แพ้รักประธานร้าย의 모든 챕터: 챕터 61 - 챕터 70

75 챕터

บทที่ 61 จนตรอก

แม้บริษัทวินเนอร์เบฟเวอเรจจะตั้งอยู่คนละที่กับบริษัทสกายกิฟต์แต่ข่าวลือกลับมาเร็วกว่าที่คาด เรื่องราวในวันทำบุญขึ้นตึกใหม่ถูกซุบซิบในหมู่พนักงานอย่างกว้างขวาง รตีได้ยินข่าวก็รีบนำไปบอกกับเกวลิน “ใครกัน? ใครมันปากสว่าง?” “คุณเกว ไม่คิดว่าจะเป็นทางนั้นเหรอคะ?” “ไม่มีทาง พี่นาไม่ยอมเสียชื่อเสียงหรอก ป่านนี้คงสั่งทุกคนลบคลิปไปแล้วและถ้ามีคนกล้าเอามาลงล่ะก็ เตรียมตัวถูกไล่ออกได้เลย” “เรื่องซุบซิบไม่มีมูลพวกนี้ ปล่อยให้คนพูดไปสักพัก เดี๋ยวก็เงียบไปเอง” เกวลินที่ถูกเปิดโปงกลายเป็นหัวข้อวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ข่าวลือที่มีเมื่อสี่ปีก่อนว่าน้ำฟ้าพยายามวางยาเพื่อจะได้นอนกับประธานบริษัทเปลี่ยนเป็นเกวลินแทน ความรุนแรงของเรื่องนินทานี้สร้างความสั่นสะเทือนมากกว่าที่เกวลินคิดเอาไว้ เธอถูกบิดาเรียกไปบ่นยกใหญ่ ซ้ำยังถูกบังคับให้ลาออกจากตำแหน่งผู้จัดการฝ่าย “เกวไม่ออก นั่นก็แค่เรื่องซุบซิบ ไม่มีใครกล้ามาพูดต่อหน้าซะหน่อย คุณพ่อจะมาบังคับเกวให้ลาออกไม่ได้” “ยายเกว แกทำพลาดเองนะ หลบไปสักพักเถอะ เดี๋ยวค่อยกลับม
더 보기

บทที่ 62 อยากนอนด้วย

เด็กชายธนาธิปนั่งหน้าบึ้งกอดอกอยู่ที่โซฟาห้องโถง คุณภัสราเดินมากอดแล้วหอมแก้มอวบย้วย เด็กน้อยก็ยังไม่ยอมยิ้ม “น้องพืช เป็นอะไรไปครับ?” “คุณย่า ทำไมคุณพ่อกับคุณแม่นอนกันสองคน? ผมเองก็อยากนอนกับคุณพ่อคุณแม่ด้วยนะครับ” “ไหนน้องพืชบอกย่าว่าอยากได้น้องสาวไงล่ะครับ? ถ้าไม่ให้คุณพ่อกับคุณแม่มีเวลาปั้นน้อง น้องพืชก็จะไม่มีน้องนะครับ” เด็กชายส่ายหน้าเบาๆ “ปั้นตั้งนานแล้วยังไม่ได้ ผมทนไม่ไหวแล้ว” เด็กชายพูดแล้วก็วิ่งตื๋อไปที่หน้าประตูห้องนอนของบุพการี มือป้อมๆ ยกขึ้นทุบประตูเต็มแรง “คุณพ่อครับ! คุณแม่ครับ!” ทักษพรกำลังนั่งแปรงผมอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ธนายืนก้มลงหอมแก้มภรรยาแล้วดมเลยต่ำลงไปถึงซอกคอ “พี่นาคะ นั่นเสียงลูกนี่คะ?” “อือ น้องพืชต้องไปนอนกับคุณย่าไม่ใช่เหรอ?” เสียงเคาะประตูยังดังอยู่อย่างต่อเนื่อง ทักษพรหันหน้ามาใช้สองมือดันหัวไหล่ของสามี “ไปเปิดประตูให้ลูกก่อนเถอะค่ะ” พอประตูเปิดออก เด็กชายก็วิ่งไปกระโดดขึ้นเตียง “คืนนี้ ผมจะนอนกับคุณพ่อคุณแม่ครับ” ธนาทำ
더 보기

บทที่ 63 ขอขมา

“ตอนเช้าก็ดีเหมือนกันนะ กระปรี้กระเปร่าดี” เขากระซิบเย้าเมื่อปฏิบัติการรักเสร็จสิ้น “ที่หลับเร็วเมื่อคืนเป็นเพราะวางแผนไว้เช้านี้ใช่ไหมคะ?” ชายหนุ่มงอนิ้วกลางกับนิ้วกลางมาคีบจมูกภรรยา “รู้ทันอีกแล้ว” “คนขี้โกง ไหนบอกจะให้น้องพืชนอนด้วยไงคะ?” ธนายิ้มอ่อนๆ ใช้มือลูบส่วนโค้งที่เอวของภรรยาเลยไปถึงสะโพกเปลือย “พี่ก็ให้ลูกนอนด้วยจนถึงเช้าแล้วนะ ป่านนี้คุณแม่คงจะจับอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมไปโรงเรียน ส่วนเรา เดี๋ยวก็เข้าไปอาบน้ำด้วยกัน ถ้าเย็นนี้ลูกจะมานอนด้วยพี่ก็จะไม่ว่า เพียงแต่เราต้องตื่นเช้ากันหน่อย” สองสามีภรรยาแต่งตัวออกจากห้องนอนตอนเจ็ดโมงเช้า น้องพืชนั่งกินข้าวต้มแก้มตุ่ย คุณภัสรานั่งประกบคอยสอนหลานชายให้กินอย่างระมัดระวัง “ตักขึ้นแล้วต้องดูรอบๆ ช้อนด้วยนะครับ ถ้าน้องพืชปล่อยให้มีเศษอาหารอยู่รอบๆ มันจะหยดก่อนเข้าปาก” เด็กชายมองดูเศษข้าวต้มที่หล่นเป็นหยดๆ บนพื้นโต๊ะ “ครับ” “ลองใหม่อีกทีสิจ๊ะ” ธนาธิปค่อยๆ หมุนช้อนไปมา พอเห็นว่าข้าวต้มในช้อนจะไม่หยดแล้วค่อยๆ ยื่นเข้าไป
더 보기

บทที่ 64 สินสอดทองหมั้น

คุณภัสราหน้าเจื่อนเล็กน้อยเมื่อได้ยินสองสามีภรรยาเจ้าของบ้านยืนยันว่าจะไม่ขอสินสอดทองหมั้นเลยสักบาท ขอเพียงธนาให้สัจจะว่าจะรักและดูแลทักษพรและหลานชายเป็นอย่างดี“ไม่ได้ๆ ดิฉันขอทำตามธรรมเนียมเถอะนะคะ มาครั้งนี้ก็ตั้งใจจะให้ลูกชายมาขอขมา การเริ่มต้นของพวกเขามันผิดปกติไปหน่อย ตอนที่หนูผักกาดมีน้องพืช นาเขาก็ไม่รู้มาก่อน ต้องขอโทษพวกคุณจริงๆ และดิฉันก็ถือโอกาสสู่ขอหนูผักกาดอย่างเป็นทางการด้วยนะคะ”ดนัยหันไปสบตากับภรรยาก่อนจะหันมายิ้มน้อยๆ ให้กับภัสรา “ไม่เป็นไรครับคุณซาร่า ลูกสาวผมเป็นยังไงผมรู้ดี ผักกาดหัวรั้น ในเมื่อเขาไม่ยอมบอกพวกเราเรื่องพ่อของน้องพืช พวกเราก็ไม่รบเร้าเพราะคิดว่าเขาต้องมีเหตุผล เขายืนยันว่าไม่ได้ถูกข่มเหงรังแก ผมก็เลยปล่อย แต่ก็แปลกใจเหมือนกัน ลูกสาวผมไม่เคยคบผู้ชาย ไม่เคยมีแฟน ไม่เที่ยวกลางคืน ไม่ดื่มเหล้า จู่ๆ ก็ตั้งท้อง”คุณภัสราหน้าสลด “ดิฉันเข้าใจความรู้สึกของพวกคุณค่ะ ตอนนั้นคงจะเป็นทุกข์กันมาก หนูผักกาดก็เลี้ยงลูกคนเดียวมาตั้งหลายปี”ธนาคุกเข่าลงต่อหน้าบิดามารดาของภรรยา หยิบพานเล็กๆ ที่มีธูปเทียนแพสำหรับขอขมาวางตรงหน้าแล้วก้มศีรษะไหว้อย่างนอบน้อม“ผมตามหาเธอห
더 보기

บทที่ 65 สะกดรอย

รถตู้ของครอบครัวศราวุฒิกุลออกจากบ้านไร่ของทักษพรมุ่งหน้ากลับกรุงเทพฯ ในตอนบ่ายสองครึ่ง ระหว่างทางคนขับรถรู้สึกผิดสังเกตจึงได้บอกกับธเนศที่นั่งคู่ด้านหน้า “คุณเนศครับ ดูรถคันสีดำที่อยู่เลยคันขาวไปสิครับ ผมว่าเขาตามเรามานานแล้วนะครับ จากกรุงเทพมาที่นี่ ตอนนี้ก็ยังกลับเวลาเดียวกันด้วย” ธเนศมองกระจกข้าง “แน่ใจเหรอว่าตามเรา?” “ค่อนข้างแน่ใจครับ ตามเราตั้งแต่ออกจากถนนหมู่บ้านแล้ว” “ถ้างั้นก็ขับรถซิกแซกออกนอกเส้นทางปกติดู ถ้าเขายังตามเราอยู่ก็แสดงว่าเขาตามเรามาจริงๆ” “ครับ” ทักษพรหน้าเครียด หันไปจับมือกับแม่ของสามี “คุณแม่กลัวไหมคะ?” “แล้วผักไม่กลัวเหรอลูก?” “นิดหน่อยค่ะ ดีที่น้องพืชหลับไปแล้วจะได้ไม่ต้องตกใจ” รถตู้วิ่งเร็วขึ้นและแซงรถไปหลายคัน รถเก๋งดำเห็นอย่างนั้นก็เร่งเครื่องตามมา โดยรักษาระยะห่างให้มีรถขวางอยู่ ธเนศเห็นว่ารถเก๋งดำไม่ยอมเข้ามาประชิดรถของเขา “เลี้ยวซ้ายเข้าไปในซอย” ธเนศสั่งคนขับรถรถตู้เลี้ยวซ้ายไปตามถนนที่เลียบคลอง รถเก๋งดำก็เลี้ยวตามมา“นา ใช่แล้วล่ะ
더 보기

บทที่ 66 ผู้ช่วยลับ

“นั่นเป็นฝีมือคนของเสี่ยตะวันครับ ไม่เกี่ยวกับผม” ณัฐวุฒิรีบเฉลย เขากลัวธนาจะตกใจว่าเขาไปเกี่ยวข้องกับเหตุฆาตกรรม “คนพวกนั้นไม่ได้ตั้งใจจะฆ่าพวกเขานะครับ แต่ตอนนั้นรถคันที่ตกน้ำเหมือนจะพยายามพุ่งไปเสียบรถของคุณเนศ” เสี่ยวันหรือตะวันเป็นนักธุรกิจกึ่งมาเฟียมีหุ้นส่วนในกิจการกลางคืนหลายสิบแห่ง มีบอดี้การ์ดในมือนับร้อยคน ระมัดระวังตัวและไม่ค่อยให้คนเข้าพบ มักจะสวมหน้ากากอนามัยมิดชิดอยู่เสมอ โดยอ้างว่าเป็นคนสุขภาพอ่อนแอยังแต่ยังเด็ก ต้องระวังการติดเชื้อโรค จะว่าไปก็ยังไม่เคยมีคนเห็นหน้ามาเฟียคนนี้ชัดๆ เลยสักครั้ง “เนศไม่เคยเล่าเรื่องนี้เลย” “คุณเนศเองก็คงไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร? อาจจะคิดว่าขับรถปาดหน้ากันตามธรรมดาจึงได้ขับรถหนีครับ?”​ “แกสืบเรื่องคนตายมาแล้วเหรอ?” “ครับ ผมสืบละเอียดแล้ว สองคนนั้นเคยทำงานอยู่กับคุณสายน้ำ”ธนานิ่งไปครู่ใหญ่ “​อีกแล้วเหรอ? เห็นทีคงต้องทำให้ชัดเจน”“บอสคิดจะทำยังไงครับ?”“เอาฉันเป็นเหยื่อล่อ ครั้งนี้ต้องวางแผนจับให้ดีๆ ฉันอยากรู้เหมือนกันว่าฝีมือของใครกันแน่? คดีโรงงานระเบิดไปถึงไหนแล้ว?”
더 보기

บทที่ 67 ผู้เสียชีวิต

คณะกรรมการบริหารบริษัทวินเนอร์เบฟเวอเรจประชุมกันอย่างคร่ำเคร่ง ท้ายที่สุดก็มีคำสั่งไล่ออกพนักงานที่อยู่ในข่ายทุจริต ผ่านภพกับอนันต์รุ่นพี่คนสนิทรอดเพียงสองคนเพราะถูกกันไว้ในฐานะพยาน“ขอบใจนะมีน ถ้าพี่ไม่ได้แก ต้องซวยแน่ๆ”“ถึงเราจะรอด แต่เราก็ต้องระวังตัวนะ คุณกรินทร์ถูกไล่ออกจากตำแหน่ง แถมยังมีคดีติดตัวอีก งานนี้ไม่รู้จะรอดคุกรอดตารางไหม? ผมกลัวเขาจะแค้นพวกเรา” ผ่านภพสีหน้าหนักใจ “นั่นสิ พี่เองก็กลัวเหมือนกัน” สองหนุ่มพักอยู่ละแวกใกล้กัน ผ่านภพจึงให้รุ่นพี่ของตนจอดรถไว้ที่คอนโดมิเนียม เขาที่อยู่ไกลกว่าทำหน้าที่แวะรับ ทั้งสองต้องเกาะกันให้แน่นเพื่อระวังอันตรายที่เกินจะคาดคิด กรินทร์ที่เป็นเจ้านายของผ่านภพ เมื่อรู้ว่าตนถูกหักหลังโมโหและคุมแค้นลูกน้องทั้งสองของตน แต่ที่แค้นยิ่งกว่านั้นคือ คนที่เขามองว่าอยู่เบื้องหลังการโค่นล้มตนเอง“ถ้าไม่ใช่เพราะมันสองพี่น้อง ผมก็ไม่ต้องหลุดจากตำแหน่งแบบนี้หรอก” อดีตผู้จัดการใหญ่โรงงานกาแฟสกายกิฟต์ผรุสวาทใส่โทรศัพท์“เออ ผมบอกแล้วใช่ไหม? ตอนนั้นเราต้องรีบร่วมมือกำจัด ปล่อยไว้หลายปี ตอนนี้มันมาทั้งพี่ทั้งน้อง แถมยังมี
더 보기

บทที่ 68 เหยื่อล่อ

“สายสืบของแก ทำงานดีมากเลยณัฐ ใครกันที่สืบเรื่องนี้ช่วยแก?” “บอสอย่าเพิ่งรู้เลยครับ ผมขอเก็บไว้เป็นความลับก่อน เอาไว้เราลากตัวการใหญ่ออกมาได้แล้ว ผมบอกบอสแน่นอน” ธนาหรี่ตามองเลขานุการหนุ่มคู่ใจ “ฟังดูเหมือนจะเป็นคนใกล้ๆ ตัวฉันเลยว่าไหม?” ณัฐวุฒิพยายามทำหน้าให้นิ่ง แต่ก็อดจะแก้มร้อนวูบขึ้นมาไม่ได้ เมื่อนึกถึงน้ำฟ้า เขาอุตส่าห์ใช้ค้อมศีรษะเล็กน้อย “ถ้าคิดให้ดีๆ บอสเองก็น่าจะคิดออกครับ” “เอาเถอะๆ ฉันไม่อยากเสียเวลาคิด เดี๋ยวแกก็เฉลยเอง แต่ครั้งนี้นับว่าทำดีมาก หากไม่ได้ข่าวจากสายสืบของแก ผ่านภพคงต้องไปพบพญามัจจุราช”เลขาหนุ่มยกยิ้มมุมปาก “คุณสายน้ำลงมือเร็วกว่าที่ผมคาดเอาไว้ครับ คนของผมเกือบไปช่วยผ่านภพไม่ทัน” “นี่ถ้าหากฆ่าผ่านภพได้ พยานอีกคนก็คงจะกลัวหัวหด วิธีการลงมือของคนพวกนี้คือทำให้เหมือนกับเป็นอุบัติเหตุ ฉลาดเหลือเกินที่ไม่เลือกใช้อาวุธ แต่คิดๆ ไป หากไม่ให้โอกาสพวกเขาได้ลงมือ เราก็คงจะกระชากตัวเขาออกมาจากมุมมืดไม่ได้สักที” สายน้ำดูข่าวแล้วก็ฉุนเฉียวจนแทบจะเก็บอารมณ์ไม่ไหว “บัดซบ! คนของแกทำงานยังไง
더 보기

บทที่ 69 เหตุวิกฤต

“ไม่ต้องห่วงครับ ผมเตรียมคนไว้เยอะ ผู้จัดการสบายใจได้” ณัฐวุฒิสังเกตเห็นแววตามุ่งร้ายของคนหัวหน้ายามที่มองมาไปทางธนาแวบหนึ่งก็ตกใจ เขาแอบกดโทรศัพท์มือถือให้โทรเข้าไปในแอพพลิเคชั่นกลุ่ม เพื่อให้คนทั้งหมดที่นัดหมายเอาไว้ได้ยินพร้อมกัน ชนะเขตหันมามองธนา ผายมือไปยังประตูโรงงาน “เชิญข้างในครับคุณธนา ยืนข้างนอกนานๆ ร้อนนะครับ”​ “ที่นี่ปิดไปนานแล้วเหรอครับ?” ธนามองไปรอบๆ เขารู้สึกว่าบรรยากาศเหงาๆ ชอบกล “ครับ ก็ตั้งแต่โควิดเริ่มระบาดนั้นล่ะครับ” “ครับ ผมเข้าใจ บริษัทผมก็แทบจะไม่ไหวเหมือนกัน” ธนายิ้มน้อยๆ ณัฐวุฒิมองเห็นยามที่เดินแวบไปแวบมา ชายหนุ่มเสียวสันหลังวูบ นึกถึงบอดี้การ์ดในรถตู้ที่ตนให้ซ่อนตัวรออยู่มีไม่มากแต่ยามที่เดินไปเดินมาอยู่ในโรงงานนับดูคร่าวๆ ก็ร่วมยี่สิบคน หากต่อสู้กันจริงๆ เห็นทีจะสู้ไม่ไหว “ยามเฝ้าโรงงานเยอะเหมือนกันนะครับ ดูสิ เดินกันให้ควั่ก เมื่อครู่ได้ยินว่าให้คนมาเฝ้าแค่ห้าคนไม่ใช่เหรอครับ? นี่ผมว่ามากกว่ายี่สิบคน” ณัฐวุฒิพยายามพูดเสียงดังเพื่อให้คนทั้งกลุ่มที่อยู่ปลายสายโทร
더 보기

บทที่ 70 ตามช่วยสามี

ทักษพรเห็นท่าทีผิดปกติของธนาตั้งแต่หลายวันก่อน เธอจึงแอบฟังในตอนที่เขาคุยโทรศัพท์และใช้แอพพลิเคชั่นติดตามความเคลื่อนไหวซ่อนไว้ในโทรศัพท์ของสามี แผนล่อเสือออกจากถ้ำของเขา เธอรู้สึกหวั่นใจจึงได้ปรึกษาแบงก์กับลิลี่ “เราสามคนต้องออกปฏิบัติอีกครั้งแล้ว แต่ครั้งนี้อันตรายมาก เราต้องเตรียมอาวุธไปด้วย” แบงก์สีหน้าจริงจัง “อาวุธ มีดหรือปืน?” “จะบ้าเหรอผัก? เราสามคนจะไปหาปืนได้ที่ไหน? ฉันยิงปืนเป็นก็จริงแต่ถ้าจะซื้อตอนนี้ก็คงไม่ทัน อีกอย่างไปยิงคนก็จะกลายเป็นคดีเปล่าๆ หนังสะติ๊กก็อาจจะพอหาได้” “ก็ดีนะ อย่างน้อยมันก็ยิงได้อ่ะพี่แบงก์” ลิลี่ยิ้มพยักหน้าหงึกหงัก “เออ ก็ดีนะ” ทักษพรเห็นด้วย “พวกสเปรย์พริกไทยกับเครื่องช็อตไฟฟ้าล่ะ หาซื้อมาพกได้ไหม?” “ของพวกนั้นถ้าพกไปตามที่สาธารณะก็ถือว่าเป็นอาวุธนะ ผิดกฎหมาย ลี่เคยคิดจะซื้อเหมือนกันแต่พอรู้ว่าจะมีปัญหาเลยไม่ได้ซื้อ” “ถ้างั้น เราก็เอาหนังสะติ๊กกับไม้เบสบอลไปด้วยก็แล้วกัน” แบงก์พยักหน้าหงึกหงัก “ไม่ได้ๆ ถ้าพวกเขามีปืนเราก็ตายเปล่ากันพอดี ฉันจะแ
더 보기
이전
1
...
345678
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status