로그인“อายเหรอ ไม่น่าเชื่อว่าเด็กปากดีที่คิดจะขายตัวจะอายม้วนแบบนี้ แถมยังทำอะไรไม่เป็นเลย ถ้าไปขายจริงจะได้ไหมสักร้อย”
เหมือนเป็นการเยาะเย้ยหรืออะไรไม่ทราบได้ พิมพ์ดาวคอแข็งเมื่อโดนสบประมาท เขาจับคางเธอเอาไว้แน่น มองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยมีเสน่ห์นั้น จ้องเธอนิ่งอยู่แบบนั้นไม่ยอมละห่าง
“ก็หนูไม่เคยนี่คะ ใครจะไปโชกโชนเหมือนอาเพลิงกันเล่า แต่ถ้าต่อไปหนูทำเป็น หนูจะทำให้อาเพลิงครางใต้ร่างหนูให้ขาดใจเลยเชียว” เธอประชดเหมือนเด็กอยากเอาชนะ เธอเอาการกระทำของเขาที่ทำกับเธอมาพูดใส่หน้า
เพลิงตะวันหัวเราะเป็นครั้งแรกตั้งแต่มีเรื่องมีราวจนต้องย้ายจากห้องรับแขกมายังห้องนอนกว้างเช่นนี้
“ไม่เชื่อหนูเหรอ หนูต้องทำให้ได้” พิมพ์ดาวก็เหมือนเด็กยังไม่โต เธอไม่รู้จักควบคุมอารมณ์ ไม่รู้จักว่าสิ่งไหนควรพูดไม่ควรพูด ถ้าใครขัดใจก็จ้องอยากจะเอาชนะท่าเดียว
“รู้หรือว่าการทำให้อาครางใต้ร่าง เค้าทำกันยังไง”
พอโดนถามเข้าก็อึกอักตอบไม่ได้ เธอเรียนรู้และซึมซับในสิ่งที่เขาทำ
..แล้วถ้าเธอทำบ้างล่ะจะเป็นยังไงนะ
พิมพ์ดาวส่ายหน้าไปมาจนผมกระจาย
“อาจะสอนให้ เด็กน้อยของอา”
“อ๊า... อาเพลิง” พิมพ์ดาวมัวแต่งุนงง ก่อนจะอ้าปากร้องครางเมื่อเขาเริ่มขยับ ความรู้สึกของชิ้นเนื้อที่แนบชิดกันอยู่และเธอก็ตอดรัดเขาอย่างอัตโนมัติ ก่อเกิดความเสียวซ่านชวนหัวหมุน เหมือนลูกข่างหมุนติ้วๆ อย่างไร้ทิศทาง
“ยกสะโพกขึ้นมาพิมพ์ดาว อาจะสอนให้เธอได้เรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างชายหญิง ความสัมพันธ์ที่เธอไม่เคยรู้จัก แต่ประกาศปาวๆ อย่างอวดดีว่าจะทำมันกับผู้ชายคนอื่น”
น้ำเสียงไม่ได้กระด้างติดจะอ่อนโยนด้วยซ้ำ แต่เธอรู้ว่าเขากำลังสั่งและที่น่าอายคือเธอทำตาม
พิมพ์ดาวถึงกับอ้าปากหอบค้างเมื่อรับรู้ถึงตัวตนที่ฝังเข้ามาอย่างเหนียวแน่น ตอกตรึงให้เธอหนีเขาไปไหนไม่ได้ คอยรองรับการสอดประสานที่เร่าร้อนอยู่แบบนั้น
“อาเพลิง... อื้อ” พิมพ์ดาวได้แต่ครางเรียกชื่ออาหนุ่ม รอบกายดูพลิกคว่ำพลิกหงายไปหมด ความรู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเองจู่โจมเข้ามาอย่างหนัก เตียงกว้างไหวยวบตามแรงสะโพกสอบที่โจนจ้วงลงมา สมองของเธอขาวโพลนเมื่อรับรู้ถึงความเสียวซ่านอบอุ่นเอ่อท้นเข้ามาจนปริ่มกาย
สาวน้อยหวีดร้องแทบขาดใจ เธอโอบรัดเขาทุกทิศทาง รับรู้ถึงความสุขที่ได้รับจากเรือนกายแกร่ง ทุกอย่างพร่างพรายไปทั่วกระแสเลือด มันไหลวนรุนแรงแทบทะลุออกมานอกร่าง แล้วดำดิ่งลงสู่ความอบอุ่นอันแสนเร่าร้อน
“อาเพลิง... ขา...” พิมพ์ดาวเอาแต่เรียกชื่อของเขาซ้ำๆ อยู่แบบนั้น
ในขณะที่เพลิงตะวันยังไม่ถึงจุดหมายปลายทาง เขายังขยับกายอยู่ในเรือนร่างสาวน้อยแสนหวาน เธอทำให้เขาตื่นเพริดได้อย่างไม่น่าเชื่อ ความเป็นหนุ่มในวัยสามสิบหก ทำให้เขาผ่านร้อนผ่าวหนาวและประสบการณ์หวามลึกมาอย่างล้นพ้น
เรือนกายสาวสดที่นอนระทดระทวยทอดกายอยู่ใต้ร่าง เป็นเสน่หาอันน่าติดตรึงตราในหัวใจ ยากยิ่งนักที่เขาจะปล่อยเธอไปได้ง่ายๆ ในเมื่อความอิ่มเอมในรสรักมันถาโถมเข้ามาอย่างต่อเนื่อง จนเขาอยากจะเสพสมร่วมรักกับเธอข้ามวันข้ามคืนไม่ย่างกรายออกไปจากห้องเลยด้วยซ้ำ
ความต้องการมากมายที่ไม่รู้ว่ามาจากไหนฉุดรั้งให้เขากักกอดร่างน้อยอยู่ในอ้อมแขนไม่ยอมคลาย
กลิ่นกรุ่นของเพศรักและหยาดหยดกามาคละคลุ้งผสมกลิ่นกายสาวจรุงไปทั่วห้อง อบอวลไปด้วยหยาดเหงื่อที่ยังไหลโซมโชกชุ่มจนแห้งเหือดไปกับที่นอนกว้าง
เพลิงตะวันนอนมองสาวน้อยในอ้อมแขนที่หลับใหลไปด้วยความอ่อนแรง สายตาอ่อนโยนถ่ายทอดความรู้สึกมากมาย ซึ่งบรรยายเป็นคำพูดไม่ถูก ไม่รู้ว่าอย่างไหนมากกว่ากัน ระหว่างความถูกต้อง ความผิดชอบชั่วดีและความใคร่เสน่หา ทุกสิ่งดูตีวนกันยุ่งเหยิงจนเขาไม่อยากคิด
..ทุกสิ่งทุกอย่างมันไม่ควรจะจบลงแบบนี้เลยสักนิด
แม้เพลิงตะวันจะรู้ดีว่าเป็นเพราะอารมณ์โกรธล้วนๆ แต่มันก็มีอารมณ์อย่างอื่นซุกซ่อนอยู่ในนั้นด้วย มันรอวันปะทุมานานมากแล้ว รอแค่เพียงโอกาสเหมาะๆ เท่านั้น
คราแรกเขาคิดเพียงต้องการอุปการะเธอเอาไว้ เพราะนับถือบิดาของเธอเสมือนเพื่อนรุ่นพี่ที่เคารพ ประดุจดั่งพี่ชายคนหนึ่ง มารดาของเธอคือเพื่อนรุ่นพี่ที่เขารักและเคารพ เป็นผู้หญิงคนแรกที่ทำให้เขารู้จักความรักและความเจ็บปวดจากความรัก
เขาจึงมอบฐานะหลานสาวให้เธอเท่านั้น แต่เหตุการณ์กลับตาลปัตรอย่างไม่น่าเชื่อ มันรวดเร็วมากจนเขาเองก็ตั้งตัวไม่ทัน สถานะเหล่านั้นที่เขาคิดไว้คราแรกก็แปรเปลี่ยนไปอย่างไม่มีวันหวนคืนมาอีก
เหมือนกับหัวใจของเขาที่เก็บงำเอาไว้นานแล้ว มันปะทุออกมาและเปลี่ยนแปลงไปอย่างไม่มีวันเหมือนเดิมเช่นกัน...
เพลิงตะวันคิดว่าจะส่งเสียคนในอ้อมแขนเรียนให้จบ เธอจะได้มีชีวิตที่ดีขึ้น เลี้ยงดูตัวเองได้ แล้วเหตุไฉนกันเล่า เด็กสาววัยสิบแปดที่เพิ่งจบมัธยมศึกษาปีที่หก กลับต้องมาตกเป็นเมียของเขาอย่างไม่ตั้งใจแบบนี้
เขาถอนใจหนักหน่วง สีหน้ายุ่งยากใจ ความรู้สึกของเขาว้าวุ่นและแปลกแยก
..เธอเด็กเกินไป อายุห่างจากเขามากนัก ถ้าพูดให้ถูก เธอเป็นลูกสาวของเขาได้เลย ถ้าเขาแก่แดดมีเมียตั้งแต่อายุสิบหก ซึ่งมันก็มากพอที่จะทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งท้องได้เพราะกำลังอยู่ในวัยเจริญพันธุ์
ความคิดทุกอย่างของเพลิงตะวันมาหยุดที่คำว่า ‘รับผิดชอบ’
ในเมื่อมาถึงขนาดนี้แล้ว สิ่งที่เขาทำได้คือความรับผิดชอบ รับเธอเป็นภรรยา นั่นคือสิ่งที่ถูกต้อง แม้เขาไม่เคยคิดใฝ่ฝันถึงชีวิตครอบครัวอันแสนสุข มีภรรยาและลูกน้อย เพราะชีวิตครอบครัวแตกแยกตั้งแต่เด็ก สร้างเนื้อสร้างตัวมาด้วยตนเอง แต่การรับผิดชอบเธอคือสิ่งที่ลูกผู้ชายพึงกระทำ
จะบอกว่าบทเสน่หาที่เกิดขึ้นเนื่องด้วยความโกรธก็พูดได้ไม่เต็มปากนัก ในเมื่อเขาตั้งใจอย่างเต็มที่ที่จะยัดเยียดความเป็นสามีให้เธอในช่วงตอนหลังๆ แถมยังละโมบกอบโกยความสุขจากเรือนร่างของเธอเสียทุกท่วงท่าลีลารัก
เพลิงตะวันเข้าข้างตัวเองว่านั่นเป็นเพราะเขาเป็นผู้ชายที่มีเลือดเนื้อและความต้องการ สิ่งที่เขาได้กระทำคือสัญชาตญาณของเพศผู้ที่หลงเข้ามาสู่วังวนแห่งความปรารถนาที่ยากจะหักห้ามได้อีก
ความคิดมากมายของเพลิงตะวันหยุดลงเมื่อร่างน้อยที่หลับใหลไปนานแสนนานค่อยๆ ปรือตาขึ้น ตื่นจากนิทรารมย์ที่เขารู้ดีว่าเพราะความเหนื่อยล้าและสุขสม
พิมพ์ดาวลืมตาเต็มที่ เธอชะงักเมื่อเขาตื่นก่อนแล้ว ทั้งสองมองสบตากันนิ่งอยู่แบบนั้น เป็นนานก่อนที่สาวน้อยจะขยับตัวถอยห่าง เธอดึงผ้าห่มซึ่งก็เป็นผืนเดียวกับเขาขึ้นมาปิดเรือนร่างเอาไว้จนถึงอก ก่อนจะเม้มปากแน่นเหมือนกำลังใช้ความคิด
เพลิงตะวันเองก็นิ่งเงียบ เขาเหลือบสายตามองเธอเป็นระยะ เมื่อเห็นเธอไม่พูดจึงทำท่าจะพูดทำลายความเงียบที่ชวนอึดอัด แต่กลายเป็นพูดพร้อมกันเสียได้
“อาเพลิง/หนูดาว”
“หนูดาวพูดก่อนก็ได้” เขากล่าวอนุญาต อยากรู้เหมือนกันว่าเด็กอวดดีที่พูดเรื่องจะขายตัวให้ผู้ชายจะแก้ปัญหาเช่นนี้อย่างไร ถ้าเธอจะให้เขารับผิดชอบ เขาก็ยินดี เพราะตั้งใจไว้อยู่แล้ว หลังจากผ่านเหตุการณ์เร่าร้อน ทำให้ต้องคิดทบทวนความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นเสียใหม่
“อาเพลิงซื้อหนูแล้ว ราคาเท่าไหร่คะ ถ้าหนูจะตั้งราคาเองได้ไหม ขอเป็นเงินสดเข้าธนาคารทันที หนูจะเก็บเงินเอาไว้ไถ่บ้าน ไถ่ที่คืนมาเป็นของหนู”
... แต่เมื่อได้ยินประโยคเด็ดเดี่ยวไร้เยื่อไยของเธอ ความรู้สึกของเขามันกลับตึงขึงเครียดจนกรามขบเข้าหากันแน่น
หลังๆ มานี้พิมพ์ดาวยั่วยวนเขามากขึ้น แม้จะรู้งานขึ้นกว่าเมื่อหลายปีก่อน แต่พิมพ์ดาวก็ยังเป็นพิมพ์ดาวที่น่ารักสำหรับเขาเสมอ เธอรู้จักหลอกล่อให้เขาตามติด อยากเอาชนะและอยากครอบครอง สำหรับเขาและเธอการร่วมรักเป็นสิ่งที่วิเศษเสมอ ตลอดเวลาที่ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน นอกจากกิจกรรมอื่นๆ กิจกรรมอันเร่าร้อนระหว่างการเมคเลิฟคือความพิเศษที่ต่างรังสรรค์ขึ้นมา ตอบสนองความต้องการของกันและกันพิมพ์ดาวสบตากับสามีก่อนจะถลกชุดนอนซีทรูขึ้นมาถึงเอวคอดเธอแยกขาขาวผ่องออกจากกันก่อนจะใช้นิ้วปาดลูบกลีบกายสาวฉ่ำน้ำหวานแล้วยกนิ้วเล็กๆ น่ารักนั้นขึ้นมาตรงหน้าเขาเพลิงตะวันไม่ต้องเสียเวลาคิด เขาจับข้อมือเธอเอาไว้ก่อนจะก้มลงดูด สายตาสองคู่สบกัน พิมพ์ดาวร้องครางเสียงโหยเมื่อเรียวลิ้นของเขาทั้งดูดและตวัดลามเลียนิ้วของเธอจนบังเกิดความเสียวซ่าน“อาเพลิงขา...” เสียงหวานเชิญชวน แยกขาขึ้นขณะยังนั่งอยู่บนเก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง กระจกบานใหญ่ที่สามารถส่องได้ทั้งตัววางอยู่ตรงหน้าเพลิงตะวันคุกเข่าลงตรงหน้าภรรยา มือหนาจับกระชับที่ขาผ่อง ก่อนจะซุกหน้าลงดูดกลืนกลีบกายสาวฉ่ำน้ำหวานที่ผลิตไหลซึมออกมาต้อนรับลิ้นสากร้อนของเขาพิมพ์ดาวส
หลังจากมีบุตรสาวสามคนและล่วงเลยเข้าวัยต้องเรียนอนุบาล สองสามีภรรยาก็หยุดพักการผลิตลูกดูแลลูกสาวทั้งสามอย่างใกล้ชิดเพลิงตะวันปฏิเสธที่จะให้ลูกเข้าเรียนอนุบาล เขาคิดว่าการทำแบบนั้นเป็นการปล่อยเวลาทิ้งไปอย่างไร้ประโยชน์ ลูกเขาก็แค่ไปเล่นๆ เรียนเล็กๆ น้อยๆ นอนแล้วกลับบ้าน อาจจะมีสังคมเพราะมีเพื่อนเยอะ แต่เขาคิดว่าลูกชายลูกสาวพนักงานที่พามาที่โรงแรมและรีสอร์ทก็มีเยอะแยะ สังคมแบบนี้ลูกๆ ของเขาจะได้เจอคนหลากหลายแล้วเขาก็จะค่อยๆ สอนให้เรียนรู้มากกว่าเอาไปฝากไว้กับครูอนุบาลหรือเพื่อนในวัยเดียวกัน“โห... สอนลูกๆ เหรอคะพี่เพลิง” พราวตะวันเอ่ยแซวด้วยรอยยิ้ม เธอมีความสุขมากขึ้นเมื่อปล่อยวางอดีตและรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันได้พิมพ์ดาวยังเป็นเด็กสาวผู้น่ารักเสมอต้นเสมอปลาย และพี่ชายก็ยังเป็นพี่ชายที่ห่วงใยดูแลน้องสาวไม่เคยขาดเช่นกัน เธอขอแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว มีคนเคยถามเธอหลายคนว่าทำไมไม่แต่งงาน ทำไมไม่มีลูก เธอมีคำตอบในใจอยู่แล้วและไม่เคยยึดติดกับการแต่งงานมีครอบครัวและการมีลูก คนเราเมื่อตายไปแล้วก็เอาอะไรไปไม่ได้สักอย่าง ข้าวของเงินทอง ทรัพย์สมบัติมากมาย ถึงไม่มีลูกก็ยังมีหลานๆ ที่น่ารักถึงสา
“อาเพลิง หนูดาวเจ็บท้องจัง” พิมพ์ดาวเป่าลมออกจากปาก ใบหน้าชื้นไปด้วยเหงื่อเพลิงตะวันจับมือนิ่มเอาไว้โอบกอดร่างอวบอย่างห่วงใย“อดทนหน่อยนะ จะถึงโรงพยาบาลแล้วคนดี ไม่ต้องกลัวนะ อาอยู่นี่แล้ว ลูกพ่ออย่าทำให้แม่เจ็บมากนะครับ เดี๋ยวจะได้ออกมาลืมตาดูโลกแล้ว”เพลิงตะวันปลอบภรรยา ลูบหน้าท้องนูนๆ ไปมา ทารกน้อยในครรภ์ตอบสนองสัมผัสของบิดาจนหน้าท้องของมารดากระเพื่อม ภาพนั้นทำให้เพลิงตะวันตกตะลึง สิ่งมีชีวิตที่อยู่ในนี้คือลูกสาวตัวน้อยที่น่ารักของเขา“พ่อรักหนูนะครับ” เพลิงตะวันกระซิบบอกที่หน้าท้องนูน ก่อนจะจุมพิตที่หน้าผากนูนเกลี้ยงอย่างปลอบประโลม พิมพ์ดาวเหงื่อโซม เธอปวดท้องจนต้องกัดฟันพอรถเคลื่อนมาจอดหน้าโรงพยาบาล บุรุษพยาบาลก็รีบนำเตียงเข็นคนไข้เข้าห้องคลอด เพลิงตะวันตามติดไม่คลาดสายตา เขาบีบมือเธอเอาไว้ตลอดเวลา ช่วยลุ้นให้เธอเบ่งท้องคลอด“อืดด...” เสียงของพ่อกับแม่ประสานกันจนพยาบาลต้องอมยิ้ม ดูคุณพ่อจะเป็นกังวลมากกว่าคุณแม่ที่พยายามเบ่งสุดกำลังให้ลูกน้อยออกมาลืมตาดูโลกเพลิงตะวันลุ้นจนหน้าซีด คอยซับเหงื่อให้ภรรยาอย่างห่วงใย ถ้าเจ็บได้เขาอยากจะเจ็บแทนเธอ ยิ่งเห็นร่างเล็กโซมไปด้วยเหงื่อ หายใจ
“ถ้าอาเพลิงบอกหนูสักนิด ให้หนูได้รู้ว่าอีกชีวิตจากเราไป หนูจะได้ทำบุญให้เค้าไงคะ นะ... หนู ฮึกๆ ฮือๆๆ เป็นแม่ที่แย่มาก” แทนที่จะโทษคนอื่น พิมพ์ดาวกลับพูดออกมาเช่นนั้นแล้วร้องไห้ ยิ่งทำให้ทุกคนรู้สึกผิดเข้าไปอีก“อาขอโทษ” ในที่สุดเขาก็เปล่งคำพูดนี้ออกมา ยิ่งเห็นคนในอ้อมแขนร้องไห้หนักขึ้นเขายิ่งกอดกระชับร่างเล็กๆ นั้นเอาไว้แนบอก“เป็นเพราะหนูดาวใช่ไหมคะ อาเพลิงห่วงความรู้สึกหนูดาวเกินไป อาเพลิงไม่ต้องปกป้องหนูดาวขนาดนี้ก็ได้ ให้หนูดาวได้รับรู้ทุกเรื่องไม่ได้เหรอคะ หนูดาวอยากแบ่งรับความรู้สึกสุขทุกข์ที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ยืนอยู่บนโลกอีกโลกที่ทุกคนสร้างกำแพงเอาไว้ เค้าเป็นลูกของหนูดาวเหมือนกันนะคะ หนูดาวมีสิทธิ์รู้ว่าเขาอยู่หรือจากไป”พิมพ์ดาวร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่กับอกของเพลิงตะวัน ทุกคนร้องไห้ตามเงียบๆ มันเป็นช่วงเวลาที่รวดร้าวเมื่อคิดถึงการสูญเสียอีกครั้ง“อาขอโทษ อาห่วงหนูดาวที่สุดคนดี” เพลิงตะวันประคองแก้มนุ่มที่อาบด้วยน้ำตาแล้วเช็ดเบาๆ ด้วยนิ้วโป้งของเขา“เป็นความผิดของพราวเองนะคะ ทุกอย่างเป็นความผิดของพราวเอง” พราวตะวันร้องไห้เบาๆ อยู่กับสายหยุด แม้เธอจะไม่ใช่คนดีนัก แต่การมีส่วนสำคัญท
“ขอบคุณมากๆ นะคะ” พิมพ์ดาวไหว้ขอบคุณพราวตะวันเช่นเคย เพราะถือว่าอายุน้อยกว่า“ไม่ต้องไหว้หรอกจ้ะ มันดูห่างเหินเกินไป แล้วก็ไม่ต้องเกรงใจขนาดนั้นก็ได้ อะไรที่ทำให้หนูดาวได้ พี่ถือว่าเป็นการทำให้ผู้หญิงที่พี่เพลิงรักมีความสุขและพี่เพลิงก็จะมีความสุขไปด้วย”“ขอบใจนะพราว อะไรก็ตามที่ทำให้พราวมีความสุข นั่นคือสิ่งที่พี่จะทำเช่นกัน”พิมพ์ดาวยิ้มให้กับความรักของสองพี่น้อง เธอลูบหน้าท้องนูนๆ ของตัวเองไปมา การเป็นลูกคนเดียวนั้นหงอยเหงานัก ถ้าเธอสามารถท้องได้อีกและร่างกายพร้อม เธอจะมีลูกหลายๆ คน มีเสียงเด็กพูดคุย เสียงหัวเราะ เสียงหยอกล้อเล่นกัน มันคงดีพิลึก“นั่งยิ้มอะไรคนเดียวหนูดาว” เพลิงตะวันทรุดนั่งลงใกล้ๆ กับภรรยาสาว เขาเองก็ยกมือขึ้นลูบหน้าท้องของพิมพ์ดาวด้วยเช่นเดียวกัน“กำลังคิดว่าถ้าเรามีลูกหลายๆ คน บ้านของเราคงมีเสียงหัวเราะ เสียงเด็กเต็มไปหมดนะคะ”“คิดเหมือนอาเลย มีสักโหลดีไหม”“โอ้โห... หนูดาวจะคลอดไหวเหรอคะนี่”พราวตะวันฟังทั้งสองพูดแล้วตาโต ก่อนจะหัวเราะเสียงใส“ตอนนั้นหนูดาวคงกลายเป็นแม่หมูแน่ๆ เลยค่ะ ตอนนี้ก็อ้วนเอาอ้วนเอา อาเพลิงจะรังเกียจหนูดาวไหมคะ” พิมพ์ดาวถามอย่างสงสัยตามป
“อาเพลิงขนลุกด้วย” เธอลูบมือเล็กๆ ไปตามเรือนร่างของเขา“โดนเด็กหื่นลูบเอาลูบเอานี่นา”“อี๊!” เธอทำเสียงขึ้นจมูก ..คำก็เด็กหื่น สองคำก็เด็กหื่น เดี๋ยวเธอจะฟัดเขาให้จมเขี้ยวเลย“อื้อ...” เพลิงตะวันร้องครางเมื่อปลายลิ้นของเธอลากไปตามใบหน้าของเขา เธอลากปลายลิ้นเล็กๆ มาตามหน้าท้องแกร่ง ไล้เลียเส้นขนของเขาที่ทอดตัวลงไปเป็นทางหายเข้าไปในขอบกางเกง แล้วมือน้อยก็เริ่มดึงกางเกงนอนของเขาออก เขาจึงอำนวยความสะดวกโดยการยกสะโพกให้เธอถอดออกไปโดยง่าย“อาเพลิงอยู่ในชุดวันเกิดแล้ว คิกๆ”“ขี้โกงจัง หนูดาวก็น่าจะอยู่ในชุดวันเกิดด้วยสิ”“หนูดาวจะสำรวจอาเพลิงก่อนค่ะ” เธอมองเขาตาวาวเหมือนเด็กได้ของเล่นชิ้นโปรด“ทำยังกะอาเป็นตุ๊กตาอีกแล้วนะ”“เดี๋ยวนี้อาเพลิงกล้าหือกับหนูดาวเหรอคะ เอาใหญ่แล้วนะ” เธอทำเสียงเฉียบเขาได้ยินแล้วขำ เป็นใครไปไม่ได้ถ้าไม่ใช่นิดาเพื่อนรักตั้งแต่สมัยเรียนของเขาสั่งสอนให้เป็นคนแบบนี้“ใครจะกล้าหือกับเมียได้ลงคอ” เขาไปตามน้ำ“ดีมากค่ะ คิกๆ” เด็กสาวคว้าหมับเข้าที่แก่นกายชายเขาถึงกับใบหน้าเหยเกครางออกมาเสียงหลง“โอ้... หนูดาวชอบแกล้งจริงเชียว ใครสั่งใครสอนกันนี่”“อานิ อุ๊ย!” พูดแล้วรีบปิ
Happy birthday to you, Happy birthday to you Happy birthday Happy birthday Happy birthday to you. Happy birthday to you, Happy birthday to you Happy birthday Happy birthday Happy birthday to you.“อธิษฐานเลยลูก” เสียงของบิดาและเสียงปรบมือดังขึ้น พิมพ์ดาว กริชแก้ว เด็กสาววัยสิบเจ็ดอมยิ้ม ก่อนจะ
คำตอบของเธอทำให้เพลิงตะวันชะงัก จากที่จะตำหนิ กลับกลายเป็นความรู้สึกแปลกประหลาดใจในหัวใจดวงแกร่งใช่... เขาหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารพร้อมกับเธอ มันเหมือนพวกขี้ขลาดตาขาวที่ไม่กล้าสู้หน้าแต่ลึกๆ ไปกว่านั้น เขากลัวจะหักห้ามใจตัวเองไม่ไหว ทั้งความโหยหา ทั้งความห่วงใย ถาโถมเข้ามาเมื่อมีเธอมาอยู่ใกล้ๆ
“พี่ดูกังวล เรื่องพิมพ์ดาวมาก” เพลิงตะวันเหมือนรู้ใจ แม้กมุทจะพูดเล่ารายละเอียดให้ฟัง น้ำเสียงก็ยังคงกังวลอยู่ตลอดเวลา“ใช่ พี่ว่าจะลองคุยกับพิมพ์ดาวดู” “ลองดูแล้วกันครับ” เพลิงตะวันเออออด้วย เพราะไม่รู้จะพูดอะไรดี หลังจากนั้นกมุทก็ค่อยๆ บอกเรื่องราวของกรรณิกาให้บุตรสาวฟัง พิมพ์ดาวไม่ได้ว่าอะไร ท
“พิมพ์ดาว!!!” เพลิงตะวันกระชากแขนเล็กเข้ามาหา ดวงตาของเขาดุดันเอาเรื่อง เขาคิดว่านี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขาโกรธมากที่สุด จนแทบอยากหักคอสวยๆ ของเธอให้แหลกคามือ“พรหมจรรย์ของเธอ เท่าไหร่ล่ะ ลีลาก็งั้นๆ ไม่ได้ทำให้อาประทับใจเลยสักนิด ตั้งแต่เริ่มยันจบ ต้องให้อาคอยพร่ำสอน เสียจนเสียงแหบเสียงแห้ง”คำพ







