Tous les chapitres de : Chapitre 71 - Chapitre 80

100

บทที่ 71

นั่นเป็นเพราะในตอนนั้นเขายังไม่มั่นใจว่าจะสามารถทำให้ตระกูลฮั่วตกลงยอมรับสวี่เพียวเพียวได้หรือไม่แต่เรื่องแต่งงานใช่ว่าเขาจะไม่เคยคิดเลยทุกครั้งที่นึกถึงเรื่องแต่งงาน หัวใจของฮั่วจี้เซินจะรู้สึกพองโตอย่างบอกไม่ถูก เขายังไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าสวี่เพียวเพียวจะเต็มใจแต่งงานกับเขาไหมและนั่นคือตอนที่เขามั่นใจว่า ตัวเองเริ่มตกหลุมรักเธอเข้าแล้วเพียงแต่เขาไม่กล้ายอมรับมันในอดีตเขาไม่เปิดเผยเรื่องของเธอ เธอก็โกรธแต่ตอนนี้กลับเป็นเธอเองที่ขอร้องไม่ให้เขาเอ่ยถึงเรื่องในอดีตที่เคยคบกันราวกับว่าเขา ฮั่วจี้เซินคนนี้เป็นแฟนเก่าที่น่าอับอายจนเปิดเผยไม่ได้อย่างนั้นแหละสวี่เพียวเพียวเพิ่งจะลอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ก็ได้ยินน้ำเสียงเรียบเฉยของฮั่วจี้เซินดังขึ้น “ถ้าฉันไม่ตกลง เธอจะทำยังไง? ลาออกไปอยู่ที่อื่นเหรอ?”พอเขาพูดเรื่องย้ายงาน ทั้งคู่ต่างก็นึกไปถึงเรื่องที่สวี่เพียวเพียวแอบส่งเรซูเม่ไปยังบริษัทอื่นวินาทีนั้น สวี่เพียวเพียวรู้สึกทำตัวไม่ถูกขึ้นมาทันที“...ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้นค่ะ”“ตามใจเธอ นั่นมันอิสระของเธออยู่แล้ว อีกอย่าง สิ่งที่เธอถนัดที่สุดก็คือการจากไปโดยไม่บอกกล่า
Read More

บทที่ 72

ฮั่วสวินเจินส่งเสียงหึในลำคอมันคือเสียงที่แสดงออกชัดเจนว่าเธอไม่เชื่อถ้าเรื่องมันผ่านไปแล้วจริง ๆ ฮั่วจี้เซินคงไม่โทรหาเธอในเวลานี้หรอกทางฝั่งเธอเป็นช่วงกลางดึกสงัด แต่ทางฮั่วจี้เซินน่าจะเป็นเวลาเช้า เมื่อคำนวณจากความต่างของเวลาแล้ว โชคดีที่ฮั่วสวินเจินชินกับการนอนดึก ไม่อย่างนั้นคงไม่มีโอกาสได้เห็นพี่ชายในสภาพแบบนี้แน่“พี่ใหญ่คะ พี่รักเธอหรือเปล่า?”ฮั่วสวินเจินถามคำถามที่สำคัญที่สุดออกมาฮั่วจี้เซินนิ่งเงียบไปหากสังเกตดี ๆ ปลายหูของชายหนุ่มเริ่มขึ้นสีแดงจาง ๆเขายืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ มองลงไปเบื้องล่างเห็นเครื่องจักรกลของเมืองที่เริ่มตื่นจากการหลับใหลและเริ่มขับเคลื่อนในวันใหม่ฮั่วซื่อกรุ๊ปตั้งตระหง่านอยู่บนจุดสูงสุดของพีระมิดในเมืองแห่งนี้เพียงคำพูดเดียวของฮั่วจี้เซินก็อาจขับเคลื่อนเศรษฐกิจของเมืองนี้ได้เลยเขาไม่เคยต้องทนทุกข์ลำบากจริง ๆ มาตั้งแต่เด็ก แม้แต่ในช่วงมหาวิทยาลัยที่ถูกสั่งให้ทำงานพิเศษหาเงินส่งตัวเองเรียน แต่ในบัตรเครดิตของเขาก็ยังมีกองทุนทรัสต์จำนวนมหาศาลไว้สำหรับเริ่มต้นธุรกิจตั้งแต่เด็ก ฮั่วจี้เซินถูกเลี้ยงดูมาโดยคุณปู่ฮั่วพร้อมกับหลานคนอื่น ๆ ใน
Read More

บทที่ 73

“เธอเป็นคนซื่อจนเกือบจะเซ่อเลยละ เคยไปทะเลาะกับคนในเน็ตแล้วสู้เขาไม่ได้จนนั่งร้องไห้ แต่พอรู้ว่าคู่กรณีเป็นแค่เด็กที่ฐานะยากจน เธอกลับตั้งใจจะอุปถัมภ์ส่งเสียเด็กคนนั้นเรียนหนังสือ พอสืบไปสืบมาถึงได้รู้ว่าเธอใช้เงินค่าขนมของตัวเองอุปถัมภ์เด็กยากไร้ไปทั้งหมู่บ้าน จนตอนนี้ชื่อโรงเรียนประถมในหมู่บ้านนั้น เธอก็เป็นคนตั้งให้เอง”โรงเรียนนั้นชื่อว่า โรงเรียนประถมซื่อจี้ซีว่าง[1]เพื่อให้พวกเขามีความหวังในทุกฤดูกาลตลอดทั้งปีและเธอก็หวังว่า ในทุกฤดูกาลของเธอจะมีฮั่วจี้เซินอยู่ด้วยเช่นกันการทำสาธารณกุศลไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับคนตระกูลฮั่วแต่สิ่งที่พิเศษคือความจริงใจของสวี่เพียวเพียวเธอสามารถร้องไห้ให้กับคนที่ไม่เกี่ยวข้องกับตัวเองได้ เห็นข่าวในเน็ตเรื่องคุณป้าวัยกลางคนที่ถูกใช้ความรุนแรงในครอบครัวมาตลอดชีวิตจนได้หย่าเธอก็ร้องไห้ ทั้งที่คนเหล่านั้นไม่มีความเกี่ยวข้องและเป็นเหมือนเส้นขนานที่ไม่มีวันบรรจบกับชีวิตเธอเลยทว่าความใจบุญและความรักที่ใสซื่อบริสุทธิ์นั้นกลับจุดประกายและให้แสงสว่างแก่ฮั่วจี้เซิน ทำให้มุมที่เคยหม่นหมองในใจของเขาโชติช่วงขึ้นมาเขาอยากจะครอบครองความรักนั้นไว้เพียงผู
Read More

บทที่ 74

สวี่เพียวเพียวถือกระจกบานนั้นไปเคาะประตูห้องทำงานของฮั่วจี้เซินตามมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำของชายหนุ่มดังออกมาจากด้านใน“เข้ามา”เมื่อเข้าไปแล้ว สวี่เพียวเพียววางกระจกลงบนโต๊ะทำงานของเขาฮั่วจี้เซินหยิบมันขึ้นมามองแวบหนึ่งก่อนจะพูดขึ้นลอย ๆ “บานที่ซื้อตอนสมัยมหาวิทยาลัย?”สวี่เพียวเพียวรู้สึกหงุดหงิดตัวเองอยู่ในใจเธอลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท!กระจกบานนี้เธอซื้อมาตอนไปเดินชอปปิ้งกับฮั่วจี้เซินสมัยเรียนมหาวิทยาลัยจริง ๆตอนนั้นสวี่เพียวเพียวชอบซื้อของจุกจิกประเภทที่ดูสวยแต่ใช้งานไม่ค่อยได้พอเดินเข้าร้านกิฟต์ช็อปแล้วเห็นของพวกนี้ เธอก็มักจะหลงอยู่ในนั้นจนก้าวขาไม่ออกแต่เหตุผลที่สำคัญกว่านั้น... เธอไม่ได้บอกเขานั่นคือลวดลายที่ด้านหลังกระจกบานนี้ เธอเป็นคนวาดเองทางผู้ว่าจ้างนำภาพที่เธอวาดไปผลิตเป็นสินค้าวางจำหน่ายในวงแคบ และเคยเสนอที่จะส่งสินค้าบางส่วนมาให้เธอ แต่สวี่เพียวเพียวปฏิเสธไปเธอวาดรูปไว้เยอะมาก และมีงานที่ได้รับอนุญาตไปทำสินค้าพรีเมียมไม่น้อย ถ้าจะรับตัวอย่างมาหมดทุกชิ้น หอพักคงไม่มีที่ให้เดินแน่อีกอย่าง เธอไม่ชอบบอกใครเรื่อง “นามปากกา” ที่เธอใช้รับวาดรูปแฟนอาร์ตจ
Read More

บทที่ 75

สวี่เพียวเพียวเพิ่งเคยได้ยินเรื่องนี้เป็นครั้งแรกแต่จะว่าไป สมัยเรียนเขาก็ป็อปปูลาร์มากอยู่แล้วทุกครั้งที่เขาลงแข่งบาสเกตบอล จะมีนักศึกษาหญิงนับไม่ถ้วนมาล้อมขอบสนามจนแน่นเอี้ยดพอแข่งเสร็จเขาก็จะเดินมาหาเธอนั่นทำให้สวี่เพียวเพียวพลอยโดนสายตาซับซ้อนจากสาว ๆ เหล่านั้นจ้องเขม็งไปด้วยเธอไม่เคยบอกเขาเลยว่า ความจริงเธอไม่ชอบสถานการณ์แบบนั้นเอาเสียเลยมันทำให้เธอรู้สึกเหมือนกลายเป็นเป้านิ่งให้คนรุมโจมตีแต่ในเมื่อฮั่วจี้เซินไม่ได้พูดอะไร เธอก็ไม่กล้าพูดมาก เพราะกลัวเขาจะโกรธเยี่ยนชิวใช้ศอกสะกิดสวี่เพียวเพียวเบา ๆ “เพียวเพียว เธอเคยบอกว่าเธอเป็นศิษย์เก่าสถาบันเดียวกับคุณฮั่วไม่ใช่เหรอ? สมัยก่อนเขาที่โรงเรียนป็อปมากเลยใช่ไหม?”สวี่เพียวเพียวพยักหน้ารับ“ป็อปมากค่ะ ถ้าเขามีแข่งบาส แล้วไม่ไปจองที่ไว้ก่อนล่ะก็ อย่าหวังว่าจะได้เข้าไปดูเลย”“ว้าว! มีรูปไหม?”พอเป็นเรื่องดูหนุ่มหล่อ เยี่ยนชิวก็ลืมกลัวเจ้านายไปชั่วขณะ เธอมองสวี่เพียวเพียวด้วยดวงตาเป็นประกายแม้แต่เจี่ยนหลินเองก็ยังกะพริบตาปริบ ๆ มองมาด้วยความสนใจ“ฉันไม่ได้เซฟไว้เลยค่ะ”ในโทรศัพท์เครื่องนี้ ไม่มีร่องรอยใด ๆ ของฮั่ว
Read More

บทที่ 76

ข้างนอกฝนตกหนัก คนในห้างสรรพสินค้าจึงเยอะกว่าปกติบ้างก็มาหลบฝน บ้างก็ถือโอกาสทานมื้อเย็นฉินอวี่โยวเลือกร้านอาหารที่มีโซนเด็กเล่นชื่อดังบนชั้นห้าสไตล์การตกแต่งเป็นแบบกระสวยอวกาศ มีสายพานส่งอาหาร และยังมีการแสดงไฟจากรถของเล่นสุดเท่คราวก่อนที่อวี๋ฮุ่ยพาเขามา ฉินอวี่โยวก็ตกหลุมรักที่นี่ทันทีครั้งนี้ได้มากับสวี่เพียวเพียวและเหลียนฮว่า เขาจึงไม่พลาดที่จะแนะนำร้านโปรดของตัวเองให้ทั้งคู่เมื่อมาถึงร้านและนั่งลงสวี่เพียวเพียวเหลือบมองเมนู ราคาแฮมเบอร์เกอร์หนึ่งชิ้นสูงถึงเลขสามหลัก แถมยังขึ้นต้นด้วยเลขสองมื้อนี้รวม ๆ แล้วยังไงก็ต้องมีหลักพันขึ้นไปปกติแล้วเธอจะไม่พาลูกสาวมาทานอาหารที่นี่ เพราะมันดูฟุ่มเฟือยเกินไปแต่เมื่อเห็นลูกสาวดูตื่นเต้นและดีใจขนาดนั้น แถมยังนั่งเบียดอยู่กับฉินอวี่โยว ทั้งสองคนชะโงกหน้าดูรถของเล่นที่วิ่งผ่านไปมาในใจของสวี่เพียวเพียวก็รู้สึกได้รับการเยียวยาอย่างบอกไม่ถูกขอแค่เหลียนฮว่ามีความสุขก็พอแล้วหลังจากฮั่วจี้เซินสั่งอาหารเสร็จ เขาก็เอ่ยถามว่า “จะเพิ่มอะไรไหม?”อาหารที่สั่งส่วนใหญ่เป็นเมนูที่เด็ก ๆ ทานได้ รสชาติออกหวาน และมีพิซซ่าอีกสองถาดหนึ่ง
Read More

บทที่ 77

แต่แล้วน้ำเสียงที่ราบเรียบไร้ร่องรอยความรู้สึกของฮั่วจี้เซินก็ดังขึ้น“มีคนชอบ”มีดและส้อมในมือของสวี่เพียวเพียวสั่นจนเกือบจะหลุดมือที่เขาพูด... คงไม่ได้หมายถึงเธอใช่ไหม?ฉินอวี่โยวหันมองมาทันที “น้าเพียวเพียวชอบเจ้านี่เหรอครับ? ผมให้ครับ!”พูดจบเขาก็ใช้ส้อมจิ้มพิซซ่าชิ้นหนึ่งมาวางในจานของสวี่เพียวเพียวเธอกล่าวขอบใจ แต่กลับไม่ยอมแตะเลยแม้แต่คำเดียวรสชาติที่เคยชอบมากในอดีต ตอนนี้แค่เห็นก็รู้สึกเลี่ยนจนไม่อยากทานเพียงแค่มองแวบเดียว ภาพเหตุการณ์ในช่วงเวลานั้นก็ผุดขึ้นมาในหัวช่วงเวลาที่เธอต้องวิ่งวุ่นระหว่างโรงพยาบาลและบ้านแม่สวี่ก็ป่วยจนหมอสั่งให้พักผ่อนนิ่ง ๆพอหาหมอที่เหมาะสมมาตรวจอาการพ่อสวี่ได้ เหลียนเส้าจิ่นก็โทรมาบอกว่าคุณย่าเหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่วันและท่านอยากพบสวี่เพียวเพียวเป็นครั้งสุดท้ายเพื่อไม่ให้กระทบกับการรักษาของคุณพ่อ เธอจึงต้องปกปิดเรื่องอาการป่วยของคุณพ่อและเรื่องที่คุณย่ากำลังจะจากไปไว้เป็นความลับจากทั้งสองฝ่ายเธอจ้างพยาบาลพิเศษมาดูแลพ่อกับแม่ แล้วรีบบินกลับประเทศไปหาคุณย่าการเดินทางบนเครื่องบินสิบกว่าชั่วโมงโดยไม่ได้ทานอะไรเลยทำให้เธอหิวจนทนไม
Read More

บทที่ 78

สวี่เพียวเพียวฟังออกว่าสิ่งที่ฮั่วจี้เซินพูดนั้นมีความหมายแฝงว่าอะไรแต่เธอก็ทำเป็นไม่รู้เรื่อง และได้แต่ยิ้มบาง ๆเธอกดโทรศัพท์โอนเงินค่าอาหารครึ่งหนึ่งไปให้ฮั่วจี้เซินในใจรู้สึกปวดใจกับยอดเงินไม่น้อยอาหารมื้อนี้กินเงินเดือนเธอไปตั้งหลายวันแต่ยังดีที่ช่วงนี้งานวาดรูปหลายชิ้นก้าวหน้าไปได้ด้วยดี หากทุกอย่างราบรื่น เดือนนี้เธอน่าจะได้รับเงินงวดสุดท้ายเข้ามาเยอะพอสมควรสวี่เพียวเพียวรักการวาดรูปมากเธอทุ่มเทแรงกายแรงใจ ใส่ทั้งแรงบันดาลใจและความคิดสร้างสรรค์ลงไปในทุกชิ้นงานเธอมักจะวาดแบบร่างหลาย ๆ แบบให้ลูกค้าเลือกเสมอบางครั้งเจอลูกค้าใจดี ก็จะเหมาซื้อแบบร่างที่เหลือทั้งหมด แล้วบอกให้สวี่เพียวเพียววาดให้เสร็จเมื่อมีเวลาว่าง โดยให้ราคาเท่าเดิมที่เธอตั้งชื่อลูกสาวว่า เหลียนฮว่า[1] ก็เพราะว่าในช่วงเวลาที่เธอวาดรูป เธอจะรู้สึกมีความสุขเธอสามารถสร้างโลกของตัวเองขึ้นมาและควบคุมมันได้ทั้งหมดเพียงลำพังและเหลียนฮว่าก็คือต้นกำเนิดแห่งความสุขของเธอเช่นกันก่อนหน้านี้ แก๊สที่บ้านเสีย สวี่เพียวเพียวอาบน้ำไปได้ครึ่งหนึ่งน้ำร้อนก็หมดเธอฝืนอาบจนเสร็จ พอออกมาก็เป็นหวัดทันทีเหลียน
Read More

บทที่ 79

ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามพลันเอ่ยถามอย่างกะทันหันว่า“คุณพ่อเธอเป็นยังไงบ้าง?”สวี่เพียวเพียวกัดริมฝีปาก เงียบไม่ตอบคำถามแสงไฟในร้านอาหารถูกปรับให้เป็นโทนสีอุ่นที่ช่วยกระตุ้นความอยากอาหารเมื่อแสงตกกระทบลงบนตัวฮั่วจี้เซิน มันทำให้เขามีออร่าที่ดูนุ่มนวลและชวนฝันมากขึ้นชายหนุ่มหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ“ฉันคิดว่า นอกจากความสัมพันธ์แบบเจ้านายลูกน้อง อย่างน้อยเราก็น่าจะเป็นศิษย์เก่าสถาบันเดียวกันนะ”สวี่เพียวเพียวรู้สึกขมขื่นในใจนั่นสิ...ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขา ก็เหลือเพียงแค่ศิษย์เก่าและเจ้านายลูกน้องเท่านั้นเธอเบือนหน้าหนี ก้มมองจานอาหารตรงหน้า“ท่านเสียแล้วค่ะ”คำพูดที่เหลือเธอไม่ได้ขยายความต่อเธอไม่อยากเอ่ยถึงเรื่องการจากไปของคุณพ่อกับใครทั้งนั้นการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก คือความชื้นแฉะในใจที่ผู้คนไม่อาจสลัดทิ้งไปได้ตลอดชีวิตพ่อสวี่คือผู้ชายที่รักเธอที่สุดในโลกตั้งแต่เด็กจนโต สิ่งที่เธอได้รับคือความรักที่เต็มเปี่ยมและไม่เคยตระหนี่ถี่เหนียวจากคุณพ่อตอนเด็ก ๆ คุณพ่อถึงกับยอมไปเรียนรู้วิธีถักเปีย เพื่อให้สวี่เพียวเพียวได้เป็นเจ้าหญิงที่สวยที่สุดในโรงเรียนอนุบ
Read More

บทที่ 80

วันถัดมาของการทำงานสวี่เพียวเพียวหาววอดอยู่หลายครั้งเมื่อคืนหลังจากกลับไป เธอต้องรีบปั่นงานวาดรูปทั้งคืนเพื่อส่งให้ลูกค้าตรวจแก้จนเกิดเรื่องขำ ๆ ขึ้นเธอส่งภาพร่างไปให้ แต่ทางนั้นกลับกดตกลงยืนยันความคืบหน้าและโอนเงินงวดสุดท้ายทั้งหมดให้ทันทีเพราะนึกว่าภาพร่างที่เหยียนเฟิงส่งไปให้นั้นคือผลงานที่เสร็จสมบูรณ์แล้วลูกค้าถึงกับอุทานว่านี่มันคือผลงานระดับเทพชัด ๆสวี่เพียวเพียวได้แต่ขำแห้ง ๆยังดีที่เรื่องแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรก หลังจากคุยกับลูกค้าจนเข้าใจและยืนยันภาพร่างแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็เหลือแค่การลงสีและเก็บรายละเอียดตอนแรกเธอก็รู้สึกง่วงอยู่หรอก แต่พอปิดอุปกรณ์แล้วกลับนอนไม่หลับช่วงแรกเธอมัวแต่คิดว่าโครงเสื้อสูทในภาพร่างมันดูไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ จากนั้นความคิดก็เตลิดไปเรื่อยเปื่อยพันกันมั่วไปหมดกว่าจะเริ่มเคลิ้มหลับก็ปาเข้าไปค่อนคืน พอมาถึงบริษัทเลยรู้สึกมึนงงจนต้องไปชงกาแฟที่ห้องพักเบรกขณะที่น้ำกาแฟกำลังสกัดออกมา สวี่เพียวเพียวได้ยินเสียงคนอยู่ข้างหลัง เธอนึกว่าเป็นเพื่อนร่วมงานจะมาใช้เครื่องชงกาแฟเหมือนกันเลยเขยิบไปยืนรอด้านข้างทว่าคนที่ยืนอยู่ข้างหลังเธอคือ เจี
Read More
Dernier
1
...
5678910
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status