LOGINรัชศกเฉินเซียวปีที่สามสิบสอง
แคว้นต้าเฉินถูกปกครองด้วยราชวงศ์เซียว เซียวมิงซ่าน สถาปนาตนเองขึ้นครองราชย์หลังจากที่จักรพรรดิเซียวเต๋อซ่าน บิดาของพระองค์สิ้นพระชนม์ลง
และนี่คือการเริ่มต้นของแผ่นดินที่ไร้ความสงบสุข บ้านเมืองลุกเป็นไฟ!
สงครามถูกก่อขึ้นไม่สิ้นสุด สุดท้ายประชาชนล้มตายลงไปเป็นจำนวนมาก ทว่าสงครามอันโหดร้ายนี้ก็ยังไม่มีวี่แววจะสิ้นสุด!
บัดซบ!
อวิ๋นเยว่เล่อนึกออกแล้วว่าแคว้นต้าเฉินที่นางอยู่เป็นอย่างไร ไม่น่าอยู่สักนิด แต่สิ่งที่ต้องทำอย่างเร่งด่วนคือสถานการณ์ในตอนนี้
เท้าของอวิ๋นเยว่เล่อเดินสำรวจไปจนสุดลำธาร ด้านหน้าคือน้ำตกขนาดใหญ่ มีแม่น้ำสีครามที่น่ากลัวอยู่ด้านล่าง อวิ๋นเยว่เล่อชะโงกหน้าออกไปมองด้านล่างก่อนจะถอยหลังกลับ
ตกลงไปไม่น่ารอด!
“แฮ่กๆๆ” เสียงหอบหายใจถี่ๆ ดังขึ้นด้านชายป่า เสียงฝีเท้าอีกหลายคนยังตามมาไม่ห่างอีกด้วย!
อวิ๋นเยว่เล่อถอยหลัง นางเห็นพุ่มไม้ข้างๆ ที่ปิดตัวนางได้ก่อนจะมุดเข้าไปในนั้น ซ่อนตัวมิดชิด
สัญชาตญาณบอกว่าอันตราย!
รอจนเสียงฝีเท้าและเสียงลมหายใจดังชัดขึ้น ชายหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังถูกไล่ล่าโดยคนกลุ่มหนึ่งก็ออกมาจากป่า
หยุดลงที่ริมน้ำตก ด้านล่างคือแม่น้ำขนาดใหญ่
วิ้ดวิ้ว!
บรรยากาศเงียบสงบเกินจะคาดเดา ชายที่ถูกตามล่าหันหน้ากลับมาด้วยท่าทางเรียบเฉย แม้จะบาดเจ็บแต่เขาก็ไม่ขมวดคิ้วสักนิด
สายลมพัดเสื้อผ้าสีดำ ผมที่มัดรวบเอาไว้ปลิวไสว ใบหน้าหล่อเหลาเกินใครในใต้หล้าปรากฏต่อสายตาของอวิ๋นเยว่เล่อ!
ยังมีคนที่หน้าตาดีถึงเพียงนี้!
อวิ๋นเยว่เล่อหลบที่พุ่มไม้ต่อ จ้องมองสถานการณ์ตรงหน้าต่อไป นางไม่คิดออกไปช่วยและจะไม่ทำด้วย
นางร่างกายอ่อนแอเพียงนี้ ออกไปก็เท่ากับหาเรื่องตายนะสิ!
“ตายเสียเถอะ!” ชายที่ไล่ตามมายกกระบี่ขึ้น ส่งพลังเข้าไปในกระบี่ จากนั้นส่งกระบี่พุ่งไปที่ตัวของชายหนุ่มที่ยืนอยู่ริมน้ำตก!
ชายหนุ่มปัดวิถีกระบี่ออกไป แต่กระบี่เล่มนั้นก็ยังเสียบเข้าที่ไหล่ของเขาอยู่ดี ในมืออีกข้างของเขาโยนขวดยาใส่คนคู่ต่อสู้ ควันสีขาวลอยเข้าจมูก
ชายชุดดำล้มลงหลายคน และไม่นานก็ล้มลงจนหมด
อวิ๋นเยว่เล่อยกมือปิดจมูกไว้ มันคือยาพิษ!
“ช่วยข้าด้วย” เสียงทุ้มแหบๆ เอ่ยขึ้น ร่างของเขาเริ่มไร้การทรงตัว เอนจะตกลงไปในน้ำตก!
อวิ๋นเยว่เล่อกลั้นหายใจ มือคลื่นไหวรวดเร็ว นางออกตัวไปจับมือชายคนนั้นเอาไว้ ใช้พลังอันอ่อนแอของนางออกแรงดึงเขาขึ้นมา
พรึ่บ!
กระบวนท่าการออกแรงนี้หากว่าไม่เคยต่อสู้และทุ่มแรงมาก่อนไม่อาจทำได้ มันคือการใช้แรงทั้งตัวดึงกลับมา และทิ้งตัวไปอีกด้านเพื่อนำอีกคนออกมา!
อวิ๋นเยว่เล่อล้มลงด้านหลังตัวเอง ชายคนที่นางช่วยเอาไว้ล้มลงบนตัวนาง กระบี่ที่อยู่บนไหลของชายหนุ่มเสียงแน่นเข้าไปในตัวเขามากกว่าเดิม!
“ดึง มันออก..” ชายที่อยู่บนตัวของอวิ๋นเยว่เล่อเอ่ยเสียงเบา
อวิ๋นเยว่เล่อผลักเขาออกไปจากตัวนาง ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาหลับตาแน่น ข่มความเจ็บปวดจนคิ้วขมวดเข้าหากัน
“อดทนหน่อยก็แล้วกัน” อวิ๋นเยว่เล่อเอ่ยก่อนจะจับกระบี่ ออกแรงดึงโดยที่ไม่มีความสงสารใดๆ หากว่าเป็นหญิงสาวคนอื่นคงจะคิดว่าคนด้านล่างเจ็บมาก แต่นางกลับไม่คิดสักนิด
สวบ!
กระบี่เล่มบางถูกดึงออก มือของอวิ๋นเยว่เล่อกดปากแผลเอาไว้แน่น ชายหนุ่มด้านล่างกระอักเลือดออกมาคำใหญ่!
“หากเจ้าตาย ก็อย่าโทษข้าก็แล้วกัน ข้าช่วยสุดความสามารถแล้วนะ” อวิ๋นเยว่เล่อช่วยเข้าไว้เพราะมีความคุ้นเคยบางอย่างกับชายหนุ่มตรงหน้า
กลิ่นอายของเขาคล้ายนางมาก เทพสังหาร!
หากว่าบุคคลเช่นนี้ตายไป คงน่าเสียดายไม่น้อย อีกอย่างช่วยเขาไว้บางทีอาจมีประโยชน์
มือชายหนุ่มกระตุก “ยาอยู่ในอก เสื้อ..”
“แล้วก็ไม่บอกตั้งแต่ทีแรก” อวิ๋นเยว่เล่อแหวกเสื้อเขาออกอย่างรีบร้อน คล้ายนางกำลังฉีกเสื้อก็ไม่ปาน จนเมื่อนางควานหาจนทั่วแผ่นอกจึงพบห่อยาถึงสิบชนิด!
อวิ๋นเยว่เล่อถอนหายใจ “ยาห่อใดใช้ห้ามเลือด?” ไม่ว่าจะเป็นตอนไหนก็ตาม นางก็ไม่เคยร่ำเรียนศาสตร์การแพทย์เข้าใจ นางจะแยกออกได้อย่างไรว่ามันคือยาอะไร?
ชายหนุ่มกล้ำกลืนความเจ็บ “ห่อแดง”
อวิ๋นเยว่เล่อร้อง “อ่อ” นางใส่ยาให้เขา ไม่นานเลือดก็หยุดไหล ใบหน้าชายหนุ่มจากที่ซีดลงเพราะเสียเลือดมากเริ่มดีขึ้น
ยานี้เห็นผลเร็วมาก!
แคว้ก!
อวิ๋นเยว่เล่อฉีกชายเสื้อของชายหนุ่มมาพันแผลให้เขา ฝีมือการพันแผลเรียกได้ว่าพอถูไถ เมื่อมองฝีมือตนเองและก็อดพยักหน้าไม่ได้
แต่ก่อนนางออกรบจะมีหมอซึ่งเป็นแม่ทัพอยู่ข้างกาย บาดเจ็บเพียงใดก็ไม่ต้องห่วง การพันแผลนางมั่นใจมาก เพราะนางฝึกได้และพันให้ตนเองมาหลายร้อยครั้ง เพื่อรอหมอมารักษา!
เมื่อเสร็จแล้วอวิ๋นเยว่เล่อก็ลุกขึ้น ปัดกระโปรงตัวเดียวของตนเบาๆ “ในเมื่อเจ้าได้รับการรักษาแล้ว ข้าไปละ”
อวิ๋นเยว่เล่อเดินไปไม่กี่ก้าวก็กลับมาใหม่ เอียงคอมองคนที่นอนอยู่บนพื้น!
ยุ่งยาก!
ว่าแล้วนางก็ออกแรงแบกชายหนุ่มกลับที่พัก ชายหนุ่มที่อยู่บนไหล่ของนางกำมือเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ คลายออกเมื่อเห็นว่าตนเองไม่มีแรงดิ้นรน
อวิ๋นเยว่เล่อลัดเลาะไปตามชายป่า จนเมื่อถึงที่พักตัวเองก็ปล่อยชายหนุ่มลง
อวิ๋นซีฉือเบิกตากว้างก่อนจะเข้ามาสำรวจบุตรสาวตนเอง
“เกิดอะไรขึ้น?”
“ข้าเก็บชายหนุ่มหน้าตาดีมาได้คนหนึ่งเจ้าค่ะ”
“......”
อวิ๋นซีฉือมองชายหนุ่มที่แผ่นอกถูกพันเอาไว้ เลือดที่แห้งแล้วติดอยู่บนเสื้อดูน่ากลัว แต่เมื่อมองไปที่ใบหน้าของชายหนุ่มก็ถึงกลับอุทาน
“หล่ออย่างที่เจ้าว่า!”
“อื้ม” อวิ๋นเยว่เล่อพยักหน้า
ดูเหมือนว่า ชีวิตที่สองนี้ก็น่าสนุกไม่น้อยทีเดียว!
ป่าพิฆาตอสูร! พรึ่บๆๆๆ การเคลื่อนไหวของเงาร่างสองคนรวดเร็วมากกว่าเดิมถึงสามเท่าตัว นอกจากพลังจะเพิ่มแล้ว ความเสถียรและการความคุมพลังก็พัฒนาเช่นกัน หลี่เทียนเหยามองไปที่เข็มทิศในมือ ด้านหน้าคล้ายจะมีบางอย่างเคลื่อนไหวอย่างรุนแรง “ด้านหน้ามีการต่อสู้ หยุดก่อน” อวิ๋นเยว่เล่อหยุดตามคำบอก “ข้าเองก็รับรู้ได้เช่นกัน การต่อสู้รุนแรงมาก ดูเหมือนจะเป็นสัตว์ตัวใหญ่ต่อสู้กันอยู่” หลี่เทียนเหยาพยักหน้า มองไปด้านหน้าอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นเขาก็หลับตาลง กำหนดสมาธิและล่องลอยตามสายลมและอากาศไป อวิ๋นเยว่เล่อมองชายหนุ่มที่หลับตาลง นางสำรวจเขาสักพักก่อนที่นางจะแน่ใจอะไรบางอย่าง
ตำนานเล่าขานกันว่า ป่าพิฆาตอสูร คือป่าที่อันตรายที่สุดในสี่แคว้นนี้! รอบนอกของป่าพิฆาตอสูรเชื่อมกับทั้งสี่แคว้น ความกว้างขวางของป่าพิฆาตอสูรราวๆ กับแคว้นหนึ่งทีเดียว ความลึกลับของใจกลางป่าพิฆาตอสูรคือสิ่งที่ทั้งสี่แคว้นไม่กล้าลองดี! เพราะแบบนี้เส้นทางสำรวจในป่าพิฆาตอสูรจึงไม่มี สภาพอากาศว่ากันว่าเลวร้ายถึงที่สุด ด้านนอกเป็นป่าไม้ธรรมดา หากเมื่อเดินลึกเข้าไปกลับแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง มีเพียงความร้อนในตอนกลางวัน และหนาวจนน้ำแข็งเกาะในตอนกลางคืน อวิ๋นเยว่เล่อและหลี่เทียนเหยาเคลื่อนไหวตามเข็มทิศไม่หยุด ต่อสู้กับสัตว์ป่ามากมายจนทักษะการต่อสู้เต็มไปด้วยพลังกำลัง การทะลวงขีดกำจัดของตนเองนับครั้งไม่ถ้วนคือการฝึกฝนที่ดี คืนนี้พวกเขา
ว่ากันว่าเส้นทางของแต่ละคนล้วนถูกลิขิตไว้จากบางสิ่งที่มีชื่อเรียกว่า โชคชะตา! อวิ๋นเยว่เล่อเชื่อว่ามีสิ่งที่ชื่อว่า โชคชะตา แต่โชคชะตานั้นมันอยู่ในมือนางเท่านั้น นางคือคนกำหนดชีวิต นางคือคนที่ตัดสินใจ และนางเลือกเส้นทางของชีวิตเอง! สวรรค์? เทพเซียนกำหนดชะตา? เหอะ! นางคือคนกำหนดต่างหาก! อวิ๋นเยว่เล่อมองฟ้าที่กำลังมืดครึ้ม “เราจะไปทางใดกัน?” ในมือของนางมีแผนที่ฉบับย่อที่เฟิงฉีเหว่ยวาดให้ เขามอบให้นางก่อนที่นางจะออกเดินทาง “เราจะไปทางนี้” หลี่เทียนเหยาชี้ไปที่จุดหนึ่งในแผนที่ มันคือใจกลางป่าด้านหลังของเมืองหวง ป่าที่อันตรายที่สุดในสี่แคว้น ป่าพิฆาตอสูร!
อวิ๋นเยว่เล่อปลดผนึกพลังธาตุแล้วก็สมใจ นางออกมาจากดวงจิตเมื่อนางนั่งปรับพลังจนได้ที่แล้ว ตอนเช้ามานางก็ออกกำลังกายอย่างปกติ หลังจากออกกำลังกาย กินข้าวเช้าเสร็จก็เข้าป่าตั้งแต่เช้า ปล่อยหน้าที่ต้มยาให้กับหลี่เทียนเหยาเช่นเคย “วันนี้ข้าจะจับไก่ไปให้ท่านแม่” ว่าแล้วอวิ๋นเยว่เล่อก็นั่งลงกับพื้นดินกลางป่า หลับตาลงก่อนจะส่งพลังออกไปสำรวจหาสัตว์ป่า เจอแล้ว ไก่ตั้งหลายสิบตัว! อวิ๋นเยว่เล่อเคลื่อนไหวรวดเร็วมาก ไม่นานไก่ป่าที่ยังไม่ตายก็ถูกนางมัดขาและจับกลับมาบ้าน หลังจากกินข้าวเที่ยงก็สร้างเล้าไก่ทันที “ท่านแม่ ต่อไปก็มีไข่ไก่กินแล้ว” อวิ๋นเยว่เล่อปัดมือที่เปื้อนดินออก “เด
“เทพสงครามหลี่เทียนเหยา ชื่อนี้ท่านคงคุ้นเคยดีกระมัง” น้ำเสียงของอวิ๋นเยว่เล่อไร้อารมณ์ความรู้สึก ฟังไม่ออกถึงความตื่นเต้น ตกใจ หรือประหลาดใจ นางเพียงแค่เอ่ยมันราวกับเรื่องธรรมดาอย่างกับกินข้าวหรือยัง วันนี้มีไก่ย่าง หลี่เทียนเหยาหน้าขรึมลง ที่แท้นางก็รู้ตัวตนของเขาแล้ว? “เมื่อไหร่?” อวิ๋นเยว่เล่อยิ้มน้อยๆ “ตั้งแต่ที่ท่านเอ่ยชื่อ” นางมองใบหน้าหล่อเหลา “เห็นได้ชัดว่าข่าวลือไม่เป็นความจริง” หลี่เทียนเหยาที่กำลังระวังตัวถูกประโยคนี้ของนางทำให้สะดุด! “ข้อตกลงอะไร?” “พาข้าไปหาสมุนไพรรักษาท่านแม่ กับปก
บรรยากาศในห้องเงียบลงชั่วอึดใจ เงียบจนได้ยินเสียงสายลมพัดผ่าน คำถามของอวิ๋นเยว่เล่อทำให้เฟิงฉีเหว่ยมองนางใหม่อีกรอบ นางฉลาดมาก ไม่มีหญิงสาวคนใดกล้าเอ่ยและกล้าคิดถึงสิ่งนี้! “ชาวเมืองทุกคนไม่ชอบสงคราม” เฟิงฉีเหว่ยเอ่ยช้าๆ ก่อนจะนั่งลงอีกครั้ง ยื่นขนมที่อยู่ในจานตัวเองให้อวิ๋นเยว่เล่ออีก อวิ๋นเยว่เล่อรับขนมมา “เจ้าหมายถึง... ยอมแพ้? เพื่อหลีกเลี่ยงสงคราม?” เอ่ยราวกับเป็นเรื่องธรรมดา “แผนไม่เลว หากพวกเขาเข้ามาได้แสดงว่ามีฝีมือ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าตอนนี้แคว้นเราจะต้องล่มสลาย ดินแดนถูกแบ่งแน่นอน เจ้าคิดไว้ไหมว่า แทนที่เราจะยอมให้พวกเขามาหา เราควรจะไปหาเองก่อน” คราวนี้เฟิงฉีเหว่ยเลิกคิ้ว “แผนของเจ้าไม่เลว เรื่องนี้ข้าก็คิดไว้แต่ยังไม่ตัดสินใจ เมืองหวงอยู่ใกล้กับอีกสามแคว้นมาก แต่แคว้นที่แข็ง







