สุ้มเสียงของนางใสกังวานฉะฉาน แฝงไว้ด้วยความหยิ่งทระนงของสตรีผู้สูงศักดิ์ และความหนักแน่นมั่นคงอันมิอาจสั่นคลอน อวี่เหวินฮ่าวคล้ายจะอึ้งไปครู่หนึ่งกับท่าทีแข็งกร้าวที่กะทันหันของมู่เมิ่งเสวี่ย ทว่าทันใดนั้นเขากลับนึกเรื่องสนุกบางอย่างขึ้นมาได้ มุมปากพลันกระตุกยิ้มเย็นชาอย่างที่เคยเป็น: “คุณหนูมู่ช่างวางอำนาจบาตรใหญ่เสียจริง... แต่เจ้าวางใจเถิด ข้ามิได้มาเพื่อขัดขวางพวกเขา คนกลุ่มนี้องค์รัชทายาทเป็นผู้ “เชิญ” ออกไปจากจวนของข้าด้วยตนเอง บัดนี้พวกเขาจากไปโดยมิบอกกล่าว ข้าจะได้ถือโอกาสนี้ถวายฎีกาฟ้องร้ององค์รัชทายาทเสียเลย ข้าดีใจแทบไม่ทัน ไยจะต้องขัดขวางด้วยเล่า?”มู่เมิ่งเสวี่ยแค่นเสียงหึเบา ๆ “เป็นเช่นนั้นได้ก็ดี”เขาแบมือออก แสร้งวางท่าทางกวาดสายตามองไปรอบด้าน: “ข้าเพียงเห็นว่ารถม้าของพวกเจ้าช่างซอมซ่ออัตคัดนัก เกรงว่าจะทำให้แขกคนสำคัญเช่นแม่นางเฉียวและองค์หญิงเกอซูต้องลำบาก ดังนั้น...” เขาตบมือคราหนึ่ง ทหารองครักษ์ด้านหลังพลันจูงรถม้าสองคันที่ดูโอ่อ่ากว้างขวางออกมาทันที “ข้าจึงตั้งใจนำรถม้ามามอบให้! เป็นอย่างไร ข้ามีน้ำใจพอหรือไม่?”มู่เมิ่งเสวี่ยจ้องมองใบหน้าจอมปลอมนั่นด้วยความรั
Read more