All Chapters of เจ้านายสายฟ้าแลบ: Chapter 111 - Chapter 120

196 Chapters

บทที่ 111

เขาจึงเดินเข้าไปหาโดยไม่ลังเลเมื่อสวี่เพียวเพียวได้ยินเรื่องระยะเวลา ก็ชะงักไปเล็กน้อย"…ฉันไม่รู้เหมือนกันว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหน อาจนานมากก็ได้ค่ะ"การผ่าตัดทำบายพาสหัวใจ อาจใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงไปจนถึงสิบกว่าชั่วโมง สถานการณ์ไม่แน่ไม่นอนแต่ถ้าระหว่างผ่าตัดเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นมาสวี่เพียวเพียวไม่กล้าคิดมากไปกว่านี้มือข้างที่ถูกฮั่วจี้เซินกุมไว้กำลังสั่นเทาเขาคลายมือออก เปลี่ยนเป็นใช้มืออีกข้างมากุมมือเธอแทน ส่วนมือข้างที่ว่างอยู่ก็อ้อมไปด้านหลัง แล้วรวบรั้งไหล่บางของเธอมาโอบไว้ดึงเธอเข้ามากอดในอ้อมอกเขาขานรับในลำคอ"อืม"เมื่อได้เข้าไปอยู่ในอ้อมกอดอันแสนอบอุ่นโดยไม่ทันตั้งตัว สวี่เพียวเพียวก็รู้สึกว่าร่างกายของตัวเองอุ่นขึ้นมาบ้างแล้วเธอไม่มีกะจิตกะใจจะไปคิดเรื่องอื่น นอกจากความปลอดภัยของมารดามือของฮั่วจี้เซินลูบหัวไหล่เธอแผ่วเบาเวลาผ่านไปอีกพักใหญ่ เข็มนาฬิกาบนผนังยังคงเดินต่อไปสวี่เพียวเพียวเริ่มเครียดมากขึ้นเรื่อย ๆฮั่วจี้เซินถามขึ้นมาว่า "ตอนที่พ่อเธอเสียชีวิต เธอก็เป็นคนดูเรื่องส่งตัวท่านคนเดียวเหมือนกันเหรอ?""ใช่ค่ะ แม่ฉันป่วย ย่าก็เสีย ส่วนตัวฉันเองก
Read more

บทที่ 112

การผ่าตัดผ่านพ้นไปด้วยดี น้ำเสียงของศาสตราจารย์ผู้อาวุโสฟังดูผ่อนคลายตอนที่ได้รับโทรศัพท์กลางดึกเมื่อคืนนี้ฮั่วจี้เซินบอกแค่ว่าทางนี้มีคนป่วย จากนั้นก็จัดการจองตั๋วเครื่องบินเที่ยวที่เร็วที่สุดให้ท่านเสร็จสรรพศาสตราจารย์อาวุโสก็นึกว่าเป็นการผ่าตัดที่ยุ่งยากอะไรคิดไม่ถึงว่า จะเป็นแค่การทำบายพาสหัวใจง่าย ๆ แม้จะมีความเสี่ยงอยู่บ้าง แต่ก็อยู่ในขอบเขตที่ควบคุมได้ทั้งสิ้น"หมอที่โรงพยาบาลทางนี้ก็ผ่าตัดเคสแบบนี้ได้สบาย ๆ แกเรียกฉันมาเสียเวลาเปล่าแท้ ๆ""ลำบากคุณอาอิ๋นแล้วครับ"ฮั่วจี้เซินยื่นมือออกไปจับมือกับศาสตราจารย์อาวุโส ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงนอบน้อมการที่ศาสตราจารย์อาวุโสมาในครั้งนี้ ก็ด้วยคิดอยากจะมาผ่าตัดให้ผู้ป่วยคนที่ฮั่วจี้เซินพูดถึงนอกเหนือจากการผ่าตัด ก็อยากลองดูว่าฮั่วจี้เซินสนใจทำความรู้จักกับลูกสาวคนเล็กของบ้านท่านหรือไม่แต่พอมองเห็นมือของฮั่วจี้เซินที่โอบกอดสวี่เพียวเพียวอยู่ตลอดเวลาศาสตราจารย์ก็ส่ายหน้าถอนหายใจ "เสี่ยวจือบ้านฉันยังเอาแต่คิดถึงแกอยู่เลย ดูท่าคงช้าไปแล้วสินะ""คุณอาล้อเล่นแล้วครับ"ฮั่วจี้เซินหัวเราะแผ่วเบาเขาบีบไหล่สวี่เพียวเพียวเล็กน้อ
Read more

บทที่ 113

"แม่ครับ เรื่องตอนสองขวบนี่ เอามาเป็นจริงเป็นจังได้ด้วยเหรอ?""ทำไมจะไม่ได้?"ฮั่วจี้เซินอัดควันบุหรี่ในมือเข้าปอดลึก ๆ พลางหลุบตามองโถงบันไดอันสลัวราง"ผมไม่คิดจับปลาสองมือหรอกครับ"คุณนายฮั่วเริ่มร้อนใจ "จับปลาสองมืออะไรกัน? แกยังไม่ได้เจอใครสักคน! ยังไม่ได้จับปลาสักตัวเลยด้วยซ้ำ!"เจ้าลูกชายคนนี้นี่มันเสียสติไปแล้วหรือไง?ฮั่วจี้เซินเงียบงันเขาเดินลงขั้นบันไดไปเพื่อสูบบุหรี่ จากนั้นจึงยืนอยู่ในเงามืดประตูทางออกฉุกเฉินถูกผลักเปิดออกอีกครั้ง พร้อมเสียงอันคุ้นเคยที่ดังมาจากบริเวณประตู"ขอโทษด้วยนะคะ พอดีแม่ฉันรับปากเรื่องดูตัวไปก่อน ฉันไม่รู้เรื่องเลยสักนิด เรื่องนี้คงทำให้คุณลำบากใจแย่เลย"สวี่เพียวเพียวพูดด้วยความรู้สึกผิด พลางมองชายหนุ่มผู้อยู่ตรงหน้าอีกฝ่ายหัวเราะตาม "ไม่เป็นไรครับ ผมรู้ว่าแม่ผมเป็นคนยังไง ท่านคงเห็นคุณสวย ก็เลยอยากแนะนำให้ผมรู้จัก บอกตามตรงนะครับ ขนาดพยาบาลที่เคาน์เตอร์ ผมยังรู้จักหมดแล้วเลยเนี่ย!"ถ้าใครไม่รู้ ก็คงคิดว่าเขาเป็นพวกโรคจิตแน่นอนเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายมีท่าทีเป็นมิตรและพูดจาติดตลก สวี่เพียวเพียวจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอกไม่รู้เหมือนกันว
Read more

บทที่ 114

เมื่อไม่ได้ยินเสียงสวี่เพียวเพียวตอบกลับคำใดอยู่พักใหญ่คุณนายฮั่วก็เริ่มสงวนท่าทีมากขึ้นด้วยเกรงว่าจะทำให้แม่หนูปลายสายตกใจกลัวอีกอย่าง เธอก็ยังไม่แน่ใจนักว่าอีกฝ่ายจะเป็นแม่หนูตัวน้อยจริง ๆ หรือเปล่า“แม่หนู? หนูคิดว่ายังไงจ๊ะ?”น้ำเสียงที่เอ่ยถามนั้น ฟังดูระมัดระวังอย่างยิ่งสวี่เพียวเพียวจำใจฝืนทน ตอบกลับไปแผ่วเบา “...คุณป้า คุณป้าน่าจะเข้าใจผิดนะคะ ฉันกับคุณฮั่วเราไม่ได้เป็นอะไรกันเลยค่ะ”ฮั่วจี้เซินแค่นเสียงหัวเราะเบา ๆเสียงหัวเราะนี้คล้ายดังขึ้นมาอย่างกะทันหัน แต่ก็กังวานชัดเจน“เมื่อกี้เพิ่งจะนั่งจับมือฉันตั้งหลายชั่วโมง ตอนนี้มาบอกว่าไม่ได้เป็นอะไรกับฉันเนี่ยนะ?”นิ้วเท้าของสวี่เพียวเพียวถึงกับจิกเกร็งแล้วส่วนคุณนายฮั่วผู้อยู่ปลายสาย ก็ถึงขั้นยกมือขึ้นปิดปากตัวเองนี่เธอฟังผิดไปหรือเปล่า?เธอกำลังวุ่นวายหาคู่ดูตัวให้ฮั่วจี้เซินอยู่ที่บ้านแต่ทางฝั่งลูกชายเธอ กลับไปจับมือถือแขนผู้หญิงอื่นแล้วงั้นเหรอ?เมื่อได้ยินเสียงสูดลมหายใจของคุณนายฮั่วจากปลายสายสวี่เพียวเพียวก็รู้สึกกระอักกระอ่วน และอดโมโหขึ้นมาไม่ได้นี่เขาตั้งใจทำให้เธอขายหน้าชัด ๆ“ฮั่วจี้เซิน คุณ
Read more

บทที่ 115

สวี่เพียวเพียวจึงเพิ่งนึกขึ้นมาได้ในตอนนั้นเองเรื่องหย่าร้างทางฝั่งญาติของฮั่วจี้เซินก็กำลังคาราคาซังอยู่เช่นกัน“...ช่างมันเถอะค่ะ ฉันไม่อยากพูดถึงเรื่องไม่ดีพวกนี้แล้ว คุณฮั่ว ตอนนี้ฉันไปได้แล้วใช่ไหมคะ?”“เธอยังไม่ได้ตอบคำถามฉันเลยนะ”ช่างเป็นประโยคที่ไม่มีปี่มีขลุ่ยเอาเสียเลยสวี่เพียวเพียวฟังแล้วไม่เข้าใจเมื่อสบเข้ากับสายตาของฮั่วจี้เซิน ก็ราวกับถูกไฟช็อต ต้องรีบถอนสายตากลับมาอย่างรวดเร็วชายหนุ่มยังคงกางแขนขวางทาง โดยวางมือลงบนประตูทางออกฉุกเฉิน ไม่ยอมให้เธอเดินจากไป“ตกลงจะมาดูตัวกับฉันไหม”เสียงหัวใจของสวี่เพียวเพียวพลันเต้นรัวเร็วรุนแรงขึ้นฝ่ามือมีเหงื่อเย็นเยียบผุดซึมขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว แม้กระทั่งสองมือที่กำแน่น ก็ยังรู้สึกลื่นเล็กน้อยเสียงของฮั่วจี้เซินกำลังกระหน่ำลงบนเส้นประสาทอันอ่อนไหวทุกเส้นของเธอ“คุณฮั่ว นี่คุณกำลังล้อเล่นอยู่ใช่ไหมคะ?”เธอไม่แน่ใจเลยว่า เขาแค่นึกสนุกขึ้นมาชั่ววูบหรือไงฮั่วจี้เซินก้มหน้ามองพื้นด้วยท่าทีผิดปกติจึงเป็นการช่วยปกปิดใบหน้าที่แดงเรื่อซึ่งดูมีพิรุธนั้นไปในตัว“ที่บ้านฉันเร่งรัดมาหนักน่ะ แล้วก็พอดีว่าเคยรู้จักเธอด้วยไง”เ
Read more

บทที่ 116

ความจริงการผ่าตัดบายพาสหัวใจ ค่าใช้จ่ายไม่ได้สูงมากนักแต่ฮั่วจี้เซินกลับเชิญแพทย์ผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้าของประเทศมาผ่าตัด และเครื่องไม้เครื่องมือที่เลือกใช้ก็ยังเป็นระดับมาตรฐานสูงสุดอีกด้วยค่าใช้จ่ายในส่วนนั้น ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าฮั่วจี้เซินเป็นคนออกให้เงินแค่นั้น สำหรับเขาแล้ว ขนหน้าแข้งไม่มีทางร่วงแต่สวี่เพียวเพียวก็ไม่อยากติดหนี้บุญคุณเขา“ถือซะว่าเป็นความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมจากบริษัท ไม่ได้เหรอ?”“ไม่ได้ค่ะ”สวี่เพียวเพียวดื้อดึง และยืนกรานว่า “ความช่วยเหลือที่มีจุดประสงค์ส่วนตัวของคุณไม่เกี่ยวข้องกับบริษัท จะเอามาปนกันไม่ได้นะคะ”ถ้าเป็นบริษัท นั่นคือความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแต่ฮั่วจี้เซินมีจุดประสงค์อะไรกันแน่ สวี่เพียวเพียวมองไม่ออกเลยจริง ๆหรือเขาจะมองว่านี่เป็นการทำบุญสร้างกุศล?หรือว่า... มีจุดประสงค์อื่นแอบแฝงอยู่กันแน่ระยะห่างมีเพียงกระเบื้องสีขาวไม่กี่แผ่นพื้นโรงพยาบาลถูกเช็ดถูจนเงาวับ สะท้อนเงาร่างอรชรของหญิงสาว ทอดยาวจากหน้าประตู ไปจรดถึงตำแหน่งข้างเตียงเงาของฮั่วจี้เซินหยุดนิ่งอยู่ในระยะที่ห่างจากสวี่เพียวเพียวเพียงคืบเดียวเท่านั้นหางตาของเขา
Read more

บทที่ 117

เนื้อตัวนุ่มนิ่มหอมกรุ่น ราวกับเค้กชิ้นเล็กที่แสนนิ่มนวลความเหนื่อยล้าหลายวันที่ผ่านมาของสวี่เพียวเพียวถูกปัดเป่าหายไปหมดสิ้น เธออุ้มเหลียนฮว่าขึ้นมา ก่อนแนบแก้มเข้ากับใบหน้าของเด็กน้อยไม่ว่ากอดเท่าไหร่ก็ไม่เคยรู้สึกพอ“คุณแม่คะ นี่คือกระโปรงที่คุณป้าชิวชิวซื้อให้หนู สวยไหมคะ?”เหลียนฮว่าสวมชุดเจ้าหญิงเอลซ่า บนชายกระโปรงสีฟ้าประดับประดาไปด้วยเลื่อมเงินเล็ก ๆ มากมาย และรองเท้าแก้วที่เข้าชุดกันก็ยังสาดประกายระยิบระยับอีกด้วยมองดูแล้วราวกับเป็นเจ้าหญิงน้อยตัวจริง “สวยสิลูก ว่าแต่หนูได้ขอบคุณคุณป้าชิวชิวหรือเปล่าคะ?”“ขอบคุณแล้วค่า! แถมหนูยังหอมแก้มคุณป้าชิวชิวไปตั้งหลายฟอดด้วย!”เมื่อมองดูเด็กหญิงตัวน้อยในอ้อมกอดที่กำลังยิ้มจนตาหยีด้วยใบหน้าเปี่ยมสุข สวี่เพียวเพียวก็พลันเข้าใจขึ้นมาทันที ว่าที่เยี่ยนชิวส่งข้อความเสียงมาบอกหลายต่อหลายครั้งว่าตัดใจจากเหลียนฮว่าไม่ได้นั้นหมายความว่าอย่างไรเยี่ยนชิวบอกว่า ตนเองเริ่มศึกษาวิธีแย่งชิงสิทธิ์ดูแลบุตรจากคนแปลกหน้าแล้วด้วยคลอดเองจะไปรวดเร็วทันใจเท่าขโมยลูกคนอื่นได้ยังไงลูกคนที่สองของเธอเลือกไว้เรียบร้อยแล้วว่าจะเอาเหลียนฮว่านี่แหละ
Read more

บทที่ 118

โชคดีที่ถึงแม้ฉินอวี่โยวจะชอบกิน แต่ก็ไม่เลือกกินสวี่เพียวเพียวหาร้านหม้อไฟเนื้อตุ๋นที่อยู่ฝั่งตรงข้ามโรงเรียนอนุบาลได้ร้านหนึ่งตัวร้านไม่เล็ก คนก็ไม่น้อย แถมหน้าร้านยังต้องต่อคิวรออีกเจ้าของร้านเห็นสวี่เพียวเพียวพาเด็กมาสองคน จึงรีบจัดแจงหาโต๊ะที่เพิ่งทำความสะอาดเสร็จให้เธอด้วยความกระตือรือร้นหลังสั่งอาหารเรียบร้อย เจ้าของร้านก็นำผลไม้มาให้เด็กน้อยทั้งสองทานเล่นระหว่างรออาหารมาเสิร์ฟ สวี่เพียวเพียวก็ส่งที่อยู่ของร้านอาหารไปให้ฮั่วจี้เซินเด็กน้อยทั้งสองคนพร้อมใจนั่งดูหนังสือนิทานภาพกันอย่างสงบสวี่เพียวเพียวมองดูพวกเขา แล้วก็อดยิ้มออกมาไม่ได้และถือโอกาสจัดการข้อความในระบบหลังบ้านไปในตัวหลังวาดรูปก่อนหน้านี้เสร็จ สวี่เพียวเพียวก็ยังมีออเดอร์งานวาดที่ค้างอยู่อีกหลายงานเธอหาคิวงานที่ใกล้จะถึงกำหนดส่งออกมาสองสามงาน หลังจากตกลงเรื่ององค์ประกอบภาพและรายละเอียดกับลูกค้าเรียบร้อย เนื้อในหม้อไฟก็สุกพอดีตอนที่ฮั่วจี้เซินมาถึง เขาจอดรถไว้นอกร้านอาหารชายหนุ่มสวมชุดสูทสไตล์นักธุรกิจ ดูขัดแย้งกับทุกสิ่งรอบตัวโดยสิ้นเชิงไอน้ำลอยกรุ่นขึ้นมาจากหม้อไฟ สะท้อนให้เห็นถึงความอิ่มเอม
Read more

บทที่ 119

"ขอบคุณนะเพียวเพียว"คงเป็นเพราะไอน้ำที่ลอยกรุ่น ถึงได้ทำให้สวี่เพียวเพียวรู้สึกว่าใบหน้าของเธอร้อนผ่าวขึ้นมาเล็กน้อยฉินอวี่โยวพูดขึ้น "พวกน้าต้องจับมือกันด้วยสิ เรื่องเมื่อกี้ถึงจะถือว่าหายกัน"หลังกินข้าวไปได้สองสามคำ เสียงของเด็กชายก็เริ่มดังกว่าเมื่อครู่แล้วดูท่าหากสวี่เพียวเพียวกับฮั่วจี้เซินไม่ยอมให้ความร่วมมือ เขาก็คงแหกปากจนหลังคาร้านพังถล่มลงมาเป็นแน่สวี่เพียวเพียวจำใจฝืนทน ยื่นมือออกไปจับปลายนิ้วของฮั่วจี้เซินไว้แต่คิดไม่ถึงเลยว่า ฝ่ามือของเขาจะพลิกกลับ แล้วประสานมือของตนเองเข้ากับมือของเธออย่างแผ่วเบาและง่ายดายพอคิดจะชักมือกลับ ฮั่วจี้เซินก็ดึงมือเธอไว้ ไม่ยอมให้เธอหดมือกลับไปรอจนกระทั่งฉินอวี่โยวบอกว่า "ได้แล้วครับ"ฮั่วจี้เซินถึงได้ดึงมือกลับไปอย่างไม่รีบร้อน แต่ก็ยังคงจ้บปลายนิ้วของเธอไว้ ส่วนมืออีกข้างก็ดึงกระดาษทิชชู่ออกมาสองสามแผ่น เพื่อเช็ดคราบน้ำซุปที่กระเด็นมาโดนบนหลังมือของสวี่เพียวเพียวการกระทำของเขาช่างอ่อนโยนและนุ่มนวลราวกับกำลังทำความสะอาดงานศิลปะชิ้นเอก ที่เมื่อมีฝุ่นตกลงมาเกาะ ก็ต้องปัดเป่าเศษฝุ่นเหล่านั้นออกไปฝ่ามือของชายหนุ่มแห้งสนิท อุ
Read more

บทที่ 120

เด็กน้อยทั้งสองคนพลันร้องโวยวายจะกินหมูกรอบฮั่วจี้เซินลุกขึ้น คีบมาสองชิ้น แล้วใส่ชามให้พวกเขาคนละชิ้นเขาพูดอย่างเป็นธรรมชาติว่า “อยากกินอะไรก็บอกฉัน ให้คุณน้าเพียวเพียวกินข้าวเถอะ”สวี่เพียวเพียวชะงักไปเล็กน้อยในฐานะคนเป็นแม่ ความจริงแล้วเธอคุ้นชินกับการทุ่มเทความสนใจทั้งหมดไปที่ลูกเวลาตั้งโต๊ะกินข้าวตอนกินข้าวที่บ้าน เธอกับแม่สวี่จะผลัดกันกินเวลาออกไปข้างนอก ส่วนใหญ่สวี่เพียวเพียวก็จะคอยดูแลลูก พอเด็กกินอิ่มแล้วเธอถึงค่อยรีบยัดข้าวใส่ปากสองสามคำบ่อยครั้งที่แทบไม่มีเวลาดูแลตัวเองคิดไม่ถึงเลยว่าฮั่วจี้เซินจะสังเกตเห็นสวี่เพียวเพียวก้มหน้ากินข้าว หางตาเหลือบไปเห็นฮั่วจี้เซินกำลังอดทนหั่นเนื้อ ตักน้ำซุป และหยิบซาลาเปาไส้ครีมรูปสัตว์ให้เด็กทั้งสองถึงขั้นหยิบกระดาษทิชชูมาเช็ดคราบน้ำซุปบนปากของเหลียนฮว่าด้วยความอ่อนโยนพลางถามน้ำเสียงนุ่มนวล “ยังอยากกินอีกไหมครับ?”เหลียนฮว่าพยักหน้า แต่แล้วก็ส่ายหน้า“ไม่กินแล้วค่า หนูอิ่มแล้ว คุณน้ากินเถอะค่ะ”พูดไปพลาง ก็หยิบซาลาเปาลูกหมูในชามที่ยังเปื้อนน้ำซุปอยู่นิดหน่อยไปจ่อปากป้อนฮั่วจี้เซินสวี่เพียวเพียวเพิ่งคิดห้าม ก็เห็นฮั
Read more
PREV
1
...
1011121314
...
20
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status