Todos os capítulos de ภรรยาห้าอีแปะ: Capítulo 111 - Capítulo 120

187 Capítulos

บทที่ 110

“ตอนที่เจ้ายังเป็นทารก ข้าจำได้ ในตอนนั้นข้าบอกเจ้าว่า ข้าจะคอยปกป้องเจ้าไปชั่วชีวิต...คำพูดประโยคนั้นเป็นทั้งคำสัญญาและคำสาบานแรกในชีวิตข้า” หลี่จือหลินพูดพร้อมกับยิ้มจางๆ “ในเทศกาลหยวนเซียวคืนนั้น ตอนที่ข้าซื้อถังหูลู่ให้เจ้า เจ้าคงไม่รู้หรอกว่ารอยยิ้มที่เจ้ามอบให้ข้ายามนั้นทั้งงดงามอ่อนโยนและหวานล้ำเพียงใด เพราะจดจำภาพนั้นได้ ข้าจึงไม่เคยยอมแพ้ในสงคราม ทุกครั้งที่เพลี้ยงพล้ำ ข้ามักคิดเสมอว่าจะต้องได้กลับมาเจอเจ้าเพื่อทำตามคำสัญญาสาบานและจะต้องปกป้องรอยยิ้มที่บริสุทธิ์งดงามเช่นนั้นเอาไว้ให้ได้ หรงเอ๋อร์ ข้าออกศึกมากมาย แม้กึ่งหนึ่งเพื่อบ้านเมือง แต่อีกกึ่งหนึ่งล้วนเป็นเพราะแผ่นดินเทียนจินคือบ้านของเจ้า เพราะที่แห่งนี้มีคนที่ข้าต้องการปกป้องเอาไว้อย่างเจ้าอยู่ข้างหลัง”เซียงหรงได้แต่จ้องเขาด้วยความงุนงง นางไม่เคยจำเรื่องราวเหล่านี้ได้เลย แต่เขากลับเล่าได้ละเอียดอย่างไม่น่าเชื่อ อีกทั้ง…เรื่องสาเหตุที่เขาออกรบและไม่เคยยอมแพ้จนมีชีวิตรอดกลับมาก็ช่าง…เขายังกล่าวต่อไป “หลายปีผ่านไป ข้าคิดว่าเจ้าอาจลืมข้าไปแล้ว แต่ข้ากลับไม่เคยล
Ler mais

บทที่ 111

ตลอดการเดินทางไปยังหมู่บ้านว่อหลงที่มีซู่ซินรออยู่ หลี่จือหลินซื้อรถม้าคันหนึ่งให้นางนั่งอยู่ด้านใน ส่วนตัวเขาขับรถม้าด้านนอก เขาให้เหตุผลว่าจะทำให้การเดินทางสะดวกขึ้นนั่นก็จริงอยู่นับตั้งแต่มีรถม้า นางก็ไม่เคยต้องนอนบนพื้นหินพื้นหญ้าให้เจ็บหลังปวดเอว หรือคันเนื้อคันตัวเหมือนก่อนหน้านี้หลังจากที่เปิดเผยตัวตนแล้ว หลี่จือหลินปฏิบัติต่อนางอย่างดียิ่ง ไม่ว่านางอยากกินอยากดื่มอะไร เมื่อผ่านเข้าไปในหมู่บ้านหรือเมืองเล็กๆ ก็จะหาซื้อให้นางทุกอย่าง หากเป็นกลางป่ากลางเขา ไม่ว่าจะจับสัตว์ใดได้เขาก็จะแบ่งเนื้อส่วนที่ดีที่สุดให้นาง ปรุงรสด้วยเกลือหรือเครื่องเทศต่างๆ เท่าที่จะหาได้เพื่อให้นางเจริญอาหารยิ่งขึ้น ทั้งยังบ่นพึมพำทุกคืนว่านางผอมลงไม่น้อย ไม่เต็มไม้เต็มมือ...น่าเกลียดที่สุด ปากบอกว่านางผอมเกินไป แต่ใครกันที่คอยจับนางกินทุกคืน!คนเจ้าเล่ห์พรรค์นั้นตั้งใจทำให้นางได้พักผ่อนเต็มที่ในเวลากลางวันเพื่อรับใช้เขาในเวลากลางคืนชัดๆ!แม้จะรู้เช่นนั้น แต่เซียงหรงก็ไม่สามารถหลบเลี่ยงอ้อมกอดนั้นได้เลยเวลากลางคืนช่างหนาวเหน็บนัก แม้ว่าจะเหนื่อย
Ler mais

บทที่ 112

ชั่วขณะนั้น เซียงหรงสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะแสงสว่างในรุ่งอรุณของวันใหม่ นางพบว่าตนยังคงอยู่ในอ้อมกอดของหลี่จือหลิน ใบหน้าของเขาอยู่ใกล้จนได้ยินเสียงลมหายใจสม่ำเสมอนางเอียงศีรษะมองอย่างเงียบๆ ใบหน้าของเขาภายใต้แสงอ่อนๆ ยามเช้าดูสงบนิ่ง แต่นางกลับรู้สึกหนักอึ้งในอก"ฝันแปลกเสียจริง..." นางพึมพำ พลางนึกถึงเด็กชายหญิงในฝันที่ออดอ้อนขออยู่ด้วย น้ำเสียงและแววตาของพวกเขาล้วนยังชัดเจนในความรู้สึกหลี่จือหลินที่ยังหลับตา แต่แขนยังรัดแน่นรอบตัวนาง เอ่ยเสียงทุ้มต่ำด้วยน้ำเสียงที่เจือความอ่อนโยน "ฝันอะไรหรือ เจ้าเอาแต่ขยับไปมาจนข้านอนไม่หลับ"เซียงหรงพลันตีแขนเขาเบาๆ “บ่นหรือ ข้าจะขยับจนท่านนอนไม่หลับ แล้วจะทำไม”หลี่จือหลินลืมตาขึ้น ดวงตาสีนิลพราวระยับด้วยความพึงพอใจจากคำพูดที่เขาเห็นว่าฟังดูเหมือนคำหยอกเย้าเสียมากกว่าเขากอดนางแน่นขึ้น "อืมมม...นั่นสิ หากเจ้าขยับจนข้าไม่ได้นอน...ความจริงก็เป็นเรื่องดีไม่ใช่หรือ" เขาจุมพิตหน้าผากนางอย่างแผ่วเบาใบหน้างดงามแดงฉานขึ้นมาทันควัน“หยุดพูดจาเหลวไหล!" เซียงหรงดุเสียงขุ่น นางจะพลิกตัวหนี แต่ก็ทำได้เพียงขยับตัวอยู่ในอ้อมกอดแนบแน่นนั้น“เหลวไหลหรือ เจ้าเป็
Ler mais

บทที่ 113

"เจ้ารับปากในฝันไปแล้วนี่ ว่าจะให้พวกเขาอยู่ด้วย ฝันเช่นนี้คงได้ลูกแฝดหงส์มังกรกระมัง ท่านพ่อของข้ากับท่านแม่ของเจ้าเองก็เป็นแฝดหงส์มังกรเช่นกัน...ดียิ่ง"เซียงหรงกัดฟันแน่น เลือกที่จะไม่ตอบอะไรหลี่จือหลินกลับพอใจที่เห็นภรรยาตัวน้อยแสดงอาการขัดเขินออกมา แม้จะรู้ดีว่าในใจของนางยังคงว้าวุ่นอยู่ไม่คลายไม่เป็นไร…เดินทางอ้อมมาไกลถึงเพียงนี้ ยังพอมีเวลาอีกมาก…หากใกล้ถึงแล้วนางกลับยังคิดไม่ตก เช่นนั้นเพิ่มเวลาให้นางอีกสักนิด เดินทางอ้อมออกไปให้ไกลอีกสักหน่อยก็ได้......ก็เขาบอกนาง ว่าจะพานางไปหาพี่ซู่ซินของนาง แต่ไม่ได้บอกว่าจะรีบพามุ่งตรงไปไม่ใช่หรือ?หลี่จือหลินจัดเตรียมอาหารเรียบง่ายเซียงหรงนั่งมองเขาด้วยสายตาครุ่นคิด ก่อนจะเอ่ยเสียงเบา"หลี่จือหลิน ท่านช่วยปล่อยข้าไปไม่ได้หรือ...อีกไม่นานหลังจากลอบดูจนแน่ใจว่าพี่ซู่ซินสบายดี ข้าจะเขียนจดหมายสักสามฉบับ ฝากท่านมอบให้ท่านพ่อ พี่ชายใหญ่ และน้องเล็ก แล้ว…จากนั้นข้าจะไปตามทางของข้าเอง…"หลี่จือหลินหยุดชะงัก มือที่กำลังล้างผักป่าช้าลงเขานิ่งคิด ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองนาง เอ่ยอย่างหนักแน่นระคนอ่อนใจ"เจ้าคิดหรือว่าข้าจะยอมปล่อยเจ้าไปง่ายๆ ข้าล
Ler mais

บทที่ 114

คืนนี้หลี่จือหลินล่าไก่ป่าได้หนึ่งตัว กำลังทำไก่ขอทานให้นางกิน แต่เหตุใดไม่รู้...นางจึงรู้สึกกระวนกระวายยิ่งนัก ต่างจากเขาที่ยังคงกล่าวกับนางอย่างสุขุมเยือกเย็น พอกไก่ด้วยโคลนอย่างสุขุมเยือกเย็น และสุมไฟ ก่อนจะโยนไก่ที่พอกโคลนทับไว้แล้วลงไปอย่างสุขุมเยือกเย็นเป็นที่สุด“ในเมื่อเจ้ากำลังจะแต่งเข้าตำหนักจวิ้นหวัง มีสองสามเรื่องที่เจ้าควรจะรู้เอาไว้” จู่ๆ หลี่จือหลินก็เงยหน้าขึ้นมายิ้มให้นาง “เจ้าว่าจวิ้นหวังที่มีบุตรชายเป็นทายาทผู้สืบทอดตระกูลที่มากความสามารถเช่นข้า สง่างามและชำนาญการรบเป็นที่เลื่องลือเช่นข้า สามารถไต่เต้าขึ้นเป็นแม่ทัพด้วยตนเองตั้งแต่อายุยังน้อยเช่นข้า...จวิ้นหวังที่พรั่งพร้อมด้วยทรัพย์สินและอำนาจถึงเพียงนี้...จวิ้นหวังจ๋างจื่อที่เก่งกาจได้รับการยอมรับถึงเพียงนี้...และตำหนักจวิ้นหวังที่กำลังรุ่งเรืองเฟื่องฟูถึงเพียงนี้ จะมีศัตรูบ้างหรือไม่”เซียงหรงกลอกตาเมื่อได้ยินคำว่า ‘แต่งเข้าตำหนัก’คำว่า ‘ศัตรู’ ไม่ได้ทำให้นางตกใจมากนัก อันที่จริง นับตั้งแต่มีข่าวการหมั้นหมายระหว่างนางกับเขา ข้างนอกจวนกั๋วกงก็มี ‘ศัตรู’ คอยหาเหตุใส่ไคล้ทำลายนางมากขึ้นหากเดาไม่ผิด คนเหล่านั้นอย่า
Ler mais

บทที่ 115

ฟั่บ! จู่ๆ ก็มีเสียงแปลกๆ พร้อมกับมีธนูพุ่งแหวกอากาศ เซียงหรงตกใจจนชะงักคำพูดกลางประโยคหลี่จือหลินคว้าร่างอ้อนแอ้นบอบบางมากอดไว้แน่นพลางหมุนตัวหลบธนูดอกหนึ่งพุ่งผ่านใบหน้าของเขาไปเฉียดๆ ก่อนปักเข้ากับต้นไม้ ส่งเสียง ปึก! ดังสนั่นบุรุษชุดดำแต่งกายมิดชิดปิดบังทุกส่วนของร่างกายหลายคนปรากฏตัวออกมาจากเงามืดพร้อมกับธนู ดาบยาว และกระบี่ บ่งบอกชัดเจนว่าไม่ได้มาดี“นักฆ่าเงา!” หลี่จือหลินคำรามเสียงต่ำกลุ่ม ‘นักฆ่าเงา’ ตีกรอบล้อมพวกเขาสองคนเอาไว้อย่างรวดเร็ว“จ๋างจื่อช่างรู้จักพวกเราดียิ่งนัก” คนที่ดูคล้ายจะเป็นหัวหน้าของเหล่านักฆ่าแค่นหัวเราะ เอ่ยอย่างย่ามใจ “ก่อนหน้านี้ ท่านสังหารพี่น้องของพวกเราไปมากมาย วันนี้คงได้แต่ต้องปลิดชีพท่าน ล้างแค้นให้เหล่าพี่น้องที่ตายอย่างไร้ที่ฝังเหล่านั้นแล้ว!”หลี่จือหลินแค่นหัวเราะ ตอบกลับน้ำเสียงโหดเหี้ยมเย็นชายิ่งกว่า “นั่นต้องดูก่อน ว่าพวกเจ้ามีฝีมือพอหรือไม่!”ชั่วอึดใจนั้น ความเงียบสงัดของป่าพลันถูกทำลายลงด้วยเสียงโลหะกระทบกันดังก้อง ใบไม้แห้งบนพื้นต่างปลิวว่อนเพราะสายลมแรงจากการเคลื่อนไหวของผู้คนที่รวดเร็วราวสายฟ้านี่มัน...เหตุใด...เซียงหรงตกใจจน
Ler mais

บทที่ 116

หลี่จือหลินหันมาจ้องนาง ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความโมโหและกังวล "เจ้าโง่หรือ! ถ้าอยู่ที่นี่เจ้าจะตาย ไม่กลัวตายหรือไร!"แต่เซียงหรงกลับยืนนิ่ง น้ำตาเอ่อคลอในดวงตา "ข้าไม่ได้ไร้คุณธรรมถึงเพียงนั้น หากวันนี้ท่านต้องตาย ข้าจะขอสู้ตายไปพร้อมท่าน!"คำพูดของนางทำให้หลี่จือหลินนิ่งไปชั่วขณะก่อนจะหันกลับมาฟาดฟันศัตรูต่อก่อให้เกิดเสียงกระบี่และดาบปะทะกัน รอบกายยังมีเสียงอาวุธลับพุ่งฉีกอากาศดังขึ้นอีกหลายครั้งเขาสู้ต่อไปอย่างดุดัน แม้จะรู้สึกถึงบาดแผลลึกที่เริ่มเพิ่มมากขึ้น แต่เขาไม่มีทางเลือกเพื่อสตรีที่ยามนี้ถึงขั้นกำหินก้อนหนึ่งไว้ หวังใช้มันช่วยป้องกันภัยให้เขาจากด้านหลัง ศัตรูต้องถูกกำจัดทั้งหมด!ในที่สุด เมื่อเสียงโลหะกระทบกันเงียบลง ศัตรูทั้งหมดก็ล้มลงไปกับพื้นป่าร่างของหลี่จือหลินเองก็ทรุดลงกับพื้นดินเช่นกันยามนี้เขาหอบหายใจหนักหน่วง เลือดที่ไหลออกจากบาดแผลย้อมเสื้อคลุมสีดำของเขาจนโชกชุ่มเซียงหรงรีบทรุดตัวลงประคองเขาด้วยความตกใจ นางพยายามฉีกชายเสื้อของตนเพื่อใช้พันห้ามเลือดให้อย่างทุลักทุเล มือเล็กๆ ของนางสั่นระริกขณะพยายามทำตามคำบอกของเขา"กดตรงนี้...อย่าให้เลือดไหลมากไปกว่านี้..."
Ler mais

บทที่ 117

ต้องกดตรงนี้หรือ…กดจนกว่าเลือดจะหยุดไหลใช่หรือไม่? นางกัดริมฝีปากแน่น สองมือที่กดแผลสั่นระริกไม่ใช่เพราะเหน็บหนาว แต่เป็นเพราะความกลัว"ข้าควรทำอย่างไรดี..." นางพึมพำกับตัวเอง น้ำเสียงแผ่วเบายิ่งกว่าลมหายใจอุตส่าห์ได้อาจารย์ดี ชำนาญวิชาการแพทย์ รู้สิ้นไปทุกสิ่ง...เหตุใดจึงไม่เคยขอร่ำเรียนวิชาการแพทย์ชั้นสูงจากท่านอาจารย์กันนะ…? ที่เรียนรู้มาก็มีเพียงเรื่องที่เกี่ยวพันกับ ‘เล่ห์กลในเรือนหลัง’ ส่วนหนึ่งที่ท่านอาจารย์ผู้เฒ่าเมตตาสอนให้เรียนรู้ไว้เพื่อใช้ป้องกันภัยเท่านั้น เพราะเหตุนี้ ในงานเลี้ยงครั้งนั้น นางจึงรู้ตัวในทันทีที่เกิดอาการแปลกๆ ว่าตนเองถูกวางยาปลุกกำหนัด หาใช่ดื่มเหล้าแล้วเมามายธรรมดาๆ ครั้งนั้นนางเร่งให้พี่ซู่ซินและชิงเสียที่ต่อมาก็ลากลับบ้านเกิด รีบพานางกลับเรือน เพื่อที่จะได้ปรุงยาแก้พิษปลุกกำหนัดในกาย ทว่าระหว่างทาง…จริงสิ…ครั้งนั้นคนผู้นี้ก็เข้ามาช่วยนางเอาไว้ ทั้งยังช่วยปกปิดเรื่องราวเพื่อปกป้องชื่อเสียงของนาง คนรับเคราะห์แทนจึงกลายเป็นพี่หญิงรองที่หลังจากวันนั้นก็เอาแต่กรีดร้องสลับกับร่ำไห้อย่างคนเสียสติ เพียงใครเอ่ยปากถึงเรื่องวันนั้นขึ้นมาก็จะคลุ้มคลั่งอาละวาด
Ler mais

บทที่ 118

หลังแน่ใจว่าพันแผลห้ามเลือดให้เขาถ้วนทั่วแล้ว นางใช้เสื้อคลุมที่นุ่มและสะอาดที่สุดห่มร่างให้เขา จากนั้นก็เริ่มมองหาสิ่งรอบตัวมาทำเป็นแพลาก“ทีนี้...ดาบ...ไปหาดาบที่ถือไหวมาตัดไม้...” เซียงหรงปาดน้ำตาอีกหน ตอนนี้นางทั้งหวาดกลัวทั้งรู้สึกหนักอึ้งในหัวใจไปหมดกิ่งไม้ที่แข็งแรงถูกนางเลือกตัดและหอบหิ้วมาวางเรียงกัน หลังตัดไม้จนแทบจะหมดเรี่ยวแรง นางก็โยนดาบหนักๆ ทิ้ง แล้วใช้มีดสั้นเล่มก่อนหน้าที่เบากว่าตัดเถาวัลย์จากต้นไม้รอบๆ เพื่อใช้ทำเป็นเส้นเชือก ผูกยึดกิ่งไม้เอาไว้ให้แน่นแม้มือเล็กๆ ของนางจะเต็มไปด้วยรอยขีดข่วนจากหญ้าหนาม เปลือกไม้ และคมมีดที่แฉลบมาโดน แต่นางก็ไม่ยอมหยุดมือ"แบบนี้คงพอใช้ได้!" นางพูดกับตัวเองหลังจากพยายามอยู่พักใหญ่เพื่อเรียกกำลังใจ “เก่งมาก เฉินเซียงหรง! เจ้าอยู่ในเรือน อ่านตำราพวกนั้นไม่เสียเปล่าโดยแท้!” สิ่งที่นางประดิษฐ์ขึ้นมาก็คือแพลากที่ดัดแปลงมาจากเปลสนามอีกทีหลังทำ ‘แพลาก’ ขึ้นจากการตัดกิ่งไม้มามัดรวมกันด้วยเถาวัลย์ นางก็พยายามใช้เสื้อผ้าสะอาดที่เหลือมาขึงทับกันไปมา ก่อนจะยัดพวกมันจำนวนหนึ่งข้างใต้ต่างหมอนและที่นอน...ทำเช่นนี้ ยามเมื่อรู้สึกตัว คนเจ็บที่ต้องท
Ler mais

บทที่ 119

คืนนี้ท้องฟ้าเปิด ทว่าแต่ละย่างก้าวของเซียงหรงกลับเต็มไปด้วยความยากลำบาก กิ่งไม้ที่ขวางทางและเนินดินที่ไม่สม่ำเสมอทำให้นางต้องหยุดพักเพื่อกำจัดสิ่งเกะกะขวางทางเหล่านั้นออกไปบ่อยครั้ง หนึ่งเพราะนางไม่มีแรงมากพอจะลากแพของนางข้ามสิ่งเหล่านั้น และสอง นางเกรงว่าคนเจ็บบนแพลากจะได้รับความกระทบกระเทือนมากเกินไปเซียงหรงไม่รู้ว่าเวลาผ่านมาเนิ่นนานเท่าไหร่ รู้เพียงตอนนี้แขนและไหล่ของนางเริ่มปวดล้าจนแทบทนไม่ไหว หลังของนางเองก็เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ แม้คืนนี้อากาศจะหนาวเหน็บยิ่งนักเสียงครางแผ่วเบาของหลี่จือหลินทำให้นางหยุดเดินทันทีนางรีบก้มลงมองเขา ดวงตาที่ค่อยๆ เปิดขึ้นมา ทำให้นางโล่งใจขึ้นเล็กน้อย“ท่านฟื้นแล้ว!”"เจ้าคิดจะลากข้าไปตลอดคืนเลยหรือ?" เสียงแหบพร่าของเขายังคงแฝงสำเนียงความเย้าแหย่"เงียบเถิด! พักผ่อนของท่านไป ข้ายังมีแรงเหลือ!" นางตอบกลับเสียงดุ“เดินทางในเวลากลางคืนน่ากลัวนัก ควรหยุดพักแล้วกลางวันค่อยไปต่อ…” หลี่จือหลินอดเตือนไม่ได้ “ยิ่งกว่านั้น...เจ้ารู้ทางหรือ…”“เลือดท่านไหลจะหมดตัวแล้ว หากรอจนรุ่งเช้า ท่านคงเลือดออกจนตายพอดี! อีกอย่าง กลางคืนมีดาวคอยบอกทาง พวกเราไม่ต้องกังวลว
Ler mais
ANTERIOR
1
...
1011121314
...
19
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status