Tous les chapitres de : Chapitre 61 - Chapitre 70

100

บทที่ 61

ฮั่วจี้เซินขมวดคิ้วเล็กน้อยหัวใจของสวี่เพียวเพียวพลันเต้นผิดจังหวะไปหนึ่งครั้ง ขณะที่เธอกำลังจะเอ่ยปากปฏิเสธ ก็ได้ยินเสียงของฮั่วจี้เซินพูดขึ้นว่า “อืม ได้สิ”เขาหันมามองสวี่เพียวเพียว น้ำเสียงทุ้มต่ำของชายหนุ่มดังขึ้นโดยไม่มีทีท่าว่าจะปรึกษาหารือใด ๆ “ช่วยดูแลฉินอวี่โยวหน่อย ถือว่าเป็นค่าชดเชยเรื่องชุดก็แล้วกัน”ชุดพวกนั้น สำหรับเขาแล้วไม่ได้มีความหมายอะไรนักอย่างมากก็แค่เป็นของที่ฮั่วสวินเจินส่งมาให้ ซึ่งถ้าเธอถามถึงในภายหลังเขาก็แค่ต้องอธิบายสองสามคำ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรแต่เพราะชุดพวกนั้นที่ทำให้เธอต้องคิดมากจนพลิกตัวไปมา หรือถึงขั้นนอนไม่หลับทั้งคืนมันก็ไม่เลวเหมือนกันอย่างน้อย เรื่องที่ทำให้เธอต้องคิดวนเวียนอยู่ ก็คือเรื่องของเขาตอนที่สวี่เพียวเพียวเพิ่งจะบอกเลิกและจากเขาไปใหม่ ๆ ฮั่วจี้เซินต้องเผชิญกับอาการนอนไม่หลับอยู่เป็นเวลานานและตั้งแต่นั้นมา เขาก็เริ่มสูบบุหรี่บ่อยขึ้นเมื่อครู่นี้ตอนที่ออกไปสูบบุหรี่ ระหว่างทางมีพยาบาลหลายคนลอบมองเขา และบางคนถึงขั้นรวบรวมความกล้าเข้ามาขอช่องทางติดต่อฮั่วจี้เซินนึกไปถึงสวี่เพียวเพียวตอนสมัยมหาวิทยาลัยตอนเริ่มเปิดเทอมใหม
Read More

บทที่ 62

ระหว่างทางกลับบ้านฉินอวี่โยวและเหลียนฮว่าต่างพากันซบตักสวี่เพียวเพียวและหลับสนิทไปทั้งคู่รถค่อย ๆ ชะลอความเร็วลงที่หน้าประตูหมู่บ้าน ลุงรปภ. ชะโงกหน้าออกมามองแวบหนึ่งก่อนจะกดเปิดที่กั้นให้ฮั่วจี้เซินเอ่ยถาม “ตึกไหน?”“ตึกหน้าสุดค่ะ ตึกที่อยู่ใกล้ริมน้ำนั่นแหละ”ฮั่วจี้เซินขับรถเข้าไปข้างในจังหวะนี้เอง ฉินอวี่โยวก็ตื่นขึ้นมาพอดี เขาเริ่มงอแงบอกว่าอยากเข้าห้องน้ำ อยากปัสสาวะบริเวณรอบ ๆ ไม่มีห้องน้ำสาธารณะเลย สวี่เพียวเพียวจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องพาเด็กชายขึ้นไปบนตึกฮั่วจี้เซินดับเครื่องยนต์แล้วเปิดประตูรถลงมาถ้าเป็นแค่ฉินอวี่โยวก็แล้วไปเถอะ เพราะเขาเพิ่งจะสองขวบแต่ฮั่วจี้เซินเป็นผู้ชายวัยทำงานที่โตเต็มตัวแล้วการจะให้เขาตามเธอขึ้นไปบนห้องในเวลานี้ หากเพื่อนบ้านเห็นเข้า หรือถ้าแม่ของเธอมาเห็น มันคงยากที่จะอธิบายฮั่วจี้เซินหัวเราะในลำคอเบา ๆ ทำเป็นมองไม่เห็นสายตาที่เต็มไปด้วยคำตำหนิของสวี่เพียวเพียว“ฉันก็อยากเข้าห้องน้ำเหมือนกัน”“ไฟทางแถวนี้เสียนะคะ”ความหมายของเธอก็คือ ฮั่วจี้เซินสามารถหาต้นไม้สักต้นเพื่อจัดการธุระส่วนตัวซะตรงนั้นเลยก็ได้ชายหนุ่มเลิกคิ้วม
Read More

บทที่ 63

เป็นของใหม่จริง ๆ เพราะป้ายราคายังไม่ได้แกะออกด้วยซ้ำ ก่อนหน้านี้เคยมีคนมาเคาะประตูตอนกลางคืน ในบ้านมีแต่ผู้หญิงสามคนซึ่งถือเป็นกลุ่มเปราะบางและอ่อนแอสวี่เพียวเพียวจึงซื้อรองเท้าสลิปเปอร์ผู้ชายมาเตรียมไว้ตั้งโชว์ที่หน้าประตูบ้าน แต่ต่อมาเธอก็รู้สึกว่ามันดูจงใจเกินไป จึงเปลี่ยนมาซื้อกริ่งประตูแบบเห็นภาพมาติดไว้แทนรองเท้าคู่นี้เลยไม่ได้ถูกใช้งานแต่ขนาดที่เธอซื้อมานั้น... กลับเป็นไซส์เดียวกับเท้าของฮั่วจี้เซินชายหนุ่มก้มลงมองแวบหนึ่งเธอซื้อให้สามีเธออย่างนั้นเหรอ?แต่ดูจากสภาพที่ยังไม่ได้แกะห่อ ประกอบกับคำพูดของเพื่อนบ้านเมื่อครู่ ดูเหมือนว่าผู้ชายคนนั้นจะไม่เคยมาที่นี่เลยสักครั้งลำคอของฮั่วจี้เซินรู้สึกตีบตัน เขาใส่รองเท้าอย่างว่าง่ายพร้อมกับกล่าวขอบคุณเขามองไปที่แม่สวี่แล้วเผยรอยยิ้มอย่างสุภาพ “สวัสดีครับคุณป้า รบกวนด้วยนะครับ พอดีก่อนหน้านี้โยวโยวแกล้งเหลียนฮว่าที่โรงเรียน ผมเลยตั้งใจมาขอโทษด้วยตัวเองน่ะครับ”“คุณเป็นอะไรกับเจ้าอ้วนตัวน้อยนั่นจ๊ะ?”“เป็นน้าครับ”เป็นน้า ไม่ใช่พ่อ นั่นหมายความว่ามีความเป็นไปได้สูงที่ผู้ชายตรงหน้าจะยังโสดแม่สวี่ลอบสำรวจเขาอีกครั้งพล
Read More

บทที่ 64

ฉินอวี่โยวตะโกนเรียกคนจากในห้องน้ำชายหนุ่มก้าวเท้าเดินตรงไปทันทีบ้านหลังนี้มีพื้นที่จำกัด เดินเพียงสองก้าวก็ถึงห้องน้ำแล้วห้องน้ำถูกจัดวางไว้อย่างสะอาดเรียบร้อยเขาก้มลงมองที่เคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า มีแปรงสีฟันเพียงสามด้าม และแก้วน้ำสำหรับแปรงฟันสองใบแปรงสีฟันสีชมพูวางคู่กับแปรงสีฟันเด็กลายเจ้าชายกบวางชิดกันเป็นระเบียบสวี่เพียวเพียวไม่ชอบใช้แก้วแปรงฟัน เรื่องนี้ฮั่วจี้เซินรู้ดีเธอชอบใช้วิธีวักน้ำด้วยมือขึ้นมาบ้วนปาก พร้อมกับล้างมือและหน้าไปในตัว เพราะไม่ต้องเสียเวลาล้างแก้ว สมัยเรียนมันช่วยประหยัดเวลาให้เธอได้ไม่น้อยที่นี่ไม่มีแปรงสีฟันด้ามที่สี่พอฉินอวี่โยวทำธุระเสร็จก็รีบวิ่งไปเล่นของเล่นกับเหลียนฮว่าฮั่วจี้เซินลอบสำรวจบ้านหลังนี้อย่างละเอียดห้องนั่งเล่นแม้จะเล็ก แต่ในตอนกลางวันแสงแดดน่าจะส่องถึงอย่างเต็มที่ บนระเบียงมีกระถางดอกไม้วางอยู่หลายใบ ซึ่งดูเหมือนจะเป็นฝีมือการดูแลของแม่สวี่ เพราะบนพื้นไม่มีแม้แต่ใบไม้แห้งสักใบเดียวเสื้อผ้าที่ตากไว้เป็นของคนสามคน และมองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นเสื้อผ้าผู้หญิงทั้งหมดบ้านหลังนี้... ดูเหมือนจะไม่มีร่องรอยการใช้ชีวิตของคนที่
Read More

บทที่ 65

สายตาของฮั่วจี้เซินจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของสวี่เพียวเพียว แสงไฟในห้องค่อนข้างสลัว ทำให้เห็นแววตาที่ดูเหนื่อยล้าของเธออยู่บ้างบ้านหลังนี้เล็กมาก ห้องทุกห้องรวมกันยังใหญ่ไม่เท่าห้องนั่งเล่นในคอนโดของเขาด้วยซ้ำแต่เขากลับหลุดยิ้มออกมาจากใจจริง“ให้เรียนรู้วิธีฉี่ราดกางเกงแบบนายน่ะเหรอ?”ฉินอวี่โยวรีบเอามือปิดหน้าทันที พลางบอกว่าจะไม่เล่นกับคุณน้าอีกต่อไปแล้วเชอะ น่ารังเกียจที่สุด!สายตาของแม่สวี่มองสลับไปมาที่คนทั้งคู่ สุดท้ายท่านก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาแต่แค่สายตานั้นก็ทำให้สวี่เพียวเพียวรู้สึกคันยิบ ๆ ไปทั้งตัวราวกับว่าแม่จะมองเห็นอะไรบางอย่างเข้าเสียแล้วฉินอวี่โยวเริ่มง่วงจริง ๆ แล้ว ประกอบกับเด็กทั้งสองคนเพิ่งจะหายป่วย เล่นกันได้แค่สองนาทีเขาก็ยอมตามแม่สวี่เข้าห้องไปนอนสวี่เพียวเพียวคาดไม่ถึงว่าแม่สวี่จะตั้งใจให้ฉินอวี่โยวค้างที่นี่จริง ๆ“แม่คะ หนูว่าอย่าเลย?”“ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลย เด็กตัวแค่นี้อย่าให้เขาเดินทางไปมาเลย พรุ่งนี้เช้าไปส่งโรงเรียนพร้อมกันก็สะดวกดี พวกลูกสองคนก็อย่าคุยกันดึกนักล่ะ เบาเสียงหน่อย เดี๋ยวจะรบกวนคุณลุงข้างบ้าน”แม่สวี่ไม่ได้ถือสาจริง ๆฉินอว
Read More

บทที่ 66

สมองของสวี่เพียวเพียวขาวโพนไปหมดมือของฮั่วจี้เซินบีบกระชับที่เอวของเธอ ไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยเขาคุ้นเคยกับร่างกายของเธอดีและรู้ว่าต้องทำอย่างไร เธอถึงจะไร้ทางต้านทานบ้านหลังนี้ไม่มีร่องรอยการมีอยู่ของผู้ชายเลยสักนิดกระทั่งแม่สวี่เองก็ดูจะยอมรับ หรือกระทั่งปล่อยปละละเลยที่เขาซึ่งเป็นชายแปลกหน้ามาอยู่ในห้องกับสวี่เพียวเพียวตามลำพังแบบนี้เขาได้ยินสิ่งที่แม่สวี่พูด มันก็แค่การบอกให้สวี่เพียวเพียวให้โอกาสผู้ชายคนนั้นอีกสักครั้งสวี่เพียวเพียวไม่ได้อดทนอยู่กับชีวิตแต่งงานอย่างคนไร้ศักดิ์ศรีเหมือนที่เธอพยายามปั้นเรื่องโกหกเขาเรื่องนี้ทำให้เขารู้สึกยินดีอยู่ลึก ๆจนกระทั่งเกิดความคิดที่ค่อนข้างต่ำช้าบางอย่างขึ้นมาฮั่วจี้เซินไม่ใช่คนประเภทที่จะเก็บกดความต้องการของตัวเองเมื่อมีความคิดนั้น เขาก็ลงมือทำทันทีนิ้วมือของชายหนุ่มเย็นเฉียบเล็กน้อยขณะสอดแทรกเข้าไปใต้สาบเสื้อของสวี่เพียวเพียว สัมผัสที่ปลายนิ้วยามพ้นจากเนื้อผ้าไปโดนผิวเนื้อโดยตรงนั้นช่างแตกต่าง จนทำให้สวี่เพียวเพียวสะดุ้งเฮือกเธอได้สติกลับมาทันที“คุณฮั่ว... ฮั่วจี้เซิน! ปล่อยฉันนะ!”เขายังคงนิ่งเฉย มิหนำซ้ำยังเพิ่
Read More

บทที่ 67

เรื่องพนันครั้งนั้น... มันมีอยู่จริงเขาหลับตาลงช้า ๆ“เรื่องพวกนั้น ฉันอธิบายได้ ทำไมเธอไม่ถามฉันล่ะ?”ในเมื่อพูดออกมาขนาดนี้แล้ว สวี่เพียวเพียวก็ไม่รังเกียจที่จะเหยียบย่ำศักดิ์ศรีหยดสุดท้ายของตัวเองต่อหน้าเขาอีกต่อไป“ฮั่วจี้เซิน”“คุณบอกว่าฉันหลอกคุณ คุณกล้าพูดคำนี้ออกมาได้ยังไง? ใครหลอกใครกันแน่? ท่านประธานฮั่วผู้สูงส่งยอมลดตัวลงมาเล่นเกมกับฉัน แล้วฉันจะกล้าไร้ยางอายต่อไปได้ยังไงล่ะคะ คุณว่าไหม?”“จะให้ฉันถามคุณเพื่อหาเรื่องให้อับอายมากกว่าเดิมงั้นเหรอ? หรือคุณคิดว่าฉันไม่รู้ว่ามีผู้หญิงคอยตามสารภาพรักกับคุณไม่ว่างเว้น”“...ผมไม่เคยสนใจพวกเธอ”สวี่เพียวเพียวพยักหน้า “ใช่ค่ะ คุณไม่สนใจพวกเธอ แต่คุณกลับนิ่งเฉยยอมให้พวกเธอเข้าใกล้ และนิ่งเฉยปล่อยให้คนเหล่านั้นพูดว่าฉันเป็นฝ่ายวิ่งไล่ตามตื๊อคุณอยู่ฝ่ายเดียว”“ตอนที่เราคบกัน ฉันก็เหนื่อยมากพอแล้ว ฮั่วจี้เซิน การกระทำของคุณทำให้ฉันผิดหวังมาตลอด”“ที่ฉันบอกเลิก ไม่ใช่เป็นการเติมเต็มความต้องการของคุณหรอกเหรอ? ก็คุณเป็นคนพูดกับเจียงซ่งเองว่า คุณจะเลิกกับฉันแน่นอน”เจียงซ่ง?มีครั้งหนึ่งที่ฮั่วจี้เซินทะเลาะกับสวี่เพียวเพียวความ
Read More

บทที่ 68

ฉินอวี่โยวดีใจมากเขารีบวิ่งเข้าไปหาพลางร้องเรียกคุณน้าจากนั้นก็ล้วงเอาซาลาเปาออกมาจากกระเป๋าเสื้อ ยื่นให้ฮั่วจี้เซินด้วยท่าทางเสียดายนิด ๆ“คุณน้าครับ นี่เป็นซาลาเปาที่น้าเพียวเพียวห่อเอง อร่อยมากเลยครับ คุณน้ายังไม่ได้ทานมื้อเช้าใช่ไหม? ผมให้ครับ”เมื่อเช้ามีเด็กสองคน แม่สวี่จึงนึ่งซาลาเปามาเข่งใหญ่ทั้งหมดเป็นฝีมือการห่อของสวี่เพียวเพียวไส้ซาลาเปาเป็นเนื้อปลาผสมเนื้อกุ้ง คลุกเคล้ากับผัดบวบใส่ไข่ผัด รสชาติเบา ๆ แต่สดหวานเป็นพิเศษฉินอวี่โยวไม่เคยทานรสชาติแบบนี้มาก่อน เขาซัดคนเดียวไปหลายลูกรวดแม่สวี่กลัวเขาจะอิ่มจนอึดอัดท้อง เลยห่อใส่ถุงให้อีกสองสามลูก บอกให้ฉินอวี่โยวเอาไว้ทานระหว่างทางตอนแรกฉินอวี่โยวคิดเอาเองว่าคุณน้าโตเป็นผู้ใหญ่ขนาดนี้แล้ว คงไม่แย่งเด็กกินหรอกซาลาเปาพวกนี้ เขาจะได้เอาไปค่อย ๆ ทานที่โรงเรียนอนุบาลแต่ที่ไหนได้ ชายหนุ่มกลับปรายตามามอง สายตาหยุดอยู่ที่สวี่เพียวเพียวเพียงชั่วครู่ ก่อนจะคว้าซาลาเปาในมือของฉินอวี่โยวไปแล้วจัดการกินหมดภายในสองคำกินเสร็จแล้ว ยังหันไปจ้องฉินอวี่โยวต่ออีก“ยังมีอีกไหม?”ฉินอวี่โยวคาดไม่ถึงว่าคุณน้าจะกินจริง ๆ!ทำไม
Read More

บทที่ 69

สวี่เพียวเพียวที่ยืนอยู่ข้างรถเอ่ยขึ้นว่า “ฉันไปขึ้นรถไฟใต้ดินดีกว่าค่ะ”ฮั่วจี้เซินปรายตามองเธอด้วยสายตาลุ่มลึกแล้วกระตุกยิ้มที่มุมปาก “ขึ้นรถ”เขาไม่ให้ทางเลือกที่สองแก่เธอช่วงเวลาเร่งด่วนตอนเช้าในเมืองเอ เต็มไปด้วยยานพาหนะและการจราจรที่ติดขัดหากยืนกรานจะไปรถไฟใต้ดินตอนนี้ เวลาก็คงไม่ทันการณ์แล้วสวี่เพียวเพียวจึงจำใจต้องขึ้นรถอย่างน้อยการไปกับฮั่วจี้เซิน เขาก็คงไม่กล้านับว่าเธอเข้างานสายเธอนั่งลงและรัดเข็มขัดนิรภัยเรียบร้อยทว่าชายหนุ่มกลับยังไม่สตาร์ทรถดวงตาคมเข้มฉายแววตาอย่างมีเลศนัยเขาเอื้อมมือไปเปิดกระจกตรงหน้าสวี่เพียวเพียว แล้วพูดสั้น ๆ ได้ใจความว่า “คอ”สวี่เพียวเพียวเหลือบมองกระจกเพียงแวบเดียว ใบหน้าก็แดงก่ำขึ้นมาทันทีทุกคนต่างก็เป็นผู้ใหญ่กันหมดแล้ว หากเธอไปที่บริษัทแล้วบอกว่าถูกยุงกัด คงไม่มีใครเชื่อแน่เธอรื้อหาของในกระเป๋าอยู่พักใหญ่ แต่ก็ไม่เห็นคอนซีลเลอร์เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในห้องนอนเมื่อคืน ใบหูของเธอก็แดงซ่านเธอรู้ดีว่าฮั่วจี้เซินอาจจะทำไปเพราะความใจร้อนชั่ววูบหรือบางที เขาอาจจะเห็นเธอเป็นตัวแทนของใครคนอื่นก็เป็นได้เธอหาอยู่นาน ในที่สุดก
Read More

บทที่ 70

สวี่เพียวเพียวรีบจัดการซาลาเปาไปได้สองสามลูกพอเห็นฮั่วจี้เซินวางโทรศัพท์ลงแล้วทำท่าเหมือนกำลังมองเธออยู่เธอก็เผลอหลุดปากถามออกไปตามสัญชาตญาณ “คุณจะทานไหมคะ?”อย่างไรเสีย เธอก็ถือได้ว่าอาศัยรถเขามานึกไม่ถึงว่าชายหนุ่มที่เพิ่งปฏิเสธเธอไปตรงหน้าประตูบ้านเมื่อครู่ กลับพยักหน้าในตอนนี้เขาจ้องมองเธอเขม็ง “มือผมไม่สะดวก”ดวงตาของสวี่เพียวเพียวเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย “ตอนนี้ก็ติดไฟแดงอยู่ไม่ใช่เหรอคะ?”“สกปรก”ฮั่วจี้เซินเป็นโรครักความสะอาดนิดหน่อย แม้จะไม่รุนแรงนักแต่สำหรับของที่จะเอาเข้าปาก เขามักจะมีมาตรฐานที่สูงเสมอสวี่เพียวเพียวเข้าใจทันที เธอจึงจำใจต้องใช้ถุงพลาสติกรองซาลาเปาแล้วป้อนให้เขาถึงปากแม้จะมีพลาสติกกั้นไว้ แต่ริมฝีปากและฟันของชายหนุ่มก็ยังสัมผัสโดนนิ้วมือของเธออยู่ดีมันทั้งอุ่น นุ่ม และดูแข็งแรงมีพลังสวี่เพียวเพียวชักมือกลับ รอจนเขาเคี้ยวเสร็จเขาหันมามองเธออีกครั้ง เป็นเชิงบอกให้ป้อนต่อสวี่เพียวเพียวเลยต้องป้อนซาลาเปาที่เหลืออีกสามลูกให้เขาจนหมดเธอเผลอหลุดปากพูดออกมาว่า “ใส่ต้นหอมด้วยนะคะ”“อืม ไม่เป็นไร”สวี่เพียวเพียวหลบสายตาลงพวกเขาเลิกกันมาสามป
Read More
Dernier
1
...
5678910
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status