All Chapters of คุณหนูไร้ค่ากับองค์ชายพิการ: Chapter 1 - Chapter 10

98 Chapters

ลิขิตของโชคชะตา

แคว้นต้าเหยียน จวนตระกูลหลี่ เสียงร้องให้แผ่วเบาของเด็กสาวคนหนึ่งดังต่อเนื่องมาสักพักหนึ่งแล้ว หลี่ซินหรานพยายามเปิดเปลือกตาหนักอึ้งอย่างยากลำบาก นางใช้แรงที่มีน้อยนิดค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาเพื่อดูว่าเสียงสะอื้นของความปวดร้าวนั้นมีที่มาที่ไปจากจุดไหน "คุณหนู ท่านจากไปแล้วจริง ๆ หรือ ต่อไปจวนนี้จะไม่มี คุณหนูใหญ่อีกแล้ว ฮือ" เสียงรำพึงรำพันด้านนอกยังจับเรื่องราวได้ไม่ชัดเจน ภายในห้องมืดจนมองไม่เห็นสิ่งใด อีกทั้งนางรู้สึกเจ็บด้านหลังราวกับกระดูกแตกออกเป็นชิ้น ๆ หลี่ซินหรานกัดฟันลุกขึ้นนั่ง "นี่มันอะไรกัน" เสียงข้างนอกยังคงดังต่อเนื่องทว่าไร้คำพูดเล็ดลอดเข้ามา นางเริ่มปวดศีรษะจนต้องยกมือกุมขมับ เรื่องราวมากมายไหลทะลักดุจน้ำหลาก ทั้งหมดทั้งมวลมิใช่ชีวิตของนางด้วยซ้ำ มันเป็นภาพทับซ้อนไปมาของคนที่นางไม่รู้จักมาก่อน ความเครียดจากสิ่งที่มึนงงและเสียงร้องไห้ยิ่งทำให้หลี่ซินหรานปวดศีรษะหนักขึ้น จากนั้นไม่นานนางก็หมดสติลงไปอีกครั้ง ในภาพฝัน หลี่ซินหราน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทั้งแผนปัจจุบันและสมุนไพรออกจากห้องผ่าตัดมาได้ไม่นานตอนตีสาม เธอนั่งลงบนโต๊ะทำงานอย่างเหนื่อยล้าจากการทำงานติดต่อกันอย่างหนั
Read more

ความทรงจำเลวร้าย

เสี่ยวเฉียวโค้งกายอ่อนน้อมแม้จะหวั่นกลัวอยู่บ้างแต่เมื่อเห็นท่าทางของเจ้านายแล้วนางก็สบายใจอย่างไม่อาจอธิบายได้ เสียงวิ่งไกลออกไปมีเพียงความเงียบเข้ามาแทนที่ หลี่ซินหรานเดินไปนั่งที่เตียง มองข้าวของเกลื่อนกลาดรอบห้องพลางนึกย้อนความทรงจำก่อนหน้า หลี่ซินหรานบุตรสาวคนโตของใต้เท้าหลี่เหวินเจิ้ง ตำแหน่งเจ้ากรมพิธีการ บิดาของนางดูภายนอกเป็นขุนนางผู้สูงส่ง แต่สำหรับนางเป็นเพียงกรอบที่กดทับมาตั้งแต่หลังมารดาจากไป ตั้งแต่แม่ของนางเสียชีวิต ตำแหน่งคุณหนูใหญ่ก็เหลือเพียงชื่อ หลี่ซินหรานเอนกายพิงหัวเตียง เหม่อมองอย่างไร้จุดหมาย สามวันก่อนภายในจวนเงียบผิดปกติ นางถูกเรียกตัวไปที่เรือนหลักตั้งแต่เช้าตรู่ แม้จะรู้สึกไม่สบาย หน้ามืด วิงเวียน แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ เพราะคำสั่งมาจากใต้เท้าหลี่ผู้เป็นพ่อของนาง วันนั้นนางจำได้ว่า หลิ่วซื่อนั่งข้างบิดาด้วยใบหน้าซีดเซียว ข้างกายคือหลี่ซินเหยา น้องสาวต่างมารดาในชุดเรียบหรู ดวงตาแดงก่ำเหมือนคนที่เพิ่งผ่านการร้องไห้มาทั้งคืน บนโต๊ะมีถ้วยชาใบหนึ่งวางอยู่และผ้าเช็ดหน้าหนึ่งผืนซึ่งนางจำมันได้ดี "ซินหราน เจ้ามีอะไรจะอธิบายหรือไม่" น้ำเสียงเรียบเย็นของบิดาเอ
Read more

คุณหนูตกอับ

คำพูดนั้นมิได้สะทกสะท้านกับความผิดแม้แต่น้อย เด็กคนนี้จะอยู่หรือตายก็ไม่สลักสำคัญอะไร เพราะนางเป็นเพียงส่วนเกินของจวนนี้อยู่แล้ว ความรู้สึกปวดร้าวตีขึ้นมาในอก ภายในเหมือนกำลังสั่นไหว นั่นเพราะจิตใต้สำนึกของวิญญาณเดิมยังหลงเหลือ แต่ไม่นานความรู้สึกเหล่านั้นก็หายไปดั่งคนอ่อนแอที่ยกมือยอมแพ้ต่อโชคชะตา "ทะลุมิติมาได้กลับต้องพบพานคนชั่วร้ายเสียอย่างนั้น" หลี่ซินหรานเม้มปาก เจ้าของร่างเดิมทั้งอ่อนแอและถูกกดขี่ เมื่อนางได้โอกาสกลับมาเกิดและอยู่ในร่างนี้ไปแล้ว สาบานได้เลยว่านางจะไม่ยอมให้ผู้ใดมารังแกได้แม้แต่บิดาของตน บิดาผู้เลือกหน้าตาเกียรติยศ เลือกอยู่ข้างคนชั่วมากกว่าลูกสาวแท้ ๆ ของตัวเอง แม้แต่วันที่นางถูกใส่ร้าย ถูกคุมขังและถูกตีจนตาย ศพถูกทอดทิ้ง จะนำไปทำพิธีเป็นการส่งนางครั้งสุดท้ายก็หามีไม่ ต้นเหตุก็มาจากบิดาที่เพิกเฉยนางมาตลอด หากเขาไม่สั่งขังนางวันนั้น วันนี้นางคงไม่ตายอย่างอัปยศเช่นนี้ หลี่ซินหรานลุกขึ้นเดินไปที่หน้ากระจก นางคลี่เสื้อผ้าด้านหลังออกช้า ๆ รอยแส้แดงปรากฏบนแผ่นหลังเป็นทางยาว ไร้รอยแตกหรือมีเลือดไหล มีเพียงความรู้สึกเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ในความทรงจำรอยแผลนี
Read more

คารวะบิดา

เรือนหลักเงียบสงบ เสียงฝีเท้าบ่าวรับใช้เบาบางในยามเช้า หลี่เหวินเจิ้งนั่งอยู่หลังโต๊ะไม้หอม ใบหน้าขรึม เย็นชา สวมอาภรณ์ขุนนางอย่างเรียบร้อย ข้างกายคือหลิ่วซื่อกับหลี่ซินเหยา เมื่อเห็นร่างบางก้าวเข้ามา หลิ่วซื่อถึงกับชะงัก ปลายนิ้วที่จับถ้วยชาสั่นไหวเล็กน้อย หลี่ซินเหยาหน้าซีด ดวงตาเบิกกว้างอย่างไม่อาจปิดบัง เพราะคนที่ควรตายไปแล้วกำลังยืนอยู่ตรงหน้า หลี่ซินหรานทำความเคารพอย่างงดงาม คุกเข่าลงช้า ๆ ตามธรรมเนียม "ลูกมาคารวะท่านพ่อเจ้าค่ะ" เสียงนางราบเรียบ กิริยานิ่งสงบราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น หลี่เหวินเจิ้งเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มองนางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า แววตานั้นมิใช่ดีใจ หากเป็นความแปลกใจปนเย็นชา "ได้ยินว่าวันนั้นไม่สบาย อาการเจ้าดีขึ้นแล้วหรือ" คำถามนั้นฟังดูเหมือนห่วงใยแต่ไร้ความอบอุ่นโดยสิ้นเชิง "เจ้าค่ะ" หลี่ซินหรานตอบสั้น ๆ แล้วก้มหน้า หลิ่วซื่อรีบตั้งสติ ยิ้มอ่อนโยนอย่างที่ฝึกมานับสิบปี "เมื่อวานข้าคิดว่าซินหรานเพียงสลบไป จึงสั่งให้ปล่อยกลับเรือน นึกไม่ถึงว่านางจะฟื้นได้เร็วถึงเพียงนี้" น้ำเสียงอ่อนโยน แฝงความเมตตา หากใต้รอยยิ้ม ดวงตากลับแข็งกร้าว หลี่ซินเหยาก้าวออกม
Read more

ทวงคืนทรัพย์สิน

หลิ่วซื่อกับหลี่ซินเหยากลับมายังเรือนรอง เช้านี้นางอารมณ์เสียตั้งแต่เช้า ถึงจะไม่กังวลท่าทีของสามีที่มีต่อบุตรสาวคนโตแต่ใช่ว่าเรื่องอื่นนางจะสบายใจ "หลี่ซินหราน คิดแข็งข้อกับข้างั้นหรือ" นางกดเสียงต่ำพึมพำ มือเรียวกำแน่นภายใต้แขนเสื้อสีเข้ม เมื่อก่อนหลี่ซินหรานอ่อนแอไร้ที่พึ่ง บิดาไม่เคยใส่ใจจึงโยนภาระมาให้นางดูแล สิ่งที่เคยติดขัดก็ง่ายขึ้น แล้วจู่ ๆ เกิดอะไรขึ้นกันถึงได้ตาลปัตรได้ขนาดนี้ ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่เข้าใจ "หรือนางจะเป็นแม่มด เช่นนั้นยิ่งต้องหาทางกำจัดออกไปให้พ้นจวน" นางหาเหตุผลเข้าข้างตัวเองรวมทั้งหาวิธีคิดแผนจัดการลูกเลี้ยงให้พ้นทาง คำเรียกขานที่หมิ่นเกียรติของหลี่ซินหรานยิ่งตอกย้ำปมในใจของหลิ่วซื่อเข้าเต็มอก เมื่อก่อนยอมเรียกนางว่าท่านแม่ เชื่อฟังทุกอย่าง แม้แต่บอกให้ไปตายก็ยอมอ่อนข้ออย่างเต็มใจ เป็นของเล่นให้หลี่ซินเหยารังแกอย่างสนุกสนาน ทว่าวันนี้กลับทำให้นางรู้สึกหมดสิ้นศักดิ์ศรีของนายหญิงในจวน แล้วยังกล้าจ้องหน้าผู้ที่เคยเรียกว่าแม่อย่างไร้ความหวาดกลัว "หากปล่อยไว้เช่นนี้คนในจวนคงเห็นข้าเป็นตัวตลก" หลี่ซินเหยาเห็นท่าทางของมารดาก็เกิดไม่มั่นใจ นางมีแม่คอยคุ้มกันคว
Read more

รับราชโองการ

หลี่ซินหรานให้เสี่ยวเฉียวจัดหีบทรัพย์สินให้เข้าที่ ทั้งนายและบ่าวช่วยกันจัดห้องให้เป็นระเบียบกินเวลาไปจนถึงช่วงเย็นเสียงฝีเท้าหนัก ๆ ดังขึ้นจากด้านนอก ยังไม่ทันได้ตั้งตัวประตูเรือนก็ถูกผลักออกหลี่เหวินเจิ้งก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียดอาภรณ์ขุนนางยังไม่เปลี่ยน บ่งบอกว่าเขาเพิ่งกลับจากทำงาน ด้านหลังคือหลิ่วซื่อมีสีหน้าอ่อนโยนปนเศร้าราวกับผู้ถูกกระทำ"ซินหราน"น้ำเสียงบิดาแข็งกร้าวตั้งแต่คำแรก"เจ้ากล้าดีอย่างไร"หลี่ซินหรานลุกขึ้นคำนับอย่างสำรวมท่าทางเรียบร้อยไร้ความตื่นตระหนก"ข้าถามว่า!"หลี่เหวินเจิ้งฟาดมือกับโต๊ะ"เหตุใดเจ้าจึงข้ามหน้าข้ามตา สั่งการพ่อบ้าน เปิดเขตหวงห้ามโดยไม่รายงานข้าหรือไม่ก็รายงานแม่ของเจ้า"หลิ่วซื่อก้าวขึ้นหนึ่งก้าวน้ำเสียงสั่นเล็กน้อย"นายท่าน ข้าเองก็ไม่คิดว่าเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้จะบานปลาย"นางพูดต่อราวกับกำลังน้อยอกน้อยใจ"ซินหรานยังเด็ก อาจเพราะตกใจจากเหตุการณ์ก่อนหน้า จึงคิดมากไปบ้างเลยทำอะไรโดยขาดการยั้งคิด ข้าผิดเองที่อบรมนางไม่ดีเจ้าค่ะ"นางใช้คำว่าคิดมากลบความผิดทั้งหมดให้เหลือเพียงอารมณ์เด็กดื้อที่ไม่เชื่อฟัง หลี่เหวินเจิ้งหันมามองบุตรสาว สายตาข
Read more

ข่าวแพร่สะพัด

ข่าวสมรสพระราชทานแพร่ไปทั่วจวนเร็วกว่าที่หลี่ซินหรานคาดไว้มากแทบไม่ทันพ้นยามค่ำ บ่าวรับใช้ก็เริ่มกระซิบกันเป็นกลุ่มเล็กกลุ่มน้อย เสียงซุบซิบดังแผ่วตามมุมเรือน ทางเดิน และหลังโรงครัว บางคนหยุดงานกลางคัน บางคนทำทีไม่สนใจแต่หูกลับตั้งฟังตลอดเวลาว่าที่ชายาขององค์ชายเจ็ดคำเรียกขานนั้นเหมือนก้อนหินที่ถูกโยนลงในบ่อน้ำเงียบสงบ คลื่นกระเพื่อมแผ่ออกไปไม่รู้จบเช้าวันถัดมา หลี่ซินหรานเพิ่งออกจากเรือน บ่าวรับใช้ที่เดินสวนต่างชะงักฝีเท้า ก่อนรีบก้มศีรษะคารวะอย่างรีบร้อนกว่าทุกวัน“คารวะคุณหนูใหญ่”เสียงเรียกนั้นไม่ดังนัก แต่ชัดเจนพอจะทำให้บ่าวอีกหลายคนที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ หันมามองเสี่ยวเฉียวที่เดินตามหลังถึงกับเบิกตาโต นางไม่เคยเห็นภาพเช่นนี้มาก่อน ตั้งแต่จำความได้ บ่าวในจวนมักทำเพียงโค้งกายส่ง ๆ หรือบางครั้งก็ทำเป็นมองไม่เห็นแต่วันนี้ไม่มีใครกล้าทำเช่นนั้นอีกหลี่ซินหรานเพียงพยักหน้าเล็กน้อย ไม่ได้หยุด ไม่ได้เอ่ยคำพูดใด น้ำเสียงและท่าทีสงบนิ่งราวกับทุกอย่างเป็นเรื่องปกติทว่าความเงียบนั้นเอง กลับทำให้หลายคนรู้สึกหนาวเย็นอย่างบอกไม่ถูกบ่าวรับใช้ฝั่งเรือนหลิ่วซื่อเริ่มแสดงท่าทีชัดเจนขึ้นจากที่เค
Read more

เดินทางเข้าวัง

วังหลวงยามค่ำ แสงโคมยาวเรียงรายตลอดทางเดินหินสีเขียว กำแพงสูงตระหง่านดุจเงาของสัตว์ขนาดยักษ์ที่กำลังหลับใหล ข่าวราชโองการส่งเข้ามาในวังตั้งแต่รุ่งเช้า แต่จนถึงยามนี้กลับไม่มีผู้ใดเคลื่อนไหวอย่างเปิดเผย ในตำหนักหนึ่ง ขันทีคุกเข่ารายงานเสียงต่ำ "ว่าที่ชายาองค์ชายกำลังจะเข้าวังในอีกสามวันพ่ะย่ะค่ะ" ม่านโปร่งไหวเบา ๆ จากแรงลม เสียงสตรีดังขึ้นช้า ๆ นิ่งเย็น ราบเรียบ "บุตรีตระกูลหลี่หรือ" "พ่ะย่ะค่ะ เป็นบุตรสาวภรรยาเอกที่สิ้นชีวิตไปแล้ว" ภายในม่าน เงาร่างขยับเล็กน้อย "เด็กจากหลังจวนกลับถูกเลือกให้เข้าใกล้ราชวงศ์" "ช่างน่าสนใจ" "จับตาดูต่อไป" เพียงคำเดียวก็เพียงพอให้ขันทีเข้าใจ อีกด้านหนึ่งของวัง เสียงรายงานดังขึ้นในอีกตำหนัก "นางยังไม่เคลื่อนไหวพ่ะย่ะค่ะ" "ในจวนตระกูลหลี่ ไม่มีการทะเลาะหรือการเรียกร้องสิทธิ์ใด ๆ" ชายหนุ่มในอาภรณ์สีเข้มนั่งอยู่หน้าโต๊ะหนังสือ มือหยุดอยู่บนกระดาษเพียงชั่วครู่ก่อนวางพู่กันลง "ไม่เคลื่อนไหวหรือ" เขาไม่ได้ถามต่อเพียงเอ่ยเสียงเรียบ "เฝ้าดูต่อ" คำสั่งสั้น ๆ แต่กลับหนักแน่น จวนตระกูลหลี่ ค่ำวันเดียวกัน จวนตระกูลหลี่กลับไม่สว
Read more

ตัวแปรที่ไม่มีคนมองเห็น

หลังจากเข้าเรือนพักไม่นานนัก นางกำนัลคนหนึ่งก็มาถึง "องค์หญิงหกมีรับสั่ง เรียกคุณหนูหลี่เข้าเฝ้า" คำพูดไม่ได้ให้เกียรติแต่ก็ไม่เปิดช่องให้ปฏิเสธ เมื่อมาถึงตำหนักองค์หญิงหก หลี่ซินหรานก้าวเข้าไป เสียงหัวเราะคิกคักก็ดังขึ้นทันที สตรีวัยแรกรุ่นหลายคนนั่งรวมกันอยู่ บางคนแต่งกายหรูหรา บางคนสีหน้าเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น "นี่หรือ ว่าที่ชายาขององค์ชายเจ็ด?" องค์หญิงคนหนึ่งเอ่ยขึ้นพลางหัวเราะเบา ๆ สายตากวาดมองตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างไม่ปิดบัง "ดูเรียบร้อยดี แต่เงียบเชียว ไม่เหมือนว่าที่ชายาเลยนะ" อีกคนกล่าวเสริมทันที "ได้ยินว่าองค์ชายเจ็ดป่วยหนัก ขนาดลุกจากเตียงยังไม่ได้ คงไม่ต้องเรียนรู้ธรรมเนียมวังมากนักกระมัง" เสียงหัวเราะดังขึ้นอีกระลอก องค์หญิงหกนั่งอยู่หัวโต๊ะ สีหน้าเรียบเฉยแต่แววตาเย็นชา "ในเมื่อยังไม่ได้รับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ" นางเอ่ยช้า ๆ "ก็ควรเรียนรู้มารยาทฝ่ายในเสียบ้าง จะได้ไม่ทำให้วังขายหน้า" คำพูดนั้นเหมือนคำสั่งมากกว่าคำแนะนำเสี่ยวเฉียวกำมือแน่นด้วยความโกรธ แต่หลี่ซินหรานกลับค้อมศีรษะอย่างสง่างาม "หม่อมฉันยินดีเรียนรู้เพคะ" นางเอ่ยเสียงเรียบ "ตราบ
Read more

คำพูดที่ไม่มีใครอยากฟัง

หมอหลวงมาถึงในเวลาไม่นาน เขาคุกเข่าตรวจชีพจร สีหน้าครุ่นคิดก่อนกล่าวเสียงหนักแน่น "องค์หญิงทรงตกพระทัยอย่างรุนแรง กระหม่อมจะถวายยากล่อมประสาท" ขันทีรีบรับคำ เตรียมถ้วยยา หลี่ซินหรานขมวดคิ้วเล็กน้อย พลางมองเงียบ ๆ ยานั้นหากให้ไปองค์หญิงจะไม่รอด "ขออภัย" เสียงนุ่มนวลดังขึ้นท่ามกลางความวุ่นวายทุกสายตาหันมามองนางเป็นจุดเดียว "โลหิตที่พระโอษฐ์มีสีคล้ำ มิใช่อาการจากความตกใจ" หลี่ซินหรานเอ่ยช้า ๆ ชัดถ้อยชัดคำ หมอหลวงชะงัก สีหน้าไม่พอใจ "เจ้าคือใคร กล้าขัดคำวินิจฉัยของข้า" "ข้าเป็นเพียงว่าที่ชายาองค์ชายเจ็ด" นางตอบอย่างสุภาพ "แต่หากถวายยานั้น ชีพจรจะยิ่งอ่อนลง" ความเงียบเข้าปกคลุมไปทั่ว องค์หญิงอีกคนหนึ่งหัวเราะเยาะ "เจ้ารู้ดีกว่าหมอหลวงหรือ" หลี่ซินหรานไม่ตอบ นางเพียงชี้ไปที่ปลายนิ้วของเย่หลัน "ปลายเล็บเขียวคล้ำ ลมหายใจมีกลิ่นฝาด นี่คืออาการของพิษสะสม ไม่ใช่โรคเฉียบพลัน" จี้หยกอุ่นขึ้นเล็กน้อย ราวกับยืนยันความคิดของนาง หมอหลวงหน้าซีดวาบเขาก้มลงตรวจอีกครั้งก่อนจะรีบเปลี่ยนสีหน้า "รีบเปลี่ยนตำรับยา!" เสียงสั่งการดังขึ้นทันที ผ่านไปครึ่งชั่วยาม องค์หญิงเ
Read more
PREV
123456
...
10
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status