جميع فصول : الفصل -الفصل 330

340 فصول

บทที่ 321

การปรากฏตัวของเขาในสถานที่แห่งนี้สร้างแรงสั่นสะเทือนและความฮือฮาไปทั่วทั้งโถงประชุมได้ไม่น้อย เหวินฉู่ทอดสายตามองตามร่างที่กำลังเดินฝ่าฝูงชนเข้ามา เธอหลงลำพองใจไปว่าเขาเองก็คงไม่ต่างจากคนอื่น ๆ ที่ไม่อาจละสายตาไปจากรัศมีอันเจิดจรัสของเธอในยามนี้ได้ ทว่าในจังหวะที่เธอกำลังจะขยับริมฝีปากเพื่อเอ่ยทักทาย กู้ฉือจวินกลับเดินผ่านหน้าเธอไป โดยไม่มีแม้แต่การชายหางตามองมายังเธอเสียด้วยซ้ำ เสียงซุบซิบวิพากษ์วิจารณ์จากคนรอบข้างเริ่มดังระงมขึ้น บาดลึกเข้าไปจนเหวินฉู่ต้องบีบก้านแก้วไวน์ในมือแน่นกู้ฉือจวินหยุดฝีเท้าลงข้างกายเสิ่นชู ท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ที่จับจ้องมาด้วยความอึ้งตะลึง เขาเอื้อมมือไปฉวยแก้วไวน์ออกจากมือเธออย่างถือวิสาสะ ก่อนจะยัดเยียดแก้วน้ำผลไม้ใส่มือเธอแทน “เป็นผู้หญิงจะดื่มของมึนเมาไปทำไม” เสิ่นชูชะงักงันไปชั่วครู่ ก่อนจะจำใจรับแก้วน้ำผลไม้นั้นมาถือไว้แล้วระบายยิ้ม “เรื่องเล็กน้อยแค่นี้คุณยังจะเอามาเป็นเรื่องดุฉันอีกเหรอคะ?” “คุณไม่จำเป็นต้องไปประจบประแจงใครทั้งนั้น” กู้ฉือจวินยกไวน์ในแก้วนั้นขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมดสิ้น เสิ่นชูเบิกตาโพลงด้วยความตระหนก รีบถลาไปยื่นมือหมาย
اقرأ المزيد

บทที่ 322

สีหน้าของกู้ฉือจวินยังคงนิ่งเฉยไร้ระลอกคลื่นอารมณ์ “น้ำใจของประธานฮั่วในครั้งนี้ ผมขอรับไว้ด้วยใจครับ เสียดายที่วันนี้ผมขับรถมาเอง” ฮั่วจินเฉินเอ่ยอย่างมีเลศนัย “น่าเสียดายจริง ๆ นะครับ” เสิ่นชูเอ่ยบอกลากู้ฉือจวินพอเป็นพิธี ก่อนจะหมุนตัวก้าวขึ้นรถของฮั่วจินเฉินไป ทว่าตลอดการเดินทาง บรรยากาศภายในรถกลับถูกปกคลุมไปด้วยความเงียบงันหวังน่าซึ่งทำหน้าที่ขับรถสัมผัสได้ถึงมวลความอึดอัดที่แผ่ซ่านออกมา จึงตัดสินใจเอื้อมมือไปเปิดเพลงท่วงทำนองแผ่วเบา ฮั่วจินเฉินทอดสายตาออกไปนอกหน้าต่างรถ ก่อนจะตัดสินใจทำลายความเงียบงันขึ้นมา “การประชุมวันนี้สนุกไหม?” เสิ่นชูหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ “สนุกดีค่ะ แฟนเก่าของคุณยังปลีกเวลามาคุยกับฉันตั้งหลายประโยคแน่ะ” คำพูดนั้นทำให้ใบหน้าที่เคยเรียบเฉยของฮั่วจินเฉินเริ่มปรากฏร่องรอยของความหวั่นไหว ดวงตาฉายแววลุ่มลึกแฝงไปด้วยกระแสความรู้สึกอันสลับซับซ้อนที่ยากจะอ่านออก “หากไม่ยกเรื่องของเธอขึ้นมาพูด ชีวิตของคุณจะอยู่ต่อไปไม่ได้เลยหรือไง?” “แล้วถ้าฉันบอกว่าอยู่ไม่ได้ คุณจะยอมหย่ากับฉันไหมล่ะคะ?”ฮั่วจินเฉินพลันเงียบกริบลงในทันที หวังน่ากดรับสายผ่านหูฟังบล
اقرأ المزيد

บทที่ 323

เสิ่นชูยืนนิ่งขึงอยู่กับที่ ทันทีที่สบเข้ากับดวงตาที่มืดมน ความผิดชอบชั่วดีที่ซ่อนอยู่ลึก ๆ ในใจก็พลันก่อตัวขึ้น ซ่งอวี่ชูเมื่อเห็นโอกาสทองก็รีบเอ่ยปากซ้ำเติมทันที “ประธานฮั่วคะ ได้ยินชัดแล้วใช่ไหมคะ เธอบอกชัดเจนเลยว่าเธอไม่ได้รัก...” “หุบปาก” นัยน์ตาของเขาแดงก่ำไปด้วยเส้นเลือดฝอย กลิ่นอายความหนาวเหน็บแผ่ซ่านออกมา “ไสหัวไปให้พ้น!” ซ่งอวี่ชูตัวสั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัว เธอรีบตะปบคว้าบัตรธนาคารบนโต๊ะแล้ววิ่งถลันออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว หากยังขืนรั้งอยู่ช้ากว่านี้เพียงวินาทีเดียว เธออาจจะไม่มีโอกาสได้มีชีวิตรอดกลับออกไปจากที่นี่อีกเลย เสิ่นชูเม้มริมฝีปากแน่น เธอจงใจหลบสายตาที่ดูหม่นหมองและสิ้นหวังนั้นของเขา ฮั่วจินเฉินสาวเท้าก้าวเข้ามาหยุดลงตรงหน้าเธอ ดวงตาที่แดงก่ำคู่นั้นจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของเธอ ก่อนที่เขาจะเค้นเสียงหัวเราะออกมา “ที่พูดไปเมื่อกี้คือความในใจจริง ๆ ของคุณงั้นเหรอ?” เธอยังคงหลบสายตาคู่นั้น “ในเมื่อคุณเลือกที่จะเชื่อแบบนั้นไปแล้ว จะใช่ความจริงหรือไม่ มันก็คงไม่มีอะไรต่างกันหรอกค่ะ” “คุณเกลียดฉินจิ่งซูไหม?”เสิ่นชูไม่เข้าใจกับจุดประสงค์ของคำถามนั้น เธอจำต้อ
اقرأ المزيد

บทที่ 324

ณ โรงพยาบาลเสิ่นชูเดินไปตรวจวอร์ดที่แผนกผู้ป่วยในตามปกติ จังหวะที่เธอกำลังจดบันทึกอาการของผู้ป่วยอยู่นั้น พยาบาลคนหนึ่งก็เดินเข้ามาหาเธอพลางกระซิบด้วยเสียงแผ่วเบา “หัวหน้าเสิ่นคะ คนไข้เตียงที่ 36 ไม่ฟังคำสั่งเลยค่ะ อยู่ดี ๆ ก็หยิบไม้เท้าพยายามเดินไปหาภรรยาค่ะ”เสิ่นชูที่กำลังขยับปากกาจดบันทึกข้อมูลชะงักไปทันที ผู้ป่วยเตียงที่ 36 ไม่ใช่ว่าคือคุณพ่อซ่งหรอกหรือ?“ภรรยาของผู้ป่วยเข้าทำการรักษาเหรอ?”“เหมือนจะใช่นะคะ อยู่ที่แผนกศัลยกรรมกระดูกค่ะ”เสิ่นชูปิดสมุดบันทึกอาการคนไข้ลง ก่อนจะเอ่ยปลอบพยาบาล “ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันเดินไปตามเขากลับมาเอง”“ขอบคุณค่ะหัวหน้าเสิ่น” เสิ่นชูเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์พยาบาล เธอใช้โทรศัพท์สายในติดต่อสอบถามข้อมูลจากแผนกศัลยกรรมกระดูกจนทราบเลขห้องพักฟื้นของแม่ซ่ง จากนั้นจึงรีบมุ่งหน้าไปยังตึกศัลยกรรมทันที พยาบาลประจำตึกแจ้งว่า หลังจากที่แม่ซ่งพลัดตกบันไดลงมา ส่งผลให้กระดูกเท้าซ้ายแตกละเอียดและกระดูกเชิงกรานเคลื่อนผิดรูปยามที่รถฉุกเฉินนำตัวเธอมาส่งที่โรงพยาบาลนั้นกลับไร้เงาญาติมิตรเคียงข้างคาดว่าแม่ซ่งคงจะเป็นคนติดต่อตามตัวพ่อซ่งมาด้วยตนเอง เมื่อเสิ่น
اقرأ المزيد

บทที่ 325

พ่อซ่งก้าวเดินกลับไปที่ข้างเตียง ทว่ายังไม่ทันจะได้หย่อนตัวลงนั่ง เขาก็พลันชะงักนิ่งไป เนิ่นนานกว่าที่เขาจะค่อย ๆ ทรุดกายลงนั่งตรงขอบเตียง เขาเลือกที่จะหันหลังให้เธอโดยไม่ยอมปริปากเอ่ยคำใดออกมา เสิ่นชูสาวเท้าเข้าไปหยุดอยู่ตรงหน้าเขา “คุณอาซ่งคะ คดีลักพาตัวเด็ก 322 ในตอนนั้น คุณอาเคยเห็นเด็กสองคนที่หนีหัวซุกหัวซุนเข้าไปในหมู่บ้านของพวกคุณใช่ไหมคะ?” “ผม...” พ่อซ่งอึกอักพยายามหลบเลี่ยงไม่กล้าสบตาเธอ ขณะที่เม็ดเหงื่อเย็นเฉียบเริ่มผุดพรายขึ้นตามไรผม“เด็กผู้หญิงที่คุณอาเห็นในตอนนั้น เธอสวมเสื้อสีเหลืองอ่อน ทับด้วยกางเกงเอี๊ยมสีขาวใช่ไหมคะ?” พ่อซ่งตกอยู่ในความเงียบงันเนิ่นนาน อาจเป็นเพราะพฤติกรรมอกตัญญูของลูกสาวตัวเองที่เพิ่งเกิดขึ้น หรือเพราะความรู้สึกผิดบาปที่กัดกินใจมาตลอดหลายปี ในที่สุดเขาก็ยอมเงยหน้าขึ้น “ผมควรจะเฉลียวใจได้ตั้งนานแล้ว ว่าเด็กผู้หญิงในวันนั้นก็คือคุณ” เสิ่นชูสูดลมหายใจเข้าปอดลึก “ถ้าอย่างนั้นสรุปว่า คนสุดท้ายที่ฉันอ้อนวอนขอความช่วยเหลือก่อนจะหมดสติไป ก็คือคุณอาจริง ๆ ใช่ไหมคะ?” “ใช่ คือผมเอง” พ่อซ่งเริ่มตำหนิตัวเอง “หนูเสิ่น อาขอโทษ บ้านของพวกอาลำบากยากเข็ญจ
اقرأ المزيد

บทที่ 326

เธอวิ่งพรวดออกจากห้อง มุ่งหน้าไปยังสุดทางเดินกู้ฉือจวินตะโกนเรียกตามหลัง แต่เธอไม่ได้ยินเขาขมวดคิ้วเล็กน้อย พลางเหลือบมองไปทางห้องพักฟื้นของพ่อซ่ง เห็นชายชราซบหน้าลงกับฝ่ามือด้วยความเจ็บปวดไม่แพ้กันเมื่อกู้ฉือจวินตามมาถึงบันไดหนีไฟ ก็เห็นเสิ่นชูนั่งกอดเข่าร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่บนขั้นบันไดเขาเม้มปากแน่นก่อนจะเดินเข้าไปหาเธอพอได้ยินเสียงฝีเท้าจากด้านหลัง เธอรีบเช็ดน้ำตาแล้วลุกขึ้นยืนทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อเห็นว่าเป็นกู้ฉือจวิน เธอก็ชะงักไป ก่อนที่จะเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “ศาสตร์... ศาสตราจารย์กู้”“คุณร้องไห้เหรอ?”เสิ่นชูใช้หลังมือปาดตา “เปล่าค่ะ”“ยังจะมาปากแข็งอีก” กู้ฉือจวินจับมือเธอออก จ้องมองดวงตาที่แดงก่ำ “ผมได้ยินหมดแล้ว”เธอก้มหน้าลง ไม่ยอมตอบคำถามกู้ฉือจวินโน้มตัวเข้าไปใกล้ “ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”เธอเม้มปากแน่น ครู่หนึ่งจึงเอ่ยถาม “ถ้าพ่อแม่แท้ ๆ ของคุณจำลูกผิดคน ทั้งที่จริง ๆ แล้วคุณคือลูกของพวกเขา แต่พวกเขาไม่รู้เลย คุณจะทำยังไงคะ?”“ถ้าเป็นผม ผมจะเดินไปบอกพวกเขาตรง ๆ”“...แล้วถ้าพวกเขาไม่เชื่อล่ะคะ?”“สมัยนี้มีสิ่งที่เรียกว่า DNA นะครับ ถ้
اقرأ المزيد

บทที่ 327

วันหยุดสุดสัปดาห์ เสิ่นชูนั่งเครื่องบินเที่ยวบินเช้ามาถึงสนามบินของเมืองจิง และเข้าเช็กอินที่โรงแรมเธอส่งข้อความหาเสี่ยวเหวิน บอกว่าเธอเดินทางกลับมาที่เมืองจิง และไม่ต้องรอเธอในช่วงเย็นเมื่อเสิ่นชูก้าวเท้าเข้าห้องพักและเสียบคีย์การ์ด ผ้าม่านที่ปิดสนิทก็เปิดออกโดยอัตโนมัติ ทำให้พื้นที่ที่เคยสลัวสว่างไสวขึ้นมาทันทีเมืองจิง...เธอเคยคิดว่าจะไม่กลับมาที่นี่อีกแล้วตอนนั้นเอง ข้อความในมือถือก็ดังขึ้นฉีเวินเหยียน: [เธอถึงเมืองจิงหรือยัง?]เสิ่นชู: [ถึงแล้วค่ะ]ฉีเหวินเหยียน: [พักผ่อนให้เต็มที่ก่อนนะ เดี๋ยวตอนบ่ายพี่จะให้คนไปรับ]เสิ่นชูตอบกลับไปเพียงคำว่า "ค่ะ"เธอปลายสายตาขึ้น มองออกไปนอกหน้าต่างมองเห็นตึกระฟ้าที่ตั้งตระหง่าน นาน ๆ ทีจะได้กลับมาเมืองจิง ก็ถือโอกาสจัดการเรื่องนั้นให้เรียบร้อยไปด้วยเลยแล้วกันช่วงบ่าย คนของฉีเวินเหยียนขับรถมารับเธอที่ใต้โรงแรม ซึ่งคนที่มารับก็คือถังจวิ้นนั่นเองถังจวิ้นยืนรออยู่ข้างรถพลางพยักหน้ายิ้มให้ "คุณเสิ่น เราเจอกันอีกแล้วนะครับ""นั่นสิคะ" เสิ่นชูพยักหน้าแล้วก้าวเข้าไปนั่งในรถระหว่างทาง ถังจวิ้นบอกว่าอีกสักพักพวกเขาก็จะกลับเมืองหรงก
اقرأ المزيد

บทที่ 328

เสิ่นชูหยุดเดินแล้วหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา “พี่เวินเหยียนคะ จริง ๆ แล้วฉัน—”“คุณชายครับ”ยังไม่ทันขาดคำ บอดี้การ์ดคนหนึ่งก็เดินถือแฟ้มเอกสารเข้ามาขัดจังหวะประโยคที่เธอยังพูดไม่จบฉีเวินเหยียนเหลือบมองเสิ่นชู “ขอโทษนะ”เธอยิ้มตอบ “ไม่เป็นไรค่ะ”เขารับแฟ้มนั้นมา เดินเลี่ยงไปเปิดออกดูเพื่อตรวจสอบผลการตรวจพิสูจน์อีกครั้งทว่าผลลัพธ์ยังคงเหมือนเดิมฉีเวินเหยียนยืนอึ้งอยู่กับที่ บรรยากาศตกอยู่ในความเงียบงันราวกับป่าช้า ปลายนิ้วของเขาบีบขอบเล่มรายงานผลการตรวจจนยับย่นเสิ่นชูคาดเดาเนื้อหาในรายงานนั้นได้จากสีหน้าของบอดี้การ์ด เธอจึงเดินเข้าไปหา “พี่เวินเหยียน...”สายตาของเธอเหลือบไปเห็นผลสรุปในรายงานเพียงแวบเดียว สีหน้าก็แข็งค้างไปทันทีเธอขมวดคิ้วมุ่นทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้?ฉีเวินเหยียนเก็บรายงานฉบับนั้นลง แล้วมองมาที่เธอ “เดี๋ยวพี่มีธุระต้องออกไปข้างนอกสักพัก เสี่ยวชู รบกวนเธอช่วยอยู่ดูแลแม่ให้พี่หน่อยนะ”เสิ่นชูได้สติพลางพยักหน้าอย่างแกน ๆหลังจากที่ฉีเวินเหยียนและบอดี้การ์ดจากไป เสิ่นชูก็หลุบตาลงต่ำผลการพิสูจน์คือ 99.99%ซ่งอวี่ชูคือลูกสาวของตระกูลฉีจริง ๆ งั้นเหรอ?หรื
اقرأ المزيد

บทที่ 329

ซ่งอวี่ชูที่โดนด่าถึงกับอึ้งไปชั่วครู่ พอตั้งท่าจะด่ากลับ ฉีซื่อเอินกับพวกคนรับใช้ก็ได้ยินเสียงเอะอะจึงรีบเข้ามาในห้อง“จินเหอ!” ฉีซื่อเอินปรี่เข้าไปด้วยความร้อนใจ เขามองภรรยาที่กำลังถูกเสิ่นชูกดจุดร่องริมฝีปาก เพื่อช่วยชีวิต แต่ยังไม่ทันจะได้ทำอะไร ซ่งอวี่ชูก็ดึงแขนเขาไว้แล้วฟ้องทันที “พ่อคะ! ผู้หญิงคนนี้ทำร้ายแม่ค่ะ! หล่อนอยากได้เครื่องประดับของแม่ก็เลยลงมือ!”ฉีซื่อเอินขมวดคิ้วมุ่น สายตาเหลือบไปเห็นเครื่องประดับเพชรพลอยที่วางกระจัดกระจายอยู่บนเตียงปกติภรรยาของเขาแทบไม่เคยเอาของพวกนี้ออกมาให้ใครเห็นหล่อนบอกว่าจะเก็บไว้ให้หนูน้อยเท่านั้น“คุณจะทำอะไรภรรยาผม!” ฉีซื่อเอินเดินเข้าไปหมายจะกระชากตัวเสิ่นชูออกทว่าวินาทีที่เสิ่นชูเงยหน้าขึ้น เขากลับชะงักค้างไปทันทีแรงที่มือเหมือนจะหายไปดื้อ ๆใบหน้านี้...ช่างละม้ายคล้ายคลึงกับภรรยาของเขาตอนสมัยสาว ๆ เหลือเกิน!ฉีซื่อเอินอึ้งไปหลายวินาที ก่อนจะหันไปมองซ่งอวี่ชู ซึ่งรูปร่างหน้าตาของฝ่ายหลังเรียกได้ว่าแตกต่างจากภรรยาของเขาอย่างสิ้นเชิง...และก็ไม่เหมือนเขาด้วย...“คุณฉีคะ ฉันเป็นหมอ คุณนายฉีจู่ ๆ ก็หมดสติไปเอง ไม่ได้เป็นอย่างที
اقرأ المزيد

บทที่ 330

ซ่งอวี่ชูหน้าเปลี่ยนสีทันที “แก—!”“ถ้าอยากจะเลื่อนขั้น อย่างน้อยก็ต้องรอให้ประธานฮั่วหย่ากับฉันก่อนนะคะ ถึงตอนนั้นพวกคุณจะไปกินมื้อค่ำใต้แสงเทียนกันที่ไหนก็ตามสบายเลย จะกินจนจุกตายฉันก็ไม่สนหรอกค่ะ”เสิ่นชูไม่ได้ชายตามองสีหน้าของฮั่วจินเฉินเลยแม้แต่นิดเดียว เธอทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะสะบัดหน้าเดินจากไปซ่งอวี่ชูขอบตาแดงก่ำ ทำท่าทางน้อยใจ “ประธานฮั่วคะ ทำไมภรรยาของคุณถึงทำตัวเหมือนนางยักษ์แบบนี้ล่ะคะ?”“เธอจะเป็นนางยักษ์หรืออะไรก็ช่างเถอะ” ฮั่วจินเฉินเอ่ยด้วยใบหน้าเคร่งขรึม พลางปรายตามองหล่อนด้วยสายตาเย็นเยียบ “แล้วคุณล่ะเป็นตัวอะไร?”“ฉัน...”ฮั่วจินเฉินหันหลังเดินจากไปทันทีหวังน่าเหลือบมองซ่งอวี่ชูพลางส่ายหน้าด้วยความระอา “ถ้าอยากจะเลียนแบบคุณเหวินฉู่เพื่อเลื่อนขั้นล่ะก็ ไปหัดเรียนมารยาให้มันเนียนกว่านี้ก่อนเถอะ ยัยบื้อ”ซ่งอวี่ชูสติหลุดโดยสมบูรณ์ แผดเสียงด่าอยู่ตรงนั้น “แกมันก็แค่ลูกจ้าง มีสิทธิ์อะไรมาว่าฉัน!”ขณะเดียวกัน ฉีซื่อเอินยืนอยู่หลังหน้าต่างบนชั้นสอง ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสวนล้วนอยู่ในสายตาของเขาคนรับใช้ที่ยืนอยู่ด้านหลังรายงานอย่างระมัดระวัง “นายท่านครับ คุ
اقرأ المزيد
السابق
1
...
293031323334
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status