تسجيل الدخولเพลิงตะวันแค่จะสั่งสอนคนใต้ร่าง เพราะเมื่อครู่เขากำลังโมโหและหน้ามืด เสื้อผ้าอาภรณ์ที่หลุดลุ่ย และร่างกายของเขาที่เปลือยเปล่าตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ ทำให้สิ่งที่คิดเอาไว้คราแรกเริ่มไม่เหมือนเดิม
ร่างเย้ายวนที่นอนหอบหายใจจนทรวงอกสะท้านอยู่ใต้ร่าง ทำให้เขาระงับใจไม่อยู่ มือหนาค่อยๆ เลื่อนไปสัมผัสกับพวงแก้มแดงเรื่อของวัยสาว
“อาเพลิง อย่ารุนแรงนะคะ หนูไม่เคย อื้อ...” พิมพ์ดาวตัวสั่นห้ามปรามอย่างหวาดหวั่น หนีไปไหนก็ไม่พ้น ติดอ้อมแขนของเขาที่กักเอาไว้อย่างคุกคาม
“อย่าอวดดีกับผู้ชายอีก” เหมือนจะเตือน แต่เพลิงตะวันกลับหักห้ามใจตัวเองไม่อยู่
ริมฝีปากจิ้มลิ้มถูกริมฝีปากร้อนบดคลึงลงมาอย่างอ่อนหวาน เพลิงตะวันรู้สึกร้อนวาบไปทั่วร่าง เรือนกายของเด็กสาววัยสิบแปดเย้ายวนจนเขาอดใจไม่ไหว
พิมพ์ดาวเกร็งตัวในคราแรกที่โดนบดจูบ แต่สัมผัสของอาหนุ่มไม่ได้รุนแรงจนต้องหวาดกลัวอย่างที่คิด กลับเรียกร้องให้เธอกระโจนตาม ความวาบหวามทำให้ร่างบางสั่นสะท้าน เธอค่อยๆ ผ่อนคลาย ปล่อยตัวปล่อยใจให้เขาแนบชิดลงมาอย่างเผลอไผล
เพลิงตะวันรู้สึกรุ่มร้อนไม่เป็นตัวของตัวเอง ร่างเกือบเปลือยหอมกรุ่นที่อ่อนระทวยปรือตามองเขาอยู่ใต้ร่างทำให้สุดจะหักห้ามใจ เขาดึงอาภรณ์ที่ยังค้างคาออกจากร่างขาวผ่องจนหมดสิ้น แนบกายร้อนระอุลงไปทาบทับกายบางสั่นระริก ริมฝีปากจุมพิตบางเบาคล้ายปลอบประโลมเหมือนปีกผีเสื้อโบยบิน
ไร้คำพูดโต้ตอบและถกเถียงกันอีก ต่างฝ่ายต่างเบียดร่างเข้าหากันแทบสนิทเป็นเนื้อเดียว ริมฝีปากอ่อนหวานถูกบดคลึงจนแดงเรื่อ ปากจิ้มลิ้มหอบสะท้านน่าเอ็นดู เพลิงตะวันเกลี่ยนิ้วโป้งคลึงเคล้าบางเบากับปากน้อยๆ ด้วยกิริยาอ่อนโยน เขามองสบตาปรือเยิ้มของเด็กสาว ลมหายใจสะดุดด้วยความปรารถนาที่ร้อนรุ่มเข้ามาในอก
เพลิงตะวันเริ่มจุมพิตเธออีกครั้งตั้งแต่หน้าผากนูนเกลี้ยงไร้ไฝฝ้า มือหนาปัดปอยหน้าม้าออกไปข้างๆ ผมทรงนี้ทำให้เธอดูอ่อนวัย ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนกำลังพรากผู้เยาว์ ทั้งๆ ที่เธออายุสิบแปดแล้ว
พอริมฝีปากร้อนรุ่มแนบลงมาอีกครั้ง เธอก็หลับตาพริ้ม รู้สึกร้อนวาบที่เปลือกตาทั้งสองข้าง ซ้ำๆ อยู่แบบนั้น ลมหายใจร้อนแรงของเขาเป่ารดหน้าเธอถนัดถนี่
จมูกเล็กถูกเขางับเล่นอย่างหยอกเย้า พิมพ์ดาวลืมตามองก็เจอกับดวงตาทรงเสน่ห์ของอาหนุ่ม เขาหอมแก้มกรุ่นซ้ายขวา เธอหลับตาพริ้มอีกครั้ง เผยอริมฝีปากเพราะนิ้วของเขาที่เกลี่ยอยู่กับปากจิ้มลิ้ม คล้ายกระตุ้นให้เธอตอบรับสัมผัสอันดูดดื่มของปากร้อนที่ประทับลงมา
“อื้มม...” ครางรับด้วยน้ำเสียงรัญจวนใจ
จากการทุ่มเถียงกลายเป็นบทพิศวาสที่ดึงดูดเข้าหากันได้อย่างประหลาด เพลิงตะวันซุกไซ้ใบหน้ากับซอกคอหอมกรุ่นของเด็กสาววัยกำดัด ยิ่งสัมผัสยิ่งหลงใหล ยิ่งจมเขาสู่วังวนเสน่หายากจะต้านทาน
“อาเพลิง...” พิมพ์ดาวครางเสียงระโหยเมื่อเขาดูดรวบยอดอกอิ่มของเธออย่างหน่วงหนัก กายด้านบนหยัดขึ้นเสนอให้เขาด้วยความเสียวซ่าน เสียงครวญคร่ำร่ำร้องดูจะเป็นการเรียกร้องให้เพลิงตะวันยิ่งสัมผัสกับปทุมถันงดงามของสาวน้อยมากยิ่งขึ้นไปอีก
“พิมพ์ดาว...” เพลิงตะวันครางเรียกชื่อสาวน้อยด้วยความความต้องการที่อัดแน่นอยู่ในกายแกร่ง ร่างกายของสาวน้อยหอมหวาน กรุ่นกลิ่นจรุงจิต ไม่ว่าจะสัมผัสสูดดมไปตรงส่วนใดก็ทำให้หัวใจของเขาปรารถนามากขึ้นเรื่อยๆ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด
ความปรารถนาแห่งบุรุษคุโชนผงาดกล้าอยู่ตรงหน้าขาแกร่ง พิมพ์ดาวยังคงหลงมัวเมากับสัมผัสแสนวาบหวามของเขาอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว
“อื้อ... อาเพลิง” กายสาวบิดเร่าด้วยความกระสันซ่าน ยิ่งเมื่อริมฝีปากเกลี่ยปลายลิ้นสากร้อนไปตามหน้าท้องเนียนละเอียด ยิ่งทำให้เธอแขม่วหน้าท้องอย่างรัญจวนใจ
เพลิงตะวันจ่อลิ้นกับสะดือบุ๋มน่ารัก พิมพ์ดาวดีดดิ้นไม่เป็นตัวของตัวเอง เธอรู้สึกทรมานแทบขาดใจ ลมหายใจเริ่มหอบโยนตามอารมณ์เสน่หาที่ได้รับ และเพียงแค่ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดที่เนินบุปผาชาติ ร่างเปลือยอ่อนหวานถึงกับแข็งทื่อด้วยความหวั่นไหวอย่างประหลาด
“อาเพลิง ตรงนั้น อื้อ...” พิมพ์ดาวจิกมือกับศีรษะของอาหนุ่ม ในขณะที่เธอทิ้งศีรษะกดลงกับหมอนแทบจมหายเมื่อเขาแยกขาเธอออกแล้วไซ้ปากเข้าไปลามเลียเนินสาวอันหอมกรุ่น
ลิ้นที่ไล้เลียประสานกับเสียงน้ำหวานที่ไหลรินรัญจวนใจและน่าอายนัก พิมพ์ดาวหน้าแดงจัด ผิวแก้มของเธอร้อนเห่อลามไปถึงใบหู ร่างกายของเธอก็เช่นกัน มันร้อนวูบวาบเหมือนคนกำลังจะเป็นไข้
“อาเพลิง หนูใจจะขาดแล้วค่ะ อย่าทรมานหนูอีกเลยนะคะ” พิมพ์ดาวเว้าวอนด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า ยิ่งเมื่อเขาลามเลียกลีบกายสาวหอมกรุ่นด้วยปลายลิ้นสากร้อนจนฉ่ำชื้น กลีบดอกไม้แสนสวยแรกแย้มที่ไม่เคยถูกภมรหนุ่มสัมผัสแตะต้องมาก่อนกำลังถูกคลี่ออกด้วยนิ้วแกร่ง ที่คอยเกลี่ยไล้สลับกับการดูดกลืนหยาดน้ำหวานไม่ยอมละห่าง เสียงร่ำร้องของพิมพ์ดาวยังดังต่อเนื่องทันทีที่นิ้วแกร่งค่อยๆ สอดแทรกเข้าสู่เรือนกายสาว เธอถอยสะโพกหนี รู้สึกถึงความอึดอัดเจ็บแปลบที่ฝังเข้ามาดังสิ่งแปลกปลอมที่ไม่คุ้นชิน
“เจ็บค่ะอาเพลิง หนูเจ็บ อ๊า...” เพลิงตะวันเลื่อนนิ้วแกร่งเข้าออกบางเบา เขากุมสะโพกงอนงามของสาวน้อยเอาไว้ ก่อนจะก้มใบหน้าลงแนบชิดตวัดไล้เลียกลีบกายสาวอย่างต่อเนื่อง เมื่อเขาไม่ขยับรุกเร้าเอาแต่ใจ แต่กลับปรนนิบัติให้เธอหลั่งรินหยาดน้ำหวานออกมาแทน
พิมพ์ดาวจึงทิ้งศีรษะลงบนหมอนใบโตอีกครั้ง เธอหอบหายใจร้อนแรงด้วยความรู้สึกทั้งเหนื่อย เสียวซ่านแปลกแยก หวั่นไหว หวาดกลัวและรัญจวน ความรู้สึกมากมายตีกันวุ่นวายไปหมดจนเธอไม่แน่ใจว่าความรู้สึกไหนมากกว่ากัน ความเจ็บแปลบที่ได้รับค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความซาบซ่านจนต้องเผยอริมฝีปากครวญครางออกมา ยิ่งหยาดน้ำหวานไหลซึมออกมามากเท่าไหร่ นิ้วของเขายิ่งแทรกสอดเข้าไปได้ล้ำลึกมากขึ้นไปอีก
เพลิงตะวันเชื่อว่านี่คือเรื่องจริง ใครๆ มักบอกว่าเด็กสาววัยขบเผาะนั้นหวานเลิศล้ำ ดั่งอาหารอันโอชะ คำพูดนั้นไม่ผิดไปเลยสักนิด เมื่อเขาได้เชยชิมพิมพ์ดาว
เขาไม่ใช่สุภาพบุรุษที่แสนดี ในเมื่อมีสาวน้อยมายั่วอารมณ์อยู่เช่นนี้ แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วเขาพร้อมยืดอกรับผิดชอบ เพราะเขาไม่ใช่พระอิฐพระปูน เป็นผู้ชายคนหนึ่งซึ่งมีความต้องการทางเพศไม่แตกต่างไปจากคนอื่นๆ อีกเหตุผลหนึ่งคือการอยากครอบครอง เขาหวั่นว่าเธอจะทำตามที่ปากพูดจริงๆ ทำอย่างไม่ตรึกตรองหรืออยากประชด เขาคงทนไม่ได้ถ้าจะมีผู้ชายคนไหนมาทำแบบนี้กับร่างกายของเธอ ต้องเป็นเขาคนเดียวและคนเดียวเท่านั้นที่สามารถทำแบบนี้กับเธอได้
“อื้อ...” พิมพ์ดาวหยัดกายขึ้นรับนิ้วที่ถอดถอนออกในคราแรกก่อนจะผลักดันเข้ามาใหม่ในกายเธอ ความเจ็บตึงเสียวซ่านปนเปกันจนเธอต้องสะบัดหน้าไปมาบนหมอน เพื่อบรรเทาความรู้สึกอันล้ำลึกที่ไม่เคยพานพบมาก่อนจวบจนบัดนี้
“อาจะพยายามไม่ทำให้เธอเจ็บ เด็กน้อยแสนหวาน...” นับว่าเป็นประโยคไม่กี่ประโยคที่เพลิงตะวันเอ่ยออกมา น้ำเสียงของเขาปลอบประโลมและมุ่งมั่น
พิมพ์ดาวผงกศีรษะขึ้นมองสบสายตาอันร้อนแรงทรงเสน่ห์คู่นั้นอย่างเลื่อนลอย หยาดเหงื่อไหลโซมไปทั่วใบหน้าและเรือนร่าง ยิ่งเขาขยับนิ้วเข้าออกมากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งไม่เป็นตัวของตัวเอง
“อาเพลิง หนู หนู” เธอไม่รู้จะบรรยายความรู้สึกที่ได้รับว่าอย่างไรดี ยิ่งเมื่อเขาก้มลงดูดปุ่มเกสรนารีสีหวาน เธอยิ่งตัวสั่นระริก แทบจะขาดใจ ได้แต่ร้องครางสะท้านไปทั่วเตียงกว้าง หยัดกายร่อนสะโพกให้เขาอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว ก่อนจะได้ยินเสียงหวีดร้องที่ฟังแทบไม่ได้ศัพท์ และเธอเพิ่งค้นพบว่ามันเป็นเสียงของเธอเอง เสียงหอบของเธอฟังดูเหน็ดเหนื่อยรุนแรง
หลังๆ มานี้พิมพ์ดาวยั่วยวนเขามากขึ้น แม้จะรู้งานขึ้นกว่าเมื่อหลายปีก่อน แต่พิมพ์ดาวก็ยังเป็นพิมพ์ดาวที่น่ารักสำหรับเขาเสมอ เธอรู้จักหลอกล่อให้เขาตามติด อยากเอาชนะและอยากครอบครอง สำหรับเขาและเธอการร่วมรักเป็นสิ่งที่วิเศษเสมอ ตลอดเวลาที่ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน นอกจากกิจกรรมอื่นๆ กิจกรรมอันเร่าร้อนระหว่างการเมคเลิฟคือความพิเศษที่ต่างรังสรรค์ขึ้นมา ตอบสนองความต้องการของกันและกันพิมพ์ดาวสบตากับสามีก่อนจะถลกชุดนอนซีทรูขึ้นมาถึงเอวคอดเธอแยกขาขาวผ่องออกจากกันก่อนจะใช้นิ้วปาดลูบกลีบกายสาวฉ่ำน้ำหวานแล้วยกนิ้วเล็กๆ น่ารักนั้นขึ้นมาตรงหน้าเขาเพลิงตะวันไม่ต้องเสียเวลาคิด เขาจับข้อมือเธอเอาไว้ก่อนจะก้มลงดูด สายตาสองคู่สบกัน พิมพ์ดาวร้องครางเสียงโหยเมื่อเรียวลิ้นของเขาทั้งดูดและตวัดลามเลียนิ้วของเธอจนบังเกิดความเสียวซ่าน“อาเพลิงขา...” เสียงหวานเชิญชวน แยกขาขึ้นขณะยังนั่งอยู่บนเก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง กระจกบานใหญ่ที่สามารถส่องได้ทั้งตัววางอยู่ตรงหน้าเพลิงตะวันคุกเข่าลงตรงหน้าภรรยา มือหนาจับกระชับที่ขาผ่อง ก่อนจะซุกหน้าลงดูดกลืนกลีบกายสาวฉ่ำน้ำหวานที่ผลิตไหลซึมออกมาต้อนรับลิ้นสากร้อนของเขาพิมพ์ดาวส
หลังจากมีบุตรสาวสามคนและล่วงเลยเข้าวัยต้องเรียนอนุบาล สองสามีภรรยาก็หยุดพักการผลิตลูกดูแลลูกสาวทั้งสามอย่างใกล้ชิดเพลิงตะวันปฏิเสธที่จะให้ลูกเข้าเรียนอนุบาล เขาคิดว่าการทำแบบนั้นเป็นการปล่อยเวลาทิ้งไปอย่างไร้ประโยชน์ ลูกเขาก็แค่ไปเล่นๆ เรียนเล็กๆ น้อยๆ นอนแล้วกลับบ้าน อาจจะมีสังคมเพราะมีเพื่อนเยอะ แต่เขาคิดว่าลูกชายลูกสาวพนักงานที่พามาที่โรงแรมและรีสอร์ทก็มีเยอะแยะ สังคมแบบนี้ลูกๆ ของเขาจะได้เจอคนหลากหลายแล้วเขาก็จะค่อยๆ สอนให้เรียนรู้มากกว่าเอาไปฝากไว้กับครูอนุบาลหรือเพื่อนในวัยเดียวกัน“โห... สอนลูกๆ เหรอคะพี่เพลิง” พราวตะวันเอ่ยแซวด้วยรอยยิ้ม เธอมีความสุขมากขึ้นเมื่อปล่อยวางอดีตและรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันได้พิมพ์ดาวยังเป็นเด็กสาวผู้น่ารักเสมอต้นเสมอปลาย และพี่ชายก็ยังเป็นพี่ชายที่ห่วงใยดูแลน้องสาวไม่เคยขาดเช่นกัน เธอขอแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว มีคนเคยถามเธอหลายคนว่าทำไมไม่แต่งงาน ทำไมไม่มีลูก เธอมีคำตอบในใจอยู่แล้วและไม่เคยยึดติดกับการแต่งงานมีครอบครัวและการมีลูก คนเราเมื่อตายไปแล้วก็เอาอะไรไปไม่ได้สักอย่าง ข้าวของเงินทอง ทรัพย์สมบัติมากมาย ถึงไม่มีลูกก็ยังมีหลานๆ ที่น่ารักถึงสา
“อาเพลิง หนูดาวเจ็บท้องจัง” พิมพ์ดาวเป่าลมออกจากปาก ใบหน้าชื้นไปด้วยเหงื่อเพลิงตะวันจับมือนิ่มเอาไว้โอบกอดร่างอวบอย่างห่วงใย“อดทนหน่อยนะ จะถึงโรงพยาบาลแล้วคนดี ไม่ต้องกลัวนะ อาอยู่นี่แล้ว ลูกพ่ออย่าทำให้แม่เจ็บมากนะครับ เดี๋ยวจะได้ออกมาลืมตาดูโลกแล้ว”เพลิงตะวันปลอบภรรยา ลูบหน้าท้องนูนๆ ไปมา ทารกน้อยในครรภ์ตอบสนองสัมผัสของบิดาจนหน้าท้องของมารดากระเพื่อม ภาพนั้นทำให้เพลิงตะวันตกตะลึง สิ่งมีชีวิตที่อยู่ในนี้คือลูกสาวตัวน้อยที่น่ารักของเขา“พ่อรักหนูนะครับ” เพลิงตะวันกระซิบบอกที่หน้าท้องนูน ก่อนจะจุมพิตที่หน้าผากนูนเกลี้ยงอย่างปลอบประโลม พิมพ์ดาวเหงื่อโซม เธอปวดท้องจนต้องกัดฟันพอรถเคลื่อนมาจอดหน้าโรงพยาบาล บุรุษพยาบาลก็รีบนำเตียงเข็นคนไข้เข้าห้องคลอด เพลิงตะวันตามติดไม่คลาดสายตา เขาบีบมือเธอเอาไว้ตลอดเวลา ช่วยลุ้นให้เธอเบ่งท้องคลอด“อืดด...” เสียงของพ่อกับแม่ประสานกันจนพยาบาลต้องอมยิ้ม ดูคุณพ่อจะเป็นกังวลมากกว่าคุณแม่ที่พยายามเบ่งสุดกำลังให้ลูกน้อยออกมาลืมตาดูโลกเพลิงตะวันลุ้นจนหน้าซีด คอยซับเหงื่อให้ภรรยาอย่างห่วงใย ถ้าเจ็บได้เขาอยากจะเจ็บแทนเธอ ยิ่งเห็นร่างเล็กโซมไปด้วยเหงื่อ หายใจ
“ถ้าอาเพลิงบอกหนูสักนิด ให้หนูได้รู้ว่าอีกชีวิตจากเราไป หนูจะได้ทำบุญให้เค้าไงคะ นะ... หนู ฮึกๆ ฮือๆๆ เป็นแม่ที่แย่มาก” แทนที่จะโทษคนอื่น พิมพ์ดาวกลับพูดออกมาเช่นนั้นแล้วร้องไห้ ยิ่งทำให้ทุกคนรู้สึกผิดเข้าไปอีก“อาขอโทษ” ในที่สุดเขาก็เปล่งคำพูดนี้ออกมา ยิ่งเห็นคนในอ้อมแขนร้องไห้หนักขึ้นเขายิ่งกอดกระชับร่างเล็กๆ นั้นเอาไว้แนบอก“เป็นเพราะหนูดาวใช่ไหมคะ อาเพลิงห่วงความรู้สึกหนูดาวเกินไป อาเพลิงไม่ต้องปกป้องหนูดาวขนาดนี้ก็ได้ ให้หนูดาวได้รับรู้ทุกเรื่องไม่ได้เหรอคะ หนูดาวอยากแบ่งรับความรู้สึกสุขทุกข์ที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ยืนอยู่บนโลกอีกโลกที่ทุกคนสร้างกำแพงเอาไว้ เค้าเป็นลูกของหนูดาวเหมือนกันนะคะ หนูดาวมีสิทธิ์รู้ว่าเขาอยู่หรือจากไป”พิมพ์ดาวร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่กับอกของเพลิงตะวัน ทุกคนร้องไห้ตามเงียบๆ มันเป็นช่วงเวลาที่รวดร้าวเมื่อคิดถึงการสูญเสียอีกครั้ง“อาขอโทษ อาห่วงหนูดาวที่สุดคนดี” เพลิงตะวันประคองแก้มนุ่มที่อาบด้วยน้ำตาแล้วเช็ดเบาๆ ด้วยนิ้วโป้งของเขา“เป็นความผิดของพราวเองนะคะ ทุกอย่างเป็นความผิดของพราวเอง” พราวตะวันร้องไห้เบาๆ อยู่กับสายหยุด แม้เธอจะไม่ใช่คนดีนัก แต่การมีส่วนสำคัญท
“ขอบคุณมากๆ นะคะ” พิมพ์ดาวไหว้ขอบคุณพราวตะวันเช่นเคย เพราะถือว่าอายุน้อยกว่า“ไม่ต้องไหว้หรอกจ้ะ มันดูห่างเหินเกินไป แล้วก็ไม่ต้องเกรงใจขนาดนั้นก็ได้ อะไรที่ทำให้หนูดาวได้ พี่ถือว่าเป็นการทำให้ผู้หญิงที่พี่เพลิงรักมีความสุขและพี่เพลิงก็จะมีความสุขไปด้วย”“ขอบใจนะพราว อะไรก็ตามที่ทำให้พราวมีความสุข นั่นคือสิ่งที่พี่จะทำเช่นกัน”พิมพ์ดาวยิ้มให้กับความรักของสองพี่น้อง เธอลูบหน้าท้องนูนๆ ของตัวเองไปมา การเป็นลูกคนเดียวนั้นหงอยเหงานัก ถ้าเธอสามารถท้องได้อีกและร่างกายพร้อม เธอจะมีลูกหลายๆ คน มีเสียงเด็กพูดคุย เสียงหัวเราะ เสียงหยอกล้อเล่นกัน มันคงดีพิลึก“นั่งยิ้มอะไรคนเดียวหนูดาว” เพลิงตะวันทรุดนั่งลงใกล้ๆ กับภรรยาสาว เขาเองก็ยกมือขึ้นลูบหน้าท้องของพิมพ์ดาวด้วยเช่นเดียวกัน“กำลังคิดว่าถ้าเรามีลูกหลายๆ คน บ้านของเราคงมีเสียงหัวเราะ เสียงเด็กเต็มไปหมดนะคะ”“คิดเหมือนอาเลย มีสักโหลดีไหม”“โอ้โห... หนูดาวจะคลอดไหวเหรอคะนี่”พราวตะวันฟังทั้งสองพูดแล้วตาโต ก่อนจะหัวเราะเสียงใส“ตอนนั้นหนูดาวคงกลายเป็นแม่หมูแน่ๆ เลยค่ะ ตอนนี้ก็อ้วนเอาอ้วนเอา อาเพลิงจะรังเกียจหนูดาวไหมคะ” พิมพ์ดาวถามอย่างสงสัยตามป
“อาเพลิงขนลุกด้วย” เธอลูบมือเล็กๆ ไปตามเรือนร่างของเขา“โดนเด็กหื่นลูบเอาลูบเอานี่นา”“อี๊!” เธอทำเสียงขึ้นจมูก ..คำก็เด็กหื่น สองคำก็เด็กหื่น เดี๋ยวเธอจะฟัดเขาให้จมเขี้ยวเลย“อื้อ...” เพลิงตะวันร้องครางเมื่อปลายลิ้นของเธอลากไปตามใบหน้าของเขา เธอลากปลายลิ้นเล็กๆ มาตามหน้าท้องแกร่ง ไล้เลียเส้นขนของเขาที่ทอดตัวลงไปเป็นทางหายเข้าไปในขอบกางเกง แล้วมือน้อยก็เริ่มดึงกางเกงนอนของเขาออก เขาจึงอำนวยความสะดวกโดยการยกสะโพกให้เธอถอดออกไปโดยง่าย“อาเพลิงอยู่ในชุดวันเกิดแล้ว คิกๆ”“ขี้โกงจัง หนูดาวก็น่าจะอยู่ในชุดวันเกิดด้วยสิ”“หนูดาวจะสำรวจอาเพลิงก่อนค่ะ” เธอมองเขาตาวาวเหมือนเด็กได้ของเล่นชิ้นโปรด“ทำยังกะอาเป็นตุ๊กตาอีกแล้วนะ”“เดี๋ยวนี้อาเพลิงกล้าหือกับหนูดาวเหรอคะ เอาใหญ่แล้วนะ” เธอทำเสียงเฉียบเขาได้ยินแล้วขำ เป็นใครไปไม่ได้ถ้าไม่ใช่นิดาเพื่อนรักตั้งแต่สมัยเรียนของเขาสั่งสอนให้เป็นคนแบบนี้“ใครจะกล้าหือกับเมียได้ลงคอ” เขาไปตามน้ำ“ดีมากค่ะ คิกๆ” เด็กสาวคว้าหมับเข้าที่แก่นกายชายเขาถึงกับใบหน้าเหยเกครางออกมาเสียงหลง“โอ้... หนูดาวชอบแกล้งจริงเชียว ใครสั่งใครสอนกันนี่”“อานิ อุ๊ย!” พูดแล้วรีบปิ







