Semua Bab เจ้านายสายฟ้าแลบ: Bab 91 - Bab 100

100 Bab

บทที่ 91

สวี่เพียวเพียวรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออกขณะมองใบหน้าซึ่งโน้มเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ ของเขา เช่นเดียวกับสัมผัสถึงลมหายใจที่แทบจะเป่ารดบนใบหน้าเธอตัดสินใจตอบไปว่า "ฉันไม่ใช่พี่สะใภ้คุณนะ แล้วฉันกับคุณฮั่วก็ไม่ได้เป็นอะไรกันด้วย"เมื่อเธอพูดจบฮั่วจี้เซินก็หัวเราะขำ แม้แต่ฮั่วจี้จั๋วผู้อยู่ปลายสายได้ยินเข้า ก็ยังรู้สึกว่าพี่ใหญ่ตอนนี้กำลังอารมณ์ดีทีเดียวหลังสวี่เพียวเพียวตั้งสติได้ เธอก็นึกเสียใจเวลานี้ เธอกำลังอยู่ที่ห้องของฮั่วจี้เซินหนำซ้ำยังนั่งตักเขาอยู่ด้วยถ้าบอกว่าเธอกับฮั่วจี้เซินไม่ได้เป็นอะไรกัน ใครมันจะไปเชื่อฮั่วจี้จั๋วคิดว่าฮั่วจี้เซินกับพี่สะใภ้คงกำลังทะเลาะกัน แต่สวี่เพียวเพียวก็ไม่ได้ปฏิเสธว่าเธอคือแฟนเก่าสมัยมหาวิทยาลัยของฮั่วจี้เซิน"พี่สะใภ้ ถ้าพี่ใหญ่ผมทำให้พี่โกรธ พี่ก็รูดบัตรเขาสิครับ พี่ใหญ่มีเงินตั้งเยอะ! ใช้เงินให้มากหน่อย เดี๋ยวพี่ก็อารมณ์ดีขึ้นเองนั่นแหละ""หลายปีมานี้ พี่ใหญ่ครองตัวเป็นโสดรอพี่มาตลอด พี่เขาไม่มีแฟนเลยนะ พี่ต้องเชื่อใจพี่ใหญ่ผมนะครับ"ฮั่วจี้จั๋วรู้สึกว่า ในฐานะคนสกุลฮั่วตนเองมีหน้าที่ต้องทำให้สวี่เพียวเพียวเข้าใจผิดในตัวฮั่ว
Baca selengkapnya

บทที่ 92

เขาพูดเหมือนเป็นเรื่องปกติธรรมดาทั้งที่ฮั่วจี้เซินไม่ได้นอนเลยทั้งคืนความจริงนั้น ช่วงระยะหลังมานี้ เขานอนหลับไม่ค่อยสนิทเท่าไหร่ตั้งแต่ได้พบกับสวี่เพียวเพียวอีกครั้งไม่ว่าหลับตาลงครั้งใด ก็จะเห็นแต่ใบหน้าของสวี่เพียวเพียวในความฝัน ทั้งตอนที่เธอกำลังยิ้มแย้มแจ่มใส และตอนที่กำลังโมโหเดือดดาล ไม่ว่าจะเป็นในอดีตหรือปัจจุบัน ทั้งหมดนั้นล้วนไม่มีข้อยกเว้นเธอมักจะบอกให้เขาอยู่ห่าง ๆ เสมอสวี่เพียวเพียวเป็นแบบนี้ ฮั่วจี้เซินไม่ชอบเลยสักนิดหลังย้ายมาประจำการที่ฮั่วซื่ออย่างกะทันหัน ในบริษัทก็มีเรื่องราวนับไม่ถ้วนรอให้เขาจัดการ เอกสารรายงานกองเป็นภูเขา ไม่ว่าฮั่วจี้เซินหลับตาลงเมื่อใด ก็จะเห็นแต่รายรับของบริษัทในไตรมาสใดไตรมาสหนึ่งและแผนการโปรโมตลอยขึ้นมาตลอดเวลาและหลังกลับมาพบเจอสวี่เพียวเพียวสมองของเขาก็ไม่เคยได้หยุดพักตอนนี้กลายเป็นว่า เมื่อมีสวี่เพียวเพียวนั่งอยู่ในอ้อมกอด ฮั่วจี้เซินจึงรู้สึกว่าจิตใจที่สับสนวุ่นวายของตนเอง เริ่มกลับคืนสู่ความสงบบ้างแล้วสวี่เพียวเพียวสูดหายใจลึก"ต้องอยู่นานแค่ไหนคะ?"แม้บอกว่าเพื่อจ่ายค่าตัว แต่จะให้มานั่งกอดกันอยู่แบบนี้ตลอดคงไม่ได้
Baca selengkapnya

บทที่ 93

พูดจบ ก็หลับตาลงในเมื่อขัดขืนไม่ได้ เธอจึงนอนหลับไปทั้งอย่างนั้นเมื่อฮั่วจี้เซินได้ยินเสียงเหมือนคนละเมอ ก็ไม่ได้นึกโกรธเคืองอะไรซ้ำยังเผลอยิ้มอีกต่างหากเขาขยับตัวเล็กน้อย เพื่อให้สวี่เพียวเพียวนอนสบายขึ้นสวี่เพียวเพียวหลับตาไปแล้ว จึงไม่รู้ว่าสิ่งที่ฮั่วจี้เซินกำลังกดเปิดดู ก็คือข้อมูลของเหลียนเส้าจิ่นที่ซาลวี่เอินส่งมานอกจากนั้น ก็ยังมีภาพคู่ของเหลียนเส้าจิ่นกับสวี่เพียวเพียวอีกจำนวนหนึ่งล้วนเป็นรูปที่เหลียนเส้าจิ่นโพสต์ลงโซเชียลมีเดีย ซึ่งถูกรวบรวมไว้ด้วยกันมีรูปหนึ่งถ่ายโดยใช้ฟิลเตอร์ ด้านล่างจึงระบุเวลาขณะถ่ายดูแล้วไม่ได้สนิทสนมกันเท่าไหร่ เหลียนเส้าจิ่นเล่นมือถือ สวี่เพียวเพียวนั่งอยู่หน้าโต๊ะอาหาร ชูสองนิ้วให้กล้องด้านข้างมีชายวัยกลางคนอีกคนหนึ่ง ไม่ได้มองกล้อง กำลังแกะกุ้งในชามของสวี่เพียวเพียวมีแต่เนื้อกุ้งเต็มไปหมดรูปนี้ไม่ได้มีปัญหาอะไรแต่ว่า เมื่อย้อนดูเวลาถ่าย ก็เป็นช่วงที่สวี่เพียวเพียวเรียนมหาวิทยาลัยพอดีตอนแรก ฮั่วจี้เซินเข้าใจว่า เพราะพ่อของเธอป่วยหนัก เธอจึงคว้าผู้ชายสักคนมาแต่งงานด้วยแบบไม่คิดอะไรมากแต่เมื่อนึกถึงประวัติการทำงานของเหลียน
Baca selengkapnya

บทที่ 94

ท้องฟ้าเริ่มสว่างแล้วเมื่อสวี่เพียวเพียวตื่นขึ้นมา ก็พบว่าตนเองยังคงอยู่ในอ้อมกอดของฮั่วจี้เซินเธอผลักแขนเขาเบา ๆ แต่มันก็ไม่ขยับด้วยความจนใจ จึงได้แต่พูดว่า “คุณฮั่วคะ ฉันจะไปเข้าห้องน้ำ”ผลักอีกสองสามที เขาก็ยังนั่งนิ่งไม่ไหวติงสวี่เพียวเพียวนึกฉุน จึงอ้าปากงับแขนเขา ทิ้งรอยฟันไว้เป็นวงเห็นชัดถนัดตาฮั่วจี้เซินถึงได้ยอมคลายมือออก ปล่อยเธอไปเข้าห้องน้ำแต่พอเข้าห้องน้ำมาแล้ว ฮั่วจี้เซินก็เดินมาเคาะประตู“แปรงสีฟันกับผ้าขนหนูอยู่ในลิ้นชักนะ เป็นของใหม่”“รู้แล้วค่ะ”รอจนเสียงฝีเท้าห่างออกไป สวี่เพียวเพียวถึงได้ถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่งเมื่อเธอดึงลิ้นชักออกดู ก็พบว่าข้างในมีผ้าขนหนูและแปรงสีฟันที่ยังไม่ได้แกะห่อ ล้วนเป็นแบบที่ใช้ได้ทั้งชายทั้งหญิง น่าจะเตรียมไว้ให้ผู้เป็นแขกโดยเฉพาะเพียงแต่ห้องชุดแห่งนี้ แทบไม่มีร่องรอยของแขกผู้มาเยือนสักนิดขณะกำลังมองกระจกพร้อมแปรงฟัน สวี่เพียวเพียวก็รู้สึกแปลกใจเล็กน้อยในห้องพักของฮั่วจี้เซิน ดูเหมือนข้าวของทุกอย่างจะวางไว้แค่ฝั่งเดียวเท่านั้น ส่วนชั้นวางของหรือตู้ฝั่งที่เหลือ ก็มีแต่ความว่างเปล่าสงสัยคงเตรียมไว้ให้เจ้าของหัวใจ
Baca selengkapnya

บทที่ 95

เมื่อรู้สึกได้ว่าสายตาของเซ่ามู่กำลังจ้องมองเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆสวี่เพียวเพียวก็รีบกอดเอวฮั่วจี้เซินแน่น และฝังใบหน้าลงกับแผงอกของเขาภาวนาขอให้เซ่ามู่อย่าเดินเข้ามาเด็ดขาดมุมปากของฮั่วจี้เซินยกยิ้ม มือวางลงบนท้ายทอยของสวี่เพียวเพียว หลังสอดนิ้วผ่านเรือนผม นิ้วมือเรียวยาวก็ลูบไล้ต้นคอเธอเบา ๆลูบจนสวี่เพียวเพียวขนลุกไปทั้งตัวฮั่วจี้เซินพูดด้วยเสียงเนิบนาบ “ไม่ต้องหรอก แค่นี้แหละ เดี๋ยวนายลงไปรอข้างล่างก่อนแล้วกัน”“ครับผม”ในฐานะหัวหน้าทีมเลขา เซ่ามู่จึงควบตำแหน่งผู้ช่วยพิเศษของฮั่วจี้เซินไปในตัวและด้วยความที่ฮั่วจี้เซินไม่มีแม่บ้านดูแล เซ่ามู่จึงต้องคอยซื้ออาหารเช้ามาให้ตามรสชาติที่ผู้เป็นเจ้านายชื่นชอบวันนี้เขาลืมไปเสียสนิทเลยว่าเดี๋ยวเซ่ามู่ก็ต้องมาแต่พอเห็นสวี่เพียวเพียวเป็นแบบนี้ ฮั่วจี้เซินก็รู้สึกว่าน่าสนุกดีเซ่ามู่รีบร้อนออกไปทันทีสวี่เพียวเพียวถึงค่อยถอยออกจากอ้อมกอดของฮั่วจี้เซินประโยคแรกที่เธอพูดคือบ่นเขาว่า “ทำไมคุณไม่บอกฉันล่ะว่าจะมีคนมา!”“เธอนี่วุ่นวายจริง ใจคอจะไม่ให้ฉันกินข้าวเช้าหรือไง?”สวี่เพียวเพียวทำท่าจะเดินหนี แต่ก็ได้ยินฮั่วจี้เซินพูดข
Baca selengkapnya

บทที่ 96

ฮั่วจี้เซินมองเธอเขม็งไม่ยอมพลาดการเปลี่ยนแปลงบนสีหน้าของเธอแม้เพียงเศษเสี้ยวน่าเสียดาย เขาไม่พบพิรุธใด ๆสวี่เพียวเพียวมีสีหน้าเรียบเฉย “ไม่รู้สิคะ ฉันเองก็ไม่เคยเจอคุณย่าของฮว่าฮว่าเหมือนกัน”“ไม่เคยเจอ?”ต่อให้ชีวิตสมรสจะดำรงอยู่เพียงสั้น ๆ ก็ไม่น่าจะถึงขั้นไม่เคยเจอพ่อแม่ของอีกฝ่ายเลยนี่สวี่เพียวเพียวถือหมั่นโถวพันชั้นอยู่ลูกหนึ่ง เธอลงมือฉีกกินทีละชั้นอาศัยจังหวะรับประทาน กลบเกลื่อนสีหน้าของตนเองเช่นเดียวกับมือที่กำลังสั่นเทาโชคดีที่สองปีนี้ คำถามเดิม ๆ ไม่รู้ได้ยินมากี่ครั้ง ลำพังแค่เพื่อนบ้านถามไถ่กันเองก็ไม่น้อยแล้ว ซ้ำคำตอบสำหรับคำถามนี้ ก็ซักซ้อมล่วงหน้ามาหลายหนเธอจึงรับมือได้เป็นอย่างดีเพียงแต่คนที่กำลังเผชิญหน้าอยู่ตอนนี้คือฮั่วจี้เซิน จึงเกิดอาการลนลานเล็กน้อย“ใช่ค่ะ แต่คุณก็เคยเจอพ่อของฮว่าฮว่าแล้วนี่คะ เขาไม่ชอบฉัน มีลูกก็ถือเป็นเรื่องผิดพลาด เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฉันคลอดลูก แล้วฉันก็ไม่ต้องการให้เขามารับผิดชอบลูกสาวฉันด้วย”ในห้องอาหารอันโอ่อ่ามีเพียงพวกเขาอยู่กันสองคนเดิมทีฮั่วจี้เซินเพิ่งกินไปไม่กี่คำ เมื่อได้ยินประโยคนี้ ก็ถึงขั้นวางตะเกียบลงทันท
Baca selengkapnya

บทที่ 97

"อย่าหักโหมเกินไปนะลูก ถ้าลูกเป็นแบบนี้ทุกวัน แม่จะไม่ยอมผ่าตัดแล้ว"แม่สวี่เป็นห่วง ด้วยกลัวอาการป่วยของตัวเองจะเป็นภาระแก่สวี่เพียวเพียวทำให้ลูกสาวไม่ได้กลับบ้านกลับช่อง แถมยังต้องทำงานล่วงเวลาอีกพาลบ่นไปถึงเจ้านายของสวี่เพียวเพียว"นี่พ่อหนุ่มคนนั้นให้ลูกกลับไปทำโอทีดึก ๆ ดื่น ๆ เหรอเนี่ย? โอ๊ย ทรมานคนแท้ ๆ ดูท่าทางก็เป็นคนดี ทำไมถึงได้ใจร้ายขนาดนี้นะ?"สวี่เพียวเพียวฟังแล้วก็ให้รู้สึกร้อนรนเล็กน้อยเพราะความจริง เป็นเธอเองที่มาหาเขา แล้วเผลอหลับไปสวี่เพียวเพียวยกมือขึ้นป้องโทรศัพท์ พูดกลบเกลื่อนไม่กี่คำ ก็วางสายทันทีเมื่อเห็นเธอกินอิ่มแล้ว ฮั่วจี้เซินจึงลุกขึ้น"ไปเถอะ ไปทำงาน""คุณฮั่วคะ..."สวี่เพียวเพียวลังเลเล็กน้อย สายตาล่อกแล่กเซ่ามู่ยังยืนรออยู่ข้างล่างขืนสวี่เพียวเพียวตามเขาลงไป คงได้จ๊ะเอ๋กับเซ่ามู่เข้าแน่"คือว่า ให้ฉันรออีกสักแป๊บค่อยลงไปดีไหมคะ?"ฮั่วจี้เซินมองคนถามด้วยความขบขันไม่ได้พูดแทงใจดำทำลายความคิดเธอนี่เธอคิดว่า เซ่ามู่จะจำไม่ได้จริง ๆ หรือ?ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่พวกเขาทำงานร่วมกันมาตั้งกี่ปี และเวลานี้ บนตัวสวี่เพียวเพียวก็ยังมีกลิ
Baca selengkapnya

บทที่ 98

เซ่ามู่รับหน้าที่เป็นคนขับรถจากที่พักของฮั่วจี้เซินไปบริษัท ถ้านับรวมความเป็นไปได้ที่รถจะติดในช่วงเช้า ก็ต้องขับรถประมาณครึ่งชั่วโมงตลอดทาง สวี่เพียวเพียวเอาแต่ตีหน้าขรึมมองออกไปนอกหน้าต่าง ไม่พูดไม่จาแม้แต่คำเดียวฮั่วจี้เซินเองก็ก้มหน้าดูรายงานในมือด้วยท่าทีสุขุมระหว่างทั้งสองคน คล้ายมีอะไรบางอย่างกั้นขวางอยู่ตรงกลางแต่ตอนนี้เซ่ามู่ดูออกแล้วประธานฮั่วน่าจะมีใจให้เสี่ยวสวี่ไม่น้อยแต่ดูเหมือนเสี่ยวสวี่จะไม่ได้มีใจให้ก็ใช่น่ะสิก่อนที่ประธานฮั่วจะมา ครอบครัวของเสี่ยวสวี่เขาก็รักใคร่กลมเกลียวมีความสุขดีอยู่แล้วไม่ว่าเป็นใคร ถ้าโดนคนอื่นเข้ามายุ่มย่าม สีหน้าก็ต้องดูไม่ดีกันทั้งนั้นแต่สาเหตุที่สวี่เพียวเพียวมีสีหน้าไม่สู้ดีนั้น เป็นเพราะกำลังเมารถอยู่ต่างหากฮั่วจี้เซินยื่นมือไปเปิดกล่องข้างตัว หยิบลูกอมรสมินต์มาส่งให้เม็ดหนึ่งเมื่อสวี่เพียวเพียวก้มหน้าลงก็เห็นมือข้างหนึ่งวางอยู่ตรงหน้าเธอ ลักษณะขาวผ่อง นิ้วมืองดงามราวผลงานศิลปะ ข้อต่อนิ้วทุกช่วงดูดีประหนึ่งประติมากรรมปล้องไม้ไผ่กลางฝ่ามือ ปรากฏลูกอมรสมินต์"เมารถก็กินนี่ซะ"น้ำเสียงราบเรียบเย็นชาของชายหนุ่ม ดั
Baca selengkapnya

บทที่ 99

เซ่ามู่เตือนอย่างอ้อม ๆ ว่า "คุณฮั่วครับ ดูเหมือนตอนนี้เสี่ยวสวี่จะยังมีสามีอยู่นะครับ"ชายหนุ่มผู้นั่งอยู่เบาะหลังเงียบงันครู่หนึ่ง ถึงได้มีเสียงหัวเราะที่แฝงความเบิกบานใจดังขึ้น พร้อมด้วยอารมณ์ความรู้สึกอันหลากหลายแววตาของชายหนุ่มคมกริบ ราวกับนายพรานในป่าใหญ่ ผู้เล็งเป้าหมายไว้แล้ว"ไม่มีแล้วต่างหาก"เมื่อเซ่ามู่ฟังความหมายของฮั่วจี้เซินออก ก็ต้องถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกไม่ลืมปรับเปลี่ยนท่าทีให้ดูเป็นการเป็นงานมากขึ้น ขณะแนะนำว่า "คุณฮั่วครับ เสี่ยวสวี่ทำโปรเจกต์ได้ดีหลายงานแล้ว หลังจากนี้ ผมอยากให้เธอได้ดีลงานกับคุณโดยตรง""เอาสิ"โปรเจกต์ที่ทีมของสวี่เพียวเพียวได้รับมาช่วงนี้ เป็นงานที่ส่งมาจากแผนกเกมเป็นโปรเจกต์เกมจีบหนุ่มเกมหนึ่งระเบียบการคร่าว ๆ ของโปรเจกต์ถูกระบุออกมาหมดแล้ว จุดที่ต้องแก้ไขก็ถูกสวี่เพียวเพียวขีดเส้นใต้ทีละจุด ตีกลับไปรอรับกลับมาใหม่ตอนนี้ดำเนินมาถึงหัวข้อสุดท้ายก่อนรายงานความคืบหน้าแต่มีพระเอกในเกมคนหนึ่ง ยังหานักพากย์ที่เหมาะสมไม่ได้เอฟเฟกต์เสียงพากย์ที่ใช้สำหรับทดสอบเสียง คือช่วงเสียงหัวเราะปนเสียงหอบหายใจเล็กน้อยหลังพระเอกจูบนางเอก รว
Baca selengkapnya

บทที่ 100

เยี่ยนชิวพูดถึงบุคลิกพระเอกในเกมที่กำหนดไว้ก่อนเป็นลำดับแรก"พระเอกคนนี้เซ็ตไว้ว่าเป็นดอกฟ้าบนยอดภูผาสมัยเรียนมหาวิทยาลัย เป็นหนุ่มหล่อดาวเด่นผู้โด่งดัง นิสัยสุขุมเยือกเย็น ชอบนางเอกมาตลอดแต่ปากแข็ง โทนเสียงจำเป็นต้องทุ้มต่ำสักหน่อยค่ะ""และก็ต้องคงความรู้สึกของเด็กหนุ่มที่อายุน้อยกว่าเอาไว้ด้วย ควบคู่ไปกับนิสัยที่ดูเป็นผู้ใหญ่ ซึ่งจำเป็นต้องใช้นักพากย์ที่มีความสามารถค่อนข้างสูง"อาจเป็นเพราะบรรยากาศในห้องประชุมไม่ได้เคร่งเครียดอะไรมากมายในแผนงานของเกมจึงระบุพระเอกไว้ถึงห้าคนเกมแนวความรัก ตลาดเป้าหมายก็คือผู้เล่นเกมเพศหญิงภายในห้องประชุมล้วนมีแต่พนักงานหญิงเกมเกมนี้ หนึ่งในจุดขายที่ใช้โปรโมต ก็คือการใช้ทีมงานหญิงล้วนผู้เล่นในท้องตลาดยังคงมีความต้องการในด้านนี้อยู่อีกมากและขอบเขตของการประชุมก็ไม่ได้ตึงเครียดเช่นกัน เยี่ยนชิวจึงพูดด้วยความผ่อนคลายว่า "เพียวเพียว พระเอกคนนี้เธอคิดว่ายังมีตรงไหนต้องปรับแก้อีกไหม?""นอกจากด้านการพากย์เสียงที่ต้องหารือกันแล้ว นิสัยของพระเอกคนนี้ ฉันเองก็ไม่ค่อยชอบเหมือนกันค่ะ"สวี่เพียวเพียวเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ขณะมองดูข้อมูลแนะนำตัวพระเอก
Baca selengkapnya
Sebelumnya
1
...
5678910
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status