Share

บทที่ 10

last update Petsa ng paglalathala: 2026-10-20 13:01:04

บทที่ 10

วันเวลาผันผ่านไปอย่างเงียบเชียบ ทว่าบรรยากาศอันหนาวเหน็บภายในจวนเยี่ยอ๋องกลับเริ่มแปรเปลี่ยนไปทีละน้อย

เจ็ดวันเต็มๆ นับตั้งแต่คืนที่เสิ่นอวี้ชิงลงมีดกรีดเลือดเสียออกจากขาของเซียวเยี่ย นางก็มาที่เรือนใหญ่ตรงเวลาทุกเช้าค่ำ ไม่เคยขาด ไม่เคยสาย และไม่เคยเอ่ยปากขอสิ่งตอบแทนใดๆ เกินกว่าสมุนไพรที่ต้องใช้เคี่ยวยา

ปลายนิ้วเรียวของเสิ่นอวี้ชิงเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วและแม่นยำ นางก้มหน้าฝังเข็มลงบนจุดชีพจรใหญ่ตามท่อนขาของบุรุษบนตั่งอย่างมีสมาธิแน่วแน่ แววตาจดจ่ออยู่เพียงแค่จุดรับยาและรอยแผล ไร้ซึ่งความวอกแวกหรือความเหนียมอายที่พึงมีต่อบุรุษ

เซียวเยี่ยนั่งนิ่ง สายตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยจิตสังหาร บัดนี้กลับทอดมองใบหน้าด้านข้างอันหมดจดของสตรีตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนขึ้นทุกวัน

ตลอดเจ็ดวันที่ผ่านมา เขาเฝ้าจับตามองนางทุกฝีก้าว องครักษ์เงารายงานว่า นางใช้ชีวิตเรียบง่ายอย่างน่าประหลาด ถ้าไม่ต้มยาก็ขลุกอยู่กับตำราสมุนไพร ไม่เคยคิดหนี และไม่เคยเรียกร้องผ้าแพรพรรณ เครื่องประดับหรูหรา หรือเงินทองใดๆ อย่างที่สตรีมักใหญ่ใฝ่สูงควรจะเป็น

ซ้ำร้าย... ยามที่นางมารักษาเขา นางกลับปฏิบัติต่อเขาราวกับเขาเป็นเพียง ‘ก้อนหิน’ ก้อนหนึ่ง

นางไม่เคยส่งสายตาหวานเชื่อม ไม่เคยแสร้งทำเป็นบอบบางเพื่อขอความเห็นใจ และไม่เคยเอ่ยปากแก้ต่างเรื่องที่ถูกกล่าวหาว่าบีบคั้นเสิ่นรั่วหลานเลยแม้แต่ครึ่งคำ

สำหรับนางแล้ว... นางมีหน้าที่รักษา เขามีหน้าที่ทนเจ็บ

พอเสร็จสิ้นกระบวนการถอนเข็ม นางก็เก็บของแล้วหมุนตัวเดินกลับเรือนร้างท้ายจวนทันที โดยไม่แม้แต่จะชายตามองความมั่งคั่งในห้องนี้

“อึก...”

เซียวเยี่ยหลุดเสียงครางแผ่วเบาในลำคอ เมื่อเสิ่นอวี้ชิงใช้ฝ่ามือที่ชโลมน้ำมันยาร้อนกรุ่น นวดกดคลึงลงบนเส้นเอ็นข้อพับที่เคยแข็งทื่อ

“เจ็บหรือ?”

เสิ่นอวี้ชิงชะงักมือเล็กน้อย เงยหน้าขึ้นสบตาเขา

เซียวเยี่ยขบกรามแน่นจนเป็นสันนูน รีบเบือนหน้าหนีไปอีกทางเพื่อซ่อนความอ่อนแอ

“เจ็บแค่นี้ คิดว่าเปิ่นหวางจะทนไม่ได้หรือไร”

เสิ่นอวี้ชิงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาฉายประกายพึงพอใจอย่างเปิดเผย

“เจ็บสิดี... ถ้าไม่รู้สึกเจ็บสิถึงจะน่าเป็นห่วง”

นางก้มลงนวดคลึงต่อ น้ำเสียงราบเรียบทว่าหนักแน่น

“อาการชาเริ่มคลายตัว เส้นลมปราณที่ขาเปิดออกเกือบห้าส่วนแล้ว ขอยินดีด้วย อีกไม่นานท่านคงได้ลุกขึ้นมายืนสมใจอยาก”

เซียวเยี่ยก้มลงมองมือคู่นั้น... มือของนางทั้งเรียวและเล็กกว่ามือของเขามาก ทว่าปลายนิ้วกลับมีรอยแผลเป็นจางๆ จากการถูกมีดบาดและกลิ่นสมุนไพรที่ฝังลึกติดผิวเนื้อ บนหน้าผากเนียนมีเม็ดเหงื่อผุดซึมจากความเหนื่อยล้า ริมฝีปากบางแห้งผากเพราะต้องถ่ายทอดลมปราณช่วยนำตัวยาเกือบชั่วยามเต็มๆ ทุกวัน

แววตาของเซียวเยี่ยไหววูบ ความรู้สึกเคลือบแคลงในอดีตเริ่มถูกความจริงตรงหน้าสั่นคลอน

‘สตรีที่ละโมบและจิตใจดำมืด... จะมีแววตาที่แน่วแน่ถึงเพียงนี้เชียวหรือ?’

ภาพของเสิ่นรั่วหลานที่ร้องไห้คร่ำครวญในจดหมาย พลันผุดขึ้นมาเปรียบเทียบกับเสิ่นอวี้ชิงที่ยอมเหน็ดเหนื่อยจนเหงื่อท่วมกายเพื่อแลกกับ ‘หนังสือหย่า’ เพียงแผ่นเดียว

คนหนึ่งพร่ำบอกว่ารักเขาจนยอมตาย แต่กลับไม่เคยย่างกรายมาเหยียบจวนอ๋องแม้แต่ก้าวเดียว... ส่วนอีกคนถูกตราหน้าว่าแย่งวาสนา แต่กลับเป็นคนที่ยืนหยัดอยู่ข้างเตียง พยายามช่วยให้เขาฟื้นคืนจากความพิการด้วยมือคู่นี้

กำแพงอคติที่เคยตั้งไว้แน่นหนา บัดนี้เริ่มปรากฏรอยร้าวขึ้นมาทีละน้อย

“เสร็จแล้ว”

เสียงใสกระจ่างดึงเซียวเยี่ยออกจากภวังค์ เสิ่นอวี้ชิงลุกขึ้นยืน จัดเก็บกระเป๋าผ้าไหมเข้าที่อย่างคล่องแคล่ว นางหันหลังเตรียมจะก้าวออกจากห้อง ทว่าน้ำเสียงทุ้มต่ำของเซียวเยี่ยกลับเอ่ยรั้งไว้

“เมื่อครู่... คนของตระกูลเสิ่นส่งเทียบมาที่หน้าจวน”

เสิ่นอวี้ชิงชะงักฝีเท้า หันขวับกลับมามองเขาด้วยแววตาคมกริบ

“เทียบอันใด”

เซียวเยี่ยปรายตามองเทียบกระดาษสีแดงขลิบทองที่วางอยู่มุมโต๊ะ เสิ่นอวี้ชิงเดินไปหยิบขึ้นมาเปิดอ่าน ลายมือของเสนาบดีเสิ่นระบุข้อความชัดเจน:

‘ล่วงเลยมาเจ็ดวันแล้ว ไยยังไม่กลับมาคารวะบิดามารดาตามประเพณี พรุ่งนี้จงกลับมาร่วมโต๊ะอาหารที่เรือนใหญ่ หากไม่มา... อนุไป๋มารดาของเจ้าคงต้องถูกลงโทษตามกฎตระกูล ฐานอบรมสั่งสอนบุตรสาวให้ไร้มารยาท!’

มุมปากของเสิ่นอวี้ชิงยกยิ้มหยัน แววตาเย็นเยียบ

วันที่สามหลังแต่งงาน จวนเสนาบดีเงียบกริบราวกับป่าช้า เพราะทุกคนปักใจเชื่อว่านางคงถูกอ๋องปีศาจฆ่าตายไปแล้ว... ทว่าเมื่อผ่านไปเจ็ดวัน ข่าวการตายของนางยังไม่แพร่งพรายออกไป เสิ่นรั่วหลานคงเริ่มนั่งไม่ติด กลัวว่านางจะยังมีชีวิตอยู่ จึงยุยงให้บิดาส่งเทียบนี้มาเพื่อบีบให้นางกลับไปให้เห็นกับตา ซ้ำยังใช้มารดาเป็นตัวประกันข่มขู่

เสิ่นอวี้ชิงพับเทียบเก็บอย่างใจเย็น ก่อนจะหันไปสบตากับเซียวเยี่ย

“ถ้าเช่นนั้น พรุ่งนี้ข้าคงต้องขออนุญาตท่านอ๋อง กลับไปที่จวนเสนาบดีสักหนึ่งวัน... ข้าจะรีบไปรีบกลับ ไม่ให้กระทบต่อเวลาเปลี่ยนยาของท่านแน่นอนเพคะ”

เซียวเยี่ยปรายตามองนาง แววตายังคงราบเรียบเย็นชา เขาเพียงแค่พยักหน้ารับอย่างไม่ใส่ใจ

“จะไปไหนก็เรื่องของเจ้า ข้าสนใจแค่ขาของข้าเท่านั้น รีบกลับมาก็แล้วกัน”

“ขอบพระทัยเพคะ”

เสิ่นอวี้ชิงย่อกายคารวะตามมารยาท ก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากห้องไป นางไม่คิดจะขอความช่วยเหลือใดๆ จากบุรุษผู้นี้อยู่แล้ว ในใจคิดเพียงว่าจะพกเข็มพิษติดตัวไป หากคนพวกนั้นกล้าแตะต้องมารดาแม้แต่ปลายเล็บ นางจะทำให้พวกมันรู้ซึ้งว่านรกมีจริง!

ทว่าทันทีที่บานประตูห้องปิดลง และเสียงฝีเท้าของนางแผ่วจางไป...

“มู่เฟิง!”

พรึ่บ!

หัวหน้าองครักษ์เงาทิ้งตัวลงมาจากเพดาน คุกเข่าลงเบื้องหน้ารถเข็นทันที

“พ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง”

“ไปที่คลังสมบัติส่วนตัว... เบิกชุดผ้าไหมปักดิ้นทองที่หรูหราที่สุด พร้อมเครื่องประดับหยกชั้นดีที่ฮ่องเต้เคยพระราชทานให้ข้า ส่งไปให้เสิ่นอวี้ชิงที่เรือนชิงเหยาคืนนี้”

เซียวเยี่ยสั่งการด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ

“บอกนางว่านี่คือเครื่องทรงของพระชายาเอกแห่งจวนอ๋อง ห้ามแต่งตัวซอมซ่อออกไปให้ขายหน้าข้าเด็ดขาด!”

“แล้วเรื่องรถม้าเล่าพ่ะย่ะค่ะ?” มู่เฟิงเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง

มุมปากของเซียวเยี่ยยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยือกเย็น มือหนาลูบสัมผัสผ้าเช็ดหน้าเปื้อนคราบน้ำตาของเสิ่นรั่วหลานที่ซ่อนอยู่ในอกเสื้อ แววตาวาวโรจน์ไหววูบด้วยความรู้สึกอันซับซ้อน

“จัดเตรียมรถม้าศึกหุ้มเกราะของเปิ่นหวาง... พร้อมกองทหารเกราะดำอีกห้าสิบนาย”

มู่เฟิงชะงักไปเล็กน้อย

“ท่านอ๋อง... หรือว่าท่านจะร่วมขบวนไปด้วยพ่ะย่ะค่ะ?”

“ใช่... ข้าจะไปด้วย”

เซียวเยี่ยหลุบตาลงมองขาทั้งสองข้างของตนเอง แม้จะยังยืนไม่ได้ แต่แววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความดื้อรั้นและยึดติด

“รั่วหลานส่งจดหมายมาบอกว่านางตรอมใจจนล้มป่วย ถูกขังอยู่ในเรือนเพราะขัดขืนการทาบทามขององค์รัชทายาทไม่ได้... ข้าจะไปดูให้เห็นกับตาว่านางต้องทนทุกข์ทรมานเพียงใดเพราะความโลภของน้องสาวตัวเอง!”

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ไหนว่าเกลียดข้า ไยท่านอ๋องไม่ยอมหย่า!   บทที่ 10

    บทที่ 10วันเวลาผันผ่านไปอย่างเงียบเชียบ ทว่าบรรยากาศอันหนาวเหน็บภายในจวนเยี่ยอ๋องกลับเริ่มแปรเปลี่ยนไปทีละน้อยเจ็ดวันเต็มๆ นับตั้งแต่คืนที่เสิ่นอวี้ชิงลงมีดกรีดเลือดเสียออกจากขาของเซียวเยี่ย นางก็มาที่เรือนใหญ่ตรงเวลาทุกเช้าค่ำ ไม่เคยขาด ไม่เคยสาย และไม่เคยเอ่ยปากขอสิ่งตอบแทนใดๆ เกินกว่าสมุนไพรที่ต้องใช้เคี่ยวยาปลายนิ้วเรียวของเสิ่นอวี้ชิงเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วและแม่นยำ นางก้มหน้าฝังเข็มลงบนจุดชีพจรใหญ่ตามท่อนขาของบุรุษบนตั่งอย่างมีสมาธิแน่วแน่ แววตาจดจ่ออยู่เพียงแค่จุดรับยาและรอยแผล ไร้ซึ่งความวอกแวกหรือความเหนียมอายที่พึงมีต่อบุรุษเซียวเยี่ยนั่งนิ่ง สายตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยจิตสังหาร บัดนี้กลับทอดมองใบหน้าด้านข้างอันหมดจดของสตรีตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนขึ้นทุกวันตลอดเจ็ดวันที่ผ่านมา เขาเฝ้าจับตามองนางทุกฝีก้าว องครักษ์เงารายงานว่า นางใช้ชีวิตเรียบง่ายอย่างน่าประหลาด ถ้าไม่ต้มยาก็ขลุกอยู่กับตำราสมุนไพร ไม่เคยคิดหนี และไม่เคยเรียกร้องผ้าแพรพรรณ เครื่องประดับหรูหรา หรือเงินทองใดๆ อย่างที่สตรีมักใหญ่ใฝ่สูงควรจะเป็นซ้ำร้าย... ยามที่นางมารักษาเขา นางกลับปฏิบัติต่อเขาราวกั

  • ไหนว่าเกลียดข้า ไยท่านอ๋องไม่ยอมหย่า!   บทที่ 9

    บทที่ 9กลิ่นสมุนไพรฤทธิ์ร้อนตลบอบอวลไปทั่วห้องนอนใหญ่ของเซียวเยี่ยไอน้ำร้อนจากถังยาใบใหญ่ลอยกรุ่นตัดกับลมหนาวที่พัดหวีดหวิวอยู่นอกหน้าต่าง ความร้อนทำให้หยดน้ำเกาะพราวตามขอบโต๊ะและบานหน้าต่างไม้บนตั่งไม้ปูฟูกหนา เซียวเยี่ยนั่งพิงพนัก ขากางเกงผ้าแพรทั้งสองข้างถูกร่นขึ้นไปจนถึงเหนือเข่า เผยให้เห็นขาทั้งสองข้างที่เคยควบอาชาศึกผ่านสมรภูมิ ทว่าบัดนี้กลับลีบและซีดขาวจนเห็นเส้นเลือดสีม่วงคล้ำคดเคี้ยวอยู่ใต้ชั้นผิวหนัง ผิวเนื้อเย็นเฉียบ ไร้การตอบสนองต่อสิ่งใดเสิ่นอวี้ชิงในชุดรัดกุมคล่องตัวรวบผมขึ้นเป็นมวยสูง เผยให้เห็นลำคอที่มีรอยแผลตกสะเก็ดจากคมกระบี่ของเขา ใบหน้างดงามปราศจากเครื่องประทินโฉม มีเพียงเม็ดเหงื่อผุดซึมตรงไรผมจากไอร้อนของเตาต้มยานางถือมีดพกเล่มเล็กสีเงินวาววับ อังผ่านเปลวไฟจากตะเกียงน้ำมันเพื่อฆ่าเชื้ออย่างใจเย็นเซียวเยี่ยปรายตามองใบมีด แววตายังคงฉายความระแวงไม่คลาย“เจ้าจะทำอะไร”“เจาะเอาเลือดพิษที่จับตัวเป็นลิ่มแข็งข้างในออกมา”เสิ่นอวี้ชิงตอบเสียงเรียบ ไม่แม้แต่จะเงยหน้าสบตา“พิษเหมันต์กลืนกระดูกแช่แข็งเส้นเลือดจนตีบตัน ถ้าไม่เปิดทางให้เลือดเสียระบายออก ต่อให้แช่โอสถเพลิง

  • ไหนว่าเกลียดข้า ไยท่านอ๋องไม่ยอมหย่า!   บทที่ 8

    บทที่ 8ในห้องหนังสืออันเงียบสงัด ความตึงเครียดที่คุกรุ่นอยู่ตลอดทั้งวันยังคงไม่จางหายแสงจันทร์สลัวลอดผ่านม่านหน้าต่างเข้ามาทาบทับร่างสูงใหญ่บนรถเข็นไม้ ขับเน้นให้เห็นร่องรอยความโดดเดี่ยวและทรุดโทรมของอดีตแม่ทัพใหญ่เซียวเยี่ยทอดสายตาดุดัน จ้องมองกล่องไม้แกะสลักลวดลายประณีตที่พ่อบ้านหลี่เพิ่งนำมาวางลงบนโต๊ะหนังสือเบื้องหน้าอย่างระมัดระวัง“ท่านอ๋องขอรับ...”พ่อบ้านหลี่ค้อมกายลงต่ำ น้ำเสียงแฝงความกังวลระคนเห็นใจ“คนสนิทของคุณหนูใหญ่ลอบนำสิ่งนี้มาส่งที่ประตูด้านหลัง แจ้งว่าเป็นจดหมายที่นางแอบเขียนฝากมาให้ท่านอ๋องขอรับ”ได้ยินชื่อนั้น หัวใจที่ด้านชาของอดีตแม่ทัพพลันกระตุกวูบมือหนาที่เคยกร้านศึกเอื้อมไปเปิดฝากล่องออกอย่างช้าๆ ด้านในมีผ้าเช็ดหน้าสีขาวบริสุทธิ์ปักลายเป็ดแมนดารินคู่ที่คุ้นตา กลิ่นหอมจางๆ ของดอกหลิวที่นางโปรดปรานยังคงอบอวล ทว่าบนผืนผ้ากลับมีรอยคราบน้ำตาแห้งกรังเป็นวงกว้าง แนบมาพร้อมกับแผ่นกระดาษจดหมายบางเบาหนึ่งฉบับเซียวเยี่ยคลี่กระดาษออกอ่านด้วยมือที่เริ่มสั่นเทา ลายมืออ่อนช้อยคุ้นตาของเสิ่นรั่วหลานปรากฏสู่สายตา‘พี่เซียวเยี่ยของรั่วหลาน...นับตั้งแต่วันที่ท่านบาดเจ็บกลับ

  • ไหนว่าเกลียดข้า ไยท่านอ๋องไม่ยอมหย่า!   บทที่ 7

    บทที่ 7หลังจากสั่งสอนสาวใช้ทั้งสองจนเข็ดหลาบ เรือนชิงเหยาก็เปลี่ยนสภาพจากเรือนร้างทรุดโทรม กลายเป็นที่พักแสนสบายในพริบตาเตาผิงมุมห้องถูกเติมด้วยถ่านไร้ควันชั้นดี ส่งไออุ่นขับไล่ลมหนาวนอกหน้าต่างจนหมดสิ้น ฟูกหนานุ่มและผ้าห่มขนสัตว์สะอาดเอี่ยมถูกนำมาปูลาดบนเตียงอย่างประณีต บนโต๊ะอาหารมีทั้งไก่ตุ๋นยาจีนส่งควันกรุ่น และหมูสามชั้นผัดซอสรสเข้มข้นวางเรียงรายเสิ่นอวี้ชิงนั่งคีบเนื้อเข้าปากพลางจิบชาร้อนอย่างสบายอารมณ์ส่วนชุ่ยเอ๋อร์กับหวังมามา ทั้งสองยืนตัวลีบ หลุบตาต่ำอยู่ตรงมุมเสา รอยเล็บและคราบเลือดบนใบหน้าเริ่มแห้งกรัง ทว่าพวกนางไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง เพียงแค่เสิ่นอวี้ชิงปรายตามองมา ทั้งคู่ก็สะดุ้งสุดตัว ขาสั่นระริกด้วยความหวาดผวา กลัวว่าพิษในร่างจะกำเริบขึ้นมาอีกครา“พวกเจ้าออกไปเฝ้าข้างนอก ใครแอบมาแถวนี้ก็หาทางไล่ไปให้หมด”เสิ่นอวี้ชิงวางตะเกียบลงแล้วเอ่ยสั่งเสียงเรียบ“จะ... เจ้าค่ะพระชายา!”สองสาวใช้รีบย่อกายรับคำอย่างลนลาน แทบจะคลานถอยหลังออกจากห้อง แล้วดึงบานประตูปิดให้อย่างเบามือที่สุด ราวกับกลัวจะรบกวนเวลาพักผ่อนของนางพญามารเมื่อความเงียบสงบกลับคืนมา เสิ่นอวี้ชิงจึงลุกขึ้นเดิน

  • ไหนว่าเกลียดข้า ไยท่านอ๋องไม่ยอมหย่า!   บทที่ 6

    บทที่ 6แสงแรกของวันใหม่เริ่มขับไล่ความมืดมิด ทว่าความเยียบเย็นในห้องหอยังคงไม่จางหายเซียวเยี่ยปรายตามองเสิ่นอวี้ชิงที่ยืนจัดระเบียบเสื้อผ้าของตนเองอย่างไม่สะทกสะท้าน แม้เขาจะยอมรับข้อตกลงแลกเปลี่ยนชีวิต ทว่าความชิงชังที่หยั่งรากลึกกลับมิได้ลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อยในสายตาของเขา นางยังคงเป็นสตรีละโมบที่ทำลายชีวิตของเสิ่นรั่วหลาน และเป็นเพียงเบี้ยไร้ค่าที่เขาเก็บไว้ใช้รักษาขาเท่านั้น“พ่อบ้านหลี่!”เสียงตวาดกร้าวของเยี่ยอ๋องดังก้องออกไปนอกห้องประตูหนาหนักถูกผลักเปิดออกทันที พ่อบ้านชราพร้อมคนรับใช้ร่างกำยำสองคนก้าวเข้ามารอรับคำสั่งอย่างนอบน้อม ทว่าสายตาที่เหลือบมองเสิ่นอวี้ชิงยังคงเต็มไปด้วยความเหยียดหยามอย่างเปิดเผย“พานางออกไปจากเรือนหลักของข้า” เซียวเยี่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา “พาไปขังไว้ที่เรือนชิงเหยาท้ายจวน หากไม่ได้รับอนุญาตจากเปิ่นหวาง ห้ามนางก้าวออกจากเขตเรือนแม้แต่ก้าวเดียว!”เรือนชิงเหยา... แท้จริงแล้วคือเรือนร้างที่ทรุดโทรมที่สุดในจวนอ๋อง ไร้คนเหลียวแลมานานนับสิบปี ผนังไม้ผุพัง ลมหนาวพัดกรรโชกผ่านรอยแยกตลอดเวลา ซ้ำร้ายยังอยู่ติดกับสุสานเก่าท้ายจวนการส่งพระชายาเอกที่เพิ่งแต่ง

  • ไหนว่าเกลียดข้า ไยท่านอ๋องไม่ยอมหย่า!   บทที่ 5

    บทที่ 5กลิ่นคาวเลือดสีดำที่คลุ้งไปทั่วห้อง ค่อยๆ ถูกสายลมหนาวที่พัดลอดรอยแยกหน้าต่างพัดพาให้เจือจางลง ทว่าบรรยากาศระหว่างคนทั้งสองกลับยิ่งทวีความอึดอัดและตึงเครียดหนักหน่วงยิ่งกว่าเดิมแสงตะเกียงน้ำมันริบหรี่สะท้อนเงาทึมเทาของคนทั้งคู่ลงบนผนังหิน ราวกับซากปรักหักพังหลังผ่านพ้นสงครามเซียวเยี่ยทอดกายพิงพนักรถเข็น ลมหายใจที่เคยขาดห้วงเริ่มกลับคืนสู่จังหวะสม่ำเสมอ ความเจ็บปวดเสียดแทงราวกับกระดูกในอกถูกบดขยี้ทุเลาลงจนน่าประหลาด แม้เรี่ยวแรงจะฟื้นคืนมาไม่ถึงสามส่วน แต่เขาสัมผัสได้ชัดเจนว่าเส้นชีพจรที่เคยถูกความเย็นยะเยือกแช่แข็ง บัดนี้เริ่มมีไออุ่นแผ่วเบาไหลเวียน ชุบชีวิตที่เกือบมอดดับให้ฟื้นคืนมาอีกครั้งสายตาคมกริบของอดีตแม่ทัพตวัดขึ้นมองสตรีตรงหน้า...แววตาคู่นั้นมิได้มีเพียงเพลิงแค้นอีกต่อไป หากแต่เต็มไปด้วยความเคลือบแคลงสงสัยอย่างถึงที่สุดเบื้องหน้าของเขา เสิ่นอวี้ชิงมิได้แสดงท่าทีหวั่นไหวต่อรังสีสังหารที่ยังคงอบอวล นางหยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดขึ้นมาซับคราบเลือดตรงลำคอขาวที่เขาฝากแผลไว้ด้วยคมกระบี่อย่างใจเย็น หยาดเลือดสีชาดซึมเปรอะเนื้อผ้า ก่อนที่นางจะบรรจงจัดเก็บเข็มเงินเข้าสู่ปลอก

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status