บททั้งหมดของ ในเงาของหัวใจ: บทที่ 51 - บทที่ 60

145

บทที่ 51 หญิงสาวที่เหมาะสมและคู่ควร

เพียงประโยคนั้น…มือที่ถือโทรศัพท์ของธีภพก็แน่นขึ้นทันที ริมฝีปากเขาขบเป็นเส้นตรง ก่อนพูดตอบเสียงต่ำ “…ครับ ผมจะไป” เมื่อวางสาย เขานั่งนิ่งอยู่นาน เหมือนแรงกดทับที่มองไม่เห็นกำลังถาโถมจากทุกทิศ .............. ค่ำคืนของวันเสาร์ ณ ห้องจัดเลี้ยงโรงแรมระดับห้าดาว แสงไฟสีทองสว่างเรืองรองเหนือหัว แขกในชุดราตรีและสูทระดับหรูเริ่มทยอยเข้ามาร่วมงาน ท่ามกลางเสียงเพลงแจ๊สคลอเบา ๆ กลิ่นไวน์ชั้นดีผสมกับบรรยากาศหรูหรา เสมือนโลกของผู้คนที่ไม่เคยตกจากจุดสูงสุด งานคืนนี้ไม่ใช่เพียงงานสังสรรค์ แต่เป็น “สนามต่อรอง” ของผลประโยชน์ ความร่วมมือ และการประกาศอิทธิพลของแต่ละกลุ่มทุน นารา วรเมธินทร์ ก้าวเข้ามาในงานด้วยความมั่นใจในฐานะซีอีโอสาวแห่งวรเมธินทร์กรุ๊ป ชุดเดรสสีไวน์แดงแนบลำตัวที่เธอสวมดูสง่างามและเยือกเย็นพอจะสะกดทุกสายตา ข้างกายคือ พี่ศิตา เลขาคู่ใจที่เปรียบเสมือนเงาเดินข้างกันในทุกสถานการณ์ “คืนนี้คงมีอะไรให้จับตามองไม่น้อยนะคะ” ศิตาพูดเบา ๆ ขณะยื่นรายชื่อแขกให้เธอดู “คนที่มา...ไม่ใช่แค่นักธุรกิจ แต่หลายคนคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังการเมือง การเงิน และการเคลื่อนไหวของทั้งวงการ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 52 รอยยิ้มแรกแห่งค่ำคืน

ภายใต้แสงไฟหรูหราของงานเลี้ยง นารายังคงยืนอยู่ในพื้นที่ของตัวเอง แม้จะถูกห้อมล้อมด้วยแขกนับร้อย เสียงหัวเราะ เสียงแก้วกระทบกัน และบทสนทนาของนักธุรกิจมากมาย ไม่ได้มีเสียงไหนดังพอจะกลบความเงียบในใจเธอได้เลย เธอไม่รู้ว่าอะไรปวดร้าวกว่ากัน ระหว่างความจริงที่เพิ่งได้รู้ ว่าธีภพคือทายาทของตระกูลเดชาสกุลวงศ์ หรือภาพของเขา...ที่ยืนเคียงข้างผู้หญิงคนอื่นอย่างเหมาะสมและไม่ลังเล เธอฝืนยิ้มกับคนที่เข้ามาทัก ฝืนยกแก้วกับคนที่ส่งสายตา ทุกอย่างดูเหมือนเรียบร้อย…แต่ในใจเหมือนลมหายใจมันแผ่วลงไปทุกที แล้วในจังหวะที่เธอกำลังจะหันหลังหลบมุมเงียบ ๆ เสียงนุ่ม ๆ ที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นข้างตัว “ผมควรจะเดินมาทักตั้งแต่เห็นคุณมองแก้วไวน์เกือบหกครั้งภายในห้านาที” นาราหันไปก็เห็นใบหน้าคุ้นตาของชายหนุ่มลูกครึ่งญี่ปุ่น ฮารุโตะ เคนซากิ หรือ “คุณเคน” คนที่เธอเคยรู้จักในฐานะญาติของกานต์ และหนึ่งในคนที่เธอรู้สึกอุ่นใจเวลาสนทนาด้วย เขายิ้มอ่อนโยนในแบบที่ไม่ต้องพยายาม ท่าทางสบาย ๆ แต่เต็มไปด้วยความใส่ใจแบบที่ไม่อึดอัด “ถ้าคุณอยากจะโยนแก้วไวน์ใส่ใครสักคน ผมก็อยู่ตรงนี้นะ” เขาพูดติดตลกเบา ๆ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 53 ไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง

ธีภพก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้า สายตานิ่งลึก “ดูเหมือนคืนนี้คุณจะมีเพื่อนร่วมงานใหม่ที่สนิทใจดีนะครับ” เขาเอ่ยขึ้นเรียบ ๆ ราวกับทักทาย ทว่ารอยยิ้มบนมุมปากกลับเจือประชดชัดเจน นาราหันมามองเขาเต็มตา สีหน้าเรียบเฉย แต่แววตาที่มองเขานั้น...ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป “ฉันไม่คิดว่าจะเจอคุณที่นี่...ในฐานะของเดชาสกุลวงศ์” เธอพูดช้า ๆ น้ำเสียงเยือกเย็น ชายที่ยืนข้างเธอหันมามองธีภพเต็มตา ยิ้มบาง ๆ ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพ “เราคงยังไม่ได้รู้จักกันอย่างเป็นทางการ ผมชื่อ เคน ครับ — ฮารุโตะ เคนซากิ” เขาเอ่ย พร้อมยื่นมือออกมาอย่างเป็นมิตร “ผมรู้จักกับครอบครัวของคุณนารามานาน...เรียกว่าใกล้ชิดสนิทสนมกันเลยก็ว่าได้” ธีภพไม่ได้จับมือกลับทันที เพียงหรี่ตาลงเล็กน้อย เคนยังคงยิ้ม แต่แววตาคมกริบ ก่อนจะเสริมด้วยประโยคที่เหมือนกำลังพูดเรื่องธรรมดา แต่กลับปักลงกลางอกใครบางคนอย่างแม่นยำ “เวลาที่ใครบางคนปล่อยเธอไว้ตามลำพัง ผมมักจะเป็นคนที่เดินเข้ามา…โดยไม่ต้องให้เธอเรียกครับ” ธีภพขบกรามแน่นนิด ๆ ดวงตาเย็นจัด ก่อนเอ่ยเสียงต่ำ “งั้นพวกคุณก็คงรู้จักกันดีสินะ” นาราแทรกขึ้นอย่างนิ่งเรียบทว่าเฉ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 54 มาในฐานะนักลงทุน

ขาเธอก้าวโดยไม่รู้ตัว พาร่างไปยังห้องน้ำอย่างเงียบงัน มือเอื้อมไปเปิดฝักบัว โดยที่ยังสวมชุดราตรีสีแดงเด่นฉาน ชุดเดียวกับที่เธอยืนเงียบ ๆ อยู่กลางงาน เหมือนสิ่งเตือนใจว่าเธอเคยอ่อนแอ...และเคยยอมให้หัวใจหวั่นไหวเพราะใครบางคน สายน้ำเย็นจัดไหลรดลงมาจากศีรษะ ลากผ่านเรือนผม แผ่นหลัง ซึมเข้าสู่ผิวเนื้อที่ยังอุ่นจากความทรงจำ เสียงน้ำกระทบพื้นดังสม่ำเสมอ แต่มันไม่อาจกลบเสียงร้องไห้ที่ไม่มีน้ำตาของเธอได้ เธอยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น นิ่งจนหัวใจสั่น หยดน้ำกลั่นตัวจากปลายคาง ไม่รู้ว่าคือเหงื่อ น้ำตา หรือความเสียใจที่ไหลออกมาพร้อมกันหมด เธอหลับตาลงช้า ๆ ปล่อยให้ทุกอย่างไหลผ่านตัวเหมือนเธอไม่เหลืออะไรให้ยึดเหนี่ยวอีกแล้ว ธีภพ เดชาสกุลวงศ์ ชื่อของเขาแว่วขึ้นมาในใจ…ไม่ใช่เสียงเรียก แต่เป็นเสียงของความทรมาน เขาคือคนที่ทำให้เธอเริ่มกล้าเชื่อใจ เริ่มกล้าเปิดใจ และในเวลาเดียวกัน…เขาก็เป็นคนเดียวที่ทำลายทุกอย่างลงด้วยน้ำมือของเขาเอง เขาไม่ได้เลือกเดินเคียงข้างเธอในวันที่โลกของเธอกำลังสั่นไหว แต่กลับหันไปยืนอยู่ข้างผู้หญิงที่เหมาะสมในสายตาทุกคน ยกเว้น...ในหัวใจของเธ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 55 เปลวเพลิงแห่งความแค้น

ร้านอาหารฝรั่งเศสกลางเมือง เสียงเปียโนคลอแผ่วเบา กับกลิ่นหอมของอาหารและไวน์แดงชั้นดี โต๊ะริมหน้าต่างที่นารานั่งอยู่ ให้ความรู้สึกสงบกว่าที่เธอเคยรู้จักในช่วงหลัง เคนนั่งตรงข้ามเธอ แววตาอ่อนโยนและจริงใจของเขาทำให้บรรยากาศตึง ๆ ในใจเธอคลายลงชั่วคราว เสียงพูดคุยของทั้งสองคนสลับกับเสียงหัวเราะเบา ๆ ครั้งแรกในรอบหลายสัปดาห์...ที่เธอได้ยิ้มจากใจ อาหารจานหลักถูกเก็บออกไป แก้วไวน์ที่พร่องลงครึ่งหนึ่ง นารากำลังจะวางส้อม เมื่อเคนเปลี่ยนท่าที เขาวางผ้าเช็ดปากลงข้างจาน ช้า และนิ่ง ก่อนจะหยิบแฟ้มเอกสารบาง ๆ จากกระเป๋าเอกสารหนังเรียบหรูของเขา แฟ้มสีเทาธรรมดา…แต่แววตาเขาในตอนยื่นให้เธอ ไม่ธรรมดาเลย “คุณนารา...” เขาเรียกเธอเบา ๆ เหมือนกลัวลมหายใจจะทำร้าย “มีบางเรื่องที่ผมอยากให้คุณรู้…แม้มันจะไม่ใช่เรื่องที่คุณอยากได้ยิน” นาราเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างฉงน ก่อนจะค่อย ๆ เอื้อมมือรับแฟ้มมาด้วยความรู้สึกประหลาด หัวใจเธอเต้นแรงขึ้นอย่างไร้เหตุผล เมื่อเปิดแฟ้มออก ภาพถ่ายแรกก็ทำให้เธอเย็นวาบไปทั้งร่าง ภาพซากรถของกานต์...รถคันที่เธอกับเขาประสบอุบัติเหตุ ที่ยับเยินจนแทบจำไม่ได้
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 56 เปิดโปงพวกเขา

หนึ่งอาทิตย์ต่อมา ณ ห้องทำงานชั้นสูงสุดของวรเมธินทร์กรุ๊ป หญิงสาวที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานอย่างสงบนิ่ง แต่ในแววตานั้น…เต็มไปด้วยเปลวไฟที่ไม่มีใครดับได้อีกต่อไป นาราไล่สายตาไปตามรายงานธุรกิจฉบับล่าสุด หน้าจอแล็ปท็อปเบื้องหน้าเปิดข้อมูลเชิงลึกของ เดชาสกุลวงศ์เอ็นเตอร์ไพรส์ กราฟตัวเลข แผนผังองค์กร รายชื่อบริษัทย่อย โครงการร่วมทุน และรายชื่อคู่ค้าหลักที่ทยอยถอนตัวในช่วงปีที่ผ่านมา เธอไม่ลังเลเลยที่จะจดบันทึกทุกจุดอ่อนที่พบ ทุกบาดแผลที่เคยซ่อนเอาไว้ใต้เสื้อสูทราคาแพงของพฤกษ์ไพศาล…จะถูกเปิดเผยทีละชั้น “พี่ศิตาคะ” เธอเอ่ยเรียกโดยไม่ละสายตา “ติดต่อไปยังกลุ่มผู้บริหารจากสามบริษัทที่ถอนตัวจากโครงการของเดชาสกุลวงศ์เมื่อปีที่แล้ว — นัดประชุมด่วนที่สุด” ศิตาพยักหน้าทันที “ทั้งหมดเคยมีปัญหาเรื่องการกดราคา และโดนเบี้ยวข้อตกลงค่ะ พวกเขาคงพร้อมฟังคุณ” “ดี” นาราพูดเสียงเรียบ “เราจะเปิดทางให้พวกเขา...ได้ล้างแค้นอย่างที่ควรได้รับ” … บ่ายวันเดียวกัน ห้องรับรองชั้นในของวรเมธินทร์กรุ๊ป เสียงประตูเปิดช้า ๆ ก่อนที่ชายหนุ่มผิวเข้มแววตาคม จะก้าวเข้ามาพร้อมกับใครบางคน คนที่นาราไม่ค
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 57 ทำลายอำนาจเดชาสกุลวงศ์

เสียงของเธอหนักแน่นกว่าครั้งไหน ๆ “เริ่มจากโครงการลงทุนซ้อน และการกดราคาที่ทำให้พวกคุณต้องสูญเสีย” มือของเธอแตะซองเอกสารอีกฉบับ เอกสารที่เธอเพิ่งได้รับจากชายคนหนึ่งที่คีรณัฐพามา “และเราจะไม่หยุด…จนกว่าเส้นเลือดทุกเส้นที่เชื่อมโยงกับพฤกษ์ไพศาลจะถูกตัดขาดจากวงการธุรกิจนี้” ............................. อีกด้านหนึ่ง ณ ห้องทำงานของภานุวัฒน์ แสงจ้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์สาดเข้าบนใบหน้าคมเข้มของภานุวัฒน์ เขากำลังนั่งอยู่ในห้องกระจกชั้นบนสุดของอาคารซาเลียน อินโนเวชั่น ไฟล์จำนวนมากเรียงรายอยู่บนหน้าจอ—รายงานหน้างานก่อสร้าง ภาพเสาคอนกรีตที่แตกร้าว สายไฟที่ติดตั้งผิดแบบ และรายชื่อผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ที่ไม่มีใครรับผิดชอบ เสียงเรียกเข้าจาก “ธีภพ” ดังขึ้น ภานุวัฒน์กดรับทันที “ได้เวลาแล้ว” เสียงของธีภพจากปลายสาย ราบเรียบ…แต่เจือแรงกร้าว “ปล่อยข้อมูลพวกนั้นทั้งหมด ส่งให้สื่ออิสระกับองค์กรตรวจสอบอาคารระหว่างประเทศ” “ใช้ชื่อ ‘ผู้แจ้งนิรนาม’ เหมือนเดิม” “ยืนยันนะ?” ภานุวัฒน์ถาม น้ำเสียงต่ำ เงียบไปไม่ถึงวินาที “ยืนยัน” ปลายสายถูกตัด ภานุวัฒน์เอนหลังพิงพนัก พร้อ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 58 เขาคือเป้าหมายของทุกกระบอกปืน

แสงไฟสีอุ่นจากโคมระย้าในห้องทำงานส่วนตัว ทาบเงาลงบนพรมลายยุโรปโบราณ ของคฤหาสน์รัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคง รัฐมนตรี วิศรุต เกริกไกร วางแก้วบรั่นดีลงบนจานรองเบา ๆ ก่อนจะเลื่อนมือถือบนโต๊ะรับสายที่ปรากฏชื่อว่า พฤกษ์ไพศาล เดชาสกุลวงศ์ “สวัสดีครับคุณพฤกษ์” วิศรุตกล่าวเรียบ ๆ ขณะเอนพิงเก้าอี้หนังแท้ น้ำเสียงนั้นสงบนิ่งเกินกว่าจะเดาอารมณ์ได้ ปลายสายเต็มไปด้วยความกดดัน ก่อนที่เสียงทุ้มต่ำจะเอ่ยขึ้น “ข่าวลือมันลุกลามเกินไปแล้วครับท่าน…ผมมั่นใจว่ามีมือที่มองไม่เห็นอยู่เบื้องหลัง” วิศรุตหัวเราะในลำคอเบา ๆ “โลกธุรกิจน่ะ มันไม่มีมิตรแท้ศัตรูถาวรหรอกคุณพฤกษ์ มีแค่ผลประโยชน์กับจังหวะ” เขาหยิบซิการ์ขึ้นมาหมุนในมืออย่างไม่จุดไฟ สายตายังมองออกไปนอกหน้าต่าง ที่เมืองทั้งเมืองค่อย ๆ ดับแสงลง “ใจเย็นเถอะ ยังไม่ถึงจุดที่คุณควรลน…หรือคุณแค่ไม่ชินกับการถูกล้วงเกม?” พฤกษ์ไพศาลไม่ได้ตอบทันที ปลายสายมีเพียงเสียงหายใจหนักที่แสดงถึงความไม่พอใจ ก่อนที่วิศรุตจะเปลี่ยนเรื่องโดยไม่ปล่อยให้ความตึงยืดเยื้อ “ว่าแต่…” “ในสถานการณ์แบบนี้…ผมว่าธีภพควรห่างจากลาริสาไปก่อน” เสียงของพฤกษ์ไพศาลชะงัก
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 59 เงื่อนไขของความอยู่รอด

คำพูดนั้นทำให้แววตาธีภพกระตุกเล็กน้อย แต่เขาไม่ได้พูดอะไร…นอกจากพยักหน้าเบา ๆ แล้วเอ่ยชัดเจน “งั้นผมมีข้อเสนอ” ธีภพเอ่ยขึ้น ขณะยังยืนตรงหน้าพ่อของเขา พฤกษ์ไพศาลเลิกคิ้วเล็กน้อย น้ำเสียงเย็นลง แต่นัยน์ตายังคมเฉือน “ว่ามา…” ธีภพไม่ลังเล เขาพูดชัดถ้อย น้ำเสียงราบเรียบแต่เต็มไปด้วยแรงกดดันที่กดทับไว้ “ถ้าผมทำให้ซาเลียน อินโนเวชั่น ยอมเข้ามาร่วมมือกับเราได้…” เขาหยุดเพียงวินาที เพื่อให้คำถัดไปหนักแน่นยิ่งกว่าเดิม “พ่อจะต้องยุติการเคลื่อนไหวใด ๆ ที่เกี่ยวกับนารา ไม่สั่งให้คนตาม ไม่แทรกแซง ไม่คุกคาม ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม” คำพูดนั้นทำให้บรรยากาศในห้องขึงตึงขึ้นอีกระดับ พฤกษ์ไพศาลวางมือบนไม้เท้าแน่นขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ อย่างไม่เชื่อหูตัวเอง “นี่แกกำลัง ‘ต่อรอง’ กับฉันงั้นเหรอ?” ธีภพยังคงนิ่ง ไม่หลบ ไม่หวั่น “ไม่ใช่การต่อรองครับ…” “…แต่เป็นเงื่อนไขร่วมทุน ที่ผมจะลงแรงเต็มที่ให้ ถ้าพ่อยอม” พฤกษ์ไพศาลจ้องเขา สีหน้าเคร่งขึ้น “แล้วถ้าฉันไม่ยอมล่ะ?” ธีภพยิ้มบาง ๆ ไม่มีแววอารมณ์ใดบนใบหน้า นอกจากความนิ่งที่แทบจะทำให้บรรยากาศรอบตัวหยุดนิ่งตาม “ก็เท่ากับ พ่อป
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 60 สิ่งที่เขานำมาในคืนนี้ มันสายเกินไป

นาราเงยหน้าขึ้น สายตาสั่นไหวเพียงเสี้ยววินาที เธอไม่รู้ว่าคนที่อยู่เบื้องหลังซาเลียนคือใคร แต่เธอรับรู้ได้ถึงแรงสนับสนุนบางอย่างที่ไม่อาจมองเห็น เธอพยักหน้าเบา ๆ สูดลมหายใจแล้วพูดชัด “งั้นฉันก็วางใจ” ... ณ บ้านวรเมธินทร์ในค่ำคืนที่ไม่มีแสงดาว เสียงประตูปิดลงช้า ๆ ดังแผ่วเบา แต่สะท้อนหนักแน่นในอกของใครบางคน นาราถอดส้นสูงออกแล้วเดินผ่านห้องรับแขกอย่างคนหมดแรง สูทพาดไว้ที่โซฟา เอกสารถูกวางทิ้งไว้บนโต๊ะ ไม่มีบทบาทใดของซีอีโอหลงเหลือในเวลานี้ คืนนี้...เธอไม่ใช่ผู้หญิงที่บริหารบริษัท เธอแค่ผู้หญิงธรรมดา ๆ คนหนึ่ง ความเงียบในบ้านแทบจะกลืนเสียงหายใจของเธอ จนกระทั่ง...เสียงกริ่งหน้าประตูดังขึ้น นาราหยุดนิ่ง ราวกับร่างแข็งค้าง เธอไม่อยากเจอใคร ไม่คิดว่าจะมีใครมาในคืนที่หัวใจอ่อนล้า แต่เมื่อเปิดประตูออกไป ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้า กลับเป็นคนที่เธออยากลืมมากที่สุด และลืมไม่ได้ที่สุด ธีภพ เดชาสกุลวงศ์ เขายืนอยู่ในความมืด ด้วยใบหน้าที่ไม่ได้ซ่อนอะไรไว้อีก ไม่มีหน้ากากของนักธุรกิจ ไม่มีเงาของคำสั่งจากใคร มีแค่แววตาที่เต็มไปด้วย...ความหวังสุดท้าย “นารา…” เสี
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
1
...
45678
...
15
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status