ซือซือฮองเฮาพันโฉม 의 모든 챕터: 챕터 201 - 챕터 210

247 챕터

บทที่ 200 เรือนซ่อนอินทรี

“ท่านพ่อยามนี้พวกกบฏเพิ่งถูกประหาร ราชสำนักอ่อนแอเหมาะอย่างยิ่งที่เราจะฉวยโอกาสลงมือ”“ใช่! ขุนนางฝ่ายขวาถูกกำจัดไปพร้อมกับกลุ่มอำนาจของก่งจั๋วหราน บัดนี้นอกจากใต้เท้าฝูอัครเสนาบดีฝ่ายซ้ายแล้วก็ไม่มีผู้ใดที่ต้องระวัง”รองแม่ทัพตงกับรองแม่เชอได้ยินเช่นนั้นก็ตื่นเต้น “เราลงมือเลยไม่ดีหรือท่านแม่ทัพ”ต้วนจินป้านเอามือไพล่หลัง เงยหน้าขึ้นมองฟ้าอย่างคนใช้ความคิด“ดูอีกสักสองสามวัน ท่าทีของราชครูหมิงที่ยามนี้กุมกองทัพภาคกลางไว้ในมือยังคงประมาทมิได้ แต่ก็จริงอย่างที่พวกเจ้าว่าสถานการณ์ในตอนนี้ เห็นทีข้าเองก็ต้องรีบตัดสินใจ”หงซือซือถอยเท้าเงียบเชียบ นางใช้เวลาหลายวันในการแฝงกายเข้ามาในจวนของแม่ทัพต้วนกว่าจะถึงคราวที่พวกเขานัดหมายคนมารวมกัน ต้วนจินป้านและบุตรชายทั้งสองมิยอมร่วมมือกับก่งจั๋วหรานเป็นเพราะพวกเขาก็มีแผนของตนเองเช่นกัน‘พวกเจ้าล้วนเป็นเสือซ่อนเล็บ จึงมิอาจร่วมถ้ำเดียวกันได้’จังหวะที่นางหันหลังออกจากประตูจวนไป ทหารยามนายหนึ่งพลันมองเห็นพอดีแต่ร้องถามไม่ทันจึงได้แต่ยืนเกาหัวแกรกๆ อยู่และกลับไปรายงานพ่อบ้านประจำจวนให้ทราบ“ท่านแม่ทัพ มีคนลอบออกจากจวนขอรับ!”ต้วนจินป้านตกใจรีบเรียกบุ
더 보기

บทที่ 201 จอมจุ้นกลับมาแล้ว

“พวกท่านกำลังคิดจะทำสิ่งใดกันหรือ” หงอี้เทียนที่นั่งคุยอยู่กับหงซือซือจึงหันมาบอกกล่าวสิ่งที่เกิดขึ้นในระยะนี้ให้กับคุณชายจินได้ทราบ ชายหนุ่มฟังอยู่เป็นนานก็ตื่นเต้น “นี่ท่านราชครู เหตุใดท่านจึงร้ายกาจเช่นนี้ ข้าไปไม่นานก็จัดการกับคนได้ถึงสองกลุ่มแล้ว ซ้ำยังเตรียมเก็บแม่ทัพใหญ่อีก เห็นทีงานต่อไปพวกท่านต้องให้ข้าร่วมด้วยสักหน่อย เมื่อกลับแคว้นหมิงข้าจะได้มีเรื่องไปโม้ที่ภัตตาคารบึงหงส์อีกสักเดือนในฐานะผู้ช่วยฮ่องเต้โจวเฟิงปราบกบฏ” จินวั่งซูลุกขึ้นยืนพร้อมกับชูพัดงูดำอาวุธคู่ใจในมือขึ้นชี้ฟ้า “ได้ๆ ข้ากำลังต้องการผู้ช่วยอยู่พอดี” กุนซือหงเอ่ยขึ้น นางเริ่มรู้สึกว่าหน้าท้องของตนหนาขึ้นไม่ค่อยเคลื่อนไหวคล่องแคล่วเหมือนเคยเพราะต้องคอยเป็นห่วงทารกในครรภ์ หมิงเฟยหลงก็ดูเหมือนจะเข้าใจความคิดของภรรยาจึงหันไปเอ่ยกับจินวั่งซู “เจ้านับได้ว่าเป็นบุคคลสำคัญที่จะช่วยให้แผนนี้สำเร็จลงเลยเทียว ข้าได้เตรียมแผนไว้พร้อมแล้ว” หงซือซือหันไปมองจินวั่งซู “คุณชายจินในฐานะที่เจ้าทำงานสำคัญได้สำเร็จข้าจะเจ้าได้รู้ความลับอันยิ่งใหญ่” จินวั่งซูมองหน้า
더 보기

บทที่ 202 แผนสลับอนุ

“เสี่ยวสุ่ยรีบตรงกลับจวนเถอะ ข้ารู้สึกไม่ค่อยสบายตัว” “ได้เจ้าค่ะ” สาวใช้ผู้จัดจ้านรีบรับคำ ใต้เท้าฝูจินหรงเห็นเสี่ยวสุ่ยประคองอนุภรรยาคนโปรดของตนเดินเข้ามาก็นึกแปลกใจ “อนุซูเป็นอันใดหรือ” “เกิดเหตุระหว่างทางเจ้าค่ะ ข้าน้อยกำลังจะพาไปพักผ่อน” เสี่ยวสุ่ยยืนรายงานเรื่องที่เกิดระหว่างทางโดยละเอียด “เจ้ารีบไปกันเถอะ ต้องเรียกหมอมาดูหรือไม่” อนุซูแสร้งลืมตาขึ้น “มิเป็นไรเจ้าคะ ข้าพักเล็กน้อยก็หาย” นางทำสายตายั่วยวนเล็กน้อย ใต้เท้าฝูก็รีบเข้าไปประคองอีกข้าง “น้องหญิง หากเจ้าไม่ไหวจริงๆ ข้าจะให้คนไปตามหมอหลวง ตอนนี้เข้าไปนอนพักสักหน่อยเถิด” ฝูจินหรงรีบช่วยสาวใช้ประคองนางเข้าไปยังห้องนอนทุกเรื่องที่เกิดกับนางเขาไม่เคยวางใจให้ผู้อื่นดูแลสักครั้ง อนุซูผู้นี้นับเป็นหญิงงามที่หาได้ยากยิ่ง ช่วงที่เขาเดินทางไปตรวจราชการหัวเมืองใกล้ๆ ได้เห็นนางมากับบิดาที่เป็นขุนนางท้องถิ่นจึงรีบเอ่ยขอนาง แม้จะสูญเสียเงินไปจำนวนมาก หากแต่ก็คุ้มค่ากับสาวงามผู้นี้ ซูม่านถิงกลายเป็นคนโปรดของเขานับตั้งแต่นางก้าวเข้าจวนแห่งนี้จนเป็นที่ริษยาแก่ภรรยาคนอื่นๆ
더 보기

บทที่ 203 ความหึงหวง

ใต้เท้าฝูอัครเสนาบดีฝ่ายซ้ายขอเข้าเฝ้าฮ่องเต้เป็นการลับเพื่อกราบทูลแผนของต้วนจินป้าน ฮ่องเต้โจวเฟิงที่รู้ล่วงหน้าจากราชครูหมิงจึงแสร้งทำหน้าถมึงทึงเออออไปกับจิ้งจอกเฒ่า “เจิ้นควรสกัดทัพเหนือกับใต้อย่างไรดีใต้เท้าฝู” “เรื่องนี้ต้องให้ราชครูหมิงออกหน้าพ่ะย่ะค่ะ เรายังเหลือกองทัพภาคกลางที่รองแม่ทัพกุ้ยเพียนโจวบังคับบัญชาหากใช้ยับยั้งทัพภาคเหนือไว้ก่อนก็ยังพอจะสูสี ส่วนทัพภาคใต้ ให้พระองค์ทรงออกราชโองการไปยับยั้งไว้ก่อน” “เจิ้นออกราชโองการยับยั้งทั้งเหนือและใต้เลยมิได้หรือ” “มิได้พ่ะย่ะค่ะ เพราะทัพภาคเหนือแม่ทัพต้วนมีบารมีในกองทัพมากนัก หากพวกเขาคิดจะกบฏจริงคงไม่ฟังราชโองการเป็นแน่” โจวเฟิงทรงเห็นด้วยกับฝูจินหรง ทัพภาคเหนือแต่เดิมก็อยู่ในความดูแลของสกุลต้วนมาโดยตลอด คงมิอาจยับยั้งได้เป็นแน่ “เช่นนั้นข้ามอบหมายให้ท่านร่วมกับราชครูหมิงจัดการกับกบฏแม่ทัพต้วนก็แล้วกัน” ฮ่องเต้โจวเฟิงจึงให้ขันทีไปเชิญราชครูหมิงที่อยู่เรือนรับรองในวังหลวงเข้าเฝ้าโดยด่วน หมิงเฟยหลงที่เตรียมตัวรออยู่แล้วก็เดินทางมาถึงห้องทรงพระอักษรในเวลาไม่น
더 보기

บทที่ 204 แม่ทัพน้อยต้วนซิงซวี่

แม่ทัพน้อยค่อยๆ เบือนหน้ากลับไปมอง “กุ้ยเพียนโจวเจ้าคนชั่วช้า ใช่ว่าเจ้ามิได้ใจคด ข้าเองก็รู้มาว่าเจ้าสมคบกับกบฏก่งจั๋วหรานเช่นกัน แต่กลับเอาตัวรอด คนเช่นเจ้า ควรบัญญัติว่าเป็นคนประเภทใดดี ” “เจ้าอยากจะกล่าวสิ่งใดปลอบใจตนเองก็กล่าวไปเถิด น่าเสียดายที่ตระกูลต้วนคงขาดผู้สืบทอดเสียแล้ว หรือไม่ก็คงสิ้นตระกูลจากแผ่นดินผิงไปในครานี้”รองแม่ทัพกุ้ยที่เคยอิจฉาในความยิ่งใหญ่ของตระกูลต้วนในสายทหารอดจะเยาะเย้ยถากถางมิได้ ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าแม่ทัพต้วนคิดจะปลดเขาออกจากรองแม่ทัพหลายหน ทว่ายังไม่สบโอกาส หากตระกูลต้วนมิได้ก่อกบฏในคราวนี้ตำแหน่งรองแม่ทัพของเขาอาจหลุดลอยไปแล้ว สวรรค์ช่างมีตา! ฝูจินหรงที่เป็นคนนำประกาศจับกบฏมาตามล่าแม่ทัพน้อยซิงซวี่ด้วยความโกรธแค้น เมื่อเห็นกุ้ยเพียนโจวจับตัวคนเข้าประตูเล็กด้านหลังเข้ามาในเรือนก็นึกถึงสิ่งที่เสี่ยวสุ่ยสาวใช้ของตนเล่าถึงสภาพที่ได้เห็นในห้องพักบนภัตตาคาร “ต้วนซิงซวี่เจ้าคนชั่วช้า บังอาจหลอกลวงอนุคนงามของข้า ซ้ำยังคิดจะย่ำยีนางอีก” เสียงผรุสวาทของชายวัยกลางคนดังก้องทั่วห้องรับรองแขก “ที่แท้เป็นเจ้า จิ้งจอกเฒ่า เจ
더 보기

บทที่ 205 แผนหนีของซูม่านถิง

ชีวิตของซูม่านถิงในจวนตระกูลฝูนั้นที่ผ่านมาไม่ว่านางจะต้องการสิ่งใด สามีของนางล้วนยินดีมอบให้ จะว่าไปเงินทองที่นางได้จากฝูจินหรงนอกจากเบี้ยหวัดที่เท่ากับอนุคนอื่นๆ ในจวน นางยังได้รับส่วนพิเศษเดือนละร้อยสิบตำลึงซึ่งมากกว่าเบี้ยหวัดของฮูหยินเอกเสียอีก ส่วนนี้นางมิได้เอ่ยปากบอกผู้ใดส่วนเครื่องประดับทั้งหลายนางเลือกที่สวยงามเลอค่าไว้ประดับตน คนในจวนคิดว่าที่นางไปร้านเกาเจี่ยก็เพื่อซื้อหาเครื่องประดับตามประสาคนโปรดที่นายท่านให้เลือกเครื่องประดับได้ตามใจทั้งต้นเดือนและปลายเดือน แต่พวกเขาหารู้ไม่ว่านางเอาเครื่องประดับเก่าๆ ที่ได้มาไปขายให้เถ้าแก่เฉียวด้วย เงินพวกนั้นนางเก็บกำเอาไว้รอคนที่มาบ้านมาเยี่ยมสองเดือนครั้งก็ฝากกลับไปให้ท่านพ่อของนางเก็บไว้ บัดนี้บ้านขุนนางเล็กๆ ของครอบครัวนางได้ซื้อที่ดินและสร้างเรือนใหม่สุขสบายเอาไว้รอท่า เมื่อนางรู้ว่าใต้เท้าฝูผู้เป็นสามีคิดจะก่อการกบฏ ซูม่านถิงก็มีความคิดระแวดระวังเป็นสองอย่าง ‘หากใต้เท้าฝูทำสำเร็จ แน่นอนว่าข้าย่อมได้เป็นฮองเฮา แต่หากล้มเหลวเห็นทีข้าก็ต้องตายตกไปตามเขา เห็นทีจะต้องเตรียมตัวให้พร้อม’ นางครุ่นคิ
더 보기

บทที่ 206 ล้วงแผนใต้เท้าฝู

จินวั่งซูรู้สึกรื่นเริงใจที่ได้รับภารกิจให้ไปล้วงความลับพร้อมด้วยหงซือซือ “ท่านคิดจะให้ข้าแปลงโฉมเป็นผู้ใดหรือ” หงซือซือมองคุณชายจินตั้งแต่หัวจรดเท้า “เจ้าไม่เห็นจะต้องแปลงโฉมเลย รูปร่างหน้าตานี้เหมาะยิ่งนักที่จะเป็นคุณชายคหบดีไปหาซื้อที่ดินแถวอำเภอของนาง” ทั้งสองเดินทางไปถึงอำเภอเฟิ่งฟู่บ้านเกิดของอนุซู หัวหน้าสวีผู้ช่วยของหงซือซือจากสำนักคุ้มภัยแอบอ้างเป็นพ่อบ้านตระกูลจินแต่งกายภูมิฐานเข้าไปติดต่อนายอำเภอซูบิดาของซูม่านถิง “คุณชายของข้าอยากจะซื้อที่ดินในอำเภอของท่าน ไม่ทราบว่าท่านพอจะให้คำแนะนำได้หรือไม่ ข้ามิให้ท่านแนะนำเปล่าๆ หรอกนะขอรับ พอจะมีค่าน้ำร้อนน้ำชาให้ท่านอยู่สักหน่อย” นายอำเภอซูเห็นถุงใส่ตำลึงทองที่บอกว่าเป็นเพียงค่าน้ำร้อนน้ำชาเล็กๆ น้อยๆ ก็รู้สึกตื่นใจ รายได้ของนายอำเภออย่างเขาแม้จะได้มีชีวิตอยู่ดีกว่าคนทั่วไปแต่การเลี้ยงดูครอบครัวที่มีฮูหยินและอนุภรรยา รวมทั้งบุตรหลายคนหากมิได้บุตรสาวคนโตที่เป็นอนุภรรยาของขุนนางใหญ่อย่างใต้เท้าฝูคงยากจะมีเงินมากพอมาสร้างจวนส่วนตัวใหญ่โตอย่างปัจจุบัน “คุณชายของท่านต้องการ
더 보기

บทที่ 207 ยาคายความจริง

ซูม่านถิงฟังคำสรรเสริญเยินยอบนโต๊ะอาหารที่คุณหนูจินถิงอีเอ่ยชื่นชมตนเองก็เกิดความพอใจอย่างยิ่ง “คุณหนูจินชมเสียจนข้าคิดว่าตนเองเป็นหงส์เสียแล้ว” นายอำเภอซูก็รู้สึกพอใจคหบดีสองพี่น้องที่เอาอกเอาใจตนสองพ่อลูก อาหารบนโต๊ะก็ล้วนเลิศรส ล้วนเป็นอาหารที่นานๆ ครั้งเขาจะได้กิน นับตั้งแต่บุตรสาวยอมแต่งงานกับใต้เท้าฝูที่อายุรุ่นเดียวกับตัวเขา นางกอบโกยเงินทองได้เท่าใดก็ฝากให้ท่านพ่อนำกลับบ้านและไม่ลืมให้ท่านพ่อของนางได้ลิ้มรสอาหารชั้นเลิศที่ภัตตาคารทุกคราวเมื่อไปรับเงิน “นายอำเภอซูชอบอาหารพวกนี้หรือไม่ ” “โอว...คุณชาย ล้วนเป็นอาหารที่ข้าเคยกินเฉพาะยามที่เข้าเมืองหลวงเท่านั้นเอง พ่อครัวของท่านช่างทำอาหารได้เลิศรสยิ่งกว่าภัตตาคาร” จินวั่งซูยิ้มกว้าง “เช่นนั้นท่านได้โปรดกินให้เต็มที่ ข้าจะได้สบายใจ” คุณชายจินหันไปมองหงซือซือในคราบของจินถิงอี ทั้งสองสบตากันอย่างมีเลศนัยแว่บหนึ่ง อาหารก็กินมานานพอสมควรแล้วดูท่านายอำเภอซูคงจะใกล้อิ่มเต็มที จินวั่งซูสังเกตจากท่าทางการคีบอาหารที่ช้าลงอย่างมาก คงจะถึงเวลาที่ต้องเก็บเอานายอำเภอซูกลับบ้านไปได้แ
더 보기

บทที่ 208 สาวไส้ให้กากิน

“เห็นว่าเป็นขุนนางในแคว้นหมิงเจ้าคะ” ทั้งสองผู้สอบสวนได้ยินเช่นนั้นก็หันมามองหน้ากันในทันที “ขุนนางแคว้นหมิงงั้นหรือ เป็นผู้ใดกัน ” ซูม่านถิงส่ายหน้าช้าๆ “ข้าไม่เคยเห็นคนผู้นั้น รู้เพียงเขาส่งจดหมายติดต่อกับท่านพี่อยู่บ่อยๆ เป็นขุนนางอยู่ในกรมกลาโหมแซ่อู๋” จินวั่งซูตกใจ “ท่านกุนซือ พวกเรามีไส้ศึกอยู่ในราชสำนักหมิงเสียแล้ว” “มิใช่ไส้ศึก...หากแต่เป็นกบฏแผ่นดินต่างหาก พวกเขาติดต่อสำนักมืออสูรได้ หากคิดจะกำจัดเสี้ยนหนามให้ฝ่าบาท เราก็ต้องทะลายสำนักนี้ให้ราบคาบ” “ฝูจินหรงเอานักฆ่าสำนักมืออสูรไปซ่อนไว้ที่ใด” ดวงตาของซูม่านถิงหรี่ปรือ “พวกเขาซ่อนอยู่เรือนหลังจวนตระกูลฝูหลายสิบคน ก่อนข้าจะมาที่นี่ตอนนักฆ่าอินทรีบุกเข้าไป พวกเขาก็ออกมาช่วยเหลือท่านพี่” หงซือซือได้ยินเช่นนั้นก็ร้อนใจ ไม่รู้ว่านักฆ่าสำนักมืออสูรที่ฝูจินหรงนำมาชุบเลี้ยงเอาไว้มีเท่าใดกันแน่ “พวกเขาอยู่แค่ในจวนที่เดียวหรืออยู่ที่อื่นด้วย” “ข้าไม่รู้ แต่ท่านพี่ชอบออกไปนัดพบกับขุนนางกลุ่มหนึ่งที่ภัตตาคาร” จินวั่งซูเงยหน้าขวับวันที่เขาแ
더 보기

บทที่ 209 แผนดักฝูงปลา

“ใช่! เพราะข้าคิดว่านักฆ่าสำนักมืออสูรที่ฝูจินหรงไปติดต่อมาร้ายกาจที่สุดแล้ว ข้าให้พวกเขาซ่อนอยู่หลังตำหนักจนค่อนคืนก็ให้พวกเขาสวมชุดทหารออกไปยังตำหนักของเจ้า แต่น่าเสียดายนะที่เจ้ารอดไปได้!” สีหน้าของพระนางรื่นเริงเมื่อเล่าถึงแผนการครั้งเก่า “ยามนี้เสด็จแม่ยังอยากฆ่าข้าอยู่อีกหรือไม่ ” นางสะบัดหน้าไปมา “หากลูกของข้าไม่อยากครองบัลลังก์ ให้เจ้าเป็นฮ่องเต้อย่างน้อยข้าก็ยังได้เป็นฮองไทเฮา จะยอมให้ผู้อื่นขึ้นมาแทนได้อย่างไร ” “ใต้เท้าฝูคิดจะขึ้นเป็นฮ่องเต้ เสด็จแม่ต้องบอกหม่อมฉันว่าจิ้งจอกเฒ่าผู้นั้นซ่อนนักฆ่าไว้ที่ใดบ้าง ” “ที่ข้ารู้ ใต้เท้าฝูให้นักฆ่าปลอมเป็นเสี่ยวเอ้อร์อยู่ในภัตตาคารข้างร้านเกาเจี่ยสิบกว่าคน พวกนั้นกลางคืนจะมีดวงตาสีแดงเป็นนักฆ่าระดับสูงสุด” โจวเฟิงได้รับทราบถึงกับชะงัก “เหตุใดท่านจึงไม่เตือนข้า ” “เพราะข้ากับเขาเคยร่วมมือกัน หากข้าคายความลับนี้เจ้าต้องถือโอกาสกำจัดข้าเป็นแน่!” ฮ่องเต้โจวเฟิงเสด็จกลับมายังตำหนักลู่เสียนก็เรียกให้ราชครูหมิงเข้าเฝ้าด่วน “ที่แท้ ฮองไทเฮาก็ซ่อนความลับของฝ่ายกบ
더 보기
이전
1
...
1920212223
...
25
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status