LOGINบรรยากาศในห้องเงียบลงชั่วอึดใจ เงียบจนได้ย
ป่าพิฆาตอสูร! พรึ่บๆๆๆ การเคลื่อนไหวของเงาร่างสองคนรวดเร็วมากกว่าเดิมถึงสามเท่าตัว นอกจากพลังจะเพิ่มแล้ว ความเสถียรและการความคุมพลังก็พัฒนาเช่นกัน หลี่เทียนเหยามองไปที่เข็มทิศในมือ ด้านหน้าคล้ายจะมีบางอย่างเคลื่อนไหวอย่างรุนแรง “ด้านหน้ามีการต่อสู้ หยุดก่อน” อวิ๋นเยว่เล่อหยุดตามคำบอก “ข้าเองก็รับรู้ได้เช่นกัน การต่อสู้รุนแรงมาก ดูเหมือนจะเป็นสัตว์ตัวใหญ่ต่อสู้กันอยู่” หลี่เทียนเหยาพยักหน้า มองไปด้านหน้าอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นเขาก็หลับตาลง กำหนดสมาธิและล่องลอยตามสายลมและอากาศไป อวิ๋นเยว่เล่อมองชายหนุ่มที่หลับตาลง นางสำรวจเขาสักพักก่อนที่นางจะแน่ใจอะไรบางอย่าง
ตำนานเล่าขานกันว่า ป่าพิฆาตอสูร คือป่าที่อันตรายที่สุดในสี่แคว้นนี้! รอบนอกของป่าพิฆาตอสูรเชื่อมกับทั้งสี่แคว้น ความกว้างขวางของป่าพิฆาตอสูรราวๆ กับแคว้นหนึ่งทีเดียว ความลึกลับของใจกลางป่าพิฆาตอสูรคือสิ่งที่ทั้งสี่แคว้นไม่กล้าลองดี! เพราะแบบนี้เส้นทางสำรวจในป่าพิฆาตอสูรจึงไม่มี สภาพอากาศว่ากันว่าเลวร้ายถึงที่สุด ด้านนอกเป็นป่าไม้ธรรมดา หากเมื่อเดินลึกเข้าไปกลับแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง มีเพียงความร้อนในตอนกลางวัน และหนาวจนน้ำแข็งเกาะในตอนกลางคืน อวิ๋นเยว่เล่อและหลี่เทียนเหยาเคลื่อนไหวตามเข็มทิศไม่หยุด ต่อสู้กับสัตว์ป่ามากมายจนทักษะการต่อสู้เต็มไปด้วยพลังกำลัง การทะลวงขีดกำจัดของตนเองนับครั้งไม่ถ้วนคือการฝึกฝนที่ดี คืนนี้พวกเขา
ว่ากันว่าเส้นทางของแต่ละคนล้วนถูกลิขิตไว้จากบางสิ่งที่มีชื่อเรียกว่า โชคชะตา! อวิ๋นเยว่เล่อเชื่อว่ามีสิ่งที่ชื่อว่า โชคชะตา แต่โชคชะตานั้นมันอยู่ในมือนางเท่านั้น นางคือคนกำหนดชีวิต นางคือคนที่ตัดสินใจ และนางเลือกเส้นทางของชีวิตเอง! สวรรค์? เทพเซียนกำหนดชะตา? เหอะ! นางคือคนกำหนดต่างหาก! อวิ๋นเยว่เล่อมองฟ้าที่กำลังมืดครึ้ม “เราจะไปทางใดกัน?” ในมือของนางมีแผนที่ฉบับย่อที่เฟิงฉีเหว่ยวาดให้ เขามอบให้นางก่อนที่นางจะออกเดินทาง “เราจะไปทางนี้” หลี่เทียนเหยาชี้ไปที่จุดหนึ่งในแผนที่ มันคือใจกลางป่าด้านหลังของเมืองหวง ป่าที่อันตรายที่สุดในสี่แคว้น ป่าพิฆาตอสูร!
อวิ๋นเยว่เล่อปลดผนึกพลังธาตุแล้วก็สมใจ นางออกมาจากดวงจิตเมื่อนางนั่งปรับพลังจนได้ที่แล้ว ตอนเช้ามานางก็ออกกำลังกายอย่างปกติ หลังจากออกกำลังกาย กินข้าวเช้าเสร็จก็เข้าป่าตั้งแต่เช้า ปล่อยหน้าที่ต้มยาให้กับหลี่เทียนเหยาเช่นเคย “วันนี้ข้าจะจับไก่ไปให้ท่านแม่” ว่าแล้วอวิ๋นเยว่เล่อก็นั่งลงกับพื้นดินกลางป่า หลับตาลงก่อนจะส่งพลังออกไปสำรวจหาสัตว์ป่า เจอแล้ว ไก่ตั้งหลายสิบตัว! อวิ๋นเยว่เล่อเคลื่อนไหวรวดเร็วมาก ไม่นานไก่ป่าที่ยังไม่ตายก็ถูกนางมัดขาและจับกลับมาบ้าน หลังจากกินข้าวเที่ยงก็สร้างเล้าไก่ทันที “ท่านแม่ ต่อไปก็มีไข่ไก่กินแล้ว” อวิ๋นเยว่เล่อปัดมือที่เปื้อนดินออก “เด
“เทพสงครามหลี่เทียนเหยา ชื่อนี้ท่านคงคุ้นเคยดีกระมัง” น้ำเสียงของอวิ๋นเยว่เล่อไร้อารมณ์ความรู้สึก ฟังไม่ออกถึงความตื่นเต้น ตกใจ หรือประหลาดใจ นางเพียงแค่เอ่ยมันราวกับเรื่องธรรมดาอย่างกับกินข้าวหรือยัง วันนี้มีไก่ย่าง หลี่เทียนเหยาหน้าขรึมลง ที่แท้นางก็รู้ตัวตนของเขาแล้ว? “เมื่อไหร่?” อวิ๋นเยว่เล่อยิ้มน้อยๆ “ตั้งแต่ที่ท่านเอ่ยชื่อ” นางมองใบหน้าหล่อเหลา “เห็นได้ชัดว่าข่าวลือไม่เป็นความจริง” หลี่เทียนเหยาที่กำลังระวังตัวถูกประโยคนี้ของนางทำให้สะดุด! “ข้อตกลงอะไร?” “พาข้าไปหาสมุนไพรรักษาท่านแม่ กับปก
บรรยากาศในห้องเงียบลงชั่วอึดใจ เงียบจนได้ยินเสียงสายลมพัดผ่าน คำถามของอวิ๋นเยว่เล่อทำให้เฟิงฉีเหว่ยมองนางใหม่อีกรอบ นางฉลาดมาก ไม่มีหญิงสาวคนใดกล้าเอ่ยและกล้าคิดถึงสิ่งนี้! “ชาวเมืองทุกคนไม่ชอบสงคราม” เฟิงฉีเหว่ยเอ่ยช้าๆ ก่อนจะนั่งลงอีกครั้ง ยื่นขนมที่อยู่ในจานตัวเองให้อวิ๋นเยว่เล่ออีก อวิ๋นเยว่เล่อรับขนมมา “เจ้าหมายถึง... ยอมแพ้? เพื่อหลีกเลี่ยงสงคราม?” เอ่ยราวกับเป็นเรื่องธรรมดา “แผนไม่เลว หากพวกเขาเข้ามาได้แสดงว่ามีฝีมือ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าตอนนี้แคว้นเราจะต้องล่มสลาย ดินแดนถูกแบ่งแน่นอน เจ้าคิดไว้ไหมว่า แทนที่เราจะยอมให้พวกเขามาหา เราควรจะไปหาเองก่อน” คราวนี้เฟิงฉีเหว่ยเลิกคิ้ว “แผนของเจ้าไม่เลว เรื่องนี้ข้าก็คิดไว้แต่ยังไม่ตัดสินใจ เมืองหวงอยู่ใกล้กับอีกสามแคว้นมาก แต่แคว้นที่แข็ง







