All Chapters of ท่านประธานขาอย่าดุ: Chapter 61 - Chapter 70

114 Chapters

บทที่ 61

“เฮ้อ ดุตรงไหนไม่ทราบ” เขาทำเสียงดุ ถอนหายใจ แล้วเมินหน้าหนี คราวนี้เธอต้องใช้ลูกอ้อนด้วยการเดินไปยืนอยู่ข้างๆ เขา“ท่านประธานขาอย่าเพิ่งดุสิ ฟังหยาก่อน” เธอพูดด้วยเสียงอ้อนก่อนจะเกาะแขนเขาแล้วคุกเข่ากับพื้นซะเลยเพราะยืนก็ค้ำหัวเกินไป“แล้วตรงไหนที่เรียกว่าไม่ฟังล่ะ” “นี่ไงคะ! ตรงนี้ไง แดกดัน” “ไม่ได้แดกดัน จะพูดก็พูด”“เรื่องเงิน คิดอีกที ถ้าท่านตัดสินใจที่จะให้แล้วเรียกผู้บริหารประชุมเพื่อบอกกล่าว หยาว่าชะลอไว้ก่อนดีไหมคะ มันเป็นเงินท่าน” “สมมติว่าผมให้ ขอเหตุผลหน่อยว่าทำไมถึงไม่ควรให้ครับ ก็ไหนเมื่อเช้าบอกว่าให้สักร้อยล้านก็ยังดี เขาจะได้ไม่มาเซ้าซี้อีก” “หยาก็แค่ลองหยั่งใจคุณ ว่าคุณจะเห็นด้วยหรือเปล่า แล้วถ้าความคิดที่จะไม่ให้ คุณจะเห็นด้วยไหมคะ” “นี่แหละผมขอเหตุผล” “คือเอ่อ” ปั้นหยาควรบอกให้เขารู้ตัวไหม ว่าตัวเองกำลังถูกหักหลัง หรือไม่ควรเพราะเป็นญาติกันและจะคิดว่าเธอยุแยงให้แตกคอ
Read more

บทที่ 62

“หยาไม่หอบเสื้อผ้าไปอยู่กับคนที่เพิ่งรู้จักกันได้ไม่นานหรอกค่ะ” เธอตอบอย่างหนักแน่น“แต่เราเป็นแฟนกัน แล้วเมื่อคืนเราอยู่ด้วยกัน แล้วการมาอาศัยอยู่กับผมก็ไม่แปลกแล้ว”“หยาก็ว่ามันยังไม่เหมาะอยู่ดี เรื่องเมื่อคืนเกิดขึ้นก็ใช่ว่าหยาจะรีบเก็บเสื้อผ้ามาอยู่กับคุณเลยเสียเมื่อไหร่คะ”“หึๆ งั้นเรื่องที่เราคุยกันก็เอาไว้ก่อน” “เฮ้อ” ปั้นหยาถอนหายใจทิ้ง เธอเครียดเพราะเป็นห่วงเขา กับสิ่งที่รู้มา ไม่อยากให้ใครต้องมาหลอก ทั้งที่เขาเป็นคนเก่งและฉลาด“ทำไมต้องเครียดขนาดนั้น” “หยา... เป็นห่วง...” คราวนี้เธอพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง สีหน้าและแววตาเคร่งเครียดพร้อมกับลุกขึ้นยืน แล้วเดินกลับไปที่โต๊ะทำงานของตัวเองช้าๆ จนเขาต้องเดินตาม“ห่วงก็ไปอยู่ด้วยกันไง จะได้ไม่ต้องห่วง” “ทำไมต้องยื่นข้อเสนอแบบนี้ นี่ธุรกิจของท่านนะคะ” “ธุรกิจของผมมันมีเหตุผลของหัวใจเข้ามาเกี่ยว ไม่อย่างนั้น หยาจะพูดให้ผมเชื่อฟังได้ยังไง” 
Read more

บทที่ 63

ปั้นหยาหายไปสิบห้านาทีแล้วกลับขึ้นห้องทำงานอีกครั้ง ก็พบว่าฐากูรยังไม่ได้ออกมา ท่าทางจะคุยกันเครียด จึงนั่งรอเพราะไม่อยากเข้าไปเป็นส่วนเกินในเวลาคุยงานของท่านประธาน กระทั่งเวลาผ่านไปสักพักใหญ่ๆ ฐากูรก็ออกมาแบบเครียดๆ สีหน้าไม่สู้ดีนัก เธอก็ไม่กล้าถามเพราะไม่ใช่เรื่อง แต่หลังจากที่ฐากูรกลับไปแล้ว เจ้านายรูปหล่อนี่สิที่ผลักประตูออกมา แล้วชักสีหน้าเรียบตึงใส่เธอและก้องการุณ “โทรเรียกผู้จัดการฝ่ายการเงินมาพบฉัน เดี๋ยวนี้” ตฤณบอกก้องการุณเป็นหลัก “ครับท่าน” ก้องการุณรับคำเสร็จก็หยิบโทรศัพท์บนโต๊ะขึ้นมากดหมายเลขภายในทันที ส่วนปั้นหยาได้แต่มองหน้าเจ้านายหนุ่มด้วยความสงสัย เพราะเขาไม่ได้พูดอะไร และกลับเข้าห้องอีกครั้ง ยังก่อนเธอเองก็จะยังไม่คุยเรื่องที่ได้ยินมา ต้องรอเวลาและก้มหน้าเก็บโต๊ะทำงาน แล้วนำเอกสารออกไปด้านนอก เพื่อจะได้เคลื่อนย้ายโต๊ะทำงานและคอมพิวเตอร์ออกไป ตฤณก็เหลือบมองเท่านั้นไม่ยอมพูดจา เหมือนโกรธแต่เขาน่าจะเครียดเรื่องที่คุยกับฐากูรมากกว่า พอปั้นหยาขนเอกสารออกไปแล
Read more

บทที่ 64

“ไม่เกี่ยวอะไรกับปั้นหยา” “ท่านรู้ดีว่าเกี่ยว และผมก็จะไม่ยอมด้วย” “ไม่ยอมเหรอ ต้องให้ทำยังไงระหว่างพักร้อนสามเดือนเพื่อทบทวนตัวเอง กับเขียนใบลาออกเอง”“ท่าน!” พอฟังอย่างนี้ประวิทย์ก็แทบอึ้งไปเลย “ลาออกไปก็คงไม่เดือดร้อนหรอกใช่ไหม เพราะนายซันด์รอจ้างอยู่แต่ต่อให้พักร้อนหรือลาออก ผมก็จะดำเนินคดีกับคุณอยู่ดีคุณวิทย์ และผมไม่ได้ขู่”“ได้ ในเมื่อท่านเชื่อคนอื่นมากกว่าผม แต่บอกเอาไว้ก่อนถ้าผมไม่ผิดผมจะเอาคืนให้สาแก่ใจ” “เก็บของแล้วออกไปจากบริษัท” ตฤณตัดสินใจเอ่ยปากไล่เสียงเรียบพลางจ้องหน้าประวิทย์แบบนิ่งๆ ไม่ลดละ ขณะที่ประวิทย์ยืนตัวสั่นเพราะความโกรธจัด เลือดขึ้นหน้าแต่ต้องทนกำมือแน่น “ผมไปแน่ และท่านจะต้องเสียใจที่ทำกับผมแบบนี้” ประวิทย์บอกด้วยน้ำเสียงลอดไรฟัน“ใช่ ผมเสียใจ เสียใจมาก เชิญ” ตฤณออกปากไล่อีกครั้งและแสร้งก้มหน้าไม่ม
Read more

บทที่ 65

“อะไรจะรู้ดีปานนั้น แอบฟังผู้ใหญ่คุยกันเหรอ หืม” เขากระซิบเบาๆ สายตาจับจ้องที่ริมฝีปากของเธออย่างไม่ลดละ“ก็ บอกแล้วว่าหยาเป็นคนช่างสังเกต” “เหมือนที่แม่สังเกตพ่อเราน่ะเหรอ แล้วรู้ได้ยังไงว่าผมเครียด เป็นเด็กเป็นเล็ก”“ใจมันบอกแบบนั้น เวลาคุณปกติมักจะกวนประสาท ยียวนขี้หลี แต่เวลาเครียดแทบจะไม่สนใจกันเลย” “รู้ดีจัง อภิชาติแฟน แบบนี้ต้องให้รางวัล” สิ้นคำเขาก็โน้มหน้าเข้าไปใกล้ๆ หมายจะฉกจูบที่ปากอิ่ม ทว่าเธอเบือนหน้าหนีทันเสียก่อนจมูกก็เลยแตะที่แก้มแทน “แสดงว่าหายดีแล้ว” “อื้อ! ยังเลย มานวดต่อเร็วกำลังฟิน” “คุณขี้โกง” “ไม่โกงก็ได้” ว่าแล้วเขาก็รั้งแขนทั้งสองข้างของเธออยู่เช่นเดิมพร้อมกับกอดเอาไว้ “ปล่อยหยาเถอะค่ะ เดี๋ยวใครเข้ามาเห็นเข้า” “ให้เวลากันหน่อย ผมเหนื่อย” น้ำเสียงของเขาจริงจังและมีความเครียดพอสมควร เธอก็เลยยอมอยู่ในท่ากอดคอเขาจากทางด้านหลังอยู่นาน&nb
Read more

บทที่ 66

เชื่อแน่ว่า สิ่งที่ตฤณทำมันได้สร้างบาดแผลความแค้นให้เกิดขึ้น ประวิทย์ไม่ได้ซื่อสัตย์ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ยิ่งมีตัวเงินเข้ามาทำให้ไขว้เขว่ก็ยิ่งทำให้เขาเปลี่ยนขั้วได้อย่างง่ายดาย เงินที่ตฤณไม่เคยให้เกินกว่าเงินเดือนและโบนัสนั้น ทำให้อาทิตย์ยื่นมือมาทุ่มซื้อตัวประวิทย์ในจำนวนเงินที่สูงในก่อนหน้านี้แล้ว เพียงแต่รอเวลาที่เหมาะๆ ประวิทย์ถึงจะไป แต่ตอนนี้เร็วกว่ากำหนดเท่านั้นเอง “คนอย่างฉันเหรอจะง้อ แต่ก่อนไปฉันจะทำอะไรให้พวกแกเจ็บๆ คันๆ คอยดูเถอะ อยู่ไม่สุขแน่คุณตฤณกับนังตัวดี แกแน่ๆ ที่เป่าหูมันจนไล่ฉันออก” ประวิทย์พูดอย่างเจ็บแค้น หลังจากที่ออกมาจากบริษัทได้สักพัก ตอนนี้เขายังไม่ติดต่ออาทิตย์ ยังไม่บอกความจริง รอก่อน รอจัดการกับคนที่ทำให้เขาโดนไล่ออกเสียก่อน “ยัยปั้นหยา เลขาคนใหม่ที่ทำตัวลับๆ ล่อๆ ที่แผนกบ่อยๆ เวลาคุณอาทิยต์มา ต้องใช่แน่แล้วไหนจะเจอมันที่บ้านคุณอาทิตย์อีก หรือไอ้ป๊อบมันร่วมมือใส่ร้ายฉันอีกคนเหรอ” “เอาไงดีครับคุณวิทย์” ลูกน้องของประวิทย์คนหนึ่งเอ่ยขึ้นเสียงเข้ม“ให้คนจับตาดูนายฐากูร ว่ามีพิรุธ
Read more

บทที่ 67

“วันหยุดนี้ ไปบ้านคุณดีไหม” ให้ตายเถอะเขาทำให้เธออึ้งตาโตไปเลย ทว่ายังไม่ทันได้พูดอะไรต่อ รถก็จอดที่หน้าทางขึ้นบ้านพอดี“ถึงแล้วค่ะ” ปั้นหยาพูดตัดบท แล้วดันเขาออกเล็กน้อย ก่อนจะเปิดแล้วลงไปส่งเขาในฐานะเจ้านายก่อน จังหวะเดียวกันเธอเห็นเขาถอนใจแล้วมองหน้า“เจอกันพรุ่งนี้ค่ะ” “เอาเป็นว่า ตามใจคุณ แต่ผมห่วงคุณจริงๆ นะ อยู่บ้านคนเดียวก็... ดูแลตัวเองดีดีก็แล้วกัน ถ้าค่ำแล้วก็ไม่ต้องออกมาเดินเล่น เข้าใจไหม” ในน้ำเสียงของเขามีความห่วงแบบจริงจัง เครียด แววตาเป็นกังวลแปลกๆ บางทีเขาดูเป็นผู้ชายสองบุคลิกยังไงก็ไม่รู้ “หึๆ เข้าใจค่ะท่าน” เธอตอบและยิ้มบางๆ “มีอะไรก็โทรหาผม หรือก้อง เปิดรอสายตลอด 24 ชม.” “เอาเป็นว่าถ้ามีอะไรให้ช่วยจริงๆ หยาจะโทรบอกนะคะ” “ครับ” น้ำเสียงของเขายังคงกดต่ำ น่าหวั่นใจ จากนั้นเธอก็กลับขึ้นรถโดยมีเขาปิดประตูให้ ยืนส่งจนกระทั่งรถเลื่อนออกไปจากหน้าบ้านจนลับตา เขาจึงขึ้นบ้าน “ดูคุณท่านมีความหวั่นใจ&
Read more

บทที่ 68

กรอบแกร่บ! กรอบแกร่บ! เสียงดังอีกครั้ง ช้าๆ เบาๆ ความหวาดกลัวทำให้เธอหวาดระแวง จนต้องลุกจากเตียงและเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าต่างเพื่อเงี่ยหูฟังดีๆ หัวใจเจ้ากรรมก็เต้นแรง ราวกับจะทะลุออกมานอกอก ตุบ! ตุบ! ใจอยากจะแง้มผ้าม่านดูอยู่หรอกแต่กลัว อาจจะเป็นเสียงใบไม้ปลิวลากไปกับพื้นก็ได้ เธอคิด แล้วเอาหูแนบกับผนังกรอบแกร่บ! กรอบแกร่บ! มันเหมือนเสียงคนเดินเหยียบใบไม้ชัดๆ เธอคิดด้วยความตกใจ ความกลัวแล่นจับขั้วหัวใจทันที พร้อมกับเอามือปิดปากตัวเองไว้ ต่อมาไม่นานก็ได้ยินเสียง ก๊อกแก๊ก! ที่ประตูหน้าบ้าน ว่าแล้วเธอก็รีบออกมาจากห้องเปิดประตูเบาๆ แง้มไว้พร้อมกับส่องดูว่าที่หน้าบ้านมีอะไร ตรงประตูหรือหน้าต่าง ก็ไม่เห็นว่ามีเงาอะไรเลย แต่กลับมีเสียงตรงลูกบิด“ผีหลอกป่าวเนี่ย” เธอพูดเบา ดวงตาเบิกโพลงเพราะความกลัวแต่แน่ใจว่าล็อคบ้านอย่างดีแล้ว สุดท้ายทำได้แค่ค่อยๆ ปิดประตูกลับเข้าห้อง ล็อคเอาไว้อย่างเดียวแล้วนั่งตัวสั่นอยู่บนเตียง “หรือว่าคุณตฤณแกล้งเราหรือเปล่าเนี่ย เห็นว่าเราไม่อยู่ด้วย” เธอโทษคนบ้านโน้นก่อนเลย ว่าแล้วก็เอาม
Read more

บทที่ 69

จากนั้น ปั้นหยาก็เดินออกจากบ้านท่ามกลางพื้นเปียกแฉะ แต่ไม่วายเดินสำรวจรอบๆ ว่ามีอะไรผิดปกติหรือเปล่า ทว่ามีแต่ใบไม้หล่นเต็มพื้นไปหมด ไหนจะกิ่งไม้เล็กใหญ่ หรือว่าเมื่อคืนจะเป็นกิ่งไม้พวกนี้ที่หล่น แล้วลากไปกับพื้นเพราะแรงลมหรือเปล่า เธอคิดด้วยความหวาดกลัว จากนั้นจึงออกจากบ้าน ปิดประตูให้เรียบร้อยแต่แล้วอยู่ๆ ก็มีรถแล่นสวนมาพอดี รถคันนี้เตะตามากเพราะเธอเคยขับมันมาก่อน ว่าแล้วจึงหยุดยืนรอ“คุณกัน” ปั้นหยาเรียกคนขับรถที่เปิดประตูลง แล้วเดินอ้อมมาเปิดให้“เชิญครับ คุณท่านให้มารับ” สิ้นคำของเขา ปั้นหยาก็เดินขึ้นรถแบบไม่โต้เถียงอะไรทั้งสิ้น ส่วนกันระพีก็เดินอ้อมมานั่งที่นั่งคนขับก่อนจะเอ่ย“หน้าซีดนะครับ” กันระพีเหลือบมองเธอเล็กน้อยเท่านั้น แต่เธอกลับเอามือจับหน้าตัวเองเอาไว้“รีบค่ะ เลยไม่ได้แต่งหน้า” “ไม่แต่งก็สวยครับแต่ว่าที่บอกว่าซีดเหมือนคนไม่ได้นอนหรือไม่สบายมากกว่า ค่อนไปทางโทรม” “ค่ะ เมื่อคืนนอนไม่ค่อยหลับ ลมแรง
Read more

บทที่ 70

“หยาได้ยินเสียงคนเดินรอบบ้าน แล้วเสียงกิ่งไม้ลากไปมา เหมือนจะมีคนเปิดประตูเข้ามา หยาไม่กล้าเปิดผ้าม่านดูว่าใคร กลัวเป็นขโมย”“ดีแล้วที่ไม่เปิด เพราะอาจเป็นขโมย เราอาจได้รับอันตราย และถ้าเป็นขโมยจริงๆ ทีนี้ มันก็รู้แล้วว่าหยาอยู่คนเดียวจริงไหม” “หยากลัวมาก กลัวจนนอนไม่หลับ กลัวว่าจะเป็นผีก็กลัว” ประโยคสุดท้ายน้ำเสียงเธออ่อนลงจนเบากลัวเขาจะหาว่าไร้สาระ เสียงสั่นจนน่าสงสาร เขาจึงถอนใจส่ายหน้าแล้วเอามือลูกศีรษะเธอเบาๆ ก่อนจะกดลงซบที่ไหล่ “คนกับผีกลัวอะไรมากกว่ากัน” “ทั้งสองอย่างค่ะ” “หึๆ คนเก่งอย่างเรากลับมากลัวผีเนี่ยนะ”“กลัวผีไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเก่งหรือไม่เก่งนะคะ หยาอยู่คนเดียว” “แล้วสมัยเรียนน่ะ ไม่เคยเจออะไรแบบนี้หรือไง” “ตอนเรียนอยู่หอ มีเพื่อนข้างห้องค่ะจนเรียนจบไม่ได้เหงาเหมือนอยู่บ้านเช่าแบบนี้ ว่าแต่ คุณไม่ได้ส่งคนไป
Read more
PREV
1
...
56789
...
12
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status