บททั้งหมดของ ใจร้าย: บทที่ 11 - บทที่ 20

98

บทที่ 11

ธนินเปิดประตูรถด้านหน้า ยัดลูกสาวเข้าไปข้างใน ส่วนตัวเองอ้อมไปขึ้นรถฝั่งคนขับ แต่ในจังหวะนั้นเองประตูฝั่งที่เอมมาลินนั่งอยู่ก็ถูกผลักออก พร้อมกับที่ร่างบางรีบก้าวลงมา จากนั้นก็วิ่งหนีไปแบบไม่คิดชีวิตทันที“หนูเอมเดี๋ยวก่อนลูก อย่าเพิ่งไป” กรองทองเห็นภาพนั้นจึงตะโกนเรียก แล้ววิ่งตามไปทันทีเพราะกลัวว่าเอมมาลินจะเตลิดไปไกล ทว่าเอมมาลินไม่คิดจะฟัง วินาทีนี้สิ่งที่เอมมาลินต้องการมากที่สุดก็คือหนีให้พ้นจากพ่อกรองทองตามทันเอมมาลินในจังหวะที่ใกล้จะถึงหน้าปากซอยอย่างเฉียดฉิว เธอคว้ามือเล็กเอาไว้พลางหายใจอย่างหอบเหนื่อย“ปล่อยเอมค่ะน้ากรอง เอมไม่อยากกลับไปกับพ่อ” เอมมาลินเอ่ยขอร้องพลางมองไปยังรถของพ่อ ซึ่งกำลังแล่นมาด้วยความเร็วสูง“ฟังน้าก่อนนะคะคนดี กลับไปปรับความเข้าใจกับพ่อนะ”“ไม่ค่ะ เอมไม่กลับ เอมกับพ่อไม่มีทางจะเข้าใจกันได้ ในสายตาพ่อเอมคือเด็กนิสัยไม่ดี เอมไม่อยากอยู่กับพ่อแล้ว ปล่อยเอมนะคะ”“ไม่เอาจ้ะ ไม่พูดแบบนี้นะ เชื่อน้านะว่าพ่อรักหนูเอม”“ไม่…พ่อไม่รักเอม พ่อไม่รักเอม ปล่อยค่ะ ปล่อย”มือเล็กบิดออกจากการเกาะกุมของกรองทองมากกว่าเดิม เมื่อรถของพ่อกระชั้นชิดเข้ามา และเมื่อกรองทองไม่ย
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 12

“เอม…”เสียงเรียกชื่อเธอดังขึ้น พร้อมกับมือใหญ่ของคนเป็นพ่อโอบลงบนไหล่ จับให้ร่างบางลุกขึ้น แล้วประคองไปขึ้นรถอีกคันซึ่งคนขับรถขับมารับตามคำสั่ง ส่วนคดีความและรถคันที่เกิดเหตุซึ่งเขาเป็นคนขับชนเอง ธนินให้ทนายความเป็นคนเข้ามาจัดการแทนงานสวดอภิธรรมศพคืนนี้เป็นคืนสุดท้ายแล้ว แขกเหรื่อที่มาร่วมงานค่อนข้างหนาตา เพราะผู้ล่วงลับเป็นที่รักใคร่ของคนในชุมชน กระนั้นก็ไร้เงาของคนที่เป็นสาเหตุการตาย จะมีก็เพียงทนายความที่มาร่วมงานแทนทุกคืน กวินภพยังคงนิ่งขรึม และตั้งใจทำหน้าที่ครั้งสุดท้ายของตัวเองให้ดีที่สุด เขาไม่ได้บอกกล่าวเพื่อนคนไหนเรื่องที่แม่เขาตาย เพราะเห็นว่าเพื่อนแยกย้ายไปฝึกงานกันหมดแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่เพื่อนสนิทของเขาฝึกงานที่ต่างจังหวัด จึงไม่อยากรบกวนการฝึกงานของเพื่อน อีกทั้งงานสวดมีเพียงแค่สามคืน และพรุ่งนี้ก็จะเผาแล้วเสียงพระสวดมาติกาซึ่งเป็นบทสวดสุดท้ายดังกระทบใจคนฟัง ย้ำเตือนว่าผู้ที่จากไปนั้นไปลับ ไม่มีทางที่จะฟื้นหรือหวนกลับมาอีกแล้ว กวินภพนั่งพนมมือฟังอย่างสงบ ทว่าในใจกำลังร้องไห้กับความสูญเสีย แม้จะเป็นวันที่สามแล้ว แต่เขาก็ยังทำใจไม่ได้ ภาพในวันนั้นยังตามหลอกหลอนเขาทั้งหลับท
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 13

แปดปีผ่านไป…ร่างบางก้าวลงจากแท็กซี่หลังจากส่งเงินค่าโดยสารให้คนขับเรียบร้อยแล้ว ในขณะที่เจ้าของแท็กซี่ยกกระเป๋าสามใบลงจากรถให้ ตาคู่สวยปนเศร้าก็ถือโอกาสมองสำรวจคฤหาสน์หลังใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าด้วยจิตใจที่ห่อเหี่ยวต่อภาพที่เห็นความงดงามยิ่งใหญ่ในอดีต มาบัดนี้แทบจะไม่เหลือเค้าให้เห็น ความงดงามโอ่อ่าที่เคยถูกใครต่อใครมองอย่างอิจฉา ทรุดโทรมและหมองลงจนเกือบจะเป็นคฤหาสน์ร้าง น้ำพุที่เคยพวยพุ่งเป็นสายเหมือนว่าจะไม่มีวันหยุด กลับเหลือเพียงน้ำที่ขังอยู่ด้านล่าง ต้นไม้ใบหญ้าที่เคยถูกตัดแต่งอย่างเป็นระเบียบสวยงาม ถูกปล่อยปละละเลย บ้างก็ทอดกิ่งยาวเฟื้อย บ้างก็ร่วงโรยแห้งเฉา ซึ่งความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มันไม่ได้เกิดจากกาลเวลาแต่อย่างใด ทว่าเป็นเพราะเจ้าของไม่มีศักยภาพที่จะดูแลมันให้งดงามโอ่อ่าดังเดิมอีกต่อไปแล้วต่างหากเสียงถอนหายใจดังออกมาเบาๆ เมื่อในที่สุดเธอก็ได้กลับมาที่นี่ ทั้งที่ตั้งใจว่าจะไม่กลับมาอีก แต่เพราะความกตัญญูและสามัญสำนึกฝ่ายดี ทำให้เธอต้องกลับมาเพื่อจะดูแลพ่อ หลังจากได้ทราบข่าวว่าท่านป่วยด้วยโรคเส้นเลือดในสมองตีบจนกลายเป็นอัมพฤกษ์ครึ่งซีกเท้าเล็กๆ ค่อยๆ ย่างก้าวเข้าไป
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 14

คำถามสุดท้ายแล่นวาบเข้ามาบีบคั้นหัวใจดวงน้อย จนต้องเมินสายตาหนีจากภาพตรงหน้า ไม่เคยมีวันไหนที่เธอไม่คิดถึงพี่อิสร์ แม้จะพยายามลืมเขาเท่าไหร่ แต่ก็ลืมไม่ได้เสียที คล้ายดั่งว่าเธอถูกสาปมาให้รักแต่เขา แล้วพี่อิสร์ล่ะคิดถึงเธอบ้างไหม หรือว่าในหัวใจของเขาหลงเหลือไว้แต่ความเกลียดชังให้กับเธอ คำตอบว่านานป่านนี้เขาคงลืมเธอแล้ว ดังก้องกังวานขึ้นมาจนมือที่จับภาพถ่ายใบนั้นสั่นเทา ทว่าไม่ว่าความจริงจะโหดร้ายแค่ไหน แต่เขาก็เป็นความทรงจำเดียวที่แสนจะสวยงามของเธอ ดังนั้นเอมมาลินจึงเดินไปหัวเตียง แล้ววางรูปไว้บนนั้นแทน เมื่อใช้เวลาช่วงหนึ่งไปกับความหลังเก่าๆ เสร็จ เอมมาลินก็รีบอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วลงไปดูแลพ่อ เพื่อให้พยาบาลได้พักผ่อนบ้าง เย็นนั้นเธอทำหน้าที่ป้อนข้าวป้อนยาพ่อด้วยตัวเอง ก่อนจะไปทานอาหารค่ำเงียบๆ คนเดียว เพราะทั้งนงนภากับนงนภัสยังไม่กลับ และหลังจากพาผู้เป็นพ่อเข้านอนได้ชั่วโมงกว่าๆ เอมมาลินจึงเห็นนงนภากลับมา ส่วนนงนภัสนั้นกลับในเวลาเกือบสามทุ่ม โดยมีรถยุโรปคันหรูขับมาส่ง ซึ่งนงนภาก็ไม่ได้กล่าวตำหนิติเตียนใดๆ แต่กลับมีท่าทีสนับสนุนและเห็นดีเห็นงามด้วยซ้ำที่ลูกสาวมีผู้
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 15

รถแล่นผ่านถนนหลายสายในกรุงเทพฯ ทำให้เอมมาลินได้มีโอกาสเห็นความเปลี่ยนแปลงมากมาย เมื่อวานนี้ก็เห็นมาบ้างแล้ว แต่วันนี้เห็นมากมายหลายมุมขึ้น เธอรู้ดีว่าความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มันคือสัจธรรม แล้วที่ที่เคยเป็นพื้นที่ส่วนตัวและความทรงจำของเธอกับกวินภพเล่าจะเปลี่ยนไปหรือไม่ ป่านนี้ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ต้นนั้นจะเติบโตขึ้นแค่ไหน หรือว่ามันก็ตายไปเช่นเดียวกับความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับคนที่ปลูกมัน “พี่คะจอดตรงนี้ละค่ะ” เสียงหวานเอ่ยขึ้น เมื่อรถแท็กซี่แล่นผ่านหน้าหมู่บ้านจัดสรร มือเรียวบางหยิบเงินให้ค่าโดยสาร จากนั้นก็ลงจากรถ แล้วเดินตรงดิ่งเข้าไปในท้ายซอยของหมู่บ้าน ตามที่ตัวเองคุ้นเคย ร่างบางมาหยุดยืนที่บ้านหลังสุดท้ายของซอย จากนั้นก็ยกมือขึ้นกดออดอย่างเป็นอัตโนมัติ ชั่วขณะหนึ่งเธอหวังว่าคนที่มาเปิดจะเป็นกวินภพ ทว่า… “มาหาใครคะ”คนที่เปิดประตูออกมาถามพลางมุ่นคิ้วและมองมายังเธออย่างไม่ไว้ใจ ตามประสาคนเมืองกรุงที่มักจะระมัดระวังตัวมากเป็นพิเศษเอมมาลินยืนพิศมองเค้าหน้าและรูปร่างของผู้หญิงตรงหน้า ภาวนาว่าขออย่าให้เธอผู้นั้นเป็นภรรยาของพี่อิสร์เลย“มาหาพี่อิสร์ค่ะ”“อิสร์ไหน ไม่
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 16

“ดีนะ ลุงนี่จำได้อย่างเดียวแค่ว่าให้พกยาไว้ในกระเป๋า”“คุณลุงแน่ใจนะคะว่าจะไม่ไปโรงพยาบาล”“ไม่เป็นไร ลุงเป็นแบบนี้บ่อยๆ ไม่ต้องไปโรงพยาบาลหรอก แค่พบหมอตามนัดก็พอ”“คุณลุงมากับใครคะ บ้านอยู่ไกลหรือเปล่า ให้หนูไปส่งมั้ย” เอมมาลินเอ่ยอาสาอย่างบริสุทธิ์ใจ ชายผู้นี้น่าจะอายุรุ่นราวคราวเดียวกับพ่อของเธอ ความห่วงใยที่มีให้จึงไม่ต่างอะไรกับลูกสาวที่เป็นห่วงพ่อ“ไม่ไกลเท่าไหร่หรอก แต่ให้หนูไปเป็นเพื่อนก็ดีเหมือนกัน” ด้วยความถูกชะตา ชายผู้นั้นจึงเลือกที่จะไม่บอกว่าตัวเองมากับคนขับรถ และปล่อยให้หญิงสาวไปเรียกแท็กซี่ และประคองตัวเองขึ้นรถคนขับพารถแท็กซี่แล่นไปตามทางที่ผู้โดยสารบอกจุดหมาย เอมมาลินนั่งอยู่เบาะหลังกับชายที่ตัวเองให้ความช่วยเหลือ“ที่จริงลุงกลับเองก็ได้นะ บ้านลุงก็อยู่ไม่ไกล”“ปลอดภัยไว้ก่อนดีกว่าค่ะ เผื่อมีอะไรหนูจะได้ช่วยคุณลุงได้ทัน”“หนูเป็นคนจิตใจดีมากเลยนะ หน้าตาก็สะสวย ว่าแต่หนูชื่ออะไร แล้วไปทำอะไรที่กำแพงแสน ไปดูดอกชมพูพันธุ์ทิพย์เหมือนกันเหรอ”“หนูชื่อเอมมาลินค่ะ คุณลุงเรียกหนูว่าเอมก็ได้ หนูเพิ่งจะกลับมาจากสัมภาษณ์งานค่ะ ยังไม่อยากกลับบ้านก็เลยแวะดูดอกไม้สวยๆ ก่อน” เอมมา
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 17

“คุณเอมมาลิน”“เรียกดิฉันว่าเอมเฉยๆ ก็ได้ค่ะ”“โอเค...พี่อ่านเรซูเม่ของคุณแล้ว คุณจบตรีและโทจากประเทศอังกฤษ ซึ่งน่าสนใจมากเลยทีเดียว แต่สาขาที่คุณจบมาคือด้านตกแต่งภายใน ซึ่งบริษัทของเราเป็นบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ พี่คิดว่าคงไม่มีตำแหน่งที่เหมาะกับด้านที่คุณจบมาโดยตรง”“ไม่เป็นไรค่ะ ดิฉันเข้าใจ ยังไงก็ขอบคุณมากนะคะที่เสียสละเวลา” เอมมาลินยกมือขึ้นไหว้ แม้จะเตรียมใจมาบ้างแล้ว แต่ก็อดผิดหวังไม่ได้ เธออยากทำงานที่นี่ อย่างน้อยมันก็เป็นบริษัทเก่าของพ่อเธอ อีกทั้งเธออยากได้งานไวๆ เพราะมีค่าใช้จ่ายมากมายรออยู่ร่างบางหันหลังกลับ เดินไปได้สองสามก้าว อุบลก็รีบเรียกเธอเอาไว้คล้ายกับเพิ่งนึกบางอย่างได้“เดี๋ยวก่อนค่ะคุณเอม”“คะ” เอมมาลินหันกลับมาตามเสียงเรียก พร้อมกับเลิกคิ้วขึ้นอย่างคนมีคำถาม“พี่เพิ่งนึกได้ว่าน่าจะมีตำแหน่งที่คุณพอจะทำได้ พอดีเลขานุการของท่านประธานกำลังจะลาคลอดอีกสองสามวันนี้ แล้วพี่ยังหาคนมาทำงานแทนไม่ได้ คุณสนใจจะทำไหมคะ”คำบอกเล่าของอุบลทำให้ตาสวยปนเศร้าของเอมมาลินเป็นประกายขึ้นด้วยความดีใจ ทำไมเธอจะไม่สนใจ ในเมื่อเธอกำลังต้องการงาน อีกทั้งการได้ทำงานกับคุณลุงที่ดูท่าทางใจด
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 18

เป็นคำตอบที่สั้นๆ แต่ครอบคลุมทุกอย่าง อุบลจึงหันไปถามเอมมาลินที่ตอนนี้กำลังยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาป้อยๆ อยู่ “แล้วคุณเอมล่ะคะสะดวกไหม” “สะ…สะดวกค่ะคุณ…” เอมมาลินมีท่าทางเงอะงะ พูดจาตะกุกตะกักไปหมด ในขณะที่กวินภพยังคงนิ่งเฉย ดุจคนที่ควบคุมอารมณ์และสถานการณ์ได้ดีกว่า หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ เขาไม่ได้รู้สึกอะไรกับการมีเธอยืนอยู่ตรงหน้า “งั้นก็ตามนี้นะคะ” สรุปเสร็จผู้จัดการฝ่ายบุคคลก็ส่งเรซูเม่ให้กับเจ้านาย แล้วหันไปพูดกับเอมมาลิน “เรื่องเงินเดือนคุยกับท่านประธานเลยนะคุณเอม” “ค่ะ” เสียงหวานตอบรับสั้นๆ อุบลก้าวออกจากห้องทำงานของเจ้านายเมื่อหมดหน้าที่ของตัวเอง ตอนนี้ในห้องทำงานจึงมีเพียงเอมมาลินและกวินภพเผชิญหน้ากันตามลำพัง เธอไม่รู้ว่าทำไมพี่อิสร์ถึงกลายมาเป็นประธานบริษัทของพ่อเธอได้ แต่มันก็คงจะเกี่ยวกับคุณลุงกอบกุล ไม่รู้ว่ามันเป็นการจงใจหรือเรื่องบังเอิญ แต่ในที่สุดเธอก็ได้เจอพี่อิสร์แล้ว พี่อิสร์ที่คงไม่ใช่พี่อิสร์ของเธอเหมือนเมื่อก่อน “คุณอุบลบอกว่าคุณอยากคุยกับผมเรื่องเงินเดือน?” “ค่ะ” “เงินเดือนตำแหน่งเลขาฯ ของผมเริ่มสตาร์ตที่ส
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 19

เอมมาลินได้แต่รับสั้นๆ กล้ำกลืนความเจ็บปวดลงในใจ ก่อนจะยกกาแฟแก้วนั้นกลับไปที่ห้องแพนทรี เตรียมจะล้างแก้ว แต่มีแม่บ้านวัยใกล้เกษียณเอ่ยห้ามไว้เสียก่อน “ไม่ต้องล้างหรอกค่ะ เดี๋ยวป้าล้างให้เอง” “ขอบคุณค่ะ” เอมมาลินเอ่ยขอบคุณแล้วหันไปมองคนพูด คลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเห็น แต่คนที่แก่กว่าเธอกลับอุทานออกมาอย่างดีใจ “คุณหนูเอม คุณหนูเอมใช่ไหมคะ” “ค่ะเอมเอง ป้ารู้จักเอมเหรอคะ” “รู้จักสิคะ คุณหนูเอมจำป้านวลไม่ได้เหรอคะ” คิ้วเรียวสวยขมวดมุ่นอย่างทบทวนความจำ ก่อนจะพยักหน้าและยิ้มออกมา เมื่อจำได้ว่าหญิงสูงวัยคนนี้คือแม่บ้านในสมัยที่พ่อของเธอยังเป็นเจ้าของบริษัท ตอนเด็กๆ ยามที่เธอตามพ่อกับแม่มา ป้านวลจะเป็นคนจัดน้ำหวาน ขนม และผลไม้ไปคอยเสิร์ฟให้เธอในห้องทำงานของพ่อ และชอบมองเธออย่างเอ็นดูแกมชื่นชม “จำได้แล้วค่ะ ขอโทษด้วยนะคะที่ตอนแรกเอมจำป้าไม่ได้ เอมนึกว่าจะไม่มีคนของพ่อหลงเหลืออยู่ที่นี่ซะแล้ว” “ไม่เป็นไรค่ะ เราไม่ได้เจอกันตั้งหลายปี ถ้าคุณหนูจำป้าไม่ได้ก็ไม่แปลก แต่ป้าจำคุณหนูเอมได้เสมอ แม่คุณของป้าตอนเด็กว่าสวยแล้ว โตมายิ่งสวยกว่าเด
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 20

ร่างบางลงจากตึกหลังจากปิดไฟปิดแอร์ตามคำสั่งเรียบร้อยแล้ว เวลาในขณะนั้นคือทุ่มกว่าๆ แต่โชคดีที่รอไม่นาน รถเมล์ก็แล่นมาจอดเอมมาลินก้าวขึ้นไปยืนเบียดเสียดกับผู้โดยสารคนอื่นๆ อย่างคนไม่มีทางเลือก โดยไม่รู้ว่าหลังจากที่เธอขึ้นรถเมล์ได้ไม่นานรถคันหรูของประธานบริษัทก็แล่นออกมา และคนที่นั่งอยู่เบาะหลังก็กวาดสายตามองไปรอบๆ ตึก คล้ายดั่งว่ากำลังมองหาใครสักคน ก่อนที่ลมหายใจจะถูกระบายออกมาแรงๆ เมื่อพบแต่คนที่ไม่ใช่คนที่ตัวเองมองหาการจราจรของค่ำวันศุกร์เป็นไปอย่างเชื่องช้า เพราะรถหนาแน่นและการสัญจรก็หนาตา เอมมาลินก้าวลงจากรถ แม้ยังไม่ใกล้ทางเข้าบ้าน ไม่ใช่เพราะว่าเหนื่อยหรือท้อ แต่เป็นเพราะสายตาเหลือบไปเห็นร้านบะหมี่ข้างทาง ซึ่งเรียงรายกันอยู่หลายร้านขาเรียวที่รองรับด้วยรองเท้าคัทชูก้าวฉับๆ ไปนั่งในร้านที่ตัวเองถูกชะตาอย่างเป็นอัตโนมัติ รอไม่นานพนักงานของร้านก็เอาแก้วน้ำแข็งเปล่ามาให้พร้อมกับถามว่าหญิงสาวจะสั่งอะไร“เอาอะไรครับ”“บะหมี่ต้มยำค่ะ” เสียงหวานสั่งไปอย่างคุ้นเคย เพราะเป็นเมนูโปรดพนักงานชายคนนั้นไม่ได้จดเมนู แค่จำที่หญิงสาวสั่งแล้วเดินกลับไป เอมมาลินมองตามหลัง พร้อมกับที่ภวังค์ความคิ
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
123456
...
10
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status