All Chapters of เงาจันทราประจิม: Chapter 1 - Chapter 10

50 Chapters

บทที่ 1 เทศกาลไหว้พระจันทร์ 1/2

บทนำเหลียงเอ้อหลาง ลอบมองสตรีที่เพิ่งรับมาในฐานะนางบำเรออุ่นเตียง ภายใต้อาภรณ์สีกลีบบัวเนื้อบางเบาที่นิยมใช้สำหรับสตรีในหอนางโลม เขาให้คนเอามาให้นางใส่ยามต้องเข้ามาปรนนิบัติรับใช้ในตำหนักหนานฟง แห่งเขตแดนประจิม แม้นางเป็นเพียงสตรีวัยแรกแย้มแต่ทว่ายามอยู่ในชุดที่แทบจะเปลือยเปล่าเช่นนี้ ทำให้อารมณ์กายของบุรุษวัยฉกรรจ์ลุกโซนดังไฟ ลู่เยว่อิง คือบุตรสาวของขุนนางที่จงรักภักดีแต่ถูกใส่ความต้องโดนเนรเทศไปอยู่ชายแดน แม้ว่าเรื่องราวยังไม่กระจ่างชัด แต่เขาให้คำมั่นจะดูแลนางให้ดีตามที่รับปากไว้ เช่นนั้นที่ปลอดภัยหนึ่งเดียวที่นางจะรอดชีวิตจากคนที่คิดปองร้ายได้ คือ ห้องบรรทมในตำหนักประจิม เพียงเท่านั้น..............................................................................................................................................................................รัชศกเฉิงฮวาที่15 กลางฤดูใบไม้ร่วง เดือนแปดเป็นเทศกาลไหว้พระจันทร์ หลังจากที่เข้ามาตรวจตรากองทัพและเยี่ยมเยียนราษฎรอย่างลับ ๆ ของเหลียงชินอ๋องในเขตแดนประจิม หลังจากนัดแนะกับพี่ใหญ่เรื่องที่จะแอบพาพี่สะใภ้กลั
Read more

บทที่ 1 เทศกาลไหว้พระจันทร์ 2/2

“เย่อเทียนเจ้าก็ไปทำอะไรก็ไปทำ ข้าจะคุยกับพี่เยี่ยน”เยว่อิงไล่สาวใช้ไป เพื่อต้องการความเป็นส่วนตัวให้กับตนและว่าที่คู่หมั้นเย่อเทียนก้มหน้าโค้งคำนับและยกยิ้มบาง ๆ ด้วยเป็นไปตามที่นายท่านตัวจริงของนางสั่งการ เพื่อไปสืบความเรื่องที่คนเหล่านั้นคุยกันในห้องรับรองส่วนตัวสกุลลู่ “ท่านผู้นี้คือ...” ลู่เยว่เฟิงเรียนถามท่านแม่ทัพว่านเพื่อให้แน่ใจว่าตนเองเดาไม่ผิด ท่าที่หยิ่งทะนงองอาจ ใบหน้ามีสง่าราศีเช่นนี้คงเป็นใครอื่นไม่ได้นอกจาก...“ใช่แล้ว เหลียงชินอ๋อง คนที่ท่านส่งข่าวเรื่องการลอบก่อกบฏชายแดนประจิมที่มาจากสกุลว่าน” แม่ทัพว่านเฉลยในสิ่งที่ท่านเจ้าเมืองสงสัย เขาได้หนังสือลับเรื่องขอให้ช่วยตามสืบบางเรื่องจากเหลียงชินอ๋อง แล้วก็ไม่เคยบอกผู้ใดและปิดเป็นความลับมาโดยตลอด“ถวายบังคมพ่ะย่ะค่ะเหลียงชินอ๋อง” ลู่เยว่เฟิง เมื่อไม่มีใครอื่นนอกจากคนของท่านแม่ทัพและเหลียงชินอ๋องจึงไม่กล้าเสียมารยาท“ลุกขึ้นเถิดท่านเจ้าเมือง ต่อไปอย่าเพิ่งเปิดเผยฐานะข้า ข้าอยากสืบความให้กระจ่างเสียก่อน” เหลียงเอ้อหลางรีบให้ท่านเจ้าเมืองลุกขึ้นทำตัวตามสบาย“ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ”“ต่อไปเรียกข้าว่าคุณชายเหลียง หรือ เหลียงเอ
Read more

บทที่ 2 หยดนัยน์ตาสะกิดใจ 1/2

ลู่เยว่เฟิงอ่อนใจกับบุตรียิ่งนัก แต่ทว่าหากไม่ทำตามใจก็โวยวายอยากหนีออกจากบ้าน ทั้ง ๆ ที่บุรุษผู้นี้เขายังไม่วางใจนัก ที่มาที่ไปลึกลับ เพียงแต่สอบได้จอหงวนแล้วเข้ามารับราชการในเขตแดนประจิม จนท้ายที่สุดก็ได้ทำงานในกรมได้รับการสนับสนุนจากขุนนางน้อยใหญ่ในเขตประจิมและขอย้ายมาเป็นรองเจ้าเมือง เบื้องหลังแสนซับซ้อนนี้เอง ที่ลู่เยว่เฟิงไม่อาจเปิดเผยความลับบางประการได้ จึงเพียงให้หมั้นหมายกับลูกสาวของตนไว้ก่อน เพื่อศึกษานิสัยใจคอ และจะลอบสืบประวัติดู โหลวอี้เยี่ยน มองหางตาไปยังเรือนชั้นสองด้านบน ที่มีกลุ่มแขกที่มางาน กับเจ้าบ้านอย่างลู่เยว่เฟิงที่มองมายังบริเวณที่เขาและเยว่อิงยืนอยู่ หึ...คงคุยกันเสร็จแล้วสินะ... ในใจของโหลวอี้เยี่ยนร้อนรนนัก อยากรีบกลับไปยังจวนของตนเพื่อหาคำตอบโดยเร็ว “เยว่อิง วันนี้พี่เหนื่อยนักเช่นนั้นขอตัวกลับก่อน ไว้วันพรุ่งหลังเสร็จราชการจากกรมเจ้าเมือง ข้าจะมาอยู่เป็นเพื่อนเจ้าดีหรือไม่” โหลวอี้เยี่ยนกล่าวด้วยคำพูดหว่านล้อมให้นางยอมปล่อยเขาไปแต่โดยดี แท้ที่จริงเขานั้นรังเกียจนางนัก มิใคร่จะอยู่ใกล้ชิดสักนิด นางเป็นคนของต
Read more

บทที่ 2 หยดนัยน์ตาสะกิดใจ 2/2

“เยว่อิง อย่าเสียมารยาทกับคุณชายเหลียง นี่คุณชายเหลียง หลานชายท่านแม่ทัพว่าน รู้จักกันไว้เสียสิ” ลูเยว่เฟิงถือโอกาสแนะนำให้ทั้งคู่รู้จักกัน เพื่อต่อไปภายภาคหน้าหากสกุลลู่มีภัย เผื่อจะได้เป็นที่พึ่งในตำหนักประจิม ลู่เยว่อิง แม้ว่าจะเป็นสตรีดื้อด้าน แต่ต่อหน้าแขกนางก็มิอาจจะทำให้ผู้เป็นบิดาต้องได้อับอายได้ ร่างเล็กย่อตัวอย่างทำความเคารพ และฉีกยิ้มให้พอเป็นพิธี “แม่นางลู่คงตะลึงให้ความงามในบุรุษเช่นข้ากระมัง ข้าไม่ถือสาหรอกใต้เท้าลู่” คำพูดที่เอ่ยอย่างเรียบเรื่อยคล้ายไม่ใส่ใจ หรือไม่ได้เคลือบแคลงสิ่งใด เหมือนหยอกล้อกันเล่นเสียมากกว่า แต่ทว่าแววตาที่เย้ยหยันในทีที่ส่งไปให้นางนั้น ตั้งใจจะยั่วโมโหนางอยู่ในครามครัน ‘หึ...หลงตัวเอง’ นางแทบกลืนคำชมในใจของตัวเองเมื่อครู่จนหมด เมื่อเจอถ้อยคำที่แสนจะโอหัง หลงใหลในตัวเองของเขา “ขออภัยคุณชายลู่ ข้าเพียงมิเคยได้พบพาลความงดงามที่รู้สึกว่า...แปลก...มิเคยเห็นจึงจ้องมองให้มากหน่อย กำลังคิดว่าเหมือนกับสิ่งใด” เสียงหวานของลู่เยว่อิงเอ่ยตอบคุณชายเหลียงตรงหน้าอย่างไม่ยอมพ่ายแพ้ นางตั้งใจเน้นคำว่าแปลก เพื่อใ
Read more

บทที่ 3 จูบมัดจำ 1/2

หลังจากแยกย้ายจากจวนสกุลลู่ เหลียงเอ้อหลางกับฉางอี้แยกย้ายกันไปทำงาน เพื่อสืบที่มาของกลุ่มชุดดำที่แฝงตัวเข้ามาในงานเลี้ยง มีคนกำลังต้องการป้ายสีสกุลว่าน และอยากรู้ว่าเกี่ยวกับหนึ่งในสี่สกุลมารดาของเหล่าพี่น้องเขาหรือไม่ ตอนนี้ฝ่าบาทกำลังมีการแต่งตั้งไท่จื่อ และเป็นพี่ชายใหญ่ที่ได้รับตำแหน่งนั้นไป เหล่าพี่น้องทั้งสี่ล้วนไม่มีใครแก่งแย่งอำนาจกัน และถูกเลี้ยงให้ห่างจากขั้วอำนาจต่าง ๆ กระทั่งมารดาของทุกคนก็ไม่อาจจะได้ใกล้ชิดหรือตัดสินใจเรื่องใดได้ แต่คราวนี้คนร้ายหมายให้สกุลว่านต้องเป็นที่คลางแคลง เสด็จพ่อคงต้องการกำจัดคลื่นใต้น้ำทั้งหมด เพื่อให้ต้าเฉิงสงบสุขต่อไป “เป็นอย่างไรบ้างฉางอี้” เหลียงเอ้อหลางรอคนของตนอยู่บนกำแพงสูง ที่สามารถมองเห็นความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ด้านล่างได้อย่างชัดเจน จุดสังเกตมีไม่กี่ที่ แต่ทุกที่ล้วนไร้การเคลื่อนไหว นิ่งสงบเหมือนมหาสุมทรก่อนมีพายุก็ไม่ปาน เช่นนั้นไม่อาจจะวางใจได้ “ไม่มีคนที่น่าสงสัยเลยพ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง” เขาพยักหน้ากับคนสนิทแล้วก็ครุ่นคิด จะเป็นไปได้อย่างไรกัน ในเมืองหนางฟงจัดงานใหญ่อยู่ไม่กี่ที่ ผู้คนต่าง
Read more

บทที่ 3 จูบมัดจำ 2/2

การเดินทางสู่เมืองหลวงใช้เวลานับห้าวันจากหนานฟง เนื่องจากชายแดนประจิมนั้นระยะทางค่อนข้างไกล และเมื่อก่อนเข้าเมืองหลวงก็แวะรับเสด็จพี่อีกด้วย “ฉางอี้อย่าให้ผิดพลาด เขากำชับคนสนิทของตัวเองอีกครั้ง” “พ่ะย่ะค่ะ” ฉางอี้รับคำแล้วก็ไปดำเนินการตามที่รับสั่ง ภายในรถม้ายามนี้มีเพียงเหลียงเอ้อหลางเพียงลำพัง เขาคิดถึงใบหน้าของสตรีที่ก่อนจากมา เขาเข้าไปร่ำลาด้วยจุมพิต นิ้วทั้งสองลูบไปที่ริมฝีปากแล้วก็อมยิ้มออกมา “นางจะรู้หรือไม่ว่าเสียจุมพิตให้ข้าแล้ว”เขารำพันเหมือนคนกำลังละเมอเพ้อพบอยู่เพียงลำพัง จวนโหลวอี้เยี่ยน... เพล้ง...! “ไอ้พวกไร้น้ำยา! นี่ผ่านมากี่วันแล้วทำไมยังสืบไม่ได้ความว่าลู่เยว่เฟิงคุยอันกับว่านซีเหว่ย!?” เสียงอันดังก้องตวาดลั่นห้องประชุมลับในจวนสกุลโหลว ที่เบื้องหน้าเป็นเหมือนจวนขุนนางทั่วไป แต่ลึกไปด้านหลังมีห้องลับซ่อนอยู่ไว้ประชุมและวางแผน ทั้งยังเก็บของสำคัญที่จะทำการกอบกู้โฮ่วเหลียงให้กลับมาผงาดอีกครั้ง เหล่านักรบเผ่าตี้ ที่รวบรวมกำลังมาทำงานให้กับโหลวอี้เยี่ยนอย่างลับ ๆ ต่างก้มหน้าคุกเข่า
Read more

บทที่ 4 สตรีไร้ยางอาย 1/2

เย่อเทียนเพิ่งกลับจากจวนของโหลวอี้เยี่ยน ก็ต้องกลับไปอีก แต่จะให้ไปกลับกี่รอบก็ได้ แต่นางเองก็เบื่อความเอาแต่ใจและไร้ยางอายของนาง ที่เอาแต่ตามนายน้อยของตนจนแทบไม่มีเวลาทำการใด “หากงานนายน้อยสำเร็จเมื่อไหร่ เจ้าเป็นคนแรกที่ข้าจะปลิดชีพ” เย่วเทียนสบถคำแล้วเดินมุ่งไปจวนนายน้อยของตน เสียงเอะอะโวยวายของบุตรสาวเจ้าเมืองทำให้เจ้าเมืองระอาใจนัก เรียกให้อาจารย์มาสอนมารยาทอย่างผู้ดี นางก็ก่อกวนจนอาจารย์ส่ายหน้า สิ่งเดียวที่นางอยากเรียน เห็นจะเป็นพวกหนังสือประโลมโลก ที่ขายตามท้องตลาด และเอาแต่เที่ยวเตร็ดเตร่ฟังคนเล่าเรื่อง “เห้อ...!อิงเอ๋อร์เมื่อไหร่เจ้าจักรู้ความสักทีนะ บิดาเป็นห่วงเจ้านัก” ลู่เยว่เฟิงโทษเป็นความผิดตน ที่ไม่ดูแลมารดาของนางให้ดี เอาแต่ทำราชการ จนเมื่อเขาขึ้นเป็นเจ้าเมือง แต่นางก็ไม่อยู่ยินดีกับเขาเสียแล้ว เหลือเพียงเด็กน้อยน่ารักในวันวานอย่างเยว่อิง เขาก็ตามอกตามใจจนนางเสียผู้เสียคน นางไม่มีมารดาคอยอบรมสั่งสอน ทำให้นางเอาแต่ใจตัวเอง และเขาก็ไม่เคยลงโทษนางอย่างจริงจังเสียที สายตาท่านเจ้าเมือง มองตามสตรีผู้แสนงดงามเดินกลับจวนก็ถอนห
Read more

บทที่ 4 สตรีไร้ยางอาย 2/2

“พะ...พ่ะย่ะค่ะ...” ฉางอี้ไปจัดการตามรับสั่งของเหลียงชินอ๋อง ‘หึ...! สตรีเช่นนี้ไม่ควรค่าให้ข้าสนใจเลยสักนิด หากไม่ใช่บุตรสาวเจ้าเมืองลู่เยว่เฟิง ขุนนางผู้จงรักภักดี เจ้าอย่าหวังว่าข้าจะไยดี’เขากรุ่นโกรธนางนัก ไม่รู้จักรักตัว ไม่ใช่ว่ารูปโฉมนางงดงามเป็นที่หนึ่งหรอกหรือ ที่ทำให้ท่านเจ้าเมืองเจ็บปวดใจ ต้องระบายกับคนนอกเช่นพวกเขากันสักวันความโง่งมและความงดงามยั่วยวนใจชายของนาง จะนำหายนะมาสู่ตน แล้วจะไม่มีผู้ใดสงสารหรือเห็นใจนางสักคน ผู้คนก็ต่างสาปแช่งสตรีกันทั้งนั้นเมื่อความโกรธคลายตัว เขาก็ถามตัวเองว่า เหตุใดต้องโกรธนางด้วยเล่า นางไม่ใช่คู่หมายของตนสักหน่อย เมื่อสลัดความคิดฟุ้งซ่านจนออกไปหมด เขาก็ออกไปเดินเล่นที่อุทยานหลวง เบื้องหน้าเป็นสวนดอกไม้ที่แสนงดงาม เหลียงเอ้อหลางยืนทอดสายตามองจากศาลาพักใจ เหม่อมองออกไป“วันนี้ลมอันใด หอบเอาองค์ชายรองตำหนักประจิมมายืนถอนใจเสียงดังจนได้ยินถึงประตูวัง เรียกให้ข้าต้องเดินตามเสียงมา” สตรีสาวเสียงหวานเอ่ยขึ้นเมื่อพบกับคู่ปรับหมายเลขหนึ่งที่มายืนทำหน้าอมทุกข์ จนต้องเข้ามาดูเสียหน่อยว่าเกิดอันใดขึ้นเหลียงเอ้อหลาง ได้ยินเสียงก็รับรู้ถึงควา
Read more

บทที่ 5 คนร้าย 1/2

หลังจากกลับจากเขตแดนประจิมเขาก็ว้าวุ่นมาหลายเดือน จนเมื่อคิดได้แล้วจึงไปทวงบุญคุณกับพี่ชายตน เพราะว่าเป็นเขาที่ทำให้ทั้งพี่ชายและพี่สะใภ้มีวันนี้ เขาจึงต้องทำอันใดสักอย่าง และข่าวเรื่องกบฏสกุลว่านนับวันยิ่งลือหนัก ทำให้เขาต้องลงไปจัดการด้วยตัวเองอย่างเงียบ ๆ แม้ว่าเสด็จพ่อจะให้เขาอยู่นิ่งเฉยก่อน แต่คนใจร้อนเช่นเขามีหรือจะรั้งรอต่อไปได้ เหลียงเอ้อหลางเดินเข้าตำหนักบูรพาเพื่อไปขอร้องบางอย่างกับองค์รัชทายาท ที่ตอนนี้มีอำนาจเหนือเขาที่เป็นองค์ชายรอง และมีอำนาจสั่งการทุกอย่างนั้นจึงให้พี่ชายของเขาออกหน้าเป็นดีที่สุด“เสด็จพี่ ท่านต้องประทานรางวัลให้กับข้า หากไม่มีข้าท่านก็ไม่ได้ครองรัก”เจ้าน้องตัวแสบริอาจมาทวงบุญคุณกับพี่ชาย แต่ก็ต้องให้เพราะว่าน้องรองผู้นี้เขาถึงมีวันนี้“เจ้าอยากได้อันใดก็ว่ามา”“ข้าอยากไปชายแดนประจิมสักหน่อย” ทั้งเรื่องที่ไปสืบและสตรีไร้ยางอายผู้นั้นดึงให้เขาต้องกลับไปชายแดนประจิมอีกครั้งดื้อนักคงต้องเป็นข้าสินะที่จะเอาเจ้าอยู่...!“ก็ได้วันพรุ่งพี่เจ้าจะทูลขอเสด็จพ่อให้ อยากได้สักกี่เดือน” องค์รัชทายาทถามน้องชายตนเอง“ครึ่งปี...”“ฮะ...นี่เจ้าจะกลับมาเอาตอน
Read more

บทที่ 5 คนร้าย 2/2

เหลียงเอ้อหลางอยู่กลางทางระหว่างเมืองหลวงและหนานฟง การเดินทางกินเวลาถึงสามวันแล้ว อีกเพียงวันเดียวก็จะถึงแต่เขารู้สึกร้อนลนนักไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดกัน“เจ้าไปซื้อม้าเร็วมาให้ข้า” เขาตัดสินใจควบม้าออกไป เร่งให้ถึงคืนนี้ลางสังหรณ์บางอย่างทำให้เขาไม่อาจจะรั้งรออีกต่อไปได้“พ่ะย่ะค่ะ” ทหารที่ติดตามเหลียงเอ้อหลางรับคำแล้วรีบไปดำเนินการตามรับสั่งทันทีหลังจากได้ม้าเร็วเขาก็รีบควบให้ถึงหนานฟงในคืนนี้ แม้ว่าทหารที่ติดตามมาก็ยังควบม้าไม่ทันเหลียงชินอ๋อง เขามุ่งหน้าตรงไปยังเขตแดนประจิมทันทีเย่อเทียนเหยาะยาสลบลงในน้ำดื่มน้ำกิน รวมทั้งนำเหล้าไปให้คนเฝ้าหน้าประตูดื่ม แน่นอนว่ามันผสมยาสลบไว้ด้วยกัน เมื่อฟ้าเริ่มมืด แต่ละคนก็เริ่มร่วงไปทีละคนทีละคน ไม่พ้นกระทั่งเจ้าเมืองและลูกสาวฟิ๊ว...!!!เย่อเทียนจุดพลุให้สัญญาณ เพื่อให้นักรบเผ่าตี้ที่ลอบซุ่มอยู่ข้างกำแพงจวนลอบเข้ามาจุดไฟเผา ส่วนตนเองนั้นก็เข้าไปหาผังเมืองหนานฟง“อยู่ไหนนะ...” นางพยายามรื้อค้นจนหมด กระทั่งพลิกโต๊ะรื้อหาแต่ก็ไม่พบสิ่งใดเลย เจ้าเมืองผู้นี้ร้อยเล่ห์ หลบซ่อนสิ่งของสำคัญได้เก่งยิ่ง เหตุใดไม่โง่งมเหมือนลูกสาว“แม่นางเย่อเทียน เสร็จแล้ว
Read more
PREV
12345
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status