ANMELDEN..ทำไมความรู้สึกเหมือนแทบจะขาดใจ แต่สุขสมเช่นนี้
เด็กสาวได้แต่ถามตัวเองอย่างไม่ค่อยเข้าใจ
ร่างสูงแข็งแกร่งที่แนบชิดลงมาอีกครั้งทำให้ พิมพ์ดาวตัวสั่นสะท้าน
..ทำไมนะ ความรู้สึกอยากต่อต้านมันเหือดหายไปเสียสิ้น ทั้งๆ ที่เธอควรผลักไสเขาสักนิดก็ยังดี
แต่สิ่งที่ทำได้คือบีบมือของเขาที่ประสานลงมาทั้งสองข้างจนแน่น
“อาจะซื้อมันเอง ซื้อทุกอย่างที่เป็นของเธอ... พิมพ์ดาว”
น้ำเสียงของเพลิงตะวันดูหวงแหนแปลกๆ แต่พิมพ์ดาวไม่มีเวลาคิดอะไรมากมายนัก ในเมื่อตอนนี้เขาจุมพิตลงมาอีกครั้งและมันก็กระชากเอาความผิดชอบชั่วดีของเธอไปจนหมดสิ้น เธอแค่พูดด้วยความโมโหที่เขาทำท่าเหมือนจะไม่รับเธอเข้ามาอยู่ในบ้าน เด็กสาวคิดเอาว่าเขาคงรังเกียจเด็กกำพร้าไร้ญาติขาดมิตรเช่นเธอ
“ไม่ต้องกลัวหรอกนะ เด็กน้อย...” เขาดูเป็นกังวลเล็กน้อยในน้ำเสียงและแววตา
“อ๊ะ!” เพราะมัวแต่มองเขาเพลิน รู้ตัวอีกทีเขาก็กดกายลงมาหาเสียแล้ว เธอรู้สึกถึงความอึดอัดคับแน่นและเจ็บแปลบตรงร่องรัก มันใหญ่โตชวนอึดอัดมากกว่านิ้วที่เขาสอดแทรกเข้ามาเหมือนคราแรกและมันทำให้เธอทรมานจนต้องถอยสะโพกหนี
“รู้ไหมว่าถ้าหนูดาวขายตัวให้ผู้ชายคนอื่น เขาก็ต้องทำแบบนี้เหมือนกัน หรือ... อาจจะเจ็บกว่านี้ เขาคงไม่มานั่งทะนุถนอมและสนใจว่าจะเคยหรือไม่เคยผ่านผู้ชายมาก่อน” เพลิงตะวันบอกเสียงแหบพร่า รุกไล่ตามติดเธอจนศีรษะเล็กเบียดชิดกับหัวเตียง หนีไปไหนไม่ได้อีก เขารั้งเอวคอดของเธอเอาไว้ จับยึดเอาไว้เหนียวแน่น
เธอได้แต่นอนหอบกระเส่าอยู่ใต้ร่างเขา
“อาเพลิงใจร้าย...” เธอสะอื้นไห้ ขัดใจที่หนีเขาไปไม่ได้
เพลิงตะวันก้มลงดูดดุนกลีบปากน้อยเพื่อปลอบประโลม เขาถอนกายออกห่าง ให้เธอคลายจากความอึดอัด เบี่ยงหน้าไปจู่โจมที่ปทุมถันอิ่มสวย เพื่อให้เด็กสาวผ่อนคลาย
“อื้อ...” แม้จะกล่าวว่าเขาใจร้าย แต่เมื่อริมฝีปากร้อนซุกไซ้ดูดรวบที่ยอดอกแสนสวย เธอก็ทรมานอีกแล้ว แต่มันเป็นความรู้สึกทรมานอันแสนหวานและเสียวซ่านจนอยากให้เขาทำอยู่แบบนั้นไปตลอด เพิ่งรู้ว่าสัมผัสระหว่างชายหญิงให้ความรู้สึกล้ำลึกและเสียวซ่านขนาดนี้ เธอหัวหมุนกับการแนบชิด หัวใจเต้นรัวเร็วเหมือนจะขาดใจอยู่รอมร่อ ร่างกายร้อนผ่าวเสียจนรู้สึกสะบัดร้อนสะบัดหนาว
“โอ้....” คราวนี้เป็นเพลิงตะวันที่ร้องครางเสียงดัง เขารู้สึกรวดร้าวไปทั้งลำกายเมื่อฝังแก่นชายเข้าในร่องรัก สาวน้อยของเขาแคบเล็กและตอดรัดเสียจนหายใจแทบไม่ออก ความรู้สึกหวามลึกอ่อนโยนที่มอบให้คนใต้ร่างเพิ่มอุณหภูมิความเร่าร้อนขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ
“อาเพลิง กรุณาหนูเถิดค่ะ” เธอเว้าวอนเสียงสั่นสะอื้นน้อยๆ
แก้มแดง ปากแดงจิ้มลิ้มนั้นทำให้เพลิงตะวันคุร้อนอยากจะกระแทกเธอให้หนำใจ สอดแทรกล่วงล้ำให้เธอครวญครางอยู่ใต้ร่างเขาทั้งวันทั้งคืน
“กรุณาอะไร ปล่อยหนูดาวไปหรือทำต่อไปจนหนูดาวถึงสวรรค์ด้วยกันกับอา” คำถามแสนตรงของเขาเรียกเลือดที่พวงแก้มให้แดงเรื่อ พิมพ์ดาวไม่รู้ตัวเลยว่าเผยอริมฝีปากขึ้นอุทาน กลายเป็นเปิดทางให้เขาบดปากลงมาจุมพิต พร้อมๆ กับเรือนกายแกร่งที่สอดแทรกเข้ามาอีกครั้ง
“อ๊ะ! อาเพลิง” พิมพ์ดาวสะดุ้งจิกเล็บบนแผ่นหลังของเขาเต็มแรง
เพลิงตะวันสะดุ้งตาม เขาเจ็บไม่มาก แต่แสบเมื่อเล็บที่ไม่ยาวนักของเธอครูดไปตามหลัง และไม่นานคงเป็นรอยแดงนูนขึ้นมา
“ชู่... มันอาจจะทรมาน แต่ครั้งต่อไป มันจะไม่เจ็บอีก”
“งั้นหนูต้องขอบคุณอาเพลิงใช่ไหมคะ ที่อาเป็นผู้ชายคนแรกของหนู ต่อไปเวลานอนกับผู้ชายคนอื่น จะได้ไม่เจ็บอีก และ...ว้าย!!!” พิมพ์ดาวร้องเสียงหลงเมื่อเขากระชากแขนเธอเต็มแรง ดวงตาเขาวาวโรจน์ประดุจดั่งไฟบรรลัยกัลป์
เพลิงตะวันกระชากเธอขึ้นนั่งบนตักแล้วท่วงท่านี้ก็ทำให้เธอกระแทกกายโอบรัดเขาเต็มเหนี่ยว กายแกร่งสอดแทรกเข้ามาฝังกายในเรือนร่างสาวจนสุดเส้นทางรัก
“อ๊า….” ทั้งสองครางประสานพร้อมกันด้วยใบหน้าเหยเก เยื่อดอกรักบอบบางขาดสะบั้นลงโดยพลัน
“คิดอยากจะขายตัวอยู่อีกหรือไง กับอาคนเดียวไม่พอใช่ไหม” เพลิงตะวันเขย่าร่างเล็กจนหัวสั่นหัวคลอน ยิ่งทำให้เรือนกายที่สอดประสานกันอยู่เสียดสีโยกคลอนอย่างรุนแรง
พิมพ์ดาวหวีดร้องเสียงดัง ทั้งเจ็บ ทั้งเสียวกับการสอดประสานโยกกายในท่วงท่านี้ เธอจิกมือกับแขนล่ำของเขาแน่น น้ำตารินไหลด้วยความทรมานและรวดร้าว
“อาเพลิง หนูเจ็บ อาเพลิง ฮือๆๆ” สาวน้อยปล่อยโฮออกมาสุดกลั้น เพลิงตะวันที่โกรธจนหน้ามืดเมื่อได้ยินเธอบอกว่าจะไปขายตัวให้ผู้ชายคนอื่นชะงักงัน เขาเริ่มได้สติว่าทำรุนแรงเกินไป ไม่รู้ว่าความหึงหวงมันมาจากไหนของหัวใจ ทั้งๆ ที่ตลอดมา เขาทำตัวเป็นอาที่ดีของเธอ บอกตัวเองเสมอว่าไม่เคยคิดอะไรเกินเลย
... หรือเขาจะแค่หลอกตัวเองไปวันๆ
พิมพ์ดาวทำท่าจะดิ้นหนีจากตักของเขา แต่กลับกลายเป็นการโยกกายที่แสนเสียวซ่านทรมานแทน ทั้งยังเจ็บแปลบแทบทานทนไม่ไหว
“หยุด พิมพ์ดาว หยุดเดี๋ยวนี้” เพลิงตะวันกอดรัดร่างเล็กที่นั่งคร่อมทับบนหน้าขาของเขาเอาไว้แนบอก กดจูบลูบหลังลูบไหล่ปลุกปลอบอ่อนโยนอย่างสำนึกผิด... ว่าได้ทำรุนแรงกับสาวน้อยไปขนาดไหน และเธอคงขลาดกลัวกับบทรักระหว่างชายหญิงเป็นแน่แท้ หากเขาจะขาดสติอยู่แบบนี้
“ฮึกๆ ฮือๆๆ” เสียงร้องของคนในอ้อมแขนบีบหัวใจเพลิงตะวันเหมือนจนมอดไหม้ เขาแทบทานทนไม่ไหว ทั้งร่างกายที่ฝังหากันแน่นหนึบ ทั้งเสียงร่ำไห้จะขาดใจของคนตรงหน้า
“ไม่ร้องนะครับคนดีของอา หนูดาวไม่ร้องนะครับ อาขอโทษ อาไม่ได้ตั้งใจจะทำรุนแรงกับหนูดาวเลยสักนิดคนดี โอ๋ๆๆ” เพลิงตะวันโยกร่างเล็กไปมา คอยปลอบโยนจนสาวน้อยคลายสะอื้น มือหนาค่อยๆ ช้อนใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยหยาดน้ำตาขึ้นสบ เขารู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง เพลิงตะวันทรมานจนจะขาดใจตามเธอไปด้วย แค่เห็นคนในอ้อมแขนน้ำตาอาบแก้มนวลทั้งสองข้าง เขาก็อยากจะต่อยหน้าตัวเองให้คว่ำนัก
“อาจะไม่ทำรุนแรงอีก หยุดพูดเรื่องจะขายตัวให้ผู้ชายหน้าไหนทั้งนั้น บอกแล้วไงว่าถ้าจะขาย อาจะซื้อ” เขาพยายามข่มอารมณ์โกรธกริ้วเอาไว้จนมิด บอกเธอด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ค่อยๆ จูบซับน้ำตาให้จนแห้งเหือด
“อาจะซื้อตลอดชีวิตเหรอคะ” คำถามแสนซื่อนั้นทำให้เพลิงตะวันชะงัก เขาไม่รู้ตัวว่ากำลังโกรธในคำถามของเธอ หรือกำลังสับสนที่จะตอบคำถามของเธอมากกว่า จึงจบบทสนทนาเป็นการก้มลงจุมพิตกลีบปากสวยแทน
จุมพิตอ่อนโยนอ่อนหวานค่อยๆ ละเลียดดูดลิ้นเล็กๆ ของเธอสลับกับการคลุกเคล้าต้อนให้เธอโต้ตอบเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในขณะที่สาวน้อยกำลังหลงมัวเมาอยู่ในรสจูบกำซาบซ่าน มือหนาทั้งสองจึงเลื่อนไปกอบกุมสะโพกผายแล้วเริ่มขยับ
“อ๊ะ!” พิมพ์ดาวร้องครางถอนปากหนี เธอเกาะกอดคอแกร่งของเขาเอาไว้แน่น รู้สึกถึงความเสียวซ่านที่เสียดแทงเข้ามาจนแทบจะขาดใจ
เพลิงตะวันค่อยๆ หย่อนร่างน้อยให้นอนหงายในท่าเดิม เขาดึงหมอนมารองใต้ศีรษะ เรือนกายที่ยังสอดประสานแนบชิดตามติดลงมาด้วย ในช่วงจังหวะนั้นพิมพ์ดาวได้เห็นความแกร่งกร้าวใหญ่โตของเขาที่สอดแทรกลงมา เธอหน้าแดงเห่อร้อน เบือนหน้าหนีด้วยความรู้สึกร้อนวาบและอับอาย
ชายหนุ่มจับขาเพรียวทั้งสองพาดกับแขนของเขา ก้มใบหน้าลงไปหาใบหน้าเล็กน่ารักที่ชวนหลงใหล ลมหายใจร้อนแรงที่เป่ารดลงมาทำให้สาวน้อยเบือนหน้ากลับมาหาและได้สบสายตาร้อนแรงทรงเสน่ห์ของเขา เธอยิ่งหน้าแดงจัด รับรู้ถึงชิ้นเนื้อแกร่งกร้าวที่ฝากฝังเอาไว้ในเรือนร่างของเธอไม่ยอมผละห่าง
หลังๆ มานี้พิมพ์ดาวยั่วยวนเขามากขึ้น แม้จะรู้งานขึ้นกว่าเมื่อหลายปีก่อน แต่พิมพ์ดาวก็ยังเป็นพิมพ์ดาวที่น่ารักสำหรับเขาเสมอ เธอรู้จักหลอกล่อให้เขาตามติด อยากเอาชนะและอยากครอบครอง สำหรับเขาและเธอการร่วมรักเป็นสิ่งที่วิเศษเสมอ ตลอดเวลาที่ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน นอกจากกิจกรรมอื่นๆ กิจกรรมอันเร่าร้อนระหว่างการเมคเลิฟคือความพิเศษที่ต่างรังสรรค์ขึ้นมา ตอบสนองความต้องการของกันและกันพิมพ์ดาวสบตากับสามีก่อนจะถลกชุดนอนซีทรูขึ้นมาถึงเอวคอดเธอแยกขาขาวผ่องออกจากกันก่อนจะใช้นิ้วปาดลูบกลีบกายสาวฉ่ำน้ำหวานแล้วยกนิ้วเล็กๆ น่ารักนั้นขึ้นมาตรงหน้าเขาเพลิงตะวันไม่ต้องเสียเวลาคิด เขาจับข้อมือเธอเอาไว้ก่อนจะก้มลงดูด สายตาสองคู่สบกัน พิมพ์ดาวร้องครางเสียงโหยเมื่อเรียวลิ้นของเขาทั้งดูดและตวัดลามเลียนิ้วของเธอจนบังเกิดความเสียวซ่าน“อาเพลิงขา...” เสียงหวานเชิญชวน แยกขาขึ้นขณะยังนั่งอยู่บนเก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง กระจกบานใหญ่ที่สามารถส่องได้ทั้งตัววางอยู่ตรงหน้าเพลิงตะวันคุกเข่าลงตรงหน้าภรรยา มือหนาจับกระชับที่ขาผ่อง ก่อนจะซุกหน้าลงดูดกลืนกลีบกายสาวฉ่ำน้ำหวานที่ผลิตไหลซึมออกมาต้อนรับลิ้นสากร้อนของเขาพิมพ์ดาวส
หลังจากมีบุตรสาวสามคนและล่วงเลยเข้าวัยต้องเรียนอนุบาล สองสามีภรรยาก็หยุดพักการผลิตลูกดูแลลูกสาวทั้งสามอย่างใกล้ชิดเพลิงตะวันปฏิเสธที่จะให้ลูกเข้าเรียนอนุบาล เขาคิดว่าการทำแบบนั้นเป็นการปล่อยเวลาทิ้งไปอย่างไร้ประโยชน์ ลูกเขาก็แค่ไปเล่นๆ เรียนเล็กๆ น้อยๆ นอนแล้วกลับบ้าน อาจจะมีสังคมเพราะมีเพื่อนเยอะ แต่เขาคิดว่าลูกชายลูกสาวพนักงานที่พามาที่โรงแรมและรีสอร์ทก็มีเยอะแยะ สังคมแบบนี้ลูกๆ ของเขาจะได้เจอคนหลากหลายแล้วเขาก็จะค่อยๆ สอนให้เรียนรู้มากกว่าเอาไปฝากไว้กับครูอนุบาลหรือเพื่อนในวัยเดียวกัน“โห... สอนลูกๆ เหรอคะพี่เพลิง” พราวตะวันเอ่ยแซวด้วยรอยยิ้ม เธอมีความสุขมากขึ้นเมื่อปล่อยวางอดีตและรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันได้พิมพ์ดาวยังเป็นเด็กสาวผู้น่ารักเสมอต้นเสมอปลาย และพี่ชายก็ยังเป็นพี่ชายที่ห่วงใยดูแลน้องสาวไม่เคยขาดเช่นกัน เธอขอแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว มีคนเคยถามเธอหลายคนว่าทำไมไม่แต่งงาน ทำไมไม่มีลูก เธอมีคำตอบในใจอยู่แล้วและไม่เคยยึดติดกับการแต่งงานมีครอบครัวและการมีลูก คนเราเมื่อตายไปแล้วก็เอาอะไรไปไม่ได้สักอย่าง ข้าวของเงินทอง ทรัพย์สมบัติมากมาย ถึงไม่มีลูกก็ยังมีหลานๆ ที่น่ารักถึงสา
“อาเพลิง หนูดาวเจ็บท้องจัง” พิมพ์ดาวเป่าลมออกจากปาก ใบหน้าชื้นไปด้วยเหงื่อเพลิงตะวันจับมือนิ่มเอาไว้โอบกอดร่างอวบอย่างห่วงใย“อดทนหน่อยนะ จะถึงโรงพยาบาลแล้วคนดี ไม่ต้องกลัวนะ อาอยู่นี่แล้ว ลูกพ่ออย่าทำให้แม่เจ็บมากนะครับ เดี๋ยวจะได้ออกมาลืมตาดูโลกแล้ว”เพลิงตะวันปลอบภรรยา ลูบหน้าท้องนูนๆ ไปมา ทารกน้อยในครรภ์ตอบสนองสัมผัสของบิดาจนหน้าท้องของมารดากระเพื่อม ภาพนั้นทำให้เพลิงตะวันตกตะลึง สิ่งมีชีวิตที่อยู่ในนี้คือลูกสาวตัวน้อยที่น่ารักของเขา“พ่อรักหนูนะครับ” เพลิงตะวันกระซิบบอกที่หน้าท้องนูน ก่อนจะจุมพิตที่หน้าผากนูนเกลี้ยงอย่างปลอบประโลม พิมพ์ดาวเหงื่อโซม เธอปวดท้องจนต้องกัดฟันพอรถเคลื่อนมาจอดหน้าโรงพยาบาล บุรุษพยาบาลก็รีบนำเตียงเข็นคนไข้เข้าห้องคลอด เพลิงตะวันตามติดไม่คลาดสายตา เขาบีบมือเธอเอาไว้ตลอดเวลา ช่วยลุ้นให้เธอเบ่งท้องคลอด“อืดด...” เสียงของพ่อกับแม่ประสานกันจนพยาบาลต้องอมยิ้ม ดูคุณพ่อจะเป็นกังวลมากกว่าคุณแม่ที่พยายามเบ่งสุดกำลังให้ลูกน้อยออกมาลืมตาดูโลกเพลิงตะวันลุ้นจนหน้าซีด คอยซับเหงื่อให้ภรรยาอย่างห่วงใย ถ้าเจ็บได้เขาอยากจะเจ็บแทนเธอ ยิ่งเห็นร่างเล็กโซมไปด้วยเหงื่อ หายใจ
“ถ้าอาเพลิงบอกหนูสักนิด ให้หนูได้รู้ว่าอีกชีวิตจากเราไป หนูจะได้ทำบุญให้เค้าไงคะ นะ... หนู ฮึกๆ ฮือๆๆ เป็นแม่ที่แย่มาก” แทนที่จะโทษคนอื่น พิมพ์ดาวกลับพูดออกมาเช่นนั้นแล้วร้องไห้ ยิ่งทำให้ทุกคนรู้สึกผิดเข้าไปอีก“อาขอโทษ” ในที่สุดเขาก็เปล่งคำพูดนี้ออกมา ยิ่งเห็นคนในอ้อมแขนร้องไห้หนักขึ้นเขายิ่งกอดกระชับร่างเล็กๆ นั้นเอาไว้แนบอก“เป็นเพราะหนูดาวใช่ไหมคะ อาเพลิงห่วงความรู้สึกหนูดาวเกินไป อาเพลิงไม่ต้องปกป้องหนูดาวขนาดนี้ก็ได้ ให้หนูดาวได้รับรู้ทุกเรื่องไม่ได้เหรอคะ หนูดาวอยากแบ่งรับความรู้สึกสุขทุกข์ที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ยืนอยู่บนโลกอีกโลกที่ทุกคนสร้างกำแพงเอาไว้ เค้าเป็นลูกของหนูดาวเหมือนกันนะคะ หนูดาวมีสิทธิ์รู้ว่าเขาอยู่หรือจากไป”พิมพ์ดาวร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่กับอกของเพลิงตะวัน ทุกคนร้องไห้ตามเงียบๆ มันเป็นช่วงเวลาที่รวดร้าวเมื่อคิดถึงการสูญเสียอีกครั้ง“อาขอโทษ อาห่วงหนูดาวที่สุดคนดี” เพลิงตะวันประคองแก้มนุ่มที่อาบด้วยน้ำตาแล้วเช็ดเบาๆ ด้วยนิ้วโป้งของเขา“เป็นความผิดของพราวเองนะคะ ทุกอย่างเป็นความผิดของพราวเอง” พราวตะวันร้องไห้เบาๆ อยู่กับสายหยุด แม้เธอจะไม่ใช่คนดีนัก แต่การมีส่วนสำคัญท
“ขอบคุณมากๆ นะคะ” พิมพ์ดาวไหว้ขอบคุณพราวตะวันเช่นเคย เพราะถือว่าอายุน้อยกว่า“ไม่ต้องไหว้หรอกจ้ะ มันดูห่างเหินเกินไป แล้วก็ไม่ต้องเกรงใจขนาดนั้นก็ได้ อะไรที่ทำให้หนูดาวได้ พี่ถือว่าเป็นการทำให้ผู้หญิงที่พี่เพลิงรักมีความสุขและพี่เพลิงก็จะมีความสุขไปด้วย”“ขอบใจนะพราว อะไรก็ตามที่ทำให้พราวมีความสุข นั่นคือสิ่งที่พี่จะทำเช่นกัน”พิมพ์ดาวยิ้มให้กับความรักของสองพี่น้อง เธอลูบหน้าท้องนูนๆ ของตัวเองไปมา การเป็นลูกคนเดียวนั้นหงอยเหงานัก ถ้าเธอสามารถท้องได้อีกและร่างกายพร้อม เธอจะมีลูกหลายๆ คน มีเสียงเด็กพูดคุย เสียงหัวเราะ เสียงหยอกล้อเล่นกัน มันคงดีพิลึก“นั่งยิ้มอะไรคนเดียวหนูดาว” เพลิงตะวันทรุดนั่งลงใกล้ๆ กับภรรยาสาว เขาเองก็ยกมือขึ้นลูบหน้าท้องของพิมพ์ดาวด้วยเช่นเดียวกัน“กำลังคิดว่าถ้าเรามีลูกหลายๆ คน บ้านของเราคงมีเสียงหัวเราะ เสียงเด็กเต็มไปหมดนะคะ”“คิดเหมือนอาเลย มีสักโหลดีไหม”“โอ้โห... หนูดาวจะคลอดไหวเหรอคะนี่”พราวตะวันฟังทั้งสองพูดแล้วตาโต ก่อนจะหัวเราะเสียงใส“ตอนนั้นหนูดาวคงกลายเป็นแม่หมูแน่ๆ เลยค่ะ ตอนนี้ก็อ้วนเอาอ้วนเอา อาเพลิงจะรังเกียจหนูดาวไหมคะ” พิมพ์ดาวถามอย่างสงสัยตามป
“อาเพลิงขนลุกด้วย” เธอลูบมือเล็กๆ ไปตามเรือนร่างของเขา“โดนเด็กหื่นลูบเอาลูบเอานี่นา”“อี๊!” เธอทำเสียงขึ้นจมูก ..คำก็เด็กหื่น สองคำก็เด็กหื่น เดี๋ยวเธอจะฟัดเขาให้จมเขี้ยวเลย“อื้อ...” เพลิงตะวันร้องครางเมื่อปลายลิ้นของเธอลากไปตามใบหน้าของเขา เธอลากปลายลิ้นเล็กๆ มาตามหน้าท้องแกร่ง ไล้เลียเส้นขนของเขาที่ทอดตัวลงไปเป็นทางหายเข้าไปในขอบกางเกง แล้วมือน้อยก็เริ่มดึงกางเกงนอนของเขาออก เขาจึงอำนวยความสะดวกโดยการยกสะโพกให้เธอถอดออกไปโดยง่าย“อาเพลิงอยู่ในชุดวันเกิดแล้ว คิกๆ”“ขี้โกงจัง หนูดาวก็น่าจะอยู่ในชุดวันเกิดด้วยสิ”“หนูดาวจะสำรวจอาเพลิงก่อนค่ะ” เธอมองเขาตาวาวเหมือนเด็กได้ของเล่นชิ้นโปรด“ทำยังกะอาเป็นตุ๊กตาอีกแล้วนะ”“เดี๋ยวนี้อาเพลิงกล้าหือกับหนูดาวเหรอคะ เอาใหญ่แล้วนะ” เธอทำเสียงเฉียบเขาได้ยินแล้วขำ เป็นใครไปไม่ได้ถ้าไม่ใช่นิดาเพื่อนรักตั้งแต่สมัยเรียนของเขาสั่งสอนให้เป็นคนแบบนี้“ใครจะกล้าหือกับเมียได้ลงคอ” เขาไปตามน้ำ“ดีมากค่ะ คิกๆ” เด็กสาวคว้าหมับเข้าที่แก่นกายชายเขาถึงกับใบหน้าเหยเกครางออกมาเสียงหลง“โอ้... หนูดาวชอบแกล้งจริงเชียว ใครสั่งใครสอนกันนี่”“อานิ อุ๊ย!” พูดแล้วรีบปิ







