีกครั้งว่า “ฉันยังมีคำขอที่ไม่สมเหตุสมผลอีกข้อหนึ่ง หวังว่าคุณหยวนจะตกลง”“เรื่องอะไรเหรอคะ?” ฉันไม่พอใจเล็กน้อยกับสายตาที่มีความดูถูกเหยียดหยามของเธอ แต่ฉันก็ยังถามอย่างเก็บอารมณ์เธอพูดว่า “ในการไลฟ์สดครั้งนี้ มีบางฉากที่ทำให้คนอื่นเข้าใจผิดได้ง่าย ฉันอยากให้คุณหยวนได้โปรดอธิบายให้ผู้ชมฟังในการไลฟ์สดครั้งต่อไปด้วย เพื่อไม่ให้คนอื่นเข้าใจลูกเทียนของเราผิด”ใจของฉันสงบลงและรอยยิ้มบนใบหน้าได้เปลี่ยนเป็นไม่เต็มใจเล็กน้อย “คุณนายเสวีย การไลฟ์สดของฉันเป็นการไลฟ์สดจับผีไม่ใช่การไลฟ์สดเกี่ยบกับความรู้สึก”คุณนายเสวียพูดอย่างสุภาพแต่ไม่ยอมปฏิเสธ “ฉันก็กลัวว่าจะทำลายชื่อเสียงของคุณเหยาเหมือนกัน ถึงอย่างไรคุณก็เข้าใจสถานะของตระกูลเราในเมืองจินหลิงชัดเจนอยู่แล้ว ถ้าเกิดทำให้คนอื่นเข้าใจคุณเหยาผิดว่าประจบและแอบอิงผู้มีอิทธิพลก็คงจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่”สีหน้าของฉันเย็นลงมา นี่เป็นการเปลี่ยนวิธีที่จะบอกว่าฉันกำลังประจบและแอบอิงผู้มีอิทธิพลฉันยิ้มจาง ๆ “คุณนายเสวีย ไม่รู้ว่าคุณชายเสวียเคยบอกคุณไหมว่าฉันเป็นคนรักษาอาการป่วยของเขาให้หายดี”คุณนายเสวียตะลึงไปคร

  • ไลฟ์สดสยองขวัญ   บทที่ 254

    ยังไม่ถึงสองวัน ชาวเน็ตผู้หญิงที่ซื้อสบู่ทำมือเหล่านี้ไปก็มาโพสต์ที่หมวดยา พวกเธอพูดอย่างตื่นเต้นว่าสบู่ทำมือนี้ใช้ดีมาก ๆ พึ่งจะใช้ไปไม่กี่วันสภาพผิวก็ดีขึ้นมาก ริ้วรอยตรงขอบตาและมุมปากต่างก็ตื้นขึ้นเยอะด้วยมีหญิงสาวนักรบสายขาวคนหนึ่งบอกว่าบนใบหน้าของเธอมีสิวเยอะมาก เมื่อก่อนนี้เธอใช้เครื่องประทินผิวเยอะเยอะหลายชนิด แต่ก็ไม่ได้ผล และนั่นทำให้เธอเป็นทุกข์มาก ๆ แต่หลังจากที่เธอได้ใช้สบู่ทำมือ สิวบนใบหน้าของเธอก็หายไป และไม่มีวี่แววว่าจะเกิดขึ้นมาอีก เธอยังปล่อยภาพเปรียบเทียบก่อนและหลังออกมาเป็นพิเศษอีกด้วยในไม่ช้า สบู่ทำมือนี้ก็ถูกอัปโหลดลงบนนักเล่นแร่แปรธาตุเน็ตเวิร์กทั้งหมด และนักเล่นแร่แปลธาตุผู้หญิงจำนวนมากต่างก็ฝากข้อความต้องการจะซื้อไว้ทางบริษัทเครื่องสำอางก็มีผลตอบรับกลับมาว่าได้กำหนดสูตรสบู่ทำมือแล้วสามชนิด ชนิดที่หนึ่งคือ กลิ่นหอมของหอมหมื่นลี้ที่ใช้สำหรับขาวใส ชนิดที่สองคือกลิ่นหอมของลาเวนเดอร์ที่ใช้สำหรับป้องกันสิว และอีกหนึ่งชนิดก็คือกลิ่นหอมของว่านหางจระเข้ที่ใช้สำหรับให้ความชุ่มชื้นเป็นพิเศษผลลัพธ์ของทั้งสามชนิดต่างก็ดีมาก ๆ และทีมผู้บริหารของบริษัทก็พร้อมที่จะทำ

  • ไลฟ์สดสยองขวัญ   บทที่ 253

    เมื่อมองดูรถของพวกเขาหายไป ฉันก็แอบถอนหายใจในใจ ถึงแม้ว่าคุณนายเสวียจะลืมช่วงความตายของคุณชายเสวียไปแล้ว แต่ความเจ็บปวดที่เหมือนโดนกรวยแหลมคมแทงทะลุเข้าไปในใจก็ยังฝังลึกอยู่ในก้นบึ้งหัวใจของเธอฉันยักไหล่ ถึงอย่างไรฉันก็เป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง ฉันไม่สามารถขอให้ทุกคนมาชอบตัวเองได้หรอกร่างบางกลับมาถึงห้องก็นอนหลับอย่างสบายใจ จนเช้าวันรุ่งขึ้นก็โดนปลุกให้ตื่นโดยเสียงเคาะประตูอย่างแรงฉันหาวหวอดพลางเดินไปเปิดประตูห้อง แล้วก็เห็นถังหมิงหลียืนอยู่นอกประตู เขาถือกระเป๋าสัมภาระธรรมดาใบหนึ่ง เขาหน้าซีดเผือดมาก ราวกับว่าไม่ได้นอนมาตลอดทั้งคืนเพราะรีบกลับมาเมื่อเขาเห็นฉันก็รีบโผเข้ามากอดไว้แน่น ทำให้ใบหน้าของฉันฝังอยู่ที่คอของเขาอย่างแรงและเขาก็พูดขึ้นทันที “ก่อนหน้านี้ฉันอยู่บนเกาะหิมะตลอด ฉันไม่รู้เลยว่าเธอว่าได้เจอกับอันตรายแบบนั้น ไม่อย่างนั้นฉันต้องรีบกลับมาช่วยเธอโดยเร็วที่สุดแน่นอน”ฉันยิ้มออกมา “เป็นเพราะอย่างนี้เองเหรอ วางใจเถอะ ฉันไม่เป็นอะไร”เขาจับหน้าของฉันไว้แล้วก้มหน้าลงจูบอย่างเร็วฉันตะลึงไปครู่หนึ่งแล้วรีบผลักเขาออก พลันพูดอย่างร้อนใจ “นายเป็นบ้าไปแล้วเหรอ?”“ใช่ ฉันบ้าไปแ

  • ไลฟ์สดสยองขวัญ   บทที่ 252

    พลังที่เก้าเอ่ยแทรก “หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ที่จริงผีตัวนี้มีชีวิตและมีเนื้อหนัง แค่เนื้อหนังของมันก็คือทั้งหมดของโรงเรียนแห่งนี้เท่านั้นเอง”ราชาตัวจริงแห่งเจิ้งหยางยังกล่าวอีกว่า “ฉันไม่ได้เจอผีที่มีเลือดเนื้อในร่างกายมนุษย์แบบนี้มาหลายปีแล้ว คิดไม่ถึงว่าจะยังมีอยู่ในโลกมนุษย์”“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ถึงแม้ว่าในตอนนี้ในโลกมนุษย์จะขาดแคลนพลังปราณ แต่อารมณ์เจ็ดอายตนะหกของผู้คนก็ยังแข็งแกร่งมากขึ้น” พลังที่เก้าพูดขึ้น “ผีก็มากขึ้นเรื่อย ๆ”หัวใจที่ยังคงเต้นอยู่ก้อนนั้นเริ่มเผาไหม้และควันหนาค่อย ๆ ลอยออกมา ผีใบหน้าสีดำตัวนั้นเผยหน้าตาที่แสนเจ็บปวดออกมา พลันกำแพงรอบ ๆ ก็เริ่มลุกไหม้ขึ้นมา เปลวไฟได้ลุกลามไปอย่างรวดเร็วและพวกเราก็ได้วิ่งออกมาจากโรงเรียนแห่งนั้น อาคารร้างทั้งหลังล้วนจมลงไปในเปลวไฟ ริ้วลิ้นแห่งเปลวไฟยังกระโจมอยู่อย่างไม่หยุดยั้ง ดูเหมือนว่าฉันจะเห็นวิญญาณจำนวนนับไม่ถ้วนพุ่งขึ้นไปในอากาศด้วยแสงไฟ“อ๊าก!” ในที่สุดผีใบหน้าสีดำก็ปรากฏขึ้นมาในเปลวไฟ มันโดนไฟเผาจนเล็กลงเรื่อย ๆ และมองไม่เห็นอีกต่อไปฉันถอนหายใจอย่างโล่งอกยาว ๆ ในที่สุดก็จบลงแล้ว จะไม่มีเกมส์แห่งความตายอีกต่อไปแล้ว และก

  • ไลฟ์สดสยองขวัญ   บทที่ 251

    เมื่อมองดูใบหน้าที่หล่อเหลาแต่เปื้อนเลือดของคุณชายเสวีย ในใจของฉันก็รู้สึกเหน็บหนาวขึ้นมาเป็นพัก ๆ[เป็นไปไม่ได้มั้ง คุณเสวียตายแล้ว?][จะเป็นไปได้ยังไง ถึงแม้ว่าคุณเสวียจะมาเข้าร่วมไลฟ์สดแค่ชั่วคราว แต่จะตายง่าย ๆ แบบนี้ได้อย่างไร? เขาเป็นถึงผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะการต่อสู้เชียวนะ][ใครบอกว่าจะไม่มีคนตาย? ทุกครั้งที่แอดมินไลฟ์สดล้วนอันตรายมาก แต่ก็ยังเอาชีวิตรอดจากภัยอันตรายมาได้หลายครั้ง เมื่อก่อนที่จอมเผด็จการไม่ตายก็แค่โชคดีมากเท่านั้นเอง พวกคุณคิดว่าพวกเขาจะมีรัศมีของตัวเอกจริง ๆ เหรอ?][แอดมิน ฉันคือคนใช้ของครอบครัวคุณเสวีย เมื่อสักครู่แม่ของเขาก็ดูไลฟ์สดอยู่ แต่ตอนนี้ได้เป็นลมหมดสติไปแล้ว คุณเตรียมใจรอรับความโกรธของตระกูลเสวียได้เลย][คนข้างบนที่อาศัยบารมีคนอื่นมาอวดเบ่งชาวบ้าน ถ้าพวกคุณมีความสามารถก็ไปจัดการกับผีใบหน้าเองสิ จะระบายอารมณ์ใส่แอดมินทำไม?][แอดมิน...จะมีชีวิตกลับมาไหม?]ขณะนี้ในใจของฉันว่างเปล่า ฉันคุกเข่าลงบนพื้นและกอดหัวของเสวียห้าวเทียนไว้ ทั้งยังรู้สึกหนาวเย็นไปทั่วร่างกายฉันและคุณชายเสวียไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น แต่เขากับฉันได้ร่วมเป็นร่วมตายกันมาในเกมส์แห

  • ไลฟ์สดสยองขวัญ   บทที่ 250

    เพี๊ยะ เพี๊ยะ!  ไฟในเมรุเผาศพดังขึ้นและลัดวงจร กระแสไฟฟ้ารวมตัวกันในมือของฉันจนกลายเป็นก้อนใหญ่  [ว้าว ใช้กระแสไฟฟ้าหนึ่งแสนโวลต์ควบแน่นเป็นสายฟ้าก้อนกลม แอดมินเธอเก่งขั้นเทพเลยอ่ะ]  [แรงดันไฟฟ้าสูงเท่าหนึ่งแสนโวลต์ที่ไหนกัน!]  [ฉันพูดเกินจริงไม่ได้เหรอ? คุณจะยุ่งเกินไปแล้ว?]  “คุณเสวีย หลบไปเร็วเข้า!” ฉันตะโกนเสียงดังแล้วโยนกระแสไฟฟ้าในมือออกไป  ตูม!  เกิดเสียงดังสนั่นขึ้น กระแสไฟฟ้าพุ่งเข้าใส่ร่างของผีกองกอย ร่างของมันเปล่งแสงสีม่วงออกมาและส่งเสียงร้องเหมือนสัตว์ป่า แต่สุดท้ายร่างกายก็ไหม้กลายเป็นศพไหม้เกรียม  “เร็วเข้า เอามันเข้าไปในเตาเผาศพ!” ฉันและเสวียห้าวเทียนอดทนต่อกลิ่นเหม็นเน่าเพื่อยกผีกองกอยขึ้น แล้วรีบเข้าไปในห้อง พร้อมเปิดเตาเผาศพและโยนศพเข้าไป  บึ้ม!  ในเตาเผามีเปลวไฟลุกโชนออกมา ผีกองกอยดิ้นทุรนทุรายอย่างดุเดือด ฉันตะโกน “ปิดประตู!”  ประตูเตาเผาได้ปิดลงเสียงดังปัง เสียงดิ้นรนดังออกมาจากด้านใน ศพถูกเผาเป็นเวลานานมากก่อนที่จะหยุดลง และท้ายที่สุดก็มีเศษกระดูกออกมาจากรูด้านหลัง  กระดูกไม่ได้ถูกเผาจนเป็นเถ้าถ่านทั้งหมด แต่เผาแล้วกลายเป็นเศษเล็ก ๆ พวกมัน

  • ไลฟ์สดสยองขวัญ   บทที่ 246

    เสวียห้าวเทียนกระซิบข้างหูของฉัน “ผีดิบ”เมื่อเดินเข้าไปใกล้ ๆ ก็เห็นชายวัยกลางคนสวมชุดคลุมลัทธิเต๋าสีเหลืองเดินนําหน้าและตามมาด้วยคนอีกหกคนชายในชุดคลุมลัทธิเต๋าดูน่าเกลียดมาก คนที่อยู่ข้างหลังเขาล้วนสวมชุดสูทราคาถูก ใบหน้าเขียวคล้ำ ริมฝีปากสีม่วง ดวงตาล่องลอย  พวกเขาไม่ได้เดิน แต่กระโดด  ทั้งหมดนี้ล

  • ไลฟ์สดสยองขวัญ   บทที่ 219

    ต่อมาแม่ฉันก็แต่งงานกับคนเลวนั่น เดิมทีป้ากุ้ยไม่เห็นด้วย แต่แม่ไม่ฟังท่าน และยืนกรานที่จะแต่งงาน ป้ากุ้ยจึงเย็นชาขึ้นและค่อยๆ ห่างเหินกับแม่  แต่ป้ากุ้ยสงสารฉัน ท่านจึงมาเยี่ยมฉันที่หมู่บ้านบ่อย ๆ และยังนําอาหารอร่อย ๆ มาให้ ยายของฉันสำนึกในบุญคุณมาก ทุกครั้งท่านมักจะเอาข้าวที่เป็นสินค้าท้องถิ่นใหม

  • ไลฟ์สดสยองขวัญ   บทที่ 2

    หรือว่าชื่อไลฟ์จะฟังดูรุนแรงไป ทว่าไม่นานก็มีผู้ชมเข้ามาดู แถมยังมีม่านกระสุนโผล่ขึ้นมาอีกด้วยม่านกระสุนก็คือ ความคิดเห็นของผู้ชม แต่มันจะปรากฏบนหน้าจอเหมือนคำบรรยาย[ไลฟ์สดดูผีอีกแล้วเหรอ? อย่าบอกนะว่าแค่ทำเสียงให้น่ากลัวอีก?][แอดมินใช้ชื่อ “บล็อกเกอร์สาวสยองขวัญ”? หันกล้องหน้ามาให้ฉันดูหน่อย

  • ไลฟ์สดสยองขวัญ   บทที่ 1

    ฉันชื่อ หยวนจุนเหยา คุณยายเป็นคนตั้งให้ มีความหมายว่า “หยกที่สวยงาม” แต่ฉันไม่สวยเลยแม้แต่นิด แถมยังน่าเกลียดเหมือนสัตว์ประหลาดอีกต่างหากว่ากันว่า ตอนที่ฉันคลอดออกมายังไม่ถึงสามเดือน ก็เริ่มมีเนื้องอกบนใบหน้า พ่อกับแม่จึงพาฉันไปโรงพยาบาล หลังจากตรวจเสร็จ หมอบอกว่า เป็นไฟโบรมาชนิดที่ไม่ร้ายแรงและไม

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status