ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา のすべてのチャプター: チャプター 111 - チャプター 120

180 チャプター

บทที่ 111

จี้หานอีเข้าใจดีว่าการจัดการของฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยนั้นล้วนทำไปเพื่อตัวนางและท่านก็ตั้งใจออกหน้าทวงความเป็นธรรมให้นางอย่างแท้จริงจี้หานอีรู้สึกซาบซึ้งใจในตัวฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ย จึงเงยหน้าขึ้นน้ำตาคลอเบ้า ก่อนกล่าวด้วยเสียงแหบพร่า "ในเมื่อจวนนี้ยังมีท่านย่าอยู่ หานอีก็วางใจแล้วเจ้าค่ะ"ถ้อยคำอันบริสุทธิ์ใจเช่นนี้ คงมีเพียงจี้หานอีเท่านั้นที่เอ่ยออกมาแล้วทำให้ผู้คนสัมผัสได้ถึงความซื่อสัตย์และจริงใจอย่างแท้จริงฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยไม่เคยดูคนผิด จี้หานอีไม่มีวันเป็นพวกหน้าไหว้หลังหลอกแน่นอนความดีงามของนางคือความดีงามจากเนื้อแท้ ปราศจากเจตนาแอบแฝงหรือผลประโยชน์ใด ๆ จี้หานอีมีรูปโฉมที่งดงามบริสุทธิ์ อดีตเคยเป็นถึงบุตรสาวเพียงคนเดียวของสกุลจี้ เป็นดั่งแก้วตาดวงใจ เมื่อครั้งที่เสนาบดีจี้ยังมีชีวิต ไม่ว่าจะไปที่ใดก็มักพาลูกสาวคนนี้ไปด้วยเสมอ ความรักใคร่ตามใจบุตรสาวของเขานั้นเป็นที่เลื่องลือไปทั่วทั้งเมืองหลวงเสนาบดีจี้เองก็มีเพียงมารดาของจี้หานอีแค่คนเดียว เรือนหลังจึงสะอาดสะอ้านไร้เรื่องวุ่นวาย แล้วนางจะเคยพบเห็นเรื่องราวโสมมได้อย่างไร?ส่วนหลี่หมิงโหรวนั้นทะเยอทะยานและหวังผลประโยชน์จน
続きを読む

บทที่ 112

ภายในเรือนหนิงเซียง หลี่หมิงโหรวในอาภรณ์สีขาวเรียบง่ายเอนกายพิงอยู่บนเตียง ใบหน้าของนางซีดเซียว ดวงตาแดงก่ำยังคงมีหยาดน้ำตาเอ่อคลอ เห็นได้ชัดว่าเพิ่งผ่านการร้องไห้ ดูบอบบางและอ่อนแอชวนให้ผู้ที่พบเห็นรู้สึกเวทนาจับใจเมื่อนางเห็นเซี่ยอวี้เหิงเดินเข้ามา ประกายแห่งความดีใจก็พาดผ่านดวงตา นางรู้ดีอยู่แล้วว่านับแต่เล็กจนโต ท่านพี่เซี่ยคอยห่วงใยใส่ใจนางที่สุด ท่านพี่เซี่ยยังคงยินดีมาเยี่ยมนางเสมอในใจของนาง บนโลกใบนี้มีเพียงท่านพี่เซี่ยเท่านั้นที่ดีต่อนางที่สุดทว่าพอนึกถึงตอนที่อุตส่าห์รอคอยจนถึงวันที่ท่านพี่เซี่ยจะหย่าขาดจากจี้หานอี แต่ท่านพี่เซี่ยกลับไม่ยินยอม ความโศกเศร้าระลอกหนึ่งก็ตีตื้นขึ้นมาในอกอีกครั้งเดิมทีนางตั้งใจจะทำให้จี้หานอีเสื่อมเสียชื่อเสียงจนถูกท่านพี่เซี่ยรังเกียจ นึกไม่ถึงเลยว่าจะถูกจี้หานอีตลบหลังเข้าให้เช่นนี้แต่ยังนับว่าโชคดีที่พ่อค้าชาวซีอวี้ผู้นั้นไม่ได้ปริปากพูดเรื่องยาดับกำเนิด มิเช่นนั้น นางคงไม่อาจอยู่จวนสกุลเซี่ยได้อีกต่อไป และท่านป้าก็คงไม่ปกป้องนางเป็นแน่ความจริง ในตอนแรกหลี่หมิงโหรวก็ไม่ได้อยากวางยาเซี่ยอวี้เหิง เพียงแต่ตามปกตินางแทบไม่มีโอกาสได้เข้า
続きを読む

บทที่ 113

ภายในห้องนี้ หลังเซี่ยอวี้เหิงก้าวเข้ามา บ่าวไพร่ทั้งหมดก็พากันถอยออกไป หลี่หมิงโหรวไม่อาจปกปิดความโศกเศร้าในใจ จึงดึงดันถามหาคำตอบให้กระจ่างนางไม่เข้าใจจริง ๆ หากไม่ใช่เพราะการแต่งงานในครั้งนั้น ก็ชัดเจนว่าพี่เซี่ยโปรดปรานนางที่สุดต่อให้สตรีผู้นั้นแต่งเข้ามาแล้ว พี่เซี่ยก็ยังคงดีต่อนางที่สุดไม่ใช่หรือเซี่ยอวี้เหิงขมวดคิ้วมองดวงตาที่รื้นน้ำของหลี่หมิงโหรว แม้เขาจะไม่ชอบให้นางพูดถึงเรื่องนี้ แต่เมื่อเห็นท่าทีคล้ายกำลังจะร้องไห้ เขาก็ทำใจตำหนินางไม่ลงอันที่จริง จี้หานอีต่างหากที่มีรูปลักษณ์บอบบางน่าทะนุถนอมยิ่งกว่า นางมีผิวพรรณขาวผ่องดุจหิมะ รูปร่างอรชรอ้อนแอ้น เรือนผมดกดำ ริมฝีปากแดงเรื่อรับกับฟันขาวสะอาด ท่วงท่าเย้ายวนอันเกิดจากผิวพรรณผุดผ่องนุ่มนวลนั้น เพียงน้ำตาคลอเบ้า ก็ดูงดงามจับใจชวนให้ผู้คนสงสารรักใคร่แล้วแต่จี้หานอีกลับแทบไม่เคยร้องไห้หรือบางทีอาจเป็นเพราะเขาไม่เคยเห็นจี้หานอีหลั่งน้ำตาต่างหากแม้ที่ผ่านมาจี้หานอีจะว่าง่ายเชื่อฟังเขา แต่นางก็ไม่เคยเป็นฝ่ายเปิดเผยด้านที่อ่อนแอให้เขาเห็นเช่นที่หลี่หมิงโหรวชอบกระทำ เขาจึงมักจะรู้สึกไปเองว่าจี้หานอีไม่มีวันเสียใจ และเผล
続きを読む

บทที่ 114

แม้ไม่มีผู้ใดออกมาต้อนรับ แต่ความอึดอัดกลัดกลุ้มในใจตลอดหลายวันที่ผ่านมากลับผ่อนคลายลง ในเมื่อจี้หานอีคิดได้และยอมกลับมายังเรือนหลักก็ดีแล้ว เขารู้ว่าที่นางเอาแต่ใจก็เพียงทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบเท่านั้นชายหนุ่มถามบ่าวอาวุโสผู้อยู่หน้าประตูด้วยความห่วงใยอย่างหาได้ยากยิ่งว่า "ฮูหยินน้อยอาการดีขึ้นบ้างหรือไม่?"บ่าวอาวุโสพยักหน้ารัวเร็ว "ฮูหยินน้อยทานยาแล้ว ช่วงบ่ายหลับ ๆ ตื่น ๆ ไปพักหนึ่ง ไม่ได้บ่นว่าปวดเมื่อยอันใด น่าจะอาการดีขึ้นแล้วเจ้าค่ะ"เซี่ยอวี้เหิงเบาใจลง ฝีเท้าที่ก้าวเดินนั้นแฝงความเร่งรีบโดยที่เจ้าตัวก็ไม่ทันสังเกต เขาสาวเท้าก้าวยาว ๆ ตรงเข้าไปทางห้องชั้นในทันทีที่ก้าวเข้าไปในห้องชั้นใน ก็เห็นจี้หานอีนั่งเอนกายอยู่บนตั่งเตียง กำลังก้มหน้าอ่านตำราภาพวาดเล่มหนึ่งเมื่อจี้หานอีเห็นเซี่ยอวี้เหิงเดินเข้ามา นางก็วางตำราในมือลงที่วันนี้นางมานอนเรือนหลัก ประการแรกคือไม่อยากให้ฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยมาเห็นแล้วต้องเสียใจ และอีกประการคือไม่อยากให้ท่านหมอที่มาตรวจดูอาการนำไปหัวเราะเยาะได้ ถึงอย่างไรนี่ก็เป็นเรื่องภายในจวน การที่สามีภรรยาแยกห้องกันอยู่ ย่อมไม่ดีหากแพร่งพรายออกไปให้คนนอก
続きを読む

บทที่ 115

จี้หานอียังคงหลุบตาลงต่ำ มองดูมือตนเองที่ถูกเซี่ยอวี้เหิงกอบกุมไว้ในฝ่ามือ แล้วความรู้สึกสะอิดสะเอียนที่ไม่อาจควบคุมก็พลันตีรวนขึ้นมาจากในอกถึงขั้นต้องเบือนหน้าหนีพร้อมยกมือปิดปากส่งเสียงคล้ายกำลังจะอาเจียนนางสามารถทนฟังถ้อยคำอันเย็นชาและลำเอียงของเซี่ยอวี้เหิงที่อยู่ในความคาดหมายเหล่านี้ได้ และยังสามารถรักษาสภาพจิตใจให้สงบนิ่งดุจผิวน้ำ ต่อให้เซี่ยอวี้เหิงจะยังคงเลือกหลี่หมิงโหรวอย่างไร้ความลังเลเช่นเคยก็ตามเขาเป็นเช่นนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้วต่อให้ตอนนี้นางต้องล้มหมอนนอนเสื่อเพราะถูกหลี่หมิงโหรวทำร้าย ต่อให้ประโยคก่อนหน้าเขายังคงเอ่ยปากถามนางว่าเจ็บปวดหรือไม่ แต่นั่นก็ไม่อาจเทียบเท่าความห่วงใยส่วนลึกในใจที่เขามีต่อหญิงสาวผู้นั้นได้เลยเรื่องราวเหล่านี้ล้วนไม่สำคัญอีกแล้ว และนางก็ไร้ซึ่งความคาดหวังใด ๆ มานานแล้วเช่นกันทว่านางกลับทนไม่ได้ที่จะให้เซี่ยอวี้เหิงมาแตะต้องตัวนางมือคู่นี้ที่เคยโอบกอดสตรีอื่น มือคู่นี้ที่เรียวยาวและกว้างใหญ่ ซึ่งเคยมอบความอบอุ่นและความหวังแก่นาง บัดนี้กลับทำให้นางรู้สึกสะอิดสะเอียนยิ่งนักช่างน่าขยะแขยงเสียจริงเซี่ยอวี้เหิงมองดูภาพเหตุการณ์นี้ด้วยคว
続きを読む

บทที่ 116

"ข้าเพียงต้องการหนังสือหย่าฉบับนี้เท่านั้น เมื่อครึ่งเดือนก่อนก็เคยกล่าวกับท่านไปแล้ว ไฉนจึงกลายเป็นข้าที่ไม่รู้ความได้เล่า?" "หากท่านปรารถนาดีต่อหลี่หมิงโหรว ก็จงรับปากข้าเถิด สมบัติสกุลเซี่ยแม้เพียงอีแปะเดียวข้าก็จะไม่นำติดตัวไปแน่นอน" เซี่ยอวี้เหิงผุดลุกขึ้นยืนเซถอยหลังไปหนึ่งก้าว นิ้วมือชี้หน้าจี้หานอี นัยน์ตาปรากฏเพียงความผิดหวังและตื่นตะลึง ทว่าผ่านไปครู่ใหญ่ก็ยังพูดไม่ออกแม้แต่ครึ่งคำ เนิ่นนานให้หลัง เขาจึงลดมือลงและถามด้วยท่าทีหมดอาลัย "เหตุใดถึงต้องหย่าขาดให้จงได้?" จี้หานอีจ้องมองเซี่ยอวี้เหิง แววตาจริงจังแน่วแน่ "เพราะข้ามีความคิดอยากหย่าขาดมานานแล้ว หาใช่เพิ่งมาคิดเอาในเวลานี้ไม่" ร่างของเซี่ยอวี้เหิงถอยร่นไปอีกหนึ่งก้าวจี้หานอีพลันกล่าวต่อ "นายท่าน การที่ท่านมัวแต่ประวิงเวลาไม่ยอมลงนามในหนังสือหย่า ก็เท่ากับเป็นการประวิงเวลาของหลี่หมิงโหรวด้วยเช่นกัน" "ท่านมักพร่ำบอกอยู่เสมอว่านางร่างกายอ่อนแอไม่ใช่หรือ แล้วท่านจะทนดูหลี่หมิงโหรวทนทุกข์ทรมานได้อย่างไร?" "ข้าหาได้ต้องการให้นางขอขมา ข้าออกจากสกุลเซี่ยเมื่อใดก็ย่อมไร้สิ่งใดข้องเกี่ยวต่อกันอีก ร่างกายนางอ่อนแอท
続きを読む

บทที่ 117

นางกำลังเสียใจหรือโศกเศร้ากำลังหวั่นไหวหรือสำนึกผิด กำลังประหม่าหรือหวาดกลัวหรือกำลังเจ็บแค้นและคิดน้อยใจเซี่ยอวี้เหิงล้วนมองไม่ออกทั้งสิ้นสิ่งเดียวที่เขามองเห็นจากดวงตาอันกระจ่างใสคู่นั้น คือแววตาที่ผิดแผกไปจากในอดีต เขาบอกไม่ได้ว่านี่คือความรู้สึกใด เขาเพียงมั่นใจว่า ในดวงตาคู่นั้นไม่มีแววตาที่เขาปรารถนาจะได้เห็นแม้เพียงครึ่งส่วนเซี่ยอวี้เหิงเพิ่งรู้ตัวและตระหนักชัดในเวลานี้เองว่า จี้หานอีคล้ายห่างเหินจากเขาไปไกลแสนไกลเรื่อย ๆ ตั้งแต่เมื่อใดไม่ทราบ เขาไม่สามารถควบคุมนางได้อีกต่อไป และนางก็คล้ายไม่มีวันยอมให้เขาเหนี่ยวรั้งอีกแล้วเวลานี้นางคล้ายไม่ใส่ใจที่ต้องหย่าขาดกับเขาด้วยซ้ำเซี่ยอวี้เหิงก้าวเท้าไปข้างหน้า ทว่าระยะทางเพียงสามสี่ก้าว กลับรู้สึกราวสองเท้าหนักอึ้งดุจพันชั่งจี้หานอียังคงนั่งนิ่งอยู่ด้านข้าง เฝ้ารอให้เซี่ยอวี้เหิงจรดพู่กันลงนามบนหนังสือหย่าฉบับนั้นกระทั่งฝีเท้าหยุดลงตรงหน้าโต๊ะตัวเล็ก มือของเซี่ยอวี้เหิงที่จวนจะจรดลงบนแผ่นกระดาษพลันชะงักงัน เขาหันหน้าไปมองจี้หานอี "เจ้าคิดดีแล้วหรือ?""นี่คือสิ่งที่เจ้าต้องการใช่หรือไม่?""หากข้าลงนามแล้ว วันหน้าต่อใ
続きを読む

บทที่ 118

หลังเซี่ยอวี้เหิงกลับไปแล้ว จี้หานอีที่อยู่ภายในห้องก็ได้แต่จ้องมองรอยหมึกหยดนั้นบนหนังสือหย่าด้วยความเลื่อนลอย นางเหม่อลอยเล็กน้อยในใจมีแต่ความเสียดายหลังจากนั้นสองวัน จี้หานอีก็ไม่ได้เห็นเซี่ยอวี้เหิงอีกแม้แต่เงาเมื่อพักรักษาตัวจนถึงวันที่สาม จี้หานอีก็จัดการแต่งกายให้เรียบร้อย แล้วเดินไปคารวะแม่สามี เห็นได้ชัดว่าสีหน้ายามเช้าของนางหลินไม่ค่อยสู้ดีนัก หลายครั้งที่นางมองจี้หานอีคล้ายอยากพูดบางอย่าง แต่สุดท้ายก็จำต้องกลืนถ้อยคำเหล่านั้นกลับลงคอไป สุดท้าย คงเป็นเพราะนึกขึ้นได้ว่าจี้หานอีเองก็เพิ่งเผชิญเรื่องราวมา นางจึงถามประโยคหนึ่งว่า "ร่างกายหายดีแล้วหรือ?" จี้หานอียังคงก้มหน้าหลุบตาตอบด้วยความอ่อนน้อม "ดีขึ้นมากแล้วเจ้าค่ะ" นางหลินชำเลืองมองจี้หานอีด้วยแววตาเรียบเฉย พลันถามต่อไป "บัดนี้เจ้าพอใจแล้วใช่หรือไม่?" จี้หานอีครุ่นคิด ตลอดสามปีที่อยู่ข้างกายนางหลิน ตนเองปรนนิบัติรับใช้อย่างสุดความสามารถ คอยมาคารวะทุกเช้าเย็น แม้ไม่ได้ช่วยดูแลจัดการจวน แต่นางก็ไม่ได้อยู่นิ่งเฉย ทั้งยังดูแลเรือนได้เป็นอย่างดี สามปีนี้ไม่เคยมีเรื่องวุ่นวายใด ๆ เกิดขึ้น และยิ่งไม่เคยมีข้อพิพาท
続きを読む

บทที่ 119

วันนี้จี้หานอีตั้งใจมาหาฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยโดยเฉพาะ เนื่องจากฮูหยินผู้เฒ่ามักมีอาการปวดศีรษะในช่วงฤดูหนาว นางจึงลงมือทำที่ปิดหูกันหนาวจากขนกระต่ายด้วยตนเองหนึ่งคู่ ซ้ำลวดลายงานปักบนนั้นล้วนเป็นฝีมือนางทั้งสิ้น เมื่อฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยเห็นจี้หานอีมาเยือนก็รู้สึกยินดียิ่ง รีบดึงตัวจี้หานอีให้มานั่งลงเคียงข้างทันที หญิงชราพินิจมองผู้มาเยือนโดยละเอียด เห็นนางสวมเสื้อคลุมตัวยาวคอตั้งแขนกว้างสีเขียวอมฟ้า บริเวณช่วงไหล่จรดหน้าอกปักลายหงส์เริงระบำท่ามกลางมวลหมู่โบตั๋น ลำคอสวมปลอกคอทองคำบริสุทธิ์สลักลายมังกรขด ลักษณะการแต่งกายล้วนแลดูเรียบร้อยสง่างาม ทว่ากลับขับเน้นให้เห็นถึงผิวพรรณที่เปล่งปลั่งเย้ายวนใจฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยทอดสายตามองด้วยความพึงพอใจ ก่อนแย้มยิ้มกล่าวว่า "เห็นเจ้าพักรักษาตัวจนหายดีเช่นนี้ ย่าก็วางใจแล้ว"พร้อมกล่าวต่อ "วันก่อนย่าส่งเทียบเชิญไปที่จวนสกุลเสิ่น ตั้งใจว่ารอเจ้าหายดีแล้วจะไปเยือนเพื่อกล่าวคำขอบคุณเสียหน่อย ทว่าฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นกลับตอบมาว่าช่วงปลายปีมีเรื่องราวรัดตัวนัก เช่นนั้นก็ช่างเถิด" เมื่อจี้หานอีได้ยินว่าฮูหยินผู้เฒ่าส่งเทียบเชิญไปหาฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่น หัว
続きを読む

บทที่ 120

ปกติแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยไม่ค่อยบันดาลโทสะ แต่ครั้นโกรธเกรี้ยวขึ้นมา ผู้คนภายในห้องต่างก็พากันลนลานวุ่นวาย บรรดาหญิงรับใช้ข้างกายรีบเข้ามาปลอบประโลม แต่ก็ไม่มีผู้ใดออกปากขอร้องแทนหลี่หมิงชิงสักคนเมื่อหลี่หมิงชิงมาถึงที่นี่ ไม่เพียงไม่เข้ามาคารวะถามไถ่อาการฮูหยินผู้เฒ่า พอมาถึงก็เอาแต่คุกเข่าร้องไห้อยู่ด้านนอก จงใจคุกเข่าอยู่หน้าประตูเรือนให้ผู้คนพบเห็น ทำราวกับว่าตนเองได้รับความน้อยเนื้อต่ำใจอย่างใหญ่หลวงและถูกกดขี่ข่มเหงอย่างแสนสาหัส ใบหน้ามีแต่ความไม่ยอมจำนน ผู้ใดมาเห็นเข้าจะไม่รู้สึกอึดอัดขัดใจได้อย่างไรอย่าว่าแต่สองพี่น้องนั่นไม่ใช่คนสกุลเซี่ย นับเป็นเพียงญาติของฮูหยินใหญ่เท่านั้น ต่อให้เป็นลูกหลานสกุลเซี่ยเอง ก็คงไม่มีผู้ใดกล้าแสดงสีหน้าปั้นปึ่งใส่ฮูหยินผู้เฒ่าเช่นนี้หรอกกระมัง?ช่างสมกับที่ร่ำเรียนตำรามามากเสียจริง ล้วนมีแต่ความดื้อรั้นหัวแข็งและเย่อหยิ่งจองหองเช่นคนคร่ำครึอายุเพียงเท่านี้แท้ ๆ แต่กลับมีนิสัยหยิ่งผยองเสียแล้วเมื่อจี้หานอีหันหน้ามองออกไปนอกหน้าต่าง ก็เห็นเงาร่างที่แผ่นหลังเหยียดตรงกำลังคุกเข่าอยู่หน้าประตูเรือนไกลตา นางจึงค่อย ๆ ถอนสายตากลับมาอย่างเงียบ
続きを読む
前へ
1
...
1011121314
...
18
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status