All Chapters of ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา: Chapter 91 - Chapter 100

180 Chapters

บทที่ 91

เสียงนั้นกลืนหายไปในม่านหิมะ ทว่าก็ยังคงเจือด้วยความนุ่มนวลอันเป็นเอกลักษณ์ในน้ำเสียงของนางเสิ่นซื่อเหลียวหน้ากลับไป ทอดสายตามองจี้หานอีที่กำลังยืนอยู่ทางด้านหลังเห็นเพียงจี้หานอีสวมอาภรณ์ที่ตระเตรียมไว้ให้ เรือนผมยาวสลวยที่ยังไม่แห้งดีถูกรวบขึ้นอย่างเรียบง่าย ใบหน้าซีดเผือด ปอยผมที่ร่วงหล่นลงมาถูกสายลมเย็นเยียบพัดสะบัดไหวแผ่วเบาดวงตาเรียวยาวคู่นั้นกำลังจับจ้องมองมา ทั้งยังก้าวเดินเข้ามาใกล้เขาอีกหนึ่งก้าวนางก้าวเดินอย่างระมัดระวัง เมื่อหยุดเท้าลง ก็ย่อกายทำความเคารพแบบว่านฝูเพื่อแสดงความซาบซึ้งใจต่อเขาอย่างถูกต้องตามธรรมเนียมแล้วเสียงที่ค่อนข้างแผ่วเบาทว่าเต็มไปด้วยความซาบซึ้งใจของนางก็ดังขึ้นว่า "ครั้งนี้ต้องขอบคุณใต้เท้าเสิ่นที่ยื่นมือเข้าช่วย ข้าน้อยซาบซึ้งในน้ำใจเหลือเกินเจ้าค่ะ"เกล็ดหิมะนับหมื่นพันโปรยปรายระหว่างคนทั้งสอง นัยน์ตาที่หลุบต่ำลงของเสิ่นซื่อทอดมองเพียงดวงหน้าซีดเผือดของจี้หานอีเท่านั้นหิมะขาวโปรยปรายลงบนเรือนผมและเนินไหล่ของนาง ลมหนาวโหมเข้าปะทะตัวคน นางบอบบางเสียจนดูคล้ายจะล้มพับลงไปได้ทุกเมื่อเสิ่นซื่อหรี่ตา จับจ้องลำคอระหงขาวผ่อง เมื่อเห็นท่วงท่าอัน
Read more

บทที่ 92

อีกทั้งตนเองก็ไม่มีสิ่งใดจะตอบแทนบุญคุณเขา ตัวนางสำหรับเขานั้นไร้ซึ่งความสลักสำคัญอันใด ซ้ำยังเอาแต่คอยสร้างปัญหาให้แก่เขาอยู่เสมอนางก้มหน้าลง มวลน้ำร้อนผ่าวคลอวนอยู่ในเบ้าตา การถูกเสิ่นซื่อรังเกียจ การต้องตกอยู่ในสภาพทุลักทุเลต่อหน้าเขาเช่นนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำให้แม้แต่จี้หานอีก็เริ่มรู้สึกรังเกียจตนเองขึ้นมาเช่นกันรู้สึกราวกับว่าตนเองได้ทำเรื่องผิดพลาดบางอย่างลงไปนางไม่เข้าใจ เดิมทีนางเพียงแต่งงานกับวิญญูชนผู้สง่างามดุจสายลมแสงจันทร์ที่ผู้คนต่างกล่าวขานด้วยความคาดหวัง ทว่าเหตุใดจึงกลายเป็นจุดจบอันพังทลายเช่นนี้ได้หนอนางพยายามกะพริบตาถี่เร็ว ศีรษะยิ่งก้มต่ำ ไม่ยอมให้เสิ่นซื่อมองเห็นดวงตาที่แดงเรื่อ เสียงของจี้หานอีพลันแปรเปลี่ยนเป็นแหบพร่าขณะพูดว่า "ขออภัยเจ้าค่ะ..."ระหว่างมองดูนางก้มหน้า ต่างหูแกว่งไกวแผ่วเบา ยืนอย่างสำรวมกิริยาและระมัดระวัง ผมเผ้าที่เปียกชื้นตกลงมาปรกไหล่ ทำให้อาภรณ์สีชมพูเกิดเป็นรอยน้ำด่างดวง เมื่อเสิ่นซื่อได้ยินน้ำเสียงของนาง ก็ต้องสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนหลับตาลงไม่เป็นไร ไม่เป็นไร จี้หานอีจะไปเข้าใจสิ่งใดเล่านางเป็นถึงสตรีที่ออกเรือนแล้ว เขายังจะอยากใ
Read more

บทที่ 93

ลมหนาวหอบเอากลิ่นหอมอุ่นบนเรือนร่างของจี้หานอีพัดมาปะทะจมูก เสิ่นซื่อเอื้อมมือออกไปได้เพียงครึ่งทาง แต่เมื่อเห็นนัยน์ตาที่นางช้อนขึ้นมองมา ก็ต้องชะงักค้างอยู่อย่างนั้นนัยน์ตาคู่นั้นกระจ่างใสไร้เดียงสา มีแต่ความสำนึกตื้นตันและยำเกรง เขาจึงกำมือแน่น หยุดการกระทำไว้ ก่อนระบายลมหายใจขุ่นมัวออกมายาวแรงเขาถามนางว่า "ยังต้องการให้ข้าช่วยอะไรอีกหรือไม่"จี้หานอีชะงักกึก เหม่อมองเสิ่นซื่อ ผ่านไปอึดใจใหญ่จึงถามด้วยความลังเล "ขอให้ช่วยได้จริงหรือเจ้าคะ?"เสิ่นซื่อเลิกคิ้ว…ตอนที่เสิ่นซื่อเดินจากไป เขาก็ทิ้งไว้เพียงคำตอบที่รวบรัดเรียบง่ายคำเดียวว่า จริงลานเรือนว่างเปล่าเงียบเหงา เหวินอันผู้ยังคงรั้งอยู่ที่เดิมก้าวเข้ามาหยุดยืนข้างกายจี้หานอี ก่อนกล่าวเสียงทุ้มต่ำ "ฮูหยินน้อยเซี่ย ด้านนอกอากาศเย็น ท่านเข้าไปในเรือนก่อนเถิดขอรับ""เมื่อครู่นายท่านของข้ากล่าวไว้ รอให้ร่างกายฮูหยินน้อยเซี่ยดีขึ้นก่อนค่อยกลับก็ได้ขอรับ"กล่าวจบ เหวินอันก็เอ่ยต่อ "ฮูหยินน้อยเซี่ยวางใจเถิด ที่นี่คืออาณาเขตของนายท่าน บ่าวไพร่ในเรือนล้วนถูกเรียกตัวออกไปหมดสิ้น ส่วนคนอื่น ๆ หากไม่มีเรื่องสำคัญก็ไม่กล้ากล้ำกรายม
Read more

บทที่ 94

นางเพียงนั่งอยู่ในโถงเล็กด้านนอก พร้อมประคองเตาอุ่นมือที่เหวินอันส่งมาให้ โดยมีหรงชุนผู้ยืนอยู่ด้านหลังใช้เตาไฟอังเรือนผมของนางให้แห้งสนิทท่านั่งของนางดูเรียบร้อยสำรวมกิริยา ด้วยอย่างไรเสียก็เป็นที่พำนักของเสิ่นซื่อ นางก้มหน้าไม่ได้สอดส่ายสายตามองสิ่งใดสุ่มสี่สุ่มห้า เพียงนั่งเงียบ ๆ อยู่บนเก้าอี้ไม้ถานหวง ภายในโถงเล็กอันเย็นยะเยือกและเคร่งขรึมแห่งนี้ อาภรณ์สีชมพูดุจดอกฝูหรงบนร่างของนางนั้น ก็คล้ายได้นำพาทิวทัศน์แห่งวสันตฤดูเข้ามาด้วยเหวินอันอดลอบสังเกตไม่ได้ ทั้งยังเผลอไผลคิดไปว่า หากวันหน้าสถานที่แห่งนี้มีนายหญิงเข้ามาอยู่จริง ๆ การตกแต่งภายในเรือนจะเปลี่ยนเป็นภาพเช่นไรหนอสายตาทอดมองไปที่ร่างของจี้หานอีอีกครั้ง ความจริงหากไม่เคยรู้มาก่อนว่าฮูหยินน้อยเซี่ยผู้นี้ออกเรือนแล้ว ก็แทบจะดูไม่ออกเลยว่านางเป็นสตรีที่แต่งงานแล้วจริง ๆดวงหน้านั้นยังคงอ่อนเยาว์ นัยน์ตาดุจสายน้ำในฤดูใบไม้ผลิเปล่งประกายระยิบระยับ แม้จะหลุบตาลงต่ำ แต่ก็ยังแฝงไว้ด้วยกลิ่นอายความอ่อนหวานบอบบางคล้ายได้รับการทะนุถนอมเลี้ยงดูมาอย่างดีด้วยมิใช่สตรีที่บอบบางอ่อนแอราวกิ่งหลิว ทว่าดูอวบอิ่มและอรชรสมส่วน อันที่จริง
Read more

บทที่ 95

ทางด้านจี้หานอีเมื่อได้ขึ้นมานั่งบนรถม้าแล้ว ก็พบว่าภายในรถม้ากว้างขวางยิ่งนัก หลี่หมิงโหรวเองก็ก้าวขึ้นรถม้าตามหลังจี้หานอีมาติด ๆ เช่นกันนับจากลมหายใจแรกที่นางเห็นจี้หานอีเมื่อครู่ ก็เอาแต่จับจ้องสำรวจร่างของจี้หานอีไม่วางตานางสำรวจมองเนื้อตัวของอีกฝ่ายทั้งในและนอกร่มผ้า กระทั่งเส้นผมทุกเส้นบนศีรษะก็ยังไม่เว้นจี้หานอียังคงนั่งอย่างสง่างามและใจเย็นเช่นเคย เรือนผมยังคงเรียบร้อยไร้ที่ติ แม้แต่ตำแหน่งของปิ่นปักผมก็ยังไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงแต่มันไม่ควรเป็นเช่นนี้สิสายตาของหลี่หมิงโหรวเลื่อนไปจับจ้องตรงชายกระโปรงของจี้หานอีที่โผล่พ้นออกมา ก่อนชำเลืองมองเซี่ยอวี้เหิงผู้ก้าวขึ้นรถม้าเป็นคนสุดท้ายปราดหนึ่ง จากนั้นจึงถามจี้หานอีว่า "พี่สะใภ้ ท่านไปเปลี่ยนอาภรณ์มาหรือเจ้าคะ?"เมื่อเซี่ยอวี้เหิงได้ยินคำถามของหลี่หมิงโหรว ก็อดสำรวจมองไม่ได้ขณะนั่งลงข้างกายจี้หานอี ก่อนเอ่ย "เจ้าเปลี่ยนอาภรณ์ในจวนสกุลเสิ่นรึ?"จี้หานอีมีสีหน้าเป็นปกติ "ขณะที่ข้าสนทนากับฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่น สาวใช้ยกน้ำชามาให้ไม่ระวังทำอาภรณ์ข้าเปียก ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นจึงให้คนนำชุดใหม่มาให้ข้าผลัดเปลี่ยนเจ้าค่ะ"เซี่ยอวี้
Read more

บทที่ 96

เมื่อจี้หานอีได้ยินคำพูดจอมปลอมของเซี่ยอวี้เหิงแล้วก็ให้รู้สึกอึดอัดใจนักนางรักษาความสงบสุขและหน้าตาจอมปลอมให้เขามาแต่ไหนแต่ไร แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่านางจะไม่โกรธเคืองเสียหน่อยอันที่จริง จี้หานอีอยากถามเซี่ยอวี้เหิงเหลือเกินว่า ในฐานะภรรยาของเขา นางควรต้องยอมให้เขาชักใยไปเสียทุกเรื่องเชียวหรือทั้งปล่อยให้เขาทอดทิ้งนางไว้กลางหิมะตามอำเภอใจทั้งปล่อยให้เขาลำเอียงเข้าข้างสตรีอื่นตามใจชอบนี่หรือคือภรรยาของเขาแต่หลังสูดลมหายใจเข้าลึก ท้ายที่สุดนางก็ยังไม่ได้พูดคำใดด้วยหากกล่าวออกไปก็จะเป็นเพียงความเคียดแค้น เป็นการพร่ำบ่น เป็นความขุ่นเคืองต่อเรื่องราวในอดีตเป็นการระบายความน้อยเนื้อต่ำใจที่สะสมมาเนิ่นนานใส่เซี่ยอวี้เหิงเป็นการแสดงออกว่านางยังคงคาดหวังในตัวเขาแต่ระหว่างนางกับเขานั้นไร้ซึ่งความหวังใดมานานแล้วจี้หานอีไม่ได้คิดปิดบังความขุ่นเคืองใจบนใบหน้า นางก้มศีรษะใช้มือกุมขมับ ไม่อยากมองเซี่ยอวี้เหิงแม้เพียงนิด ปลายนิ้วเรียวนวดคลึงหว่างคิ้วแผ่วเบา ขณะกล่าว "นายท่าน ข้าเหนื่อยแล้วจริง ๆ เจ้าค่ะ"เสียงทอดถอนใจของนางแฝงไว้ด้วยความเหนื่อยล้าชัดเจนสกัดกั้นถ้อยคำที่เซี่ย
Read more

บทที่ 97

กล่าวพลางนางก็มองเซี่ยอวี้เหิง "ท่านกับหมิงโหรวไปดูละครลิงนับเป็นเรื่องสำคัญ ข้าเพียงเรียกรถม้าคันใหม่ริมถนนหาได้ยากเย็นอันใด ซ้ำข้าไม่ได้คิดตำหนิท่านเลยเจ้าค่ะ"แผ่นหลังที่เหยียดตรงของเซี่ยอวี้เหิงพลันห่อเหี่ยวลงในชั่วพริบตา เขาจ้องมองจี้หานอีเขม็ง จ้องมองทุกอารมณ์ความรู้สึกบนใบหน้าของนาง ก่อนจะแค่นยิ้มขมขื่นออกมาบางเบาเขาเอ่ยว่า "ข้าจะไปส่งเจ้ากลับจวนก่อน แล้วค่อยออกไปกับหมิงโหรว"จี้หานอีปรายตามองเซี่ยอวี้เหิงด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย สำหรับการตัดสินใจเช่นนี้ของเซี่ยอวี้เหิง นางย่อมประหลาดใจอย่างแท้จริงในใจของเซี่ยอวี้เหิง หมื่นแสนสรรพสิ่งล้วนไม่อาจเทียบเทียมความสำคัญของหลี่หมิงโหรวว่าไปแล้ว นางก็คิดลงจากรถม้าที่ริมถนนจริง ๆ ด้วยยังมีธุระบางอย่างต้องไปจัดการแต่ในเมื่อเซี่ยอวี้เหิงกล่าวเช่นนี้ นางก็คร้านจะทุ่มเถียงกับเขาอีก จึงเพียงแต่พยักหน้าเบา ๆ ไม่ว่าเขาจะตัดสินใจเช่นไร ก็หาได้สำคัญไม่ภายในรถม้าพลันเงียบสงัด ได้ยินเพียงเสียงล้อรถม้าที่บดพื้นถนนไปตามทางหลี่หมิงโหรวปรายตามองจี้หานอีปราดหนึ่ง ก่อนจะหันไปมองเซี่ยอวี้เหิงด้วยความรู้สึกผิดเล็กน้อย "พี่สะใภ้โกรธแล้วใช่หรือ
Read more

บทที่ 98

คำถามของเซี่ยอวี้เหิงทําให้จี้หานอีต้องขมวดคิ้วนางชะงักเล็กน้อย ก่อนส่ายหน้า “ละครลิงไม่รู้ว่าจะมีอีกเมื่อใด หมิงโหรวยังรอท่านอยู่ นายท่านไม่จําเป็นต้องรั้งอยู่เป็นเพื่อนข้าหรอกเจ้าค่ะ รีบไปเถิด”เซี่ยอวี้เหิงอดนึกถึงค่ำคืนหิมะตกครั้งนั้นขึ้นมาไม่ได้ นางก็พูดเช่นนี้ บอกว่าหมิงโหรวยังรอเขาอยู่ ไม่ต้องสนใจนางนางกล่าวอย่างมีเหตุผลและใจกว้าง ราวกับว่าการที่เขาผู้เป็นสามี ทอดทิ้งนางเพื่อไปอยู่กับสตรีอีกคนหนึ่ง กลายเป็นเรื่องปกติสําหรับนางไปเสียแล้วความเจ็บปวดอันไร้เรี่ยวแรงสายนั้นครอบงําจิตใจมากขึ้นเรื่อย ๆ กระทั่งก่อเกิดเป็นความตื่นตระหนกขึ้นมาเขาเงยหน้ามองจี้หานอีด้วยแววตาลึกซึ้ง พลางกล่าวด้วยเสียงแหบพร่า “หานอี ขอเพียงเจ้าอยากให้ข้ารั้งอยู่เป็นเพื่อน ข้าก็จะอยู่”“ข้าไม่ได้อยู่เป็นเพื่อนเจ้ามานานแล้ว”จี้หานอีชะงักงัน จากนั้นจึงส่ายหน้า “นายท่าน ข้าหาได้ต้องการไม่เจ้าค่ะ”กล่าวพลางจี้หานอีก็ผลักมือของเซี่ยอวี้เหิงที่กอบกุมข้อมือตนออก ก่อนจะย่อกายคารวะเซี่ยอวี้เหิง แล้วกล่าวต่อ “ยามนี้หิมะยังไม่หยุดตก นายท่านรีบไปเถิด หมิงโหรวร่างกายอ่อนแอ อย่าให้นางต้องมายืนตากลมหนาวอยู่ด้านน
Read more

บทที่ 99

เขากลับมาไม่ดึกนัก ขณะนี้เพิ่งล่วงเข้ายามซวีเท่านั้นเมื่อก่อนจี้หานอีไม่เคยเข้านอนไวถึงเพียงนี้ แต่ถึงแม้นางจะหลับไปแล้ว หากรู้ว่าเขากลับมา ก็จะลุกขึ้นมาผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เขาอยู่ดีวันนี้เขาพาหลี่หมิงโหรวออกไปข้างนอก ระหว่างทางบังเอิญพบปะสหายขุนนาง ด้วยความที่หลี่หมิงโหรวสวมหมวกติดผ้าคลุมหน้า สหายขุนนางเหล่านั้นจึงไม่อาจแยกแยะได้ว่าสตรีข้างกายเซี่ยอวี้เหิงคือผู้ใด จึงทึกทักเอาเองว่าหลี่หมิงโหรวคือภรรยาของเขาอย่างที่ควรจะเป็นเมื่อพวกเขาเอ่ยชมว่าความสัมพันธ์สามีภรรยาช่างแน่นแฟ้น ภายในใจเซี่ยอวี้เหิงก็พลันปรากฏความอ้างว้างว่างเปล่าขึ้นมาสายหนึ่งจี้หานอีในฐานะภรรยาตัวจริง กลับไม่เคยได้เดินเคียงคู่ข้างกายเขาตามลำพังที่ผ่านมาไม่เคยรู้สึกผิดอะไร แต่บัดนี้ภายในใจกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดยิ่งนักเซี่ยอวี้เหิงก้มหน้ามองขนมพุทราเชื่อมในมือ ก่อนนึกขึ้นได้ว่าจี้หานอีเคยบอกว่านางชอบทานขนมพุทราเชื่อมในมือเวลานี้เย็นชืดลงนานแล้ว มือของเซี่ยอวี้เหิงที่ยกขึ้นหมายจะผลักบานประตูตรงหน้า กลับชะงักค้างกลางอากาศความจริง เขาอยากให้จี้หานอีแสดงความไม่พอใจ ให้นางโวยวายระบายอารมณ์ใส่เขาเสียยัง
Read more

บทที่ 100

“คนที่ชอบกินขนมพุทราเชื่อม มีเพียงหลี่หมิงโหรวเท่านั้นเจ้าค่ะ”“ข้าเองก็เข้านอนแล้ว นายท่านรีบกลับไปเถิด”เซี่ยอวี้เหิงมองจี้หานอีด้วยแววตาไม่เข้าใจ “เจ้าก็แค่อยากให้ข้าใส่ใจเจ้า ก็แค่รู้สึกว่าข้าอยู่เป็นเพื่อนหมิงโหรวมากกว่าเจ้าเท่านั้น”“วันหน้าข้าจะพยายามกลับเรือนมาอยู่เป็นเพื่อนเจ้าให้มากขึ้นก็แล้วกัน”“เจ้ายังจะเอาแต่ใจอันใดอีก?”กล่าวพลางสายตาของเขาก็มองทรวดทรงอรชรภายใต้เสื้อผ้าบางเบาของจี้หานอี ใบหน้าที่งดงามปานดอกไม้แรกแย้มยามนี้ดูอ่อนหวานและหมดจดภายใต้แสงตะเกียง กลิ่นหอมอวลอุ่นบนร่างนางทำเอาเขามองจนเกิดความรู้สึกพลุ่งพล่านในใจแม้น้อยครั้งนักที่จะได้สานสัมพันธ์นางแนบชิด แต่เรือนร่างของจี้หานอีก็ทำให้เขาลุ่มหลงมัวเมาได้อย่างแท้จริงเสียงของเขาแหบพร่าเล็กน้อย นัยน์ตาแฝงไว้ด้วยความคลุมเครือแห่งห้วงอารมณ์ “ข้าจะพยายามมีลูกกับเจ้าให้ได้สักคน หากเจ้ามีลูกแล้วจะได้ไม่คิดฟุ้งซ่านอีก”เซี่ยอวี้เหิงกล่าวพลางเอื้อมมือมาหมายจะสัมผัสใบหน้าจี้หานอี แต่ยังไม่ทันได้แตะต้อง จี้หานอีก็เบี่ยงหน้าหลบอย่างแนบเนียน ปลายนิ้วของเซี่ยอวี้เหิงจึงชะงักค้างอยู่กลางอากาศ ได้แต่จ้องมองจี้หานอีนิ่งง
Read more
PREV
1
...
89101112
...
19
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status