All Chapters of คุณหนูไร้ค่ากับองค์ชายพิการ: Chapter 11 - Chapter 20

100 Chapters

องค์ชายออกหน้า

สองวันหลังเหตุการณ์ช่วยองค์หญิงเย่หลัน ฝ่ายในกลับเงียบผิดปกติเป็นความเงียบแต่ไม่สงบ ระหว่างทางเดินหินอ่อน เสียงกระซิบดังตามหลังทุกครั้งที่หลี่ซินหรานก้าวผ่าน "นางรู้เรื่องพิษได้อย่างไร" "เข้าวังวันแรกก็สร้างเรื่องแล้ว" "หรือเป็นคนวางเอง แล้วแสร้งช่วยเหลือ" คำพูดไม่ได้ดังแต่ตั้งใจให้ได้ยิน เสี่ยวเฉียวที่เดินตามหลังกำมือแน่น "คุณหนู พวกนางกล่าวหาท่านชัด ๆ เหตุใดไม่ชี้แจงเจ้าคะ" หลี่ซินหรานเดินต่อไปอย่างสงบ "ยิ่งชี้แจง ยิ่งเหมือนแก้ตัว" "แต่หากปล่อยไว้..." "ข่าวลือมีอายุของมัน" นางเอ่ยเรียบ ๆ "หากไม่มีคนเติมเชื้อไฟ เดี๋ยวมันก็ดับเอง" คำพูดนั้นเหมือนมั่นใจ แต่ในวังหลวง ข่าวลือไม่เคยดับเอง เย็นวันนั้น เบี้ยหวัดที่ควรส่งมาถึงตำหนักกลับล่าช้า อาหารเย็นที่นำมากลับเย็นชืด และมีรอยช้ำบนผักอย่างเห็นได้ชัด เสี่ยวเฉียวหน้าแดงด้วยความโกรธ "นี่จงใจแกล้งกันเห็น ๆ" หลี่ซินหรานใช้ตะเกียบเขี่ยผักเบา ๆ "ไม่ใช่แกล้ง แต่กำลังลองใจ" "ลองใจ?" "ดูว่าข้าจะโวยวายหรือไม่" นางวางตะเกียบแล้วยกถ้วยชาขึ้นจิบ สีหน้าไม่เปลี่ยน "หากข้าไปร้องเรียน จะยิ่งดูเหมือนคนมีความผิดแล้วพ
Read more

ย้ายเข้าตำหนักองค์ชาย

เช้าวันถัดมา ขันทีประจำตำหนักมารายงานว่า "ทูลองค์ชาย ข้างนอกมีข่าวว่าท่านลำเอียงเข้าข้างว่าที่ชายา" เซียวจิ่งอันวางพู่กันลงอย่างไม่รีบร้อน "ปล่อยไป" "แต่ข่าวลือนั้นกระทบพระเกียรติพะย่ะค่ะ" เขาไม่ตอบ สายตาคมนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง "ใครปล่อยข่าว" ขันทีลังเล ก่อนตอบ "ต้นทางมาจากตำหนักองค์หญิงซูเหยา" เขาเพียงพยักหน้าราวกับไม่ใส่ใจนัก "อืม" อีกด้านหนึ่ง หลี่ซินหรานได้รับเชิญไปเข้าเฝ้าฮองเฮา ในท้องพระโรงฝ่ายในฮองเฮานั่งนิ่งสายตาสำรวจนางตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า "ได้ยินว่าเจ้าทำให้องค์ชายเจ็ดต้องออกหน้า" คำกล่าวไม่ดังมากแต่หนักอึ้งในใจคนฟัง หลี่ซินหรานคุกเข่าตอบ "หม่อมฉันมิได้เจตนา" "แต่ผลลัพธ์คือเขาเอ่ยปาก" บรรยากาศตึงเครียดจากแรงกดดันของผู้มีอำนาจจริง "เจ้าคิดว่าตนเองสำคัญถึงเพียงนั้นหรือ" คำถามราบเรียบแฝงความคมกริบ หลี่ซินหรานเงยหน้าขึ้นอย่างสงบ "หม่อมฉันไม่กล้าคิดเช่นนั้น หม่อมฉันเพียงทำในสิ่งที่ควรทำ" ฮองเฮานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนเอ่ยต่อ "ดี เช่นนั้นพิสูจน์ให้เห็นว่าเจ้าไม่ใช่ภาระของตำหนักองค์ชาย" นี่คือคำเตือนของเบื้องสูง ถ้าข่าวลือยังไม่หยุดนางอาจถูกปลดจ
Read more

สยบข่าวลือด้วยความกลัว

ฝนหยุดตกก่อนยามสามแต่ข่าวลือไม่เคยหยุดตาม คำสั่งย้ายแพร่ไปทั้งวังภายในครึ่งคืน ยามเช้า เสียงกระซิบดังทั่วทางเดิน "ว่าที่ชายาย้ายเข้าแล้วจริงหรือ" "ยังไม่อภิเษกก็อยู่ร่วมตำหนัก" "องค์ชายเจ็ดทรงลำเอียงถึงเพียงนี้" คำพูดเหล่านั้นลอยเข้าหูคนในตำหนักไม่ขาดสาย ภายในเรือนข้างของตำหนักหลัก หลี่ซินหรานกำลังอ่านบัญชียาสมุนไพรเมื่อคืนอย่างละเอียด เสี่ยวเฉียวเข้ามากระซิบอย่างร้อนใจ "คุณหนู ข่าวข้างนอกแรงมากเจ้าค่ะ" "แรงเพียงใด" "เขาว่าท่านจงใจวางยาเพื่อย้ายเข้ามาใกล้ชิดองค์ชาย" มือที่เปิดหน้ากระดาษหยุดลงเพียงชั่วครู่ ก่อนจะดำเนินต่อ "ยิ่งแรง ยิ่งมีคนร้อนตัว" เสียงฝีเท้าใกล้เข้ามา ขันทีเอกประจำตำหนักค้อมกาย "องค์ชายเรียกพบ" ภายในห้องอักษรเงียบสนิท องค์ชายเจ็ดนั่งอยู่หลังโต๊ะเตี้ย สีหน้าสงบเกินกว่าจะอ่านใจได้ เมื่อหลี่ซินหรานคุกเข่าเขาไม่ได้ให้ลุกทันที "ข่าวลือวันนี้ เจ้าได้ยินหรือยัง" "ได้ยินแล้วเพคะ" "รู้สึกอย่างไร" คำถามนั้นฟังดูเหมือนไม่สำคัญแต่แท้จริงคือการชั่งใจ "ผู้ที่ปล่อยข่าวหวังให้หม่อมฉันเสียชื่อและให้องค์ชายเสียพระเกียรติ" เขาไม่ตอบรับและไม่ปฏิเสธ
Read more

รักษาองค์ชายเจ็ด

ภายในห้องอักษรที่เงียบสงัด เซียวจิ่งอันยังคงนั่งนิ่งอยู่บนรถเข็น สายตาของเขาเย็นเยียบดุจน้ำค้างแข็งในฤดูหนาว เขาจ้องมองสตรีที่ยืนเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกที่เริ่มแปรเปลี่ยนจากความระแวงเป็นความสงสัย "เจ้าบอกให้ข้าควบคุมเจ้าให้ได้อย่างนั้นหรือ" เขาเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ เสียงนั้นต่ำทุ้มแฝงไปด้วยอำนาจที่ทำให้คนฟังรู้สึกครั่นคร้าม "รู้หรือไม่ว่าคำพูดนี้ หากเป็นผู้อื่นกล่าว ข้าคงสั่งตัดลิ้นมันไปแล้ว" หลี่ซินหรานมิได้หลบสายตา นางก้าวเข้าไปใกล้เขาอีกหนึ่งก้าว กลิ่นอายสมุนไพรอ่อน ๆ จากตัวนางลอยไปกระทบจมูกของเขา เป็นกลิ่นที่สะอาดและทำให้จิตใจที่เคยหนักอึ้งของเขาสงบลงอย่างประหลาด "คนที่จะตัดลิ้นหม่อมฉันได้ ต้องเป็นคนที่มองว่าหม่อมฉันไร้ค่าเท่านั้นเพคะ" นางตอบพลางย่อกายลงเบื้องหน้าเขาอย่างเป็นธรรมชาติ มือเรียวเอื้อมออกไปคว้าข้อมือของเขาขึ้นมาอีกครั้งโดยมิได้ขออนุญาต เซียวจิ่งอันชะงัก ร่างกายของเขาตื่นตัวสัญชาตญาณสั่งให้เขาสะบัดออก แต่เมื่อสัมผัสได้ถึงปลายนิ้วนุ่มที่วางลงบนจุดชีพจรอย่างแม่นยำ เขากลับปล่อยให้นางทำตามใจ "ชีพจรขององค์ชายยังคงเต้นผิดจังหวะในบางช่วง เป็นเพราะพิษตกค้างที
Read more

ความลับที่เก็บซ่อน

ท่ามกลางความเงียบงันหลังจากการล่าถอยของนางกำนัลใหญ่ กลิ่นอายของความตึงเครียดในห้องมิได้จางหายไปตามฝีเท้าของนางกำนัลผู้นั้น หลี่ซินหรานยังคงนั่งอยู่บนขอบเตียง ลมหายใจของนางหอบถี่เล็กน้อยจากความเหนื่อยล้าที่ใช้พลังวิญญาณผ่านจี้หยกมากเกินไป ในขณะที่เซียวจิ่งอันยังคงนิ่งค้างอยู่ในท่าทางเดิม ดวงตาคมกริบจ้องมองสตรีเบื้องหน้าเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ "เจ้ากล้าดีอย่างไร" น้ำเสียงของเขาเบาหวิวแต่กลับทรงพลังจนน่าขนลุก "เจ้ากล้าใช้ร่างกายตนเองมาเป็นเกราะกำบัง เจ้าคิดว่าข้าจะซาบซึ้งจนมอบหัวใจให้เจ้า หรือคิดว่าข้าจะฆ่าปิดปากเจ้าเสียตอนนี้" หลี่ซินหรานแค่นยิ้ม นางมิได้แสดงท่าทีหวาดกลัวแม้แต่น้อย มือเรียวบางเอื้อมไปหยิบผ้าสะอาดมาเช็ดเข็มเงินที่ปนเปื้อนเลือดสีดำคล้ำซึ่งเป็นพิษตกค้างจากแผ่นหลังของเขา "องค์ชายเจ็ด ท่านอาจจะฆ่าหมอทั่วไปเพื่อปิดปากได้" นางเงยหน้าขึ้น สบตาเขาด้วยแววตาของผู้ที่ถือไพ่เหนือกว่า "แต่ท่านฆ่าหมอที่รู้วิธีถอนพิษชนิดพิเศษไม่ได้หรอกเพคะ" นางเว้นจังหวะครู่เดียวก็เผยคำพูดบางอย่างออกมาที่ทำให้เซียวจิ่งอันนึกไม่ถึง "องค์ชายแกล้งขาพิการ หากไม่มีหม่อมฉัน อีกไม่นานท่านจ
Read more

คนในนิมิต

ความเงียบสงัดภายในห้องบรรทมถูกทำลายลงด้วยลมหายใจที่หนักหน่วงของทั้งสองคน แรงบีบที่ไหล่ของหลี่ซินหรานเตือนให้นางรู้ว่า นางได้ล่วงล้ำเข้าสู่เขตแดนหวงห้ามที่สุดของเซียวจิ่งอันเสียแล้ว "ตอบข้ามา! เจ้าไปรู้เรื่องปานแดงนั่นมาจากไหน!" เสียงของเซียวจิ่งอันสั่นพร่าด้วยความโกรธและความเจ็บปวดที่ซ่อนเร้นมานาน หลี่ซินหรานมองลึกเข้าไปในดวงตาของเขา ซึ่งเป็นดั่งพยัคฆ์หนุ่มที่กำลังบาดเจ็บ นางไม่สามารถบอกเขาได้ตรง ๆ ว่าเห็นมาจากระบบหรือพลังหยกวิญญาณ เพราะนั่นอาจทำให้เขามองว่านางเป็นสตรีวิปลาส "หม่อมฉันบอกแล้วไงเพคะว่ามันคือความฝัน" นางพยายามทำใจดีสู้เสือ แม้หัวใจจะเต้นระรัว "ในฝันนั้น หม่อมฉันเห็นเงาร่างหนึ่งที่ท่านไว้วางใจที่สุด ในมือของเขาถือจอกสุราที่มียาพิษร้ายแรง และที่ข้อมือซ้ายของเขามีปานแดงรูปจันทร์เสี้ยว" เซียวจิ่งอันปล่อยมือจากไหล่นางทันที ร่างของเขาทรุดลงนั่งบนขอบเตียงอย่างหมดแรง แววตาที่เคยแข็งกร้าวดุจหินผากลับสั่นระริก "คนผู้นั้นคือองครักษ์คู่ใจของข้า เฉินเฟิงเขาตายในวันที่ข้าถูกลอบทำร้าย" เขาพึมพำเสียงแผ่ว "ข้าคิดมาตลอดว่าเขาตายเพื่อปกป้องข้า แต่เจ้ากำลังจะบอกว่าเขาค
Read more

กลิ่นอายสังหาร

เสียงโลหะปะทะกันที่หน้าเรือนเล็กดังสนั่นหวั่นไหว ตัดกับความเงียบงันภายในห้องโถงที่อบอวลไปด้วยกลิ่นยาสมุนไพร หลี่ซินหรานมองดูเลือดสีดำที่ยังคงไหลซึมจากปลายนิ้วเท้าของเซียวจิ่งอัน นางรู้ดีว่าหากถอนเข็มตอนนี้ ความเพียรพยายามทั้งหมดจะสูญเปล่า และพิษจะตีกลับเข้าสู่หัวใจเขาตามแรงอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน "องค์ชายนั่งนิ่ง ๆ เพคะ หากท่านเดินลมปราณตอนนี้ เส้นเลือดจะแตกตายก่อนได้ฆ่าคนร้าย!" นางตวาดเสียงต่ำพลางกดไหล่หนาของเขาไว้ด้วยแรงทั้งหมดที่มี "แต่มันบุกมาถึงนี่! ข้าจะปล่อยให้เจ้าเผชิญหน้ากับพวกมันลำพังได้อย่างไร!" เซียวจิ่งอันกัดฟันกรอด ดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธแค้น "หม่อมฉันไม่ใช่สตรีอ่อนแอที่ท่านรู้จัก" หลี่ซินหรานหยิบขวดกระเบื้องเล็ก ๆ ออกมาจากแขนเสื้อ "เสี่ยวเฉียว พาองค์ชายไปซ่อนหลังตู้ยา แล้วเจ้าอย่าโผล่หัวออกมาเด็ดขาด!" นางกำชับสาวใช้ก่อนจะหันไปคว้ามีดผ่าตัดที่ตีขึ้นจากเหล็กชั้นดีและถุงผ้าที่บรรจุผงแป้งละเอียดสีขาวติดตัวไว้ นางเดินออกไปที่หน้าประตูห้องโถง สูดลมหายใจลึก กลิ่นอายของหญิงสาวในร่างเดิมที่ตายไปค่อย ๆ ถูกทับซ้อนด้วยจิตวิญญาณที่แข็งแกร่งของแพทย์ผู้ผ่านความเป็นตายมานับ
Read more

เงาปริศนาและสัญญาเลือด

ท่ามกลางซากศพที่นอนระเกะระกะและกลิ่นคาวคลุ้งของเลือดสีดำสนิทภายในห้องโถง หลี่ซินหรานยังคงยืนนิ่ง มือที่ถือมีดผ่าตัดด้ามเล็กยังคงมั่นคงดุจขุนเขา นางหาได้หวาดกลัวต่อวิญญาณที่เพิ่งดับสูญไม่ ตรงกันข้ามดวงตาของนางกลับจดจ่ออยู่กับการวิเคราะห์ร่องรอยที่หลงเหลืออยู่บนร่างกายของคนร้าย "เจ้าไม่กลัวบ้างหรือ" เสียงทุ้มต่ำของเซียวจิ่งอันดังขึ้นจากด้านหลัง เขาพยายามพยุงกายนั่งบนตั่งไม้ โดยมีเสี่ยวเฉียวที่ตัวสั่นเทาช่วยประคองอยู่ห่าง ๆ หลี่ซินหรานหันกลับมามองเขาเพียงแวบเดียว "คนตายคือคนที่บอกความจริงได้ดีที่สุดเพคะองค์ชาย ความกลัวหาได้ช่วยให้เรารอดพ้นจากคมดาบครั้งหน้าไม่ แต่ความรู้ต่างหากที่จะเป็นโล่คุ้มภัย" นางเดินกลับไปที่ร่างของหัวหน้าชายชุดดำที่นางเพิ่งปลิดชีพด้วยเข็มเงินสกัดจุด นางคุกเข่าลงแล้วเริ่มใช้มีดผ่าตัดกรีดรอยเย็บที่ตะเข็บเสื้อของมันออกอย่างใจเย็น เซียวจิ่งอันมองการกระทำนั้นด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา เขาไม่เคยเห็นสตรีคนใดในแคว้นนี้ที่สามารถแตะต้องศพได้โดยไม่กะพริบตา แต่นางกลับทำมันเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรประจำวัน "ดูนี่เพคะ" นางคีบวัตถุเล็ก ๆ ออกมาจากช่องลับในสาบเสื้อของมัน
Read more

ความจริงจากซากศพ

รุ่งเช้าที่แสงรุ่งอรุณทอประกายผ่านหน้าต่างห้องโถงที่ยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นอายคาวเลือดและยาสมุนไพรเข้มข้น ทว่าในขณะที่เสี่ยวเฉียวและบ่าวคนอื่น ๆ กำลังขวัญผวาจนไม่กล้าเข้าใกล้ที่เกิดเหตุ หลี่ซินหรานกลับสวมผ้าปิดจมูกที่เย็บขึ้นเองอย่างประณีต มัดรวบแขนเสื้อขึ้นอย่างคล่องแคล่ว ในมือนางถือมีดผ่าตัดด้ามเดิมที่เช็ดจนสะอาดวาววับ "เจ้าจะทำสิ่งใดกับศพพวกนั้นอีก" เซียวจิ่งอันซึ่งนั่งอยู่บนรถเข็นไม้แกะสลักถามด้วยเสียงแหบพร่า แม้สีหน้าจะดูซีดเซียวจากการถอนพิษเมื่อคืน แต่ดวงตาของเขากลับดูมีชีวิตชีวาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด "หม่อมฉันต้องการคำตอบเพคะองค์ชาย" หลี่ซินหรานตอบโดยไม่หันมามอง "คนตายโกหกไม่เป็น และร่างกายของพวกเขาคือสมุดบันทึกที่บันทึกความลับสุดท้ายเอาไว้" นางเริ่มทำการกรีดผิวกายของชายชุดดำอย่างชำนาญ การเคลื่อนไหวของมือนางมั่นคงและรวดเร็วจนองครักษ์เงาที่ยืนคุมกันอยู่รอบ ๆ ถึงกับต้องเบือนหน้าหนีด้วยความสยดสยอง แต่เซียวจิ่งอันกลับจ้องมองนางอย่างไม่วางตา เขาไม่เคยเห็นใครที่มีสมาธิแน่วแน่และเยือกเย็นได้เท่าสตรีตรงหน้านี้มาก่อน "องค์ชายทอดพระเนตรนี่สิเพคะ" นางใช้คีมคีบก้อนเนื้อขนาดเล็กที่มี
Read more

พายุเริ่มก่อตัว

ภายในห้องโถงของตำหนักองค์ชายเจ็ด บรรยากาศเงียบสงัดทว่ากลับแฝงไปด้วยความกดดันอันหนักอึ้ง เสียงลมหายใจที่สม่ำเสมอของเซียวจิ่งอันดังสะท้อนกับผนังห้อง ขณะที่เขากำลังใช้พละกำลังทั้งหมดที่มีพยุงร่างสูงสง่าให้ก้าวเดินไปตามราวไม้พยุงที่หลี่ซินหรานสร้างขึ้น "อีกเพียงสามก้าวเพคะองค์ชาย ทรงตั้งสมาธิไว้ที่ลมปราณให้มั่นคง" เสียงหวานของหลี่ซินหรานเอ่ยให้กำลังใจ นางยืนอยู่ห่างจากเขาเพียงไม่กี่ก้าว พร้อมที่จะเข้าไปรองรับร่างของเขาได้ทุกเมื่อ ดวงตาคู่สวยจดจ่ออยู่ที่ขาของเขาที่สั่นเทาแต่กลับมีความมั่นคงมากกว่าวันก่อน ๆ เซียวจิ่งอันกัดฟันแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ทุกย่างก้าวเปรียบเสมือนการเหยียบลงบนขวากหนามที่ร้อนระอุ แต่ในใจของเขากลับมีเปลวเพลิงแห่งความแค้นเป็นเครื่องหล่อเลี้ยง ในที่สุดเขาก็ก้าวผ่านระยะที่กำหนดไว้ได้สำเร็จ ร่างของเขาทรุดลงนั่งบนรถเข็นอย่างหมดแรง แต่มุมปากกลับประดับด้วยรอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่ง "ข้าเดินได้ ข้าเดินได้เจ็ดก้าวแล้วซินหราน" เขาหันไปมองนางด้วยสายตาที่ส่องประกาย หลี่ซินหรานเดินเข้าไปใกล้ นางหยิบผ้าสะอาดซับเหงื่อบนใบหน้าคมคายของเขาอย่างแผ่วเบา "เพคะ ท่านทำได้ดีมาก แต่
Read more
PREV
123456
...
10
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status