All Chapters of สายลับจับอ๋องใหญ่: Chapter 131 - Chapter 140

168 Chapters

บทที่ 132 เรือนร้างของแม่นางสือ

ไป๋ฉิงเหวินรีบเข้ามาช่วยนางพยุงร่างชายชุดดำขึ้นไปบนเตียงช่วยแกะเชือกที่มัดมือและขาของเขาออกแล้วจับคนผู้นั้นนอนคว่ำร่าง มีดบินสองอันของสือกุ้ยอินปักอยู่บนต้นขาด้านหลังข้างละเล่ม ไป๋ฉิงเหวินกรีดขากางเกงของผู้บาดเจ็บออกเพื่อให้สะดวกในการทำความสะอาดบาดแผล มีดบินของสือกุ้ยอินมีขนาดเล็กเมื่อปักลงไปบนน่องต้นขาของศิษย์พี่ของนาง แม้จะเกิดบาดแผลที่ไม่ใหญ่นักแต่เมื่อปักลงลึกก็ทำให้เลือดไหลออกมาไม่น้อย สือกุ้ยอินยื่นผ้าขาวพับหลายทบจ่อที่ปากให้ศิษย์พี่ของนางกัดเอาไว้ ก่อนจะใช้ผ้าชุบน้ำทำความสะอาดเลือดที่ไหลเปรอะเปื้อนจนหยดลงบนที่นอนหลายรอย “ดีที่ข้าเก็บยาไว้ที่นี่หลายขนาน” นางเอ่ยพลางหยิบขวดยามาเคาะลงบนบาดแผล “นี่เป็นยาที่ท่านพ่อข้าได้มาจากวังหลวง จะทำให้แผลท่านเกิดอาการชา ความเจ็บปวดจะน้อยลง” แม้นางจะบอกเช่นนั้น ทว่าความเจ็บที่เสียดลึกลงในกล้ามเนื้อนั้นมากกว่าบาดแผลภายนอกนักใบหน้าของชายชุดดำบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดเมื่อไป๋ฉิงเหวินดึงมีดออกทีละเล่ม สือกุ้ยอินช่วยกดข้อเท้าไว้เมื่อเห็นว่าความเจ็บปวดนั้นทำให้ศิษย์พี่ของตนเกร็งขา นางกดผ้าสะอาดเพื่อป้องกันเลือดไหล“เดี๋ยวข้าโรยยาห้าม
Read more

บทที่ 133 จับกุมนักฆ่า

ไป๋ฉิงเหวินไม่กล้าปล่อยให้สือกุ้ยอินอยู่เฝ้าศิษย์พี่ของนางตามลำพังเขาจึงได้อาสาอยู่ที่เรือนร้างเพื่อดูแลคนบาดเจ็บเอง สือกุ้ยอินจึงลากลับจวนแล้วเตรียมอาหารมาให้คนทั้งสองก่อนฟ้าสาง ไป๋ฉิงเหวินที่ยังงัวเงียอยู่เมื่อได้กลิ่นอาหารก็รีบลุกขึ้นมาดู “ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะมาเช้าตรู่เช่นนี้” “ที่ข้ารีบเอาอาหารมาให้ท่านเพราะเดี๋ยวข้าจะออกไปหาท่านเจ้าสำนักเองน่าจะเหมาะกว่า ท่านเฝ้าศิษย์พี่ของข้าไว้ย่อมเป็นการเหมาะสมแล้ว” มือปราบหนุ่มเห็นว่าเรื่องนี้ไม่ควรแพร่งพรายให้ผู้ใดรู้อีกการให้นางเป็นคนไปบอกเหลียงเจินซินย่อมเหมาะแล้ว สือกุ้ยอินมาถึงหน้าคฤหาสน์ตระกูลเหลียงยามนั้นฟ้ากำลังเริ่มสลัว นางคิดว่าตนเองตาฝาดที่เห็นเงาวูบวาบหลายเงาเคลื่อนวับๆ ไล่ตามกันออกจากคฤหาสน์ตระกูลเหลียง เงาหน้าสุดดูสูงใหญ่กว่าข้างหลังพอสมควร แต่ครั้นเพ่งดีๆ กลับไม่เห็นเสียแล้ว พ่อบ้านชิวเป็นคนมาเชิญนางไปยังเรือนของคุณชายน้อยเหลียงหรือท่านเจ้าสำนักของนาง หลังจากจดหมายข่าวของสำนักข่าวเปี่ยนฝูเปิดเผยไม่นานมานี้ว่าคุณหนูเหลียงที่มีกำหนดการอภิเษกสมรสกับท่านอ๋องใหญ่ในต้นเดือนหน้าก็คือน้องสาวข
Read more

บทที่ 134 ล่อลวงนักฆ่า

ถานมู่เจ๋อฟื้นไข้ขึ้นมาในตอนสายของวันรุ่งขึ้น ร่างกายที่ออกกำลังและฝึกยุทธ์อยู่สม่ำเสมอจึงฟื้นคืนได้เร็ว สือเหวินกวางที่คอยดูอยู่ดีใจจนร้องเรียกท่านหมอฉี ชายวัยกลางคนยิ้มน้อยๆ เมื่อเห็นคุณชายถานได้สติ “ร่างกายของคุณชายแข็งแรงนักจึงทำให้ฟื้นได้เร็ว รีบกินข้าวแล้วกินยาเถิด หากเป็นเช่นนี้พรุ่งนี้ก็น่าจะกลับเรือนได้แล้ว” ถานมู่เจ๋อใช้มืออีกข้างค้ำร่างยันกายขึ้นนั่งพิงหัวเตียง สีหน้ายังคงดูซีดเซียวเพราะเสียเลือดมา สือเหวินกวางลุกขึ้นผสมน้ำอุ่นใส่อ่างล้างหน้าก่อนชุบผ้าแล้วบิดหมาดๆ ยื่นให้“ข้าเหลือแขนข้างเดียวคนเช็ดได้ไม่สะอาด เจ้าช่วยข้าที” ใบหน้าของถานมู่เจ๋อดูราบเรียบเหมือนบอกกับบ่าวรับใช้ สือเหวินกวางหลับตาปริบๆ เมื่อมองซ้ายมองขวาไม่เห็นมีผู้ใดอยู่ในห้องก็ขยับเข้าไปเช็ดหน้าเช็ดคอให้คนร่างใหญ่“น้องสาวเจ้าให้คนนำข้าวต้มมาส่งแต่เช้าตรู่ ข้าสั่งให้อุ่นไปสองรอบไม่ค่อยร้อนมากแล้ว” สือเหวินกวางรีบหันไปหยิบชามข้าวต้มที่อุ่นรอบสองได้ไม่นานจากปิ่นโตไม้ที่ปิดฝาไว้มายื่นให้ถานมู่เจ๋อยิ้มน้อยๆ “เจ้าถือถ้วยไว้ ข้าจะตักกินเอง”สือเหวินกวางจำต้องนั่งไม่ไกลจากคนป่วย ถานมู่เจ
Read more

บทที่ 135 ไหวตัวทัน

รอจนเริ่มมืด ไป๋ฉิงเหวินและสือกุ้ยอินที่สวมชุดบุรุษเดินเข้าไปหาคนขายถังหูลู่เมื่อคนผู้คนมองเห็นป้ายสัญลักษณ์ที่เขาแอบยื่นให้ก็พยักหน้า “เช่นนั้นพบกันที่เดิม” ฉิวซือถงได้บอกตำแหน่งนัดหมายของกลุ่มพวกเขาเอาไว้แล้ว ท่านอ๋องใหญ่นำเหล่าองครักษ์และมือปราบฝีมือเตรียมล้อมปราบ พวกเขาไปซ่อนตัวอยู่ในป่าละเมาะใกล้กับเรือนใหญ่ชานเมือง สถานที่นัดพบของนักฆ่า เหลียงเจินซินดื้อรั้นเถียงจะตามมาด้วย ท่านอ๋องจึงให้องครักษ์ทั้งสองคอยประกบดูแล “ฝีมือของเจ้าก็มิได้ว่าสูงกว่านักฆ่าพวกนั้นมาก ซ่อนตัวรออยู่ข้างหลังพร้อมพวกองครักษ์ดีแล้ว คอยจับตามองคนที่เล็ดลอดออกมาก็แล้วกัน” ในเมื่อเป็นคำสั่งของท่านอ๋องนางจึงไม่กล้าบิดพริ้วได้แต่พยักหน้าอย่างเงื่องหงอย เหลียงเจินซินจึงต้องซุ่มดูอยู่กับองครักษ์ซ่งและองครักษ์หร่วน ไป๋ฉิงเหวินและสือกุ้ยอินเดินทางมาล่วงหน้าเพื่อนัดแนะกับคนของท่านอ๋อง “ข้าให้คนเข้าไปตรวจสอบในเรือนนั้นแล้ว ไม่มีผู้ใดพักอาศัยอยู่ ก็อย่างที่ฉิวซือถงบอกเป็นที่แค่นัดพบของพวกเขาจริงๆ” องครักษ์ซ่งจิงเทียนดำเนินการตามคำสั่งของท่านอ๋องอย่างรอบคอบ
Read more

บทที่ 136 เสี่ยวเหวินหายตัวไป

ท่านอ๋องเห็นท่าไม่ดีจึงส่งสัญญาณมือให้องครักษ์ประจำพระองค์บุกเข้าไปช่วย ทว่ายามนั้นไป๋ฉิงเหวินกับสือกุ้งอินถูกนักฆ่าเจ็ดคนไล่ล่าจนต้องหนีออกทางกำแพงฝั่งหนึ่งไปเพียงสองคน ทั้งสองทั้งสู้ทั้งถอยไปจนถึงเนินสูง เมื่อเห็นว่าถูกต้อนจนหนทางหนีไป๋ฉิงเหวินก็หันมายืนขวางหน้าสือกุ้ยอินเอาไว้ นางอาศัยจังหวะนั้นคว้ามีดบินขึ้นมาขว้างด้วยความแม่นยำ มีดของนางปักหน้าอกนักฆ่าสองคนจนล้มลง เหลือเพียงห้าที่ยังคงถือกระบี่ล้อมพวกเขาทั้งสองคนไว้ “พวกเจ้าล่อคนของพวกเราออกมาฆ่า คืนนี้ข้าจะไม่ปล่อยให้พวกเจ้ารอดชีวิต!” คนที่พุ่งเข้ามาเป็นคนแรกเงื้อกระบี่ขึ้นสูง ไป๋ฉิงเหวินผลักสือกุ้ยอินให้หลบออกไปด้านข้าง เสียงกระบี่หวือผ่านอากาศแหวกกลางระหว่างคนทั้งสอง อีกสี่คนก็พุ่งเข้ามาใกล้ ไป๋ฉิงเหวินพยายามนึกถึงสภาพแวดล้อมบริเวณนี้ นับตั้งแต่เข้าเมืองหลวงมาเขาได้ออกสำรวจรอบเมืองหลวงและชานเมืองอยู่บ่อยครั้ง หากจำไม่ผิดล่ะก็ ด้านล่างก็เนินสูงแห่งนี้ดูจะมีลำคลองไหลผ่าน ลำคลองที่แยกมาจากแม่น้ำเสวี่ย เมื่อเห็นว่านักฆ่าทั้งห้านั้นจัดการได้ยากเย็น ไป๋ฉิงเหวินจึงหันไปจับมือสือกุ้ยอิน “กร
Read more

บทที่ 137 ในห้องเก็บของ

แม่น้ำเสวี่ยที่ไหลมาจากเทือกเขาซงซานนับว่าเป็นแม่น้ำที่ไหลแรงสายหนึ่ง ลำคลองที่แยกออกมาก็มีการกระแสการไหลอยู่พอสมควร ร่างของไป๋ฉิงเหวินและสือกุ้ยอินที่ตกลงไปในคลองตู้มใหญ่ ไป๋ฉิงเหวินกุมมือคุณหนูสือไว้แน่นด้วยความที่อยู่ในเมืองชายทะเลทำให้เขาว่ายน้ำได้เก่งกาจเป็นทุนเดิม เมื่อเจอน้ำคลองที่ไหลไม่แรงนักเขาจึงทะลึ่งตัวขึ้นจากน้ำได้ไม่ยาก ที่เขาคาดผิดก็คือสือกุ้ยอินว่ายน้ำไม่เป็น นางดันตนเองขึ้นเหนือผิวน้ำแล้วโผเข้ากอดคอชายหนุ่มเอาไว้แน่น “เจ้ากอดข้าหลวมๆ เดี๋ยวจะจมไปด้วยกัน!” เมื่อเห็นว่านางตื่นกลัวจนรัดคอตนเอง เขาจึงพยายามปลอบให้นางผ่อนคลาย สือกุ้ยอินกินน้ำไปหลายอึก เมื่อเห็นว่าไป๋ฉิงเหวินพยุงตัวในน้ำได้ดีนางจึงผ่อนแรงแขนลง “ขะ ข้าว่ายน้ำไม่เป็น” “ไม่ต้องตกใจ เดี๋ยวข้าจะพาเจ้าเข้าฝั่งเอง ไว้ใจข้า!” แขนหนึ่งไป๋ฉิงเหวินโอบเอวนางไว้แน่น อีกแขนยังคงแหวกว่ายพาตนและนางเข้าริมตลิ่ง ไม่นานนักร่างของทั้งสองก็เกยทับกันที่เนินทรายริมตลิ่ง “ปลอดภัยแล้วกุ้ยอิน” เขากระซิบบอกด้วยความเหน็ดเหนื่อย ร่างของไป๋ฉิงเหวินทาบทับอยู่บนร่างของนาง คนทั้งสองหายใ
Read more

บทที่ 138 ชายหญิงไม่ควรใกล้ชิด

คุณหนูสือเงยหน้าขึ้นมองเขาโดยที่แขนสองข้างยังคงโอบร่างแข็งแกร่งของมือปราบหนุ่มอยู่ “หือ! ไม่เหมือนอย่างไรหรือ ” ไป๋ฉิงเหวินรีบยกมือสองข้างขึ้นกุมไหล่แล้วผลักนางออกห่าง “เอ่อ....ชายหญิงไม่ควรใกล้ชิดกันมากเกินไป” สือกุ้ยอินปล่อยมือออกแต่โดยดี นางมองหน้าชายหนุ่มอย่างค้นคว้าหาคำตอบ ไป๋ฉิงเหวินหน้าแดงรีบพลิกตัวหันหลังให้นางแล้วล้มตัวลงนอน ก่อนจะไอและจามออกมาสองสามครั้ง ไป๋ฉิงเหวินรีบพลิกตัวกลับมาดูนาง “เจ้าไม่สบายหรือ ” สือกุ้ยอินส่ายหน้า “แค่ไอกับจามนิดหน่อยคงไม่เป็นไรกระมัง ” ไป๋ฉิงเหวินใช้หลังมืออังหน้าผากนาง “อืม...ดื่มน้ำอุ่นอีกสักหน่อย นอนพักพรุ่งนี้น่าจะดีขึ้น” เขาเลื่อนตัวลงมารินน้ำชาอุ่นๆ ให้นางอีกจอก นางรับไปจิบแล้วก็ล้มตัวลงนอน เมื่อเห็นนางนอนหันหลังให้ตน ไป๋ฉิงเหวินจึงล้มตัวลงนอนหันหลัง “ในห้องลับตาคนเช่นนี้ พวกเราควรรีบนอนเสียเถิด...พรุ่งนี้จะได้ตื่นแต่เช้าตรู่” สือกุ้ยอินแปลกใจในท่าทีของมือปราบหนุ่ม นางได้แต่รับคำเบาๆ แล้วเอื้อมมือไปหยิบผ้าห่มมาคลุมให้ชายคนรักและคลุมตนเองไปด้วย นางล้มตัวลงนอนมอง
Read more

บทที่ 139 เรื่องเสียหาย

ใต้เท้าสือนำบุตรชายและผู้คุ้มกันในจวนออกตามหาสือกุ้ยอิน แต่ยังห่วงเรื่องชื่อเสียงจึงไม่กล้าไปแจ้งกองปราบ สือเหวินกวางรู้ว่าน้องสาวของตนเป็นนักสืบของสำนักข่าวเปี่ยนฝูจึงได้พาบิดาไปหาจู้หย่งปังที่โรงน้ำชามวลมิตร “พวกเจ้านี่เองที่ขายจดหมายข่าวพวกนี้” เจ้ากรมตุลาการที่เคยผ่านตาจดหมายข่าวบางฉบับเพราะมีคนสนิทเอามาให้ดู เห็นชายหนุ่มทั้งสองก็แทบจะไม่เชื่อว่าเจ้าของสำนักที่รับจ้างทั้งหาข่าวและสืบหาคนจะมีอายุเพียงแค่นี้ “ข้าคิดว่าเจ้าสำนักน่าจะเป็นคนวัยกลางคนเสียอีก” จู้หย่งปังมองดูศัตรูในวัยเด็กของตนเองด้วยสีหน้ามีเลศนัยที่สือเหวินกวางยังไม่รู้ตัวว่าเบื้องหลังเรื่องทะเลาะวิวาทที่มีกับถานมู่เจ๋อนั้นเป็นฝีมือของเขา “ไม่ทราบใต้เท้าสือมีสิ่งใดให้ผู้น้อยรับใช้ขอรับ ” “ข้าต้องการตามหาบุตรสาวของข้า...สือกุ้ยอิน นางหายออกไปจากบ้านตั้งแต่เมื่อวานจนป่านนี้ยังมิได้ข่าว เห็นนางบอกกับบุตรชายข้าว่านางจะไปสืบข่าว ข้าไม่ต้องการให้เรื่องนี้เอิกเกริกจึงต้องมาที่นี่” “เอ่อ...!” จู้หย่งปังตกใจที่คนครอบครัวนี้ต้องการมาตามหาสือกุ้ยอิน เพราะเขาเองก็ไม่รู้ว่านางห
Read more

บทที่ 140 ฆ่าปิดปาก

สือเหวินกวางโยนกระบี่ให้อดีตมือปราบไช่ถือ แล้วตัวเขาก็ช้อนร่างของน้องสาวขึ้นอุ้มออกจากโรงหมอไปขึ้นรถม้าคันใหญ่ที่จอดอยู่ด้านหน้า ไป๋ฉิงเหวินลุกขึ้นมองตามด้วยสายตาละห้อย สือกุ้ยอินถูกอุ้มขึ้นรถม้าไปแล้ว ท่านอ๋องกับเหลียงเจินซินจึงเดินทางมาถึงหน้าโรงหมอ เมื่อเห็นสีหน้าย่ำแย่ของญาติผู้พี่ นักสืบผู้น้องก็เดาได้ทันที “เมื่อครู่เป็นรถม้าของจวนเจ้ากรมตุลาการมิใช่หรือ พวกเขามารับสือกุ้ยอินกลับแล้วใช่หรือไม่ ” ไป๋ฉิงเหวินพยักหน้าช้าๆ ดวงตาละห้อย “เสี่ยวเหวิน เช่นนั้นพวกเราก็กลับคฤหาสน์กันเถอะ เจ้าคงต้องพักผ่อนเสียหน่อย” เหลียงเจินซินทักได้แค่นั้นร่างของไป๋ฉิงเหวินก็พับลงไป “เสี่ยวเหวิน! เสี่ยวเหวิน!” องครักษ์ซ่งกับองครักษ์หร่วนรีบประคองร่างอ่อนระทวยของไป๋ฉิงเหวินเข้าไปในโรงหมอ ท่านหมอฉีตรวจแล้วก็แจ้งว่าเขาเพียงแค่อ่อนเพลียมากและฝืนร่างกายเอาไว้ ปล่อยให้นอนที่นี่สักหนึ่งชั่วยามก็น่าจะดีขึ้นเหลียงเจินซินจึงให้องครักษ์หร่วนส่งคนไปแจ้งให้มือปราบมาช่วยเฝ้าไป๋ฉิงเหวินเอาไว้ ท่านอ๋องใหญ่นั่งรออยู่ข้างนอก เมื่อเห็นทุกอย่างเรียบร้อยก็นำหน้าไปสำนักมือปราบเพื่อตรวจต
Read more

บทที่ 141 หน้าไม้เพชฆาต

ใต้เท้าลู่กับลู่เย่เพิ่งจะหารือกันไปไม่ถึงครึ่งวันก็มีข่าวลือออกมาว่านักฆ่าที่ถูกจับกุมตัวไว้นามเหมาจือหยวนจะถูกส่งตัวจากกรมตุลาการไปกักขังไว้ที่คุกสำนักมือปราบ ลูเย่ได้ยินถึงกับหูผึ่ง... “โอกาสของเรามาถึงแล้ว หากคนของเราให้ความร่วมมือ การบุกไปฆ่าระหว่างทางก็นับว่าทำได้ง่ายนัก” “เจ้าคิดผิดแล้ว! นี่คงเป็นแผนของท่านอ๋องใหญ่ที่คิดจะล่อเสือออกจากถ้ำ เจ้าอย่าลืมสิว่าพวกเขาไม่รู้แหล่งกบดานของนักฆ่าของเจ้า หากใช้เหมาจือหยวนเป็นเหยื่อล่อ เจ้าเองก็ต้องเคลื่อนไหว หมากเกมนี้ของท่านอ๋องเห็นทีคงหวังจะเก็บนักฆ่าทั้งหมดของเจ้า” ลู่ปู้โถวรีบเตือนสติบุตรชาย ความบุ่มบ่ามไม่รอบคอบของลู่เย่ทำให้เขาอดอกสั่นขวัญแขวนมิได้ “เราส่งพลแม่นธนูไปลอบยิงดีหรือไม่ ” “เจ้าคิดว่าคนอย่างท่านอ๋องใหญ่จะยอมให้เราทำการง่ายดายเช่นนั้นหรือ สู้ดีเจ้าคอยจับตามองอย่าเพิ่งลงมือสิ่งใดจะดีกว่า ยามนี้ฟ้าไม่เปิด...โอกาสยังมิใช่ของเรา” “ขอรับท่านพ่อ!” เมื่อได้ฟังสิ่งที่ใต้เท้าลู่วิเคราะห์ ลู่เย่จึงยินยอมรับฟัง เขาหันไปสั่งการคนสนิททั้งสองที่ยืนอยู่ด้านหลัง “พวกเจ้าได้ยินสิ่ง
Read more
PREV
1
...
121314151617
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status