ซือซือฮองเฮาพันโฉม 의 모든 챕터: 챕터 191 - 챕터 200

247 챕터

บทที่ 190 ชาของสนมถู

ฮ่องเต้โจวเฟิงยินยอมเสด็จตำหนักอิงฟ้าของพระสนมถูและตำหนักเหมยฮวาของพระสนมก่งสัปดาห์ละหนึ่งวันเพื่อไปดูท่าทีของทั้งสองฝ่าย แต่วันที่เหลือพระองค์กลับทรงขลุกอยู่กับเฉียงเจียวมิ่งที่บัดนี้กลายเป็นเฉียงเฟยแห่งตำหนักลู่จิ่ว ที่มีต้นโบตั๋นสีขาวปลูกรายรอบ ถูชิงหลินร้อนใจนักเพราะนับตั้งแต่ที่เฉียงเฟยเข้ามาวังหลังนางก็แทบจะหมดโอกาสลอบสังหาร คราแรกนายท่านสั่งให้นางลอบเข้าตำหนักจินซานของฮองไทเฮาเพื่อตามหาตรากระเรียนทองคำ แต่หลังจากปรากฎว่าฮ่องเต้ได้ตราไปแล้วนายท่านจึงปรารถนาชีวิตของพระองค์แทน! นายท่านสั่งให้นางกำนัลผู้หนึ่งนำเอาผงทำลายหัวใจมาให้นาง “ผงพิษนี้ไม่สามารถตรวจสอบได้หากใส่ครั้งละนิด เจ้าจงหาทางปนผงนี้ลงในน้ำชาให้กับฮ่องเต้เพียงสามครั้งก็ทำให้พระองค์ทรงสิ้นพระชนม์ได้แล้ว” นางกำนัลที่เป็นหนึ่งในนักฆ่าได้แฝงกายมาอยู่ตำหนักเดียวกับนาง ทำหน้าที่ลักลอบติดต่อกับนายท่านถูชิงหลินหมดสิ้นหนทางจำต้องคิดหาวิธีวางยาให้ได้โดยเร็ว แต่เพราะนางมิใช่คนโปรด เมื่อใดจึงจะได้วางยาเล่า “เจ้าก็ต้องแสร้งไปตีสนิทกับเฉียงเฟย หากกำจัดฮ่องเต้ไม่ได้ก็แค่ทำลายหัวใจ
더 보기

บทที่ 191 เปิดโปงสนมปลอม

เมื่อหมอหลวงทั้งสิบคนมาถึง หัวหน้าหมอหลวงทำหน้าที่ตรวจชีพจรของนางแล้วก็ให้รองหัวหน้าหมอหลวงอีกสองคนตรวจเพื่อยืนยันความถูกต้อง “เคราะห์ดีที่พระสนมได้กินยาป้องกันการแข็งตัวของเลือดทันเวลาพ่ะย่ะค่ะ มิฉะนั้นพวกกระหม่อมทุกคนคงจนด้วยเกล้า” โจวเฟิงหันไปกล่าวขอบคุณหงซือซือ “หากมิได้เจ้า เห็นทีชีวิตของมิ่งเอ๋อร์ข้าคงยื้อจากพญายมมิได้” “กระหม่อมยินดีพ่ะย่ะค่ะ” “ฝ่าบาท รีบรับสั่งให้ไปจับกุมคนมาดีกว่าพ่ะย่ะค่ะ ก่อนที่พวกเขาจะรู้ตัว” ราชครูหมิงรีบเตือนฮ่องเต้หันมาพยักหน้า “จริงสิ! ข้าเกือบลืมไป”“องครักษ์จัง นำคนไปลากตัวคนทั้งตำหนักอิงฟ้ามาให้ข้า องครักษ์จงเจ้านำตราประจำตัวข้าไปนำตัวฉินกงกงมาจากตำหนักจินซาน อ้อ! อย่าลืมส่งคนไปเชิญโจวอ๋องมาด้วย”เสี่ยวถางที่เห็นเหล่าองครักษ์มุ่งหน้ามาทางตำหนักอิงฟ้าก็รีบรุดหนีเอาตัวรอด แม้นางจะอยากช่วยชิงฉู่แต่ยามนี้หากนางไม่รีบหนีไปเห็นทีจะไม่อาจรักษาชีวิตผู้ใดไว้ได้เมื่อจงหลวนชุนนำตราประจำพระองค์ของฮ่องเต้ไปแสดงต่อฮองไทเฮาเพื่อขอประทานอนุญาตคุมตัวฉินกงกงไปพบฮ่องเต้ สีหน้าของขันทีอาวุโสซีดเผือด“ฉินกงกงเจ้ารีบไปเถิด ข
더 보기

บทที่ 192 ตามล่าซูเสี่ยวถาง

แม้ฉินกงกงจะถูกทารุณสารพัดวิธีก็ยืนกรานเพียงว่าตนเองมิเคยรู้ว่านายท่านคือผู้ใด ร่างกายของกงกงอาวุโสบอบช้ำจนไม่มีที่จะละเว้น นิ้วทั้งสิบถูกเครื่องบีบจนกระดูกข้อต่อปลายนิ้วแตก ขาซ้ายล่างหัก ใบหน้าซีกหนึ่งเป็นสีม่วงคล้ำและเปลือกตาสองข้างบวมเป่ง เสื้อที่เขียนคำว่านักโทษหราอยู่หน้าอกมีรอยขาดเป็นริ้วแส้ที่ฟาดลงมา เลือดซึมออกตามขอบรอยขาดเหล่านั้นเป็นสีแดงช้ำตลอดสองวันสองคืนของความทรมานเมื่อเห็นว่าไม่อาจรีดเค้นได้มากกว่านั้นราชครูหมิงจึงสั่งให้หยุด ทหารคุกหลวงลากฉินกงกงไปนอนที่ห้องขังด้านในสุด “เฝ้าให้ดี อาจจะมีคนหวังฆ่าปิดปาก” หมิงเฟยหลงหันไปกำชับจงหลวนชุน ให้ส่งคนมาคอยจับตามองฉินกงกง คนขององครักษ์จงแสร้งวางเวรยามย่อหย่อนไปสองคืน ไม่นานนักผู้ต้องสงสัยก็ปรากฎ คนผู้นั้นเอาซองยาพิษมายื่นส่งให้ฉินกงกงหน้ากรงขัง “เจ้าคงจะรู้ว่านี้คือสิ่งใด หากอยากให้ครอบครัวของเจ้ารอด เจ้าก็จงสละชีวิตตนเองไปเสียเถิด” ฉินกงกงยื่นมือมารับห่อยาเล็กๆ ขนาดเท่านิ้วโป้งที่อีกฝ่ายส่งให้ด้วยอาการสั่นเทา“นายท่านช่างโหดเหี้ยมนัก คิดจะล้างตระกูลของข้าเพียงเพื่อเอาชีวิตข้า”ความ
더 보기

บทที่ 193 ใช้เหยื่อล่อเหยื่อ

ชิงฉู่ถูกขังอยู่ในคุกที่มีคนคุมแน่นหนานางจึงรอดพ้นจากการปองร้ายมาได้ แต่นางกลับสิ้นหวังลงเรื่อยๆ นายท่านผู้นั้นคงไม่คิดว่านางมีประโยชน์อีกต่อไป ยามนี้ไม่แน่ว่าอาจจะให้คนฆ่าบิดาของนางไปแล้ว จอมยุทธ์หญิงพเนจรเงยหน้าขึ้นมองพระจันทร์ผ่านหน้าต่างลูกกรงเล็กๆ ที่ผนังด้านหนึ่งของคุก ความชื้นที่ผ่านผนังทำให้อากาศภายในห้องขังทำเอามือเท้าเย็น นางมีอาการไข้หวัดอ่อนๆ มาสองสามวัน ตกกลางดึกยังไอจนเจ็บหน้าอก ยังดีที่นางมีรูปโฉมงดงามพอที่ทหารเฝ้าคุกให้ความเมตตาเมื่อร้องขอน้ำชาอุ่นๆ ก็ได้รับบ้าง อาหารในคุกมีเพียงข้าวต้มเปล่ากับผัดผักเย็นชืดพอได้ประทังชีวิต หากอยู่ที่นี่ต่อไปอีกไม่ถึงเดือนนางอาจจะป่วยตายไปเสียก่อน “ท่านพ่อ พระคุณของท่านเอาไว้ข้าตามกตัญญูชาติหน้าเถิด” เสียงฝีเท้าเบาผิดปกติดังขึ้นที่บันไดทางลงมาคุกใต้ดิน นางเงี่ยหูฟังแล้วก็รู้ว่าคนผู้นี้มีวรยุทธ์สูง หญิงสาวจึงรีบแกล้งล้มตัวลงนอน ไม่นานนักชายในชุดทหารยามผู้นั้นก็หยุดเท้าที่หน้าห้องขังของนาง กริ๊ก! กุญแจหน้าห้องขังถูกไขออก คนผู้นั้นเดินเข้ามาจนถึงหน้าเตียงที่นางนอนอยู่ “ชิงฉู่เ
더 보기

บทที่ 194 เจ้าเป็นคนของข้า

จงหลวนชุนผุดลุกด้วยความโมโห นางท้าทายความเป็นบุรุษของเขาถึงเพียงนี้ ชายชาตรีอกสามศอกจะทนได้อย่างไร ชายหนุ่มกำหมัดแน่นก่อนจะเดินไปปิดประตูห้องนอนดังปัง! แล้วเดินกลับมาอุ้มร่างของนางขึ้นไปวางบนเตียง “เจ้าท้าทายข้าเช่นนี้ อย่าได้คิดเสียใจภายหลังก็แล้วกัน” เขาก้มลงทาบริมฝีปากกับนางทันทีกลิ่นแก้มของนางหอมกรุ่นอยู่ปลายจมูก ริมฝีปากนุ่มนิ่มที่ปล่อยให้เขาดูดชิมบดเบียดทำให้เลือดบุรุษในกายเดือดพล่าน ยิ่งจูบก็ยิ่งดำดิ่งลงไปในบ่อแห่งความลุ่มหลง ชิงฉู่ยินยอมให้เขารังแกนางแต่โดยดี อย่างน้อยพระคุณที่ช่วยชีวิตนางก็ยังระลึกอยู่ กว่าจงหลวนชุนจะรู้ตัว ร่างของเขาก็เปลือยเปล่าคร่อมทับอยู่บนร่างบางของนางใต้ผ้าห่ม ได้ยินเพียงเสียงสะอื้นเบาๆ ของสาวน้อย“จงหลวนชุน ขะ ข้าเจ็บ” ชายหนุ่มรีบเอ่ยขอโทษเบาๆ ก่อนจะสัญญาว่าจะอ่อนโยนกับนาง ตราบจนเสียงครางของนางเงียบลง เขาตระกองกอดนางไว้ในอ้อมแขนจงหลวนชุนจึงได้รู้ตัวว่าตนเองกลายเป็นเหยื่อของนางเสียแล้ว! เขาร่วมหอกับนางตั้งแต่ตะวันยังไม่ตกดิน ครั้นนอนกอดนางไปถึงยามห้าย[1] จึงได้คิดว่าในเมื่อตกหลุมพรางได้นางเป็นภรรยา ซ้ำยังเ
더 보기

บทที่ 195 ลงมือเพื่อลูก

นางเลิกคิ้วทำตาโต “เป็นท่านนี่เอง....” “นายท่านของเจ้าเคยสั่งฆ่าข้าหรือไม่ ” “ข้าไม่รู้เพราะท่านไม่อยู่ในขอบข่ายหน้าที่ของข้า” ก่งจั๋วหรานยกยิ้มมุมปาก “เห็นทีคนที่ขวางเกี้ยวหมายสังหารข้าเมื่อหลายวันก่อนก็คงเป็นคนของนายท่านของเจ้า” ใต้เท้าก่งหันไปบอกนางกำนัลสองคนด้านหลัง “พวกเจ้าค้นตัวนาง ข้าอยากรู้ว่านางมีสัญลักษณ์นักฆ่าหรือไม่” “เจ้าค่ะ” ก่งจั๋วหรานเดินนำอนุจงออกไปรอด้านหน้า ไม่นานนักนางกำนัลทั้งสองก็เดินตามออกไปรายงานว่าพบรอยสักบนต้นแขนของนางเป็นรูปอินทรีกระพือปีก “ช่างน่าสนใจ! ข้าพลาดเรื่องดีๆ เช่นนี้ไปได้อย่างไรกัน มีคนวางแผนลึกซึ้งกว่าข้า เขาถึงกับมีองค์กรนักฆ่าเป็นของตนเอง คนผู้นี้คงจะเตรียมการมานาน” “ท่านพี่ คนผู้นี้ร้ายกาจนัก แผนของท่านอาจผิดพลาดได้ หากเรายังหาคนผู้นี้ไม่พบ” “เจ้าวางคนไว้ในจวนใต้เท้าหลี่กับรองแม่ทัพกุ้ยแล้วใช่หรือไม่ ถึงพวกเขายืนยันจะร่วมมือกับเราแต่ข้าก็มิกล้าไว้วางใจผู้ใดนัก ” “เรียบร้อยเจ้าค่ะ” “ท่านพี่คิดว่านายท่านผู้นี้น่าจะเป็นผู้ใดหรือเจ้าคะ ” “คน
더 보기

บทที่ 196 เครื่องประดับนำภัย

กลางดึกคืนนั้นแมวดำสองตนเข้ามารายงาน“เป็นคนผู้นั้นอย่างที่ข้าคาดไว้”หงซือซือที่นั่งรออยู่ริมเตียงย่นหัวคิ้วเข้าหากัน “ท่านพี่พูดเหมือนรู้อยู่แล้ว”“ข้าเห็นเขาในท้องพระโรงหลายครา แม้คนผู้นี้พยายามหลบหลีก ไม่แสดงความคิดเห็นหรือกราบทูลสิ่งใดนัก แต่เมื่อให้คนไปสืบกลับพบเรื่องน่าสงสัยมากมาย”“ให้ข้าไปแอบแทรกซึมสักหน่อยดีหรือไม่เจ้าคะ”“ไปสิ...ข้าเองก็จะไปเป็นเพื่อนเจ้า”หงซือซือเงยหน้าขึ้นมองสามีด้วยความแปลกใจ “เหตุใดคราวนี้ท่านจึงคิดจะไปกับข้า”ทุกครั้งที่นางออกไปทำงานนอกวังหลวงผิง เขาจะทำหน้าที่เป็นราชครูหมิงผู้น่ายำเกรงคอยยืนอยู่ข้างหลังฮ่องเต้คอยถวายคำแนะนำ ปล่อยให้นางออกไปแสดงฝีมือโดยมีเหล่าแมวดำคอยดูแลคุ้มครองความปลอดภัย“คนผู้นี้เป็นหมากสำคัญ หากให้เขาออกโรงได้ เราจะลดทอนศัตรูได้อีกหนึ่ง”“ท่านกล่าวเช่นนี้คงมีแผนจะเผชิญหน้ากับเขากระมัง”หมิงเฟยหลงพยักหน้า ยามนี้เขาคงต้องอาศัยการเจาะเข้าหาจุดอ่อนของฝ่ายตรงข้าม “เป็นเช่นนั้น ข้าคิดจะไปเกลี้ยกล่อมเขาจริง”“เป็นผู้ใดเจ้าคะ” “รองแม่ทัพภาคกลางกุ้ยเพียนโจว” เกอฮูหยินเดินดูถาดเครื่องประดับที่เรียงรายอยู่ในร้านเกาเจี่ยอย่
더 보기

บทที่ 197 เครื่องประดับนำภัย

นางเดินกลับไปยังรถม้าคันใหญ่ที่จอดอยู่ไม่ไกล เมื่อเข้าไปในรถม้าแล้วก็แกะเอาหน้ากากสตรีเยาว์วัยผู้นั้นออก คราวนี้เปลี่ยนโฉมให้ดูคล้ายหงหลานผู้นั้นแต่งดงามกว่า “ได้เวลาตามไปเอาเครื่องประดับทับทิมของข้าแล้วเจ้าค่ะ” หมิงเฟยหลงอมยิ้ม “เจ้าคิดว่านางเป็นอย่างไร” “นางชอบเครื่องประดับมาก แต่เพราะสามีให้อยู่อย่างมัธยัสถ์ เมื่อหยิบยื่นโอกาสให้เพียงเล็กน้อยนางจึงรีบฉวยเอาไว้เจ้าค่ะ” “ชุดทับทิมแดงชุดเดียวกลับกลายเป็นการชักศึกเข้าบ้าน” “ไปกันเถิดท่านพี่ ลูกของเรารอมิได้เกินเดือนนี้หรอกนะเจ้าคะ” นางลูบหน้าท้องที่ค่อยๆ นูนขึ้นแทบจะทุกวัน จนร่างใหญ่ที่นั่งข้างอดไม่ได้ที่จะยื่นมือมาทาบทับหลังมือของนาง “เดือนเดียวเท่านั้น ข้าจะจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยก่อนกลับ” “ดีเจ้าค่ะ ข้าคิดถึงตำหนักของพวกเราแล้ว” เกอฮูหยินที่กำลังนั่งคุยกับรองแม่ทัพกุ้ยได้ยินชื่อผู้มาขอพบก็นึกแปลกใจ นางเพิ่งหย่อนก้นลงไม่ถึงครึ่งเค่อก็มีผู้เดินทางมาหาถึงจวนโดยบอกว่ามีธุระเรื่องชุดทับทิมแดง ชื่อผู้ที่มาขอพบคือหงซือซือเป็นพี่สาวของหงหลาน “ฮูหยิน
더 보기

บทที่ 198 หนึ่งคนแลกตระกูล

การลอบสังหารฮ่องเต้กันมาบ้างแล้ว ยามนี้องครักษ์ทั้งหลายยังไม่อาจจับกุมผู้กระทำความผิดมาได้ ทว่าผู้ที่คิดกบฏมิได้มีเพียงผู้ที่ส่งมือสังหารเหล่านี้เข้าวังมาเท่านั้น คนอีกกลุ่มหนึ่งกำลังซ่องสุมไพร่พลและกลุ่มขุนนางเพื่อหวังจะล้มล้างบัลลังก์ บัดนี้ข้าได้หลักฐานมาพร้อมมูลแล้ว” ขุนนางทั้งวังหลวงได้ยินเช่นนั้นล้วนแตกตื่น พวกเขาไม่คิดว่าฮ่องเต้ปวกเปียกเช่นโจวเฟิงจะหาหลักฐานจากที่ไหนมาเอาผิดขุนนางเก่าแก่ที่เชี่ยวชาญการปกครองเหล่านี้ได้ “รองแม่ทัพกุ้ย จับกุมขุนนางกบฏเดี๋ยวนี้” สิ้นเสียงของราชครูหมิง เหล่าองครักษ์ที่ยืนกันหนาตารอบท้องพระโรงก็ตรงเข้ามาประชิดตัวอัครเสนาบดีฝ่ายขวาหลี่กับเจ้ากรมกลาโหมก่งในทันที “พวกเจ้าบังอาจมาแตะต้องข้า!” ทั้งสองผู้ยิ่งใหญ่แห่งราชสำนักแทบจะตวาดออกมาพร้อมกัน “พระอาญามิพ้นเกล้า กระหม่อมมิได้ทำอย่างที่ถูกใส่ร้ายพ่ะย่ะค่ะ” ราชครูหมิงได้ยินใต้เท้าหลี่เอ่ยเช่นนั้นก็หัวเราะหึๆ ในลำคอ “อัครเสนาบดีฝ่ายขวาท่านคิดว่ารายชื่อที่พวกท่านลงมือด้วยกันพร้อมประทับลายนิ้วมือนี่คืออันใด”ท่านราชครูหันไปหาองครักษ์จังให้คลี่ม้วนเอกสารท
더 보기

บทที่ 199 สิ้นสุดตระกูลก่ง

แม่ทัพใหญ่มองไปแท่นด้านบนท้องพระโรงที่ฮ่องเต้ทรงนั่งอย่างสง่าผ่าเผย ยิ้มอย่างพอพระทัยอยู่กับราชครูหมิงผู้ร้ายกาจ สุดท้ายเขาต้องรับหน้าที่ถือราชโองการนำทหารไปบุกจวนเพื่อจับกุมคนในตระกูลหลี่และตระกูลก่ง บ่ายวันนั้นทั่วทั้งเมืองหลวงล้วนปั่นป่วน เหล่าทหารออกจับกุมทุกตระกูลที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เสียงเล่าลือดังระงมไปทั่วทุกตรอกซอกซอย จบการประชุมในท้องพระโรงสายวันนั้นขุนนางระดับสามขึ้นไปหลายสิบคนถูกจับโทษฐานกบฏทำให้ต้องออกราชโองการแต่งตั้งผู้มีความดีความชอบเข้ามาทดแทนสร้างความตื่นเต้นให้แก่ขุนนางชั้นผู้น้อยระดับสี่จำนวนมากที่ได้เลื่อนขั้นเพียงชั่วพริบตา อนุจงได้รับราชโองการถึงกับเป็นลม นางคือผู้ที่ต้องถูกลากไปรับโทษประหารพร้อมสามีในฐานะผู้ให้คอยแจกจ่ายสินบนให้กับขุนนางทั้งหลาย ส่วนคนที่เหลือถูกลากเอาไปทำงานเป็นกรรมกรเพื่อก่อสร้างกำแพงกั้นน้ำทะเลตลอดชีวิต นี่นับเป็นความอเนจอนาถไม่ต่างจากตายสักเท่าใดยามนั้นแคว้นผิงกำลังคิดจะสร้างกำแพงกั้นน้ำทะเลตามแนวชายฝั่งเพื่อขยายกิจการท่าเรือน้ำลึก หลังจากลากเอากบฏใต้เท้าก่งออกจากท้องพระโรงไปแล้ว ฮ่องเต้โจวเฟิงจึงเห็นว่าการประหารค
더 보기
이전
1
...
1819202122
...
25
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status