Share

บทที่ 8

last update Tanggal publikasi: 2026-10-19 20:47:58

บทที่ 8

ในห้องหนังสืออันเงียบสงัด ความตึงเครียดที่คุกรุ่นอยู่ตลอดทั้งวันยังคงไม่จางหาย

แสงจันทร์สลัวลอดผ่านม่านหน้าต่างเข้ามาทาบทับร่างสูงใหญ่บนรถเข็นไม้ ขับเน้นให้เห็นร่องรอยความโดดเดี่ยวและทรุดโทรมของอดีตแม่ทัพใหญ่

เซียวเยี่ยทอดสายตาดุดัน จ้องมองกล่องไม้แกะสลักลวดลายประณีตที่พ่อบ้านหลี่เพิ่งนำมาวางลงบนโต๊ะหนังสือเบื้องหน้าอย่างระมัดระวัง

“ท่านอ๋องขอรับ...”

พ่อบ้านหลี่ค้อมกายลงต่ำ น้ำเสียงแฝงความกังวลระคนเห็นใจ

“คนสนิทของคุณหนูใหญ่ลอบนำสิ่งนี้มาส่งที่ประตูด้านหลัง แจ้งว่าเป็นจดหมายที่นางแอบเขียนฝากมาให้ท่านอ๋องขอรับ”

ได้ยินชื่อนั้น หัวใจที่ด้านชาของอดีตแม่ทัพพลันกระตุกวูบ

มือหนาที่เคยกร้านศึกเอื้อมไปเปิดฝากล่องออกอย่างช้าๆ ด้านในมีผ้าเช็ดหน้าสีขาวบริสุทธิ์ปักลายเป็ดแมนดารินคู่ที่คุ้นตา กลิ่นหอมจางๆ ของดอกหลิวที่นางโปรดปรานยังคงอบอวล ทว่าบนผืนผ้ากลับมีรอยคราบน้ำตาแห้งกรังเป็นวงกว้าง แนบมาพร้อมกับแผ่นกระดาษจดหมายบางเบาหนึ่งฉบับ

เซียวเยี่ยคลี่กระดาษออกอ่านด้วยมือที่เริ่มสั่นเทา ลายมืออ่อนช้อยคุ้นตาของเสิ่นรั่วหลานปรากฏสู่สายตา

‘พี่เซียวเยี่ยของรั่วหลาน...

นับตั้งแต่วันที่ท่านบาดเจ็บกลับมา หัวใจของข้าก็แหลกสลายไม่ต่างจากตายทั้งเป็น ข้าอยากไปคอยปรนนิบัติ คอยดูแลท่านที่ข้างเตียง อยากป้อนข้าวป้อนน้ำเคียงข้างท่านดั่งที่เคยให้สัญญาไว้ แต่ท่านพ่อกับท่านแม่กลับสั่งกักบริเวณ ไม่ยอมให้ข้าก้าวเท้าออกจากเรือนแม้แต่ก้าวเดียว

น้องรอง... นางใจร้ายเหลือเกิน นางรู้ว่าท่านพ่ออยากเกี่ยวดองกับจวนอ๋อง จึงเอาเรื่องที่ท่านบาดเจ็บจนเดินไม่ได้มาบีบให้ข้าถอย แล้วแย่งชิงสัญญาหมั้นหมายขึ้นเกี้ยวไปแทนข้า ซ้ำร้าย ตอนนี้องค์รัชทายาทก็ส่งคนมาทาบทามสู่ขอข้าไม่เว้นแต่ละวัน ข้าถูกผู้ใหญ่บีบจนแทบไม่มีทางออก หากข้าขัดขืน ตระกูลเสิ่นคงเดือดร้อนกันหมด...

พี่เซียวเยี่ย รั่วหลานขอโทษที่ไม่อาจเคียงข้างท่านได้ ชาตินี้เราคงไร้วาสนาต่อกัน แต่ขอให้ท่านรู้ไว้ ผ้าเช็ดหน้านี้เปื้อนน้ำตาทุกหยดที่ข้าคิดถึงท่าน ได้โปรดดูแลตัวเองและรักษาตัวให้หายดีนะเจ้าคะ...’

มือหนาขยำแผ่นกระดาษในมือจนยับย่นคากำปั้นแน่น!

เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ดวงตาคมกริบแดงก่ำด้วยเพลิงโทสะและความเจ็บปวดรวดร้าวที่แล่นพล่านในอก

ภาพของเสิ่นรั่วหลานที่ร้องไห้จนตัวโยน ร่างบอบบางที่ถูกคนในบ้านบงการ และกำลังจะถูกผลักไสให้แต่งเข้าวังไปกับองค์รัชทายาทแล่นเข้ามาในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า

นางช่างเปราะบางและน่าทะนุถนอมถึงเพียงนั้น แต่กลับต้องมารับเคราะห์กรรมและตรอมใจจนแทบสิ้นชีพ... ทั้งหมดเป็นเพราะความทะเยอทะยานและจิตใจที่อำมหิตของเสิ่นอวี้ชิง!

ยิ่งนึกถึงใบหน้างดงามที่นิ่งเฉย แววตาหยิ่งยโสไม่เกรงกลัวความตายของเสิ่นอวี้ชิงยามที่เอาเทียบยามาวางกระแทกตรงหน้าเขาเมื่อช่วงบ่าย เขาก็ยิ่งชิงชังนางเข้ากระดูกดำ

‘นังตัวดี... รั่วหลานต้องร้องไห้จนแทบขาดใจ แต่เจ้ากลับลอยหน้าลอยตาอยู่ในจวนของข้าอย่างสบายใจงั้นรึ!’

“มู่เฟิง!”

เซียวเยี่ยตวาดสั่งเสียงต่ำ ทรงอำนาจและเย็นเยียบ

พรึ่บ!

เงาร่างสีดำสายหนึ่งทิ้งตัวลงมาจากขื่อห้อง คุกเข่าลงเบื้องหน้ารถเข็นอย่างไร้สุ้มเสียง ชายหนุ่มในชุดรัดกุมสีดำสนิทคือหัวหน้าองครักษ์เงาผู้ภักดีที่สุดของเขา

“พ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง”

“ส่งคนของเจ้าไปล้อมเรือนชิงเหยาไว้”

เซียวเยี่ยสั่งด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม

“จับตาดูเสิ่นอวี้ชิงไว้ทุกฝีก้าว ห้ามนางแอบติดต่อกับคนภายนอกเด็ดขาด ถ้านางคิดจะหนี... ให้หักขาทั้งสองข้างของนางเสีย!”

“รับคำสั่งพ่ะย่ะค่ะ!”

“แล้วก็จำไว้...”

เซียวเยี่ยก้มลงมองขาทั้งสองข้างของตนเองที่ยังคงไร้ความรู้สึก แววตาฉายประกายเคียดแค้น

“ปล่อยให้นางรักษาขาข้าไปก่อน รอวันที่ข้าลุกขึ้นยืนได้เมื่อใด... หนี้แค้นทั้งหมดที่นางทำไว้กับรั่วหลาน ข้าจะเป็นคนลงมือสะสางด้วยมือของข้าเอง!”

เขาจะทำให้เสิ่นอวี้ชิงได้รู้ซึ้งถึงความทรมาน... ให้สาสมกับน้ำตาทุกหยดที่เสิ่นรั่วหลานต้องหลั่ง!

ณ เรือนชิงเหยา ท้ายจวน

ค่ำคืนนี้ แสงจันทร์สาดส่องกระทบลานหน้าเรือนชิงเหยาที่เงียบสงัด

บนกิ่งไม้ใหญ่และแนวหลังคากระเบื้องมีเสียงลมหายใจแผ่วเบาที่พยายามซ่อนตัวอยู่ใต้เงามืด เสิ่นอวี้ชิงที่กำลังนั่งคัดแยกสมุนไพรในกระจาดสานเหลือบสายตามองออกไปนอกหน้าต่างเพียงเสี้ยววินาที

‘องครักษ์เงา? ส่งมาเฝ้ากันถึงสามคนเชียว’

มุมปากบางยกยิ้มหยัน นางจับสัมผัสลมปราณได้ตั้งแต่พวกนั้นก้าวเท้าขึ้นหลังคาแล้ว แต่มีหรือที่นางจะใส่ใจ?

นางไม่ได้คิดจะหนีไปไหนอยู่แล้ว ตราบใดที่ยังไม่ได้ของมีค่าตามที่ต้องการ และยังไม่ได้พาตัวท่านแม่ออกมาจากขุมนรกตระกูลเสิ่น จวนอ๋องแห่งนี้ก็คือเกราะกำบังชั้นยอดของนาง

“พระ... พระชายาเจ้าคะ”

ชุ่ยเอ๋อร์เดินก้มหน้า ตัวสั่นงันงกเข้ามารายงานด้วยความหวาดผวา

“บ่าวให้คนงานยกกระทะทองแดงใบใหญ่กับฟืนมาตั้งไว้ที่ลานหลังเรือนตามที่ท่านสั่งเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ”

“ดีมาก”

เสิ่นอวี้ชิงลุกขึ้นยืน ปัดเศษผงยาบนกระโปรงเบาๆ แววตาคู่คมทอประกายเด็ดเดี่ยว

“พรุ่งนี้เช้า ไปเบิกสมุนไพรจากคลังของท่านอ๋องมาให้ครบ...”

นางปรายตามองไปทางเรือนหลัก รอยยิ้มเย็นเยียบผุดขึ้นที่มุมปาก

“ถึงเวลาที่ข้าจะเริ่ม ‘เคี่ยวยา’ ให้ท่านอ๋องผู้สูงส่งได้ลิ้มรสความเจ็บปวดเสียที!”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ไหนว่าเกลียดข้า ไยท่านอ๋องไม่ยอมหย่า!   บทที่ 8

    บทที่ 8ในห้องหนังสืออันเงียบสงัด ความตึงเครียดที่คุกรุ่นอยู่ตลอดทั้งวันยังคงไม่จางหายแสงจันทร์สลัวลอดผ่านม่านหน้าต่างเข้ามาทาบทับร่างสูงใหญ่บนรถเข็นไม้ ขับเน้นให้เห็นร่องรอยความโดดเดี่ยวและทรุดโทรมของอดีตแม่ทัพใหญ่เซียวเยี่ยทอดสายตาดุดัน จ้องมองกล่องไม้แกะสลักลวดลายประณีตที่พ่อบ้านหลี่เพิ่งนำมาวางลงบนโต๊ะหนังสือเบื้องหน้าอย่างระมัดระวัง“ท่านอ๋องขอรับ...”พ่อบ้านหลี่ค้อมกายลงต่ำ น้ำเสียงแฝงความกังวลระคนเห็นใจ“คนสนิทของคุณหนูใหญ่ลอบนำสิ่งนี้มาส่งที่ประตูด้านหลัง แจ้งว่าเป็นจดหมายที่นางแอบเขียนฝากมาให้ท่านอ๋องขอรับ”ได้ยินชื่อนั้น หัวใจที่ด้านชาของอดีตแม่ทัพพลันกระตุกวูบมือหนาที่เคยกร้านศึกเอื้อมไปเปิดฝากล่องออกอย่างช้าๆ ด้านในมีผ้าเช็ดหน้าสีขาวบริสุทธิ์ปักลายเป็ดแมนดารินคู่ที่คุ้นตา กลิ่นหอมจางๆ ของดอกหลิวที่นางโปรดปรานยังคงอบอวล ทว่าบนผืนผ้ากลับมีรอยคราบน้ำตาแห้งกรังเป็นวงกว้าง แนบมาพร้อมกับแผ่นกระดาษจดหมายบางเบาหนึ่งฉบับเซียวเยี่ยคลี่กระดาษออกอ่านด้วยมือที่เริ่มสั่นเทา ลายมืออ่อนช้อยคุ้นตาของเสิ่นรั่วหลานปรากฏสู่สายตา‘พี่เซียวเยี่ยของรั่วหลาน...นับตั้งแต่วันที่ท่านบาดเจ็บกลับ

  • ไหนว่าเกลียดข้า ไยท่านอ๋องไม่ยอมหย่า!   บทที่ 7

    บทที่ 7หลังจากสั่งสอนสาวใช้ทั้งสองจนเข็ดหลาบ เรือนชิงเหยาก็เปลี่ยนสภาพจากเรือนร้างทรุดโทรม กลายเป็นที่พักแสนสบายในพริบตาเตาผิงมุมห้องถูกเติมด้วยถ่านไร้ควันชั้นดี ส่งไออุ่นขับไล่ลมหนาวนอกหน้าต่างจนหมดสิ้น ฟูกหนานุ่มและผ้าห่มขนสัตว์สะอาดเอี่ยมถูกนำมาปูลาดบนเตียงอย่างประณีต บนโต๊ะอาหารมีทั้งไก่ตุ๋นยาจีนส่งควันกรุ่น และหมูสามชั้นผัดซอสรสเข้มข้นวางเรียงรายเสิ่นอวี้ชิงนั่งคีบเนื้อเข้าปากพลางจิบชาร้อนอย่างสบายอารมณ์ส่วนชุ่ยเอ๋อร์กับหวังมามา ทั้งสองยืนตัวลีบ หลุบตาต่ำอยู่ตรงมุมเสา รอยเล็บและคราบเลือดบนใบหน้าเริ่มแห้งกรัง ทว่าพวกนางไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง เพียงแค่เสิ่นอวี้ชิงปรายตามองมา ทั้งคู่ก็สะดุ้งสุดตัว ขาสั่นระริกด้วยความหวาดผวา กลัวว่าพิษในร่างจะกำเริบขึ้นมาอีกครา“พวกเจ้าออกไปเฝ้าข้างนอก ใครแอบมาแถวนี้ก็หาทางไล่ไปให้หมด”เสิ่นอวี้ชิงวางตะเกียบลงแล้วเอ่ยสั่งเสียงเรียบ“จะ... เจ้าค่ะพระชายา!”สองสาวใช้รีบย่อกายรับคำอย่างลนลาน แทบจะคลานถอยหลังออกจากห้อง แล้วดึงบานประตูปิดให้อย่างเบามือที่สุด ราวกับกลัวจะรบกวนเวลาพักผ่อนของนางพญามารเมื่อความเงียบสงบกลับคืนมา เสิ่นอวี้ชิงจึงลุกขึ้นเดิน

  • ไหนว่าเกลียดข้า ไยท่านอ๋องไม่ยอมหย่า!   บทที่ 6

    บทที่ 6แสงแรกของวันใหม่เริ่มขับไล่ความมืดมิด ทว่าความเยียบเย็นในห้องหอยังคงไม่จางหายเซียวเยี่ยปรายตามองเสิ่นอวี้ชิงที่ยืนจัดระเบียบเสื้อผ้าของตนเองอย่างไม่สะทกสะท้าน แม้เขาจะยอมรับข้อตกลงแลกเปลี่ยนชีวิต ทว่าความชิงชังที่หยั่งรากลึกกลับมิได้ลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อยในสายตาของเขา นางยังคงเป็นสตรีละโมบที่ทำลายชีวิตของเสิ่นรั่วหลาน และเป็นเพียงเบี้ยไร้ค่าที่เขาเก็บไว้ใช้รักษาขาเท่านั้น“พ่อบ้านหลี่!”เสียงตวาดกร้าวของเยี่ยอ๋องดังก้องออกไปนอกห้องประตูหนาหนักถูกผลักเปิดออกทันที พ่อบ้านชราพร้อมคนรับใช้ร่างกำยำสองคนก้าวเข้ามารอรับคำสั่งอย่างนอบน้อม ทว่าสายตาที่เหลือบมองเสิ่นอวี้ชิงยังคงเต็มไปด้วยความเหยียดหยามอย่างเปิดเผย“พานางออกไปจากเรือนหลักของข้า” เซียวเยี่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา “พาไปขังไว้ที่เรือนชิงเหยาท้ายจวน หากไม่ได้รับอนุญาตจากเปิ่นหวาง ห้ามนางก้าวออกจากเขตเรือนแม้แต่ก้าวเดียว!”เรือนชิงเหยา... แท้จริงแล้วคือเรือนร้างที่ทรุดโทรมที่สุดในจวนอ๋อง ไร้คนเหลียวแลมานานนับสิบปี ผนังไม้ผุพัง ลมหนาวพัดกรรโชกผ่านรอยแยกตลอดเวลา ซ้ำร้ายยังอยู่ติดกับสุสานเก่าท้ายจวนการส่งพระชายาเอกที่เพิ่งแต่ง

  • ไหนว่าเกลียดข้า ไยท่านอ๋องไม่ยอมหย่า!   บทที่ 5

    บทที่ 5กลิ่นคาวเลือดสีดำที่คลุ้งไปทั่วห้อง ค่อยๆ ถูกสายลมหนาวที่พัดลอดรอยแยกหน้าต่างพัดพาให้เจือจางลง ทว่าบรรยากาศระหว่างคนทั้งสองกลับยิ่งทวีความอึดอัดและตึงเครียดหนักหน่วงยิ่งกว่าเดิมแสงตะเกียงน้ำมันริบหรี่สะท้อนเงาทึมเทาของคนทั้งคู่ลงบนผนังหิน ราวกับซากปรักหักพังหลังผ่านพ้นสงครามเซียวเยี่ยทอดกายพิงพนักรถเข็น ลมหายใจที่เคยขาดห้วงเริ่มกลับคืนสู่จังหวะสม่ำเสมอ ความเจ็บปวดเสียดแทงราวกับกระดูกในอกถูกบดขยี้ทุเลาลงจนน่าประหลาด แม้เรี่ยวแรงจะฟื้นคืนมาไม่ถึงสามส่วน แต่เขาสัมผัสได้ชัดเจนว่าเส้นชีพจรที่เคยถูกความเย็นยะเยือกแช่แข็ง บัดนี้เริ่มมีไออุ่นแผ่วเบาไหลเวียน ชุบชีวิตที่เกือบมอดดับให้ฟื้นคืนมาอีกครั้งสายตาคมกริบของอดีตแม่ทัพตวัดขึ้นมองสตรีตรงหน้า...แววตาคู่นั้นมิได้มีเพียงเพลิงแค้นอีกต่อไป หากแต่เต็มไปด้วยความเคลือบแคลงสงสัยอย่างถึงที่สุดเบื้องหน้าของเขา เสิ่นอวี้ชิงมิได้แสดงท่าทีหวั่นไหวต่อรังสีสังหารที่ยังคงอบอวล นางหยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดขึ้นมาซับคราบเลือดตรงลำคอขาวที่เขาฝากแผลไว้ด้วยคมกระบี่อย่างใจเย็น หยาดเลือดสีชาดซึมเปรอะเนื้อผ้า ก่อนที่นางจะบรรจงจัดเก็บเข็มเงินเข้าสู่ปลอก

  • ไหนว่าเกลียดข้า ไยท่านอ๋องไม่ยอมหย่า!   บทที่ 4

    บทที่ 4ยังไม่ทันที่ปลายกระบี่จะได้กดลึกลงไปมากกว่านั้น มือหนาที่เคยกุมด้ามอาวุธไว้มั่นคงพลันสั่นระริกอย่างควบคุมไม่ได้กึก... กึก...เสียงฟันของเซียวเยี่ยกระทบกันดังก้องท่ามกลางความเงียบสงัด เส้นเลือดฝอยในดวงตาที่เคยแดงก่ำพลันหดเกร็ง ผิวแก้มที่ซีดขาวแปรเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำในชั่วพริบตา ไอเย็นยะเยียบแผ่ออกมาจากทั่วร่าง จนเกล็ดน้ำแข็งสีขาวเริ่มเกาะจับตามไรผมและคิ้วเข้ม“อึก...!”เสียงคำรามต่ำในลำคอดังขึ้นอย่างทรมาน กระบี่เล่มหนักร่วงหลุดจากมือ กระแทกลงบนพื้นหินอ่อนเสียงดังสนั่น‘พิษเหมันต์กลืนกระดูก’ ที่หลับใหลอยู่ในเส้นชีพจรมานานแรมเดือน ถูกโทสะที่พุ่งพล่านกระตุ้นจนระเบิดออกอย่างฉับพลัน!ร่างสูงใหญ่บนรถเข็นแอ่นเกร็ง กล้ามเนื้อทุกมัดบิดกระตุกด้วยความเจ็บปวดเจียนจะขาดใจ สองมือยกขึ้นกุมแผงอกข้างซ้ายแน่นจนเล็บจิกทะลุเนื้อผ้า ก่อนที่เขาจะทนไม่ไหว พ่นเลือดเสียสีดำข้นคลั่กส่งกลิ่นคาวคละคลุ้งออกมาเต็มพื้นห้อง!เลือดดำหยดแล้วหยดเล่าเปรอะเปื้อนลงบนชายกระโปรงสีแดงมงคลของเสิ่นอวี้ชิง ร่างของอดีตแม่ทัพซวนเซจนแทบจะร่วงจากรถเข็น ลมหายใจขาดห้วง ชีพจรเต้นแผ่วรัวจนแทบจับจังหวะไม่ได้หากปล่อยไว้เช่นนี้

  • ไหนว่าเกลียดข้า ไยท่านอ๋องไม่ยอมหย่า!   บทที่ 3

    บทที่ 3ภายในห้องหออันกว้างใหญ่ ไร้แม้เงาของแสงเทียนมงคลสีแดงมีเพียงเปลวไฟจากตะเกียงน้ำมันดวงเล็กตรงมุมห้องที่ไหวริบหรี่ตามรอยแยกของบานหน้าต่าง ทอดเงาดำทะมึนบนผนังหินจนชวนอึดอัด กลิ่นหอมของแป้งผัดหน้าเจ้าสาวที่ควรจะอบอวล กลับถูกกลบมิดด้วยกลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นขมปร่าของยาต้มเข้มข้นที่สะสมมานานนับเดือน... บ่งบอกถึงสภาพร่างกายของผู้เป็นเจ้าของห้องได้เป็นอย่างดีครืด... ครืด...เสียงล้อไม้บดลงบนพื้นหินอย่างเชื่องช้า เยือกเย็น และหนักหน่วงท่ามกลางความเงียบสงัด ทุกจังหวะการหมุนของล้อไม้บดขยี้ความเงียบ ดังก้องราวกับเสียงนับถอยหลังของมัจจุราชที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้เสิ่นอวี้ชิงยังคงยืนนิ่งอยู่กลางห้อง ภายใต้ผ้าคลุมหน้าสีแดงสด นางสัมผัสได้ถึงไอสังหารเข้มข้นจนผิวเนื้อเย็นวาบ ลมหายใจของบุรุษเบื้องหน้าหนักหน่วงและขาดห้วง แฝงไปด้วยโทสะบ้าคลั่งที่อัดแน่นจนแทบระเบิด ราวกับสัตว์ร้ายที่บาดเจ็บและพร้อมจะฉีกกระชากทุกสิ่งให้แหลกคามือฟึ่บ!ประกายสีเงินวูบวาบผ่านสายตาไปในเสี้ยวพริบตา!แม้ช่วงล่างจะพิการไร้เรี่ยวแรง ทว่าวรยุทธ์และสัญชาตญาณของอดีตแม่ทัพใหญ่ยังคงเฉียบคม สายลมคมกริบตัดผ่านอากาศ ปลายกระ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status