All Chapters of เยี่ยเซียงฮวา บุปผาเพรียกรัก: Chapter 11 - Chapter 20

43 Chapters

บทที่ 11

กว่าชั่วยามที่ไล่ตามมาในที่สุดบุรุษในชุดสีดำก็หยุดลงที่ชายป่านอกเมือง กระท่อมหยาบๆ หลังหนึ่งปรากฏให้เห็น นี่ออกจะดูไม่เหมือนข่าวลือที่ว่าโจรราคะก่อเหตุเพียงลำพังเลยแม้แต่น้อยเซวี่ยอวี้มองเห็นคนเหล่านั้นช่วยกันอุ้มถุงกระสอบใบใหญ่วางลง กระทั่งเร่งแกะปากถุงออกด้วยมือไม้สั่นเทา เขาก้าวเข้าไปช้าๆ อย่างไร้สุ้มเสียง และทันได้มองเห็นใบหน้างดงามที่หมดสติโผล่ออกมา“เป็นนางแน่นอน”“ใช่ๆ ข้าเคยเห็นนาง นี่คือคุณหนูหลันเยี่ยเซียงไม่ผิดตัวแน่”“เช่นนั้นรอช้าอยู่ทำไม ยังไม่รีบแจ้งข่าวให้คุณชายฟู่อีก งานนี้พวกเรารวยแน่ ค่าจ้างงามถึงเพียงนี้ไม่มีอีกแล้ว”ทั้งสี่คนหัวเราะขึ้นพร้อมกัน กระทั่งหนึ่งในนั้นเดินออกมาก่อนกระโดดขึ้นหลังม้าแล้วควบออกไป โดยไม่สังเกตเห็นเซวี่ยอวี่ที่หลบอยู่ด้านนอกเลยแม้แต่น้อย“เสียดายยิ่งนัก มิสู้พวกเราเชยชมนางสักครา ก่อนส่งต่อให้คุณชายฟู่เล่า จะอย่างไรก็จะโยนความผิดให้โจรราคะอยู่แล้ว”คนที่ยืนอยู่ใกล้โฉมสะคราญเอ่ยขึ้นอย่างแสนเสียดาย ทั้งที่ดวงตาไม่ละไปจากใบหน้างดงามของหญิงสาวซึ่งยังคงหมดสติ“เจ้าเสียสติไปแล้วหรือ ของมีตำหนิจะมีราคาได้อย่างไร หากคุณชายฟู่รู้เรื่องเข้า ค่าจ้างงดง
last updateLast Updated : 2026-01-08
Read more

บทที่ 12

ก่อนเกิดเรื่องคุณชายตระกูลฟู่ส่งแม่สื่อเข้าไปเจรจาสู่ขอหลันเยี่ยเซียง ทั้งยังพลั้งปากพูดเรื่องโจรราคะออกมา หมายให้ตระกูลหลันยกหญิงสาวให้แต่งออกไปเพื่อแก้ปัญหา กระทั่งทำให้หลันเฟิ่งโกรธจัดจนไล่แม่สื่อทั้งสองออกมาอย่างไม่ไว้หน้าเซวี่ยอวี้ได้ยินหลิวเย่ากวงเอ่ยถึง ในยามที่อีกฝ่ายพาหลันเฟิ่งเข้ามาขอความช่วยเหลือ นึกไม่ถึงจริงๆ ว่าทั้งหมดนี้กลับเป็นแผนการของคุณชายตระกูลฟู่ผู้นี้ทั้งสิ้น“น่าสนุกยิ่ง”มองดูหญิงสาวที่ยังคงหลับใหลไม่ได้สติ เซวี่ยอวี้พลันแย้มยิ้ม “มาดูกันว่าเขายังมีแผนการใดอีก เจ้าก็เป็นเด็กดีนอนหลับให้สบายรอข้าจัดการเรื่องทุกอย่างให้เรียบร้อย”ภายในห้องที่มีแสงเพียงริบหรี่ หลันเยี่ยเซียงค่อยๆ ขยับตัว นางลืมตาขึ้นพร้อมกับกะพริบตามองเพดานห้องซึ่งที่ไม่คุ้นตา ร่างเล็กลุกพรวดขึ้นเมื่อเห็นแผ่นหลังของบุรุษซึ่งนั่งอยู่ไม่ไกลความทรงจำสุดท้ายที่นางนึกออกก็คือถูกคนชุดดำลักพาตัวมา และสถานที่แห่งนี้นางก็ไม่รู้ว่าเป็นที่ใดมองออกไปด้านนอกเป็นเวลาค่ำมืด บ่งบอกว่าเวลาได้ล่วงเลยมานานหลายชั่วยาม ป่านนี้พี่ชายและคนในตระกูลหลันคงล่วงรู้แล้วว่านางถูกลักพาตัวมา ไม่รู้พวกเขาจะร้อนใจเพียงใดมองดูป
last updateLast Updated : 2026-01-08
Read more

บทที่ 13

เซวี่ยอวี้คว้าเสื้อคลุมกันลมมาจากโต๊ะ ก่อนจะก้าวเข้ามาหาหญิงสาว นางถอยหลังหลบ แต่ยังคงช้ากว่าชายหนุ่มอยู่ดี ดังนั้นเสื้อคลุมตัวใหญ่จึงถูกคลุมลงไปยังร่างเล็กที่ยังคงมีท่าทีหวาดระแวง“สะกดรอยตามหรือ เจ้าหมายถึง…”เขาครุ่นคิดครู่เดียวก็พอจะนึกออก วันนั้นเขานั่งเล่นอยู่บนกำแพงและนางก็ได้เห็นเขาเป็นครั้งแรก ซึ่งนั่นคงทำให้หญิงสาวเข้าใจว่าเขาสะกดรอยตามนางมา“ข้าดูเหมือนโจรราคะถึงเพียงนั้นเลยหรือ” ชายหนุ่มเอ่ยถาม ทั้งที่มือยังคงง่วนอยู่กับการผูกสายเสื้อคลุมกันลมให้หญิงสาว“ก็…” นางเกือบพยักหน้าแล้ว หากไม่ใช่ว่าเขาก้มลงมาในยามที่นางเงยหน้าขึ้นพอดี ทั้งสองยืนสบตากันนิ่งอยู่เช่นนั้นดวงตาคมลุ่มลึกของชายหนุ่ม ดึงดูดสายตาคู่งามของหญิงสาวเอาไว้ โดยที่เขาไม่จำเป็นต้องบีบบังคับ เขาจดจ้องนางนิ่ง ปล่อยให้นางได้สำรวจลึกเข้าไปถึงแววสนุกสนาน ซึ่งบัดนี้ทอประกายออกมาชัดเจน“จะว่าไป” เซวี่ยอวี้เว้นวรรคไปครู่ใหญ่ “เจ้าก็คิดไม่ผิด” เอ่ยจบเขาก็หัวเราะก่อนผละใบหน้าออกแล้วหมุนตัวเดินไปยังประตูหลันเยี่ยเซียงยังคงงุนงงกับท่าทีของชายหนุ่ม กระทั่งเขาเปิดประตูออก นางจึงตระหนักว่าตนยังคงอยู่ในสำนักศึกษาเค่อหลี่ กำแพ
last updateLast Updated : 2026-01-09
Read more

บทที่ 14

ไม่รอให้นางพูดจบเขาก็ชิงจังหวะคว้ามือของนางมา ก่อนจะใช้แขนอีกข้างรวบเอวเล็กขึ้น ให้นางนั่งซ้อนด้านหน้า โดยมีเขาโอบร่างเล็กเอาไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้นางหล่นลงไปหลันเยี่ยเซียงหวีดร้องคราหนึ่ง มือทั้งสองข้างคว้าจับท่อนแขนแกร่งเอาไว้ด้วยความตื่นกลัว แม้ไม่ได้สูงมาก แต่เมื่อตระหนักว่าตัวเองนั่งอยู่บนหลังม้า นางก็อดที่จะหวาดหวั่นไม่ได้ และความหวาดกลัวที่มีก็เอาชนะความขัดเขินจากความแนบชิดไปโดยปริยาย“อย่ากลัว” เขากระซิบเสียงเบา “ข้าไม่ปล่อยให้เจ้าตกลงแน่นอน”“สัญญานะเจ้าคะ”เซวี่ยอวี้ก้มลงมองคนที่นั่งตัวสั่นอยู่ในอ้อมแขน รอยยิ้มอ่อนโยนของเขาเผยออกมาโดยไม่รู้ตัว “ข้าสัญญา” เสียงทุ้มกระซิบออกมาอ่อนโยนพอกับสีหน้าที่หญิงสาวไม่มีโอกาสได้เห็นกระทั่งสำรวจดูจนมั่นใจว่าเสื้อคลุมกันลมของหญิงสาวมิดชิด เซวี่ยอวี้ก็กระตุ้นม้าให้ออกตัว ช่วงแรกเขาเพียงให้ม้าวิ่งเหยาะๆ แต่เมื่อเห็นว่าหญิงสาวพยายามเอนตัวไปด้านหน้า เพราะเกรงว่านางและเขาจะใกล้ชิดจนเกินไป ดังนั้นเขาจึงเพิ่มความเร็วหลันเยี่ยเซียงหลับตาแน่น มือที่เกาะท่อนแขนแกร่งขยับไปคว้าสาบเสื้อของชายหนุ่มเอาไว้แทน ร่างเล็กกระเด็นกระดอนอยู่ไม่กี่ครั้ง มือใหญ่
last updateLast Updated : 2026-01-09
Read more

บทที่ 15

เขาส่งสัญญาณให้ทหารอีกสามนายเข้าไปดูเหตุการณ์ เพราะห่างจากประตูไปไม่มาก มีบุรุษสองคนกำลังประมือกันอยู่ แต่เพราะจากจุดที่พวกเขายืนอยู่ เพียงสามารถมองเห็นเงาดำสองสาย ซึ่งสะท้อนกับแสงจันทร์เท่านั้น“หนึ่งในนั้นเขาช่วยข้าไว้ เขายังมีป้ายคำสั่งจากท่านเจ้าเมือง” หลันเยี่ยเซียงเอ่ยทันทีที่เปิดหมวกคลุมเพื่อแสดงตัว นางยื่นป้ายคำสั่งให้ทหารเหล่านั้น“พวกเจ้าสามคนไปดู”“คนที่ไม่ใช้กระบี่คือคนที่ช่วยข้าไว้” หลันเยี่ยเซียงจำได้ว่าผู้มาใหม่ซึ่งเดาได้ไม่ยากว่าคงจะเป็นโจรราคะนั้น ในมือของเขามีกระบี่เล่มหนึ่ง ต่างกันกับเซวี่ยอวี้ที่ไม่มีอาวุธ“แม่นางหลันเจ้าเข้าไปก่อนเถิด”“ข้าขอรอเขาตรงนี้ได้หรือไม่” นางถือบังเหียนม้าเอาไว้ในมือ พยายามเพ่งมองการต่อสู้ที่อยู่ห่างออกไป แต่ถึงอย่างนั้นกลับมองเห็นแค่เงาสองสายวูบไหวไปมาเท่านั้นผ่านไปครู่ใหญ่การต่อสู้ดูเหมือนจะเคลื่อนตัวเข้ามามากขึ้นๆ เจ้าวายุส่งเสียงฟืดฟาดพร้อมกับขยับตัวไปมาหลันเยี่ยเซียงได้แต่ลูบไล้แผงคอของมันเป็นการปลอบให้มันสงบ ทหารสามนายที่ออกไปก่อนหน้านี้ พยายามเข้าไปช่วยเซวี่ยอวี้ เพราะจากจุดที่นางยืนแสงจากคบเพลิงบนกำแพงเมือง ทำให้สามารถมองเห็นคนท
last updateLast Updated : 2026-01-10
Read more

บทที่ 16

เจ้าวายุพาเซวี่ยอวี้และหลันเยี่ยเซียง พุ่งทะยานไปข้างหน้าท่ามกลางความมืดและความเงียบงันยามค่ำคืนของเมืองอี๋หยาง สองข้างทางที่ไร้ผู้คน เนื่องจากเป็นเวลาเลยยามโฉ่ว[1]ไปแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นเมื่อใกล้ถึงคฤหาสน์ตระกูลหลัน ยามซึ่งทำหน้าที่บอกเวลากลับสามารถมองเห็นคนทั้งสองอย่างชัดเจนหน้าคฤหาสน์ตระกูลหลัน พ่อบ้านซึ่งรอคอยอยู่ก่อนแล้วรีบออกมาต้อนรับ เขารีบให้คนเข้าไปดูแลม้าของเซวี่ยอวี้ ก่อนจะเชิญชายหนุ่มเข้าไปด้านในด้วยท่าทีสุภาพหลันเยี่ยเซียงซึ่งยังคงอยู่ในชุดคลุมมิดชิด เดินนำเข้าไปด้านใน หลังจากที่ได้ยินว่าทั้งบิดา มารดา และน้องสาวยังคงรอคอยนางด้วยความห่วงใย ทั้งสามปรี่เข้ามาปลอบโยนหญิงสาว จากนั้นก็กล่าวขอบคุณชายหนุ่มที่ช่วยเหลือนางเอาไว้เซวี่ยอวี้แนะนำตัวเองอย่างอ่อนน้อม จากนั้นยังไม่ทันได้สนทนาพาทีกัน หลันเฟิ่งและท่านเจ้าเมืองก็กลับมาถึง“ได้ยินว่าท่านประมือกับโจรราคะผู้นั้นที่หน้าประตูเมือง” หลันเฟิ่งเอ่ยถามทันทีที่เห็นเซวี่ยอวี้“ใช่”“ขอบคุณท่านเหลือเกิน หากไม่ได้ท่านวันนี้ตระกูลหลันของเราคงแย่”“เกรงใจไปแล้ว” เซวี่ยอวี้เอ่ยเสียงนุ่ม“คนของข้าที่เฝ้ายามหน้าประตูเมือง เห็นใบหน้าของโจร
last updateLast Updated : 2026-01-10
Read more

บทที่ 17

“ครั้งนี้ตระกูลหลันเป็นหนี้น้ำใจของท่านอย่างใหญ่หลวง ข้าในฐานะหัวหน้าตระกูลหลันต้องขอบคุณท่านมาก”เซวี่ยอวี้เพียงยิ้มไม่ได้ตอบคำ เขามองสองพ่อลูกตระกูลหลันด้วยดวงตาเรียบเฉย บทสนทนาของตนและหลันเฟิ่งก่อนหน้านี้ เขายังคงไม่เอ่ยถึง เนื่องจากเขาเองก็ยังไม่ได้ตอบรับแต่การที่เขาไม่ปฏิเสธ หลันเฟิ่งเองก็คงคิดว่าเขาตอบรับไปแล้วกว่าครึ่งแม้หลันเฟิ่งแสดงออกชัดเจนว่ายอมรับเขา แต่เขายังคงอยากให้คนที่กล้ายื่นข้อเสนอให้เป็นหลันเยี่ยเซียงมากกว่า ดังนั้นเขาจึงไม่แสดงท่าทีใดๆ ออกมา“ลูกเฟิ่ง”หลันเซียวเรียกบุตรชายคนโตเอาไว้ หลังจากที่จัดหาห้องพักรับรองให้แขกผู้มาเยือน ในใจรู้สึกกังวลยิ่งนักกับเรื่องมากมายที่เกิดขึ้นแม้จะได้รับการยืนยันจากจ้าวเสิ่นและหวังชิง สองปราชญ์อาวุโสซึ่งเป็นอาจารย์สำนักศึกษาเค่อหลี่ว่าเซวี่ยอวี้เป็นจอมยุทธ์ที่มีคุณธรรม อีกทั้งนิสัยใจคอยังไม่เลวแต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็รู้เรื่องของอีกฝ่ายน้อยมาก จนแทบจะเรียกได้ว่าไม่รู้จักเลยแม้แต่น้อย“จะอย่างไรเสียเขาก็นับว่าเป็นจอมยุทธ์ที่มีคุณธรรมคนหนึ่ง หากเซียงเอ๋อร์แต่งให้คนเช่นนี้ได้ อย่างน้อยเราก็วางใจได้ว่าเขาสามารถปกป้องคุ้มครองนางได้ ข
last updateLast Updated : 2026-01-10
Read more

บทที่ 18

“ยังจะทำเช่นไรได้เล่า จะอย่างไรเราก็หนีไม่พ้นต้องรับมือกับข่าวลือและเสียงซุบซิบนินทาอยู่แล้ว ไม่ว่าคุณชายฟู่จะลงมือกระทำผิดหรือไม่ เซียงเอ๋อร์เป็นสตรี ย่อมหนีไม่พ้นข้อครหาอยู่แล้ว”“แต่เราจะปล่อยให้ชื่อเสียงของเซียงเอ๋อร์เสียหายเช่นนี้ไม่ได้นะเจ้าคะ”“แล้วจะทำอย่างไรเล่า เป็นไปไม่ได้เลยที่จะห้ามคำซุบซิบนินทาของผู้คน เว้นแต่เซียงเอ๋อร์จะออกเรือน หาไม่เรายังคงต้องรับมือเรื่องนี้ไม่จบไม่สิ้น”จบประโยคนั้นทุกคนก็ได้แต่นิ่งเงียบ เพราะดูเหมือนหลันเซียวจะพูดถูก นอกเสียจากหลันเยี่ยเซียงแต่งงานกับใครสักคน หาไม่ความงดงามและข่าวลือมากมายของหญิงสาว ก็จะยังสร้างปัญหาเช่นนี้ไม่หยุดไม่หย่อนเงาร่างอรชรขยับออกห่างจากประตูห้องโถง หญิงสาวก้าวออกไปเงียบๆ หลังจากที่ได้ยินบทสนทนาทุกอย่าง นางหมุนตัวตั้งใจจะเดินย้อนกลับไปยังเรือนของตน แต่ร่างสูงที่ยืนพิงเสาทางเดินก็ทำให้นางชะงักหลันเยี่ยเซียงหันไปมองด้านหลัง เมื่อมั่นใจว่าคนในห้องโถงไม่รับรู้ว่านางอยู่ด้านนอก นางก็ตัดสินใจเดินเข้าไปหาเซวี่ยอวี้ชายหนุ่มเพียงเลิกคิ้ว เมื่อนางส่งสัญญาณให้เขาเดินตามไปเงียบๆเมื่อนำเขามายังสวนของคฤหาสน์ หลันเยี่ยเซียงก็มองหาสา
last updateLast Updated : 2026-01-10
Read more

บทที่ 19

มองริมฝีปากอิ่มเรื่อที่แย้มยิ้มอย่างงดงาม ในยามที่พูดถึงเทศกาลชมดอกเหมยของเมืองอี๋หยาง แต่ถึงอย่างนั้นใบหน้าของนางก็ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นผิดหวังสองปีมาแล้วที่นางไม่ได้มีโอกาสไปเดินเที่ยวในเทศกาล ทั้งนี้ก็เพราะข่าวลือมากมาย ทำให้นางต้องเก็บตัวอยู่แต่ในคฤหาสน์“หน้าหนาวดอกเหมยที่บานสะพรั่งทั่วทั้งหุบเขาที่ซินเจิ้งต้องงดงามมากแน่นอน”“อยากเห็นหรือไม่”“อยากเห็นสิเจ้าคะ” นางตอบทันที แต่ก็ชะงักและหันขวับไปมองชายหนุ่ม ใบหน้าจริงจังของเขาทำให้นางใจเต้นตึกตัก ครั้งนี้นางมองไม่เห็นแววหยอกเย้าในดวงตาคู่นั้นอีกแล้วทั้งสองสบตากันครู่ใหญ่ ก่อนจะเป็นหลันเยี่ยเซียงเองที่ก้มหน้าหลบสายตาคม “คงไม่มีโอกาสแล้วเจ้าค่ะ”นางแสร้งก้มลงไปหยิบถ้วยชาขึ้นจากนั้นก็ยิ้มเศร้า “เดินทางไปไกลถึงซินเจิ้ง ชั่วชีวิตนี้คงไม่อาจทำได้”เพียงก้าวออกจากคฤหาสน์ นางก็ต้องมีคนล้อมหน้าล้อมหลังวุ่นวาย ทั้งนี้ก็เพราะคนตระกูลหลันกลัวว่านางจะเกิดเรื่อง ซึ่งพวกเขาก็คิดถูก เพราะทุกครั้งที่นางออกจากคฤหาสน์ไป หากไม่พบกับเสียงซุบซิบนินทา นางก็ต้องรับมือกับคุณชายตระกูลต่างๆ ที่พยายามเข้ามาชวนพูดคุยสนทนามองดูใบหน้าเศร้าหมองของหญิงสาว เซวี่ยอ
last updateLast Updated : 2026-01-11
Read more

บทที่ 20

ข่าวลือที่แพร่สะพัดไปทั่วทำให้หลันเฟิ่งได้แต่กลัดกลุ้ม เรื่องโจรราคะยังไม่ทันได้จัดการ กลับมีข่าวลือไม่ดีที่อาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของตระกูลหลันและเซวี่ยอวี้ออกมาแม้พยายามกำชับไม่ให้คนในคฤหาสน์พูดเหลวไหล แต่ถึงอย่างนั้นการปิดบังอีกฝ่ายเอาไว้ ทั้งที่เรื่องนี้เกี่ยวพันถึงชื่อเสียงของเซวี่ยอวี้โดยตรง ย่อมไม่เป็นผลดีหากอีกฝ่ายรู้เรื่องในภายหลัง‘หากอยากได้ความจริงใจจากผู้ใด ย่อมต้องมอบความจริงใจออกไปก่อน’นั่นคือสิ่งที่หลันเฟิ่งยึดถือมาโดยตลอด ดังนั้นหลังจากกลับมาจากที่ว่าการ หลันเฟิ่งจึงเชิญเซวี่ยอวี้มาสนทนากันอย่างเปิดอก เขาได้แต่เดิมพันในใจ และหวังว่าเรื่องนี้จะไม่ทำให้อีกฝ่ายตัดสินใจจากไป เพราะรำคาญความยุ่งยากวุ่นวาย “ข่าวลือนั่นว่าอย่างไรบ้าง”เซวี่ยอวี้เอ่ยถามทั้งที่สายตาของเขามองไปยังหน้าต่าง ด้านนอกคือดอกจื่อจิงซึ่งกำลังออกดอกบานสะพรั่ง ดังนั้นในสายตาของหลันเฟิ่งจึงคิดว่าชายหนุ่มเพียงมองดอกจื่อจิงเท่านั้นหลันเฟิ่งไหนเลยจะคาดว่าแท้จริงแล้ว เซวี่ยอวี้กำลังเพิ่งสมาธิไปยังความเคลื่อนไหวที่อยู่มุมข้างหน้าต่าง หาใช่ดอกจื่อจิงไม่“ชาวบ้านต่างคิดว่าท่านคือคู่หมายของเซียงเอ๋อร์”“ค
last updateLast Updated : 2026-01-11
Read more
PREV
12345
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status