ซือซือฮองเฮาพันโฉม 의 모든 챕터: 챕터 231 - 챕터 240

247 챕터

บทที่ 230 ขันทีปลอม

“ข้าต้องไปจัดการธุระที่สำนัก เจ้าเองก็ควรจะไปทำความรู้จักกับพวกเขาไว้บ้าง ต่อไปข้าจะให้เขาประสานงานกับพวกเขาแทนข้า” จินวั่งซูระงับความตื่นเต้นด้วยการแสร้งก้มหน้าแล้วกล่าวขอบคุณอู๋กงกง “ขอบพระคุณที่ส่งเสริมขอรับ” “เจ้าออกไปเถอะ ประเดี๋ยวหัวหน้าสาขาจะมาพบข้าแล้ว” อู๋กงกงยืนหันหลังให้ขันทีเซิ่งพลางถอดหน้ากากออกแม้คุณชายจินอยากจะเห็นใบหน้าจริงของอีกฝ่ายเพียงใดก็ไม่กล้าเล่นลูกไม้ เขาจึงอำลาแล้วถอยเท้าออกจากห้องไป ทว่าคนช่างสอดรู้อย่างเขาจะปล่อยให้ฉายาเสียหายไม่ได้ จินวั่งซูจึงมองซ้ายมองขวาแล้วกระโจนเข้าไปในพุ่มไม้ลัดเลาะไปถึงตำแหน่งที่คาดว่าตรงกับห้องที่อู๋กงกงก่อนจะลอบปีนหน้าต่างเข้ามาใหม่ ย่องเข้าไปในตำแหน่งห้องนั้นแล้วหาที่หมอบซ่อนตัวแตะนิ้วที่ปลายลิ้นก่อนจะส่องดูข้างใน ยามนี้เริ่มพลบค่ำเป็นจังหวะการเปลี่ยนเวรยามในวังหลวง ร่างในชุดดำที่ลอบเปิดประตูเข้ามาเอ่ยทักทาย “ข้ามาแล้วขอรับ” “ได้ความว่าอย่างไร” “เซียนเจียวเหม่ยอยู่ในจวนขององครักษ์เสื้อแพรจูจิ้นติ้งขอรับ” “เจ้าตรวจสอบแน่ชัดแล้วหรือ” ร่างในชุด
더 보기

บทที่ 231 ข้ากำลังท้องแก่

จากประสบการณ์ในการลักลอบชิงตัวคน จงจิ้นหูรู้สึกเอะใจที่จวนตระกูลจูดูมีเวรยามน้อยจนผิดปกติ ทว่าเขาไม่มีเวลาได้สงสัยนานเมื่อได้ยินเสียงนักคุ้มภัยสองคนเดินตรวจตรามาอีกรอบ “ข้าสงสัยว่าคืนนี้น่าจะมีเรื่อง” “จะมีเรื่องได้อย่างไร หัวหน้าเราวางกับดักเอาไว้แล้ว รับรองว่าผู้ใดกล้าลอบเข้ามาต้องถูกจับได้อย่างแน่นอน” จอมยุทธ์สองคนที่เหลือบเห็นเงาลอยข้ามกำแพงแสร้งคุยกันเสียงดัง “ฮูหยินเข้านอนไปแล้วนี่นา เราเดินตรวจอีกรอบแล้วไปนั่งจิบชาที่ศาลากันดีกว่า ค่อยเดินมาตรวจอีกครึ่งชั่วยามหน้า” “ดีเหมือนกันข้าเมื่อยขาแล้ว” คนทั้งสองกุมกระบี่ระแวดระวังตัวแต่ก็ไม่วายทำตามที่หัวหน้าสวีสั่งให้ครบถ้วนนั่นคือการยั่วยุให้คนร้ายรู้ว่าพวกตัวได้เตรียมพร้อมรับมืออย่างดีทั้งๆ ที่ถอดเวรยามออกไปเจ็ดแปดคน ครั้นคนทั้งสองเดินผ่านไป จงจิ้นหูก็รีบทะยานเข้าไปแอบอยู่ผนังเรือน “เจ้าดูสิ...คนร้ายระวังตัวอย่างมาก น่าเสียดายที่ฮูหยินดูท่าจะร่างใหญ่กว่าปกตินิดหน่อยคงต้องออกแรงแบกมากเทียว” จูจิ้นติ้งยิ้มน้อยๆ เมื่อนึกถึงร่างที่หนากว่าภรรยาของตนบนเตียง “
더 보기

บทที่ 232 เข้าป่าหางมังกร

อู๋กงกงเปลี่ยนรถม้าให้คล้ายพวกพ่อค้าวานิชที่เดินทางเข้าออกจากเมืองเป็นประจำเมื่อรถออกจากด่านตรวจคนเข้าเมืองได้ไม่นานก็จอดที่ข้างทาง พลันชายฉกรรจ์อาวุธครบมือก็ขี่ม้าออกมาจากพุ่มไม้ด้านข้างร่วมสิบคน “นั่นผู้ใดหรือ ” “ไม่ต้องตกใจคนของข้าเอง พวกเขาจะอารักขาเราไปถึงจุดหมายโดยปลอดภัย ในเมื่อเจ้าสมัครใจจะเป็นคนของข้าแล้วไม่ต้องกลัวสิ่งใด จะนอนหลับไปเลยก็ได้ถึงปลายทางแล้วข้าจะปลุกเจ้าเอง” ใกล้จะถึงชายป่าหางมังกร ผืนป่าใหญ่ฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของแคว้นที่กว้างใหญ่จนถึงเชิงเขามังกรทะยาน ด้วยรูปร่างที่คนบนภูเขามองลงมาแล้วเห็นคล้ายหางมังกรกำลังสะบัดจึงขนาดนามนี้ให้แก่มันเถียนลู่หลินถอดหน้ากากหนังมนุษย์ออกวางไว้ในกล่อง ใกล้จะถึงผืนป่าที่วางค่ายกลไว้แล้ว เขตแดนปลอดภัยเขาไม่จำเป็นต้องทำตัวเป็นอู๋กงกงวัยกลางคนผู้นั้นอีก ชายหนุ่มปรายหางตามองขันทีเซิ่งที่นั่งคอพับอยู่อีกด้านของรถม้าด้วยสายตาพึงพอใจ ‘เจ้าขันทีโลภมากผู้นี้ทำทุกอย่างเพื่อเงินทองและทรัพย์สิน เพียงข้ายัดตั๋วเงินให้อยู่เรื่อยๆ มันก็ยินยอมจะเข้าเป็นคนของสำนักอย่างง่ายดาย วันที่จะได้แก้แค้นให้คนใน
더 보기

บทที่ 233 น้องชายของเหม่ยเอ๋อร์

ไม่นานนักรถม้าก็จอดหน้าอาคารใหญ่กลางป่า เถียนลู่หลินเดินนำลงจากรถม้าพาขันทีเซิ่งเข้าไปในตัวอาคาร เหล่านักฆ่าและผู้คุมกฎทั้งสองยืนเรียงรายต้อนรับอยู่ทั้งซ้ายและขวา“น้อมรับท่านประมุข!” คนทั้งหมดแสดงการคารวะอย่างพร้อมเพรียงกันนักฆ่าหลายร้อยคนยืนเป็นระเบียบจนจินวั่งซูนึกสะดุ้งอยู่ในใจ เขาก้าวเท้าเข้ามาอยู่ในสำนักมืออสูรที่ลือลั่นทั่วยุทธภพแล้วนักฆ่าที่เขาเคยปะทะมาก่อน ยามนี้พวกมันยังไม่มีดวงตาเป็นสีอย่างเช่นในยามออกล่าสังหาร พละกำลังที่ได้มาเหนือจอมยุทธ์ธรรมดาล้วนเกิดจากการกินยาที่ถูกปรุงขึ้นเป็นพิเศษ จินวั่งซูใคร่รู้ว่าคนผู้ใดจึงเป็นฝีมือในการปรุงยาเหนือธรรมชาติเช่นนั้น! ประมุขเถียนเดินขึ้นไปบนแท่นสูงนั่งลงเก้าอี้ตัวใหญ่ด้วยท่าทีน่าเกรงขาม เมื่อเดินเข้ามาถึงในอาคารหลังใหญ่จินวั่งซูที่ถูกเหล่านักฆ่าแวดล้อมจึงรู้สึกได้ว่าบรรยากาศช่างคล้ายกับตอนที่เขาเดินอยู่ท่ามกลางซากอวัยวะมนุษย์และศพที่แร้งลงกัดกินในยามติดอยู่ในค่ายกลที่แคว้นจินไม่มีผิด ไอสังหารรอบข้างอบอวลจนชวนให้หายใจไม่ออก....พวกเขาล้วนฆ่าคนเป็นอาจิณ ทุกย่างก้าวของจินวั่งซูเริ่มหนักอึ้ง เขาต้องควบคุมจิตใจให้มั่นคงยามนี้ม
더 보기

บทที่ 234 ค่ายกลพิทักษ์แปดทิศ

“คนแซ่เซียนงั้นหรือ เจ้ารู้สึกเซียนเจียวเหม่ยหรือไม่” มือที่ถือจอกสุราชะงักไป “เหตุใดเจ้าจึงรู้สึกพี่สาวของข้า” “พี่สาวของเจ้า หรือว่าเจ้าเข้ามาในสำนักมืออสูรเพื่อตามหาเซียนเจียวเหม่ย” เซียนหย่งไฉพยักหน้ารับ เขาบังเอิญได้รับความช่วยเหลือจากจอมยุทธ์ชราผู้หนึ่งที่รู้วิชาค่ายกลจึงทำให้กลายมาเป็นเจ้าของฉายากุญแจนรกในอีกสิบปีต่อมา เขาออกเดินทางจากหุบเขานรกที่จอมยุทธ์ชราผู้นั้นซ่อนตัวอยู่ ร่อนเร่ตามข่าวพี่สาวตามเส้นทางที่คาดว่านางอาจจะพลัดหลงไปจนกระทั่งได้รู้ว่านางกลายมาเป็นนักฆ่าของสำนักมืออสูรในแคว้นเว่ย แต่พอหาทางเข้าสำนักได้กลับพบว่านางหนีออกไปแล้ว จึงได้อยู่ต่อเพื่อสืบข่าวนาง จินวั่งซูได้ฟังเรื่องราวแล้วก็ถอนหายใจ“ถ้าเช่นนั้นข้าคงไม่ต้องออกแรงหลอกล่อเจ้าอีกแล้ว”คุณชายจอมเสเพลจึงเล่าเรื่องของเซียนเจียวเหม่ยที่ถูกสำนักมืออสูรตามไล่ล่าและกลายเป็นฮูหยินขององครักษ์เสื้อแพรแห่งวังหลวง “เช่นนั้นคนที่ผู้คุมกฎฝ่ายขวาบอกข้าว่าสตรีตั้งครรภ์ที่จับมาเป็นเหยื่อล่อเมื่อวานนี้ก็คือนางงั้นสิ”เซียนหย่งไถตาลุกวาวเพราะเขาไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องก
더 보기

บทที่ 235 หลบธนูไฟให้พ้น

เมื่อเดินพ้นบันไดคุกใต้ดิน เซียนเจียวเหม่ยก็โยนกระดูกไก่ที่เหลือทิ้งไป เช็ดปากเรียบร้อยหันไปรับน้ำดื่มจากขันทีเซิ่ง ส่วนเซียนหย่งไถก็ไปเอาของที่ซ่อนไว้ออกมา เขาเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า “ค่ายกลที่ข้าวางไว้หายเลยยามจื่อไปจะไม่อาจมองเห็นจุดปลดกลไกอาวุธ เช่นนั้นเราเหลือเวลาอีกเพียงหนึ่งชั่วยามเท่านั้น รีบไปกันเถอะ” เขาหันมาจ้องใบหน้าพี่สาวของตน “พี่เหม่ยเอ๋อร์ท่านไหวหรือไม่ ให้ข้าแบกท่านดีไหม ” เติ้งเฉินฟู่หัวเราะร่า ยกมือขึ้นตบบ่าน้องชายที่แสนดีเบาๆ “ไม่ต้องห่วงข้า รีบนำทางพวกเราไป” “ขอรับ” เซียนหย่งไถพาคนทั้งสองเดินออกไปด้านหลังส้วม “เอ๋ เหตุใดทางออกจึงอยู่ด้านหลังส้วมเล่า ” จินวั่งซูยกมือขึ้นบีบจมูกพลางนึกแช่งชักเซียนหย่งไถอยู่ในใจ วางกลไกอุตริเสียจริงทางออกอยู่ด้านหลังเรือนส้วมที่เรียงรายอยู่ “อ๋อ...นี่เป็นทางลัดที่ข้ารู้เพียงผู้เดียวน่ะสิ! หากไปทางออกปกติพวกเขาตามเราทันแน่” แม้เซียนหย่งไถจะบอกวิธีเข้าและออกจากค่ายกลพิทักษ์แปดทิศที่เขาสร้างขึ้นให้กับประมุขเถียนแต่ก็ไม่ลืมที่จะซ่อนทางออกลัดเอาไว้ในกลไกที่ตนสามารถเข้าออกได้รว
더 보기

บทที่ 236 กองทัพพยัคฆ์เหิน

เซียนหย่งไถคลานนำหน้าทว่าเติ้งเฉินฟู่กลับต้องยังกระเด้งกระดอนไปด้วยการเกร็งแขนและฝ่าเท้าเพื่อทำท่าคล้ายแมงมุม เมื่อพ้นรัศมีลูกธนู องครักษ์หนุ่มก็ลุกขึ้นนั่งเอาหลังพิงต้นไม้ “เดี๋ยวก่อนๆ ขอข้าจัดการเรื่องนี้สักครู่” เซียนหย่งไถตาเหลือกเมื่อเห็นพี่สาวแหวกสาบเสื้อต่อหน้าในขณะที่เขาถือพู่ไฟอยู่ในมือ“พี่เหม่ยเอ๋อร์ ท่านจะทำอันใด ” ผ้าคาดหน้าอกแถบใหญ่ปรากฏต่อหน้า สตรีมีครรภ์ดึงเอามีดสั้นมาสอดเข้าด้านในก่อนจะปาดผ้าที่รัดหน้าอก แคว่ก! คว่าก! หมอนแบนเล็กที่อยู่ตรงทรวงอกกระเด้งออกมา จากนั้นก็สอดเข้าที่แถบผ้าเล็กที่รัดช่วงท้องจนหมอนกลมกระเด้งออกมาอีกใบ “ทะ ท่าน.....” “ข้าแกล้งท้องต่างหาก เจ้ามิต้องตกใจไป พี่สาวตัวจริงของเจ้าไปซ่อนตัวอยู่ในที่ปลอดภัยนานแล้ว ข้าเป็นองครักษ์เสื้อแพรสหายของพี่เขยของเจ้ามาที่นี่เพื่อสืบที่ตั้งของสำนักเงาอสูร” ใบหน้าของเซียนหย่งไถยังคงดูตกใจแต่กลับยอมผงกศีรษะรับ “อ้อ...เช่นนั้นเรารีบออกไปกันเถอะ ป่านนี้พวกเขาคงจะวางกำลังอยู่เต็มเส้นทางค่ายกลแล้ว เราเหลือเวลาอีกไม่มาก หากเราไม่รีบออกไปอาจจะตายอยู่ในค่ายกล
더 보기

บทที่ 237 ค่ายกลที่ทำลายมิได้

ในครึ่งชั่วยามแรกพวกเราเดินทางด้วยการควบม้าที่เร็วพอสมควร องครักษ์ที่ควบม้านำหน้าถือคบเพลิงไว้ด้วยทำให้ขี่ม้าตามกันไม่ลำบากมากนัก“เส้นทางนี้คับแคบไม่อาจวิ่งได้เร็วนัก” หัวหน้าสวีเหยียนเล่อของสำนักคุ้มภัยหงส์ไฟหันไปบอกกับคุณชายจิน“ไม่เป็นไรดอกท่าน ข้ามั่นใจว่าเหล่านักฆ่าอย่างไรก็ยังออกจากค่ายกลของข้าไม่ได้ เราไม่ต้องรีบจนกลายเป็นลำบากดอก” เซียนหย่งไถเกรงว่าการเร่งเดินทางในยามกลางคืนเช่นนั้นม้าอาจจะได้รับบาดเจ็บหรือเผลอๆ อาจจะเกิดอันตรายได้เมื่อผู้คุมกฎฝ่ายซ้ายของสำนักมืออสูรยืนยันเช่นนั้นพวกเขาก็รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น ครึ่งชั่วยามหลังจึงค่อยผ่อนความเร็วเพื่อมิให้ม้าเหน็ดเหนื่อยมากเกินไปจูจิ้นติ้งจึงแจ้งให้ทุกคนหยุดพักม้าสักครู่เพื่อให้มันดื่มน้ำและผ่อนคลายกล้ามเนื้อ จินวั่งซูที่ถอดใบหน้าของขันทีเซิ่งออกแล้วเพราะรู้สึกอึดอัดในยามเหงื่อออก หันไปถามกับจูจิ้นติ้งเพราะขามาเขาถูกรมผงนิทราจึงไม่รู้ทิศ “ท่านว่ากองทัพของชินอ๋องใกล้จะมาถึงหรือยัง” จูจิ้นติ้งรีบก้มลงแนบหูลงกับพื้นดินเมื่อรู้สึกถึงพื้นดินที่สั่นไหว เสียงฝีเท้าจำนวนมากเคลื่อนมาใกล้ “เสียงเช่นน
더 보기

บทที่ 238 เป็นตามคาด

แม้ชินอ๋องจะนำไพร่พลเรือนหมื่นมาเพื่อปราบคนหลักพัน ทว่าป่าหางมังกรมิใช่ที่จะผ่านเข้าไปได้ง่ายๆ ต่อให้ทำลายค่ายกลได้สำเร็จก็ตาม ความรกทึบของป่า ทั้งซับซ้อนและคดเคี้ยว สัตว์ป่าที่เป็นอันตรายก็มีมากมาย “ทรงคัดเฉพาะยอดฝีมือเถิดพ่ะย่ะค่ะ หม่อมฉันจะชี้แนะ แต่ค่ายกลนี้ห้ามติดอยู่ในเวลาเลยยามจื่อไปจนก่อนรุ่งสาง หากเป็นเช่นนั้นแม้แต่กระหม่อมก็ไม่อาจช่วยได้พ่ะย่ะค่ะ” “เพราะเหตุใด” ชินอ๋องทรงแปลกพระทัยกับข้อห้ามนั้น “อาวุธทุกชนิดที่วางกลไกไว้จะทำงานเองโดยที่หม่อมฉันก็ไม่อาจจะปิดพวกมันได้ หากไม่ตายในตำแหน่งหนึ่งก็อาจจะตายในตำแหน่งถัดไปและอาวุธพวกนั้นก็มีทั้งมีด ดาบ หอก หรือแม้แต่เข็มพิษพ่ะย่ะค่ะ” “แม้แต่คนของพวกเจ้าจะติดอยู่ในค่ายกลหรือ” “ไม่มีข้อยกเว้นพ่ะย่ะค่ะ” “ช่างโหดเหี้ยมสมกับเป็นสำนักมืออสูร” หลวนฮองเฮาทรงเอ่ยขึ้น “ชินอ๋อง หากวางแผนไม่รัดกุม เห็นทีจะเอาชีวิตคนของเราไปทิ้งในค่ายกลเสียเปล่ากระมัง ” “ค่ายกลพิทักษ์แปดทิศของกระหม่อม สร้างขึ้นด้วยความรู้ทั้งหมดที่กระหม่อมมีพ่ะย่ะค่ะ ดังนั้นในยามที่กระหม่อมสร้างจึงไม่ต้องการใ
더 보기

บทที่ 239 แค้นจึงต้องเผา

“พ่ะย่ะค่ะ แต่เข้าไปได้ไม่เกินสิบคน” “แค่สองสามคนก็พอแล้ว ข้าต้องการให้เจ้าไปส่งสาส์นถึงประมุขเถียน หากไม่ยั่วยุให้เขาโกรธจนยอมเปิดฉากรบ พวกเราก็ต้องเสียเวลาล้อมอยู่ที่นี่โดยเปล่าประโยชน์” เซียนหย่งไถทำหน้าฉงน ในขณะที่ชินอ๋องยิ้มน้อยๆ เมื่อนึกถึงกลยุทธ์ที่พระเชษฐามักจะใช้ก่อนที่จะขึ้นครองบัลลังก์‘ยุให้ออกมาต่อยตีย่อมดีกว่ารอจนอ่อนล้า' หมิงเฟยหลงทรงส่งพระราชหัตถเลขา เนื้อความท้าทายถึงความน่าอับอายของตระกูลเถียนที่คิดก่อกบฏจนนำไปสู่การสูญสิ้นครั้นเห็นเซียนหย่งไถจะบุกเข้าไปส่งสาส์นของฮ่องเต้ด้วยตนเอง จูจิ้นติ้งก็รู้สึกเป็นห่วงน้องชายของภรรยาจึงต้องการติดตามไปด้วย จินวั่งซูกับเติ้งเฉินฟู่ก็อาสาไปคุ้มกัน “เอาเถิดในเมื่อพวกเจ้าทั้งสี่เต็มใจไปด้วยกันก็ดีแล้ว การบุกเข้าไปแม้จะบอกว่าเป็นทางลัดที่ไม่มีผู้ใดเข้าถึงตัว แต่พวกเจ้าก็รู้แล้วว่าต้องหลบอาวุธให้ดี” ชินอ๋องเอ่ยเตือนสติ “ครั้งนี้เจ้าคิดจะเข้าไปยามใด” “คำนวณจากระยะเวลาในการเดินทางแล้ว หม่อมฉันคิดว่าควรไปกลางวันพ่ะย่ะค่ะ” “แล้วพวกเจ้าจะหลบพวกเขาได้หรือ” “กระหม่อมเห็น
더 보기
이전
1
...
202122232425
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status