ซือซือฮองเฮาพันโฉม 의 모든 챕터: 챕터 221 - 챕터 230

247 챕터

บทที่ 220 ท้องโตขึ้นฉับพลัน

“อีกสองวันค่อยประกาศการสิ้นพระชนม์ของเสด็จแม่ แล้วทำพิธีศพให้เรียบร้อยรัดกุม แต่คงจะไม่ทำยิ่งใหญ่นักเพราะราชสำนักคงต้องใช้เงินอีกมากในการประกาศสอบรับขุนนางใหม่ๆ เข้ามา ครั้งนี้แคว้นผิงสูญเสียมากเหลือเกิน” สีพระพักตร์ของโจวเฟิงเองก็ไม่ค่อยดีนักเมื่อนึกถึงความต้องการชิงอำนาจจนนำไปสู่การฆ่าฟัน ยามนี้ศพทั้งหลายและความเสียหายทั้งปวงยังถูกแก้ไขไม่หมดสิ้น ล้วนต้องใช้งานทั้งคนและทุนทรัพย์ในการทำให้เข้าสู่ภาวะปกติ “ค่อยคิดอ่านแก้ไขเถิดเพคะ อย่าทรงเคร่งเครียดนัก ฝ่าบาทเป็นเพียงหลักยึดเหนี่ยวเดียวของราชวงศ์โจวแล้ว” “ยังดีที่ข้ามีท่านกั๋วกงอยู่อีกคน” โจวเฟิงยิ้มอ่อนๆ เมื่อนึกถึงว่าต้องกลับไปร่างราชโองการแต่งตั้งท่านกั๋วกงเป็นท่านราชครูและแต่งตั้งเฉียงเจียวมิ่งเป็นฮองเฮา คราวนี้คงไม่มีผู้ใดกล้าคัดค้านมิ่งเอ๋อร์ขึ้นเป็นใหญ่ในวังหลังอีกแล้ว! เมื่อถูกหมอหลวงตรวจพบว่ามีถึงสามชีวิตอยู่ในท้องของนาง น่าแปลกที่ไม่กี่วันต่อมาครรภ์ของหงซือซือก็ใหญ่ขึ้นจนไม่อาจปกปิดได้ นางต้องสวมเสื้อผ้าให้หลวมขึ้น หมิงเฟยหลงสั่งให้องครักษ์หู่ขับรถม้าอย่างระมัดระวัง “ลูกข้าตามสามค
더 보기

บทที่ 221 แก่นแท้ของกลไก

“อย่างไรหรือคุณชายจิน” หู่ซิ่นสือนึกฉงน มองเห็นอยู่ว่าอันตรายอย่างยิ่งแท้ๆ แต่จินวั่งซูกลับบอกว่าแก้ไขง่ายดาย “เราต้องหาสิ่งของโยนเข้าไปใส่หีบจนกว่าอาวุธพวกนั้นจะหล่นลงมาหมด ต่อไปเราก็ขนหีบได้เอง เพราะอาวุธที่ติดตั้งไว้ย่อมมีวันหมด” “อ้อ.....” หู่ซิ่นสือพยักหน้าน้อยๆเขาหันไปสั่งให้องครักษ์ทั้งหมดออกไปเก็บเอากิ่งไม้ใหญ่ฟันเป็นท่อนๆ ลงมาคนละหอบ เหล่าองครักษ์ด้านหลังรับคำแล้วสั่งการกันต่อไป ไม่นานนักก็มีคนกลุ่มแรกหอบท่อนไม้เต็มอ้อมแขนลงมา “หัวหน้าหู่นี่ขอรับ” “ดี...ส่งให้คุณชายจิน” จินวั่งซูอมยิ้มแล้วขว้างท่อนไม้ออกไปให้ชนฝาหีบทีละใบ แผงหอกตกลงมาใกล้ตำแหน่งที่ท่อนไม้ถูกหีบ เมื่อขว้างจนครบทุกหีบแล้ว เขาก็วนกลับมาขว้างหีบใบเดิมที่หู่ซิ่นสือขว้างปลอกมีดไปโดนอีกครั้งหนึ่ง แผงหอกก็ยังคงหล่นลงมาอีกสองแผง “ทำไมยังมีอาวุธอยู่อีกเล่า” คุณชายจินยิ้มกริ่ม “เจ้าทายดูสิว่า แผงหอกพวกนี้จะซ่อนไว้ได้กี่อัน ” หู่ซิ่นสือกับจูจิ้นติ้งมีความคิดเห็นแตกต่างกัน “ดูจากเพดานแล้วไม่น่าจะมีเกินร้อยแผง” จูจิ้นติ้งรีบชิงตอบ
더 보기

บทที่ 222 ขนทองเข้าวัง

หมิงเฟยหลงได้ยินการหารือระหว่างคนทั้งสองจึงรีบเอ่ย “ข้าจะให้องครักษ์เติ้งไปแจ้งให้ชินอ๋องนำทหารออกมาช่วยอารักขาด้วย ขอเพียงพวกเจ้ารักษาทองมิให้สูญหายก็ถือเป็นภาระหนักยิ่งแล้ว” “ขอบพระทัย พ่ะย่ะค่ะ”หงอี้เทียนรู้สึกสบายใจเพราะเขาจะได้ตั้งหน้าตั้งตาระมัดระวังการยักยอกทองเพียงอย่างเดียว ทหารของชินอ๋องนั้นขึ้นชื่อเรื่องดุดันและมีวินัยยิ่งนักหากถูกส่งมาอารักขาแน่นอนว่าโจรเพียงได้ยินชื่อเสียงเรียงนามก็หวาดกลัวแน่นอน “งานครั้งนี้ต้องรอบคอบยิ่ง หากใช้คนหลายฝ่ายช่วยกันตรวจสอบและดูแล ข้าเองก็จะได้สบายใจโดยเฉพาะล้วนเป็นคนในครอบครัว”ฮ่องเต้ทรงไว้วางใจเพราะหงอี้เทียนเองก็เป็นพี่ชายแท้ๆ ของหงซือซือ ส่วนชินอ๋องก็เป็นน้องชายร่วมสายโลหิตที่พระองค์ทรงไว้วางพระทัยอย่างมากถึงขั้นเคยคิดจะยกบัลลังก์ให้ ทว่าฝ่ายนั้นกลับไม่ต้องการ ขอทำหน้าที่พิทักษ์พระเชษฐาเพียงอย่างเดียว หงซือซือขอลงไปดูทองทั้งหมดที่ห้องใต้ดิน ทว่าพี่ชายกับพระสวามีล้วนคัดค้านแบบหัวชนฝา “ข้างล่างทั้งอับและชื้น เจ้าไม่ควรลงไปอย่างยิ่ง ไปรอชมทองที่ท้องพระโรงจะดีกว่า” องครักษ์เติ้งเฉินฟู่พร
더 보기

บทที่ 223 เสาะหาสำนักมืออสูร

“ฝ่าบาทอารมณ์ดีเช่นนี้มีเรื่องดีๆ ที่ยังไม่บอกหม่อมฉันใช่หรือไม่ ” “อืม...ฮองเฮาของข้ามีมังกรน้อยตั้งสามอยู่ในครรภ์ เจ้าว่าเรื่องนี้ดีเพียงใด” หมิงเฟยหลงหันพระพักตร์ไปทรงยิ้มให้หงซือซือที่นั่งเอกเขนกอยู่ไม่ไกลนัก “ฮองเฮาทรงพระครรภ์เช่นนี้ย่อมเป็นเรื่องดีต่อแผ่นดินยิ่งนักพ่ะย่ะค่ะ หม่อมฉันขอแสดงความยินดีกับฝ่าบาทด้วย” ชินอ๋องรู้สึกโล่งพระทัย คราวนี้คงไม่มีแรงกดดันให้ตนไปรับช่วงราชบัลลังก์ต่อฮ่องเต้อีก “เช่นนั้นพาฮองเฮาเสด็จกลับวังหลวงก่อนไม่หรือพ่ะย่ะค่ะ ทางนี้กระหม่อมจะจัดการเอง” “ข้าก็คิดเช่นนั้น หากทางนี้เป็นเจ้าคอยดูแลข้าก็วางใจแล้ว” หมิงเฟยหลงทรงหันไปแนะนำห้าชินอ๋องได้รู้จักกับหงอี้เทียนพี่ชายของหลวนฮองเฮา “คนผู้นี้ไว้ใจได้ให้เขาช่วยเหลือเจ้าจัดการเรื่องทองทั้งหมดก็แล้วกัน” ฮ่องเต้หันไปสั่งหัวหน้าองครักษ์หู่เตรียมรถม้าเพื่อพาหลวนฮองเฮากลับไปพักผ่อนยังวังหลวง ขบวนรถม้าของฮ่องเต้ขาเข้าเมืองหลวงดูเอิกเกริกเพราะมีทหารคุ้มกันจำนวนมากทำให้เป็นที่สนใจแก่ผู้พบเห็น ทว่าสิ่งที่คาดไม่ถึงคือมีนักฆ่าสำนักมืออสูรกลุ่มหนึ่งออกมาซุ่มโจมตีก่อนจะถึงประตูเมื
더 보기

บทที่ 224 สังเกตขันที

เมื่อเห็นว่าที่ตั้งของสำนักมืออสูรนั้นอยู่ในพื้นที่ของแคว้นเว่ย ฮ่องเต้หมิงจึงไม่ทรงไว้วางพระราชหฤทัย รับสั่งให้ท่านอ๋องเก้านำทัพไปตั้งอยู่ชายแดนอีกห้าหมื่นนาย “หากชินอ๋องถูกตลบหลังหรือแคว้นเว่ยคิดตุกติก ให้เจ้าพร้อมยกพลเข้าไปโจมตีได้ทันที” “พี่สาม ชินอ๋องเก่งกาจในการรบพุ่งแถบภูเขาการโจมตีสำนักมืออสูรครั้งนี้น่าจะรับมือได้ไม่ยาก” “ข้ามิได้เกรงข้อนั้น ชินอ๋องเข้าไปในเขตแดนแคว้นอื่นด้วยกำลังพลเพียงหมื่นนาย หากแคว้นเว่ยคิดจับกุมเขาเอาไว้อาจจะใช้โอกาสนี้ แต่หากเจ้าตั้งทัพใหญ่รออยู่ติดชายแดนจนกว่าชินอ๋องจะทำภารกิจเสร็จสิ้นข้าจึงจะวางใจ” “ฝ่าบาททรงทำการรอบคอบนักพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะรีบทำตามพระบัญชา” ชินอ๋องและอ๋องเก้าเดินทางจากเมืองหลวงไปแวะยังค่ายพยัคฆ์เหินเพื่อตระเตรียมยอดฝีมือเพิ่มเติม เจียงเผิงเผิงประเมินคนในสำนักมืออสูรในแคว้นเว่ยว่ามีนับพันคน ดังนั้นชินอ๋องจึงทำหนังสือไปยังแคว้นเว่ยเพื่อขอให้เปิดทาง โดยจะยกกำลังพลจากแคว้นหมิงไปหนึ่งหมื่นนายเพื่อหวังทำลายสำนักมืออสูรให้ราบคาบ ยามนี้ ผู้ครองแคว้นหมิงคือพี่ชายของพระชายาหานซู่ลี่ใ
더 보기

บทที่ 225 ควานหาเซียนเจียวเหม่ย

ครั้นชินอ๋องทรงคุยธุระกับฮ่องเต้เสร็จสิ้นก็ลากลับ อู๋กงกงเดินเข้าไปกราบทูลถามทั้งสองพระองค์ด้านในว่าทรงต้องการสิ่งใดหรือไม่ กงกงอาวุโสรู้สึกว่าหลังจากที่หลวนฮองเฮาทรงเข้าวัง ตัวเขาก็คล้ายถูกผลักออกห่างจากฮ่องเต้ ยิ่งบัดนี้หลวนฮองเฮาทรงพระครรภ์มังกรถึงสามในคราวเดียวทำเอาฮ่องเต้ทรงปลาบปลื้มพระทัยยิ่งนักเมื่อพระนางขอตามติดมายังห้องทรงพระอักษรด้วยก็ยินดี แต่ละวันฮองเฮาจะทรงมาขลุกอยู่ใกล้ๆ หมิงเฟยหลง แม้แต่นอนกลางวันก็ยังทรงโปรดให้ปูพรมนอนบนเตียงตั่งข้างโต๊ะทรงงานของพระสวามี “ไปหาชาร้อนๆ มาให้สักสองถ้วยเถิด” ฮ่องเต้ทรงโบกพระหัตถ์อย่างไม่ใส่พระทัยนักทำเอาขันทีคนสนิทก้มหน้าด้วยสายตาผิดหวังที่ไม่ทรงบอกเล่าความคืบหน้าใดให้คนได้รู้บ้าง หงซือซือรู้สึกสนใจในท่าทีของอู๋กงกงตลอดเวลาที่เข้ามาอยู่ในวังหลวงนางมิได้สนใจคนผู้นี้นัก น่าแปลกที่กงกงที่รับใช้ฮ่องเต้ผู้นี้หากมองดีๆ กลับมีกิริยาที่ดูผิดแผกจากผู้อื่น ฝีเท้าของเขาเบานักเมื่อเทียบกับขนาดของร่างกายที่ถือว่าหนากว่าขันทีผู้อื่น ลักษณะการจับแส้ไม้ขนหางม้าที่มือก็ดูเป็นจังหวะจะโคนดี “เจ้ามองอันใดหรือซือซือ ” ฮ่องเ
더 보기

บทที่ 226 คนร้ายอยู่ใต้ตา

ขันทีก่วนลอบฟังอยู่ข้างเรือนเขาใช้นิ้วแตะที่ลิ้นจิ้มกระดาษกรุหน้าต่างส่องดู เมื่อเห็นอู๋กงกงที่คุยกับชายชุดดำก็แทบผงะ ความตื่นเต้นทำเอากำหมัดแน่นจนมือชื้น เหงื่อกาฬผุดขึ้นเต็มหลัง เขาดันได้เห็นความลับอันน่าสะพรึงของอู๋กงกงเข้าเสียแล้ว! เมื่อพวกเขาคุยกันจบ อู๋กงกงใช้มือลูบข้างใบหน้าถอดหน้ากากหนังออกกลายเป็นบุรุษอีกคน นั่นยิ่งทำให้ก่วนหย่งฟูที่เห็นได้เต็มตาตกใจยิ่งกว่าเห็นผี ‘นี่มิใช่อู๋กงกงตัวจริงนี่นา!’ ขันทีก่วนแทบจะหงายก้นจำเบ้าไม่นานนักชายชุดดำก็กระโจนออกมาจากหน้าต่างเรือนของอู๋กงกง ก่วนหย่งฟูถอยออกไปซ่อนตัวรออยู่ในพุ่มไม้ข้างเรือนอย่างอดทนนับครึ่งชั่วยามจึงได้เห็นอู๋กงกงเดินออกมาเรียกขันทีเซิ่งไปสั่งบางอย่าง ก่วนหย่งฟูจึงได้รู้ตัวว่าที่เขาช่างสงสัยไปสอบถามขันทีเซิ่งคงเป็นการคิดผิด ดูทีคนทั้งสองอาจจะรู้เห็นกันบางอย่างเพราะอู๋กงกงล้วงเอาตั๋วแลกเงินในสาบเสื้อออกมายื่นให้ขันทีเซิ่ง ‘อืม...ข้าช่างตาบอดเสียจริง ที่ผ่านมามิได้ใส่ใจว่าพวกเขาอาจจะมีสิ่งที่ปิดบังซ่อนเร้น’ ก่วนหย่งฟูเดินตามขันทีเซิ่งไปห่างๆ ขณะที่เซิ่งซือจงกำลังจะเดินลับมุมตำหนัก
더 보기

บทที่ 227 อยากให้ท่านช่วยข้า

ก่วนหย่งฟูมัวแต่วิตกกังวลเรื่องของอู๋กงกงจนลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท “กระ กระหม่อม ยังทำให้ไม่เสร็จพ่ะย่ะค่ะ” “แค่ถามเฉยๆ เหตุใดเจ้าต้องตกใจจนหน้าซีดเช่นนั้น” “กระหม่อมเกรงว่าพระองค์จะเสียพระทัย พ่ะย่ะค่ะ” องค์หญิงน้อยทำหน้านิ่วคิ้วขมวด “หรือว่าจะให้เสด็จพ่อลงโทษเจ้าดี ” ก่วนหย่งฟูได้ยินเช่นนั้นก็ตกใจจนเข่าอ่อนทรุดลงคุกเข่า “พระอาญามิพ้นเกล้า กระหม่อมขึ้นโครงเอาไว้แล้วพ่ะย่ะค่ะเหลือเพียงกรุกระดาษก็เสร็จแล้ว ขอเวลาให้กระหม่อมสักคืนเถิด” เสียงน้อยๆ ขององค์หญิงหมิงซีหลิวทำเอาฮ่องเต้ทรงยิ้ม “ฮ่าๆ ข้าล้อเจ้าเล่นเฉยๆ ขันทีก่วน แค่ว่าวยังไม่เสร็จจะโกรธเจ้าได้อย่างไรกัน แค่เจ้ายอมทำให้ข้า ข้าก็ ดีใจมากแล้ว” “หลิวเอ๋อร์เจ้าก็ล้อเสียจนขันทีก่วนแข้งขาอ่อนไปหมดแล้ว ดีนะไม่ตกใจตายในตำหนักเป่าฉี” ฮองเฮาเองก็ทรงอดยิ้มมิได้เมื่อเห็นขันทีกลัวการคาดโทษ เมื่อเสวยเสร็จ ฮ่องเต้ทรงชวนฮองเฮาและพระธิดาไปเดินเล่นในอุทยานหลวง วันนี้ไม่มีประชุมในท้องพระโรงพระองค์จึงพอจะมีเวลาว่าง หลังจากไม่ต้องวุ่นวายกับการจัดลำดับเยี่ยมเยือนตำหนัก
더 보기

บทที่ 228 คุณชายจินเป็นนักสืบ

“อาจจะฟังดูเหลือเชื่อแต่เขาเป็นนักแปลงโฉมแน่ๆ ใบหน้าที่ข้าเห็นมิใช่อู๋กงกงคนเดิม” จูจิ้นติ้งที่ได้รู้จักเซียนพันหน้าตัวจริงอย่างหลวนฮองเฮาแล้วจึงพยักหน้า “ข้าเชื่อเจ้าแต่เรื่องนี้ต้องสืบในทางลับเพื่อให้มั่นใจเสียก่อน”สิ่งที่จูจิ้นติ้งตกใจยิ่งกว่านั้นคือ คำบอกเล่าที่ว่านักฆ่าพวกนั้นยังคงตามหาฮูหยินของเขาซึ่งเป็นอดีตนักฆ่าระดับสูงแห่งสำนักมืออสูร“เพียงแต่ต้องดำเนินการโดยเร็วที่สุดเพราะฮ่องเต้กับฮองเฮาจะตกอยู่ในอันตราย ส่วนเจ้าอย่าแสดงพิรุธใดๆ ช่วยข้าจับตามองอู๋กงกงกับขันทีเซิ่งให้ดี” จูจิ้นติ้งให้คนของตนอารักขาขันทีก่วนกลับเข้าวังหลวงโดยปลอดภัย ส่วนตนเองก็รีบไปหาหู่ซิ่นสือที่จวน เคราะห์ดีที่ครั้งนี้เขากับหัวหน้าหู่มีวันพักตรงกัน องครักษ์ทั้งสองปรึกษาหารือกันอย่างเคร่งเครียดอยู่ในห้องหนังสือนานกว่าครึ่งชั่วยาม “เรื่องนี้คงต้องกราบทูลฮ่องเต้และฮองเฮาให้เร็วที่สุด” “เช่นนั้นเจ้ารีบเข้าวังไปก่อนข้า ชักช้าจะเสียหาย เราปล่อยให้อู๋กงกงอยู่กับ ทั้งสองพระองค์อาจจะเป็นอันตราย” อู๋กงกงเห็นว่าองครักษ์หู่และองครักษ์จูไม่อยู่ในวังหลวง
더 보기

บทที่ 229 ทายาทที่สาบสูญ

หู่ซิ่นสือพยักหน้าก่อนจะกราบทูลสิ่งที่ได้รู้มาให้ฮ่องเต้ได้ทรงทราบ ดวงตาของหมิงเฟยหลงวาวโรจน์ “อยู่ใกล้แค่นี้แต่ข้ากลับไม่ระแคะระคายเลยสักนิด” “ฝ่าบาท กระหม่อมกับจูจิ้นติ้งจะสืบให้ชัดเจนในเร็ววันพ่ะย่ะค่ะ” “ดี เร่งมือหน่อยก็แล้วกัน อยู่ใกล้แค่นี้ไม่รู้ว่าคิดจะลงมืออีกเมื่อใด ” ด้วยเกรงว่าจะเป็นที่ผิดสังเกตฮ่องเต้จึงไม่ตรัสสิ่งใดมาก หลังจากรับทราบตัวผู้ต้องสงสัยแล้วก็เสด็จกลับมาประทับในศาลา องค์หญิงหมิงซีหลิวเดินออกไปทรงว่าวกับขันทีก่วนที่ลานด้านหน้าแล้ว “แดดแรงแล้วล่ะ ฮองเฮาเสด็จเข้าด้านในตำหนักกันเถอะ” หงซือซือที่กำลังคิดจะบอกพระสวามีเรื่องอู๋กงกงคือนักแปลงโฉมรีบพยักพระพักตร์รับ “ไปกันเพคะ หม่อมฉันก็รู้สึกวิงเวียนศีรษะ” หมิงเฟยหลงทรงตกพระทัยรีบเข้าไปประคองนางแล้วอุ้มขึ้นสาวพระบาทตรงไปยังตำหนักในทันที นางกำนัลแทบจะวิ่งตามไม่ทัน ขันทีที่เฝ้าตำหนักรีบเปิดประตูให้พระองค์นำฮองเฮาเข้าไปยังห้องบรรทม ในตอนที่จะวางร่างนางลงบนฟูกหงซือซือก็ถือโอกาสกระซิบ “พี่สาม บอกพวกเขาออกไปให้หมดข้ามีเรื่องสำคัญ” ฮ่องเต
더 보기
이전
1
...
202122232425
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status