Home / รักโบราณ / เงาจันทราประจิม / บทที่ 3 จูบมัดจำ 2/2

Share

บทที่ 3 จูบมัดจำ 2/2

last update Petsa ng paglalathala: 2026-03-04 20:25:10

การเดินทางสู่เมืองหลวงใช้เวลานับห้าวันจากหนานฟง เนื่องจากชายแดนประจิมนั้นระยะทางค่อนข้างไกล และเมื่อก่อนเข้าเมืองหลวงก็แวะรับเสด็จพี่อีกด้วย

          “ฉางอี้อย่าให้ผิดพลาด เขากำชับคนสนิทของตัวเองอีกครั้ง”

          “พ่ะย่ะค่ะ” ฉางอี้รับคำแล้วก็ไปดำเนินการตามที่รับสั่ง

          ภายในรถม้ายามนี้มีเพียงเหลียงเอ้อหลางเพียงลำพัง เขาคิดถึงใบหน้าของสตรีที่ก่อนจากมา เขาเข้าไปร่ำลาด้วยจุมพิต นิ้วทั้งสองลูบไปที่ริมฝีปากแล้วก็อมยิ้มออกมา

          “นางจะรู้หรือไม่ว่าเสียจุมพิตให้ข้าแล้ว”เขารำพันเหมือนคนกำลังละเมอเพ้อพบอยู่เพียงลำพัง

          จวนโหลวอี้เยี่ยน...

          เพล้ง...!

          “ไอ้พวกไร้น้ำยา! นี่ผ่านมากี่วันแล้วทำไมยังสืบไม่ได้ความว่าลู่เยว่เฟิงคุยอันกับว่านซีเหว่ย!?”

          เสียงอันดังก้องตวาดลั่นห้องประชุมลับในจวนสกุลโหลว ที่เบื้องหน้าเป็นเหมือนจวนขุนนางทั่วไป แต่ลึกไปด้านหลังมีห้องลับซ่อนอยู่ไว้ประชุมและวางแผน ทั้งยังเก็บของสำคัญที่จะทำการกอบกู้โฮ่วเหลียงให้กลับมาผงาดอีกครั้ง

          เหล่านักรบเผ่าตี้ ที่รวบรวมกำลังมาทำงานให้กับโหลวอี้เยี่ยนอย่างลับ ๆ ต่างก้มหน้าคุกเข่าด้วยความหวาดกลัว ความโหดเหี้ยมของโหลวอี้เยี่ยน

          “นายน้อย! ไว้ชีวิตข้าน้อยด้วย”

          “หึ...ออกไป ออกไปให้หมด หากยังไม่ได้ข่าวคราวอีกไม่ต้องกลับมาให้ข้าเห็นหน้าพวกเจ้า”

          “......!!”

          โหลวอี้เยี่ยน ทายาทหนึ่งเดียวที่เหลืออยู่ของโฮ่ว

เหลียงครานั้นก่อนเขาจะเกิดได้เพียงหนึ่งเดือน ภายใต้การจลาจล และการนำทัพของแม่ทัพว่านในอดีตที่ยอมพลีชีพต่อตีโฮ่วเหลี่ยงที่ลุกฮือขึ้นแข็งเมือง การต่อสู้กินเวลายาวนานถึงเจ็ดวันเจ็ดคืน ในที่สุดแม่ทัพว่านในอดีตและเสด็จพ่อของเขาก็ตัดสินแพ้ชนะ โดยท่านพ่อของเขาตายคาสนามรบ ส่วนอดีตแม่ทัพว่าน บิดาของว่านซีเหว่ยบาดเจ็บสาหัสจนสิ้นชีพหลังจากบิดาเขาหนึ่งเดือน

          เรื่องนี้สร้างความเจ็บแค้นมาจนถึงปัจจุบัน เขาไม่ได้รับรู้เรื่องหากทว่ามารดาของเขานั้นคับแค้นใจยิ่ง และพูดกรอกหูเขาทุกวันจวบจนลมหายใจสุดท้ายก็ยังฝากฝังเรื่องการแก้แค้นและรวมแผ่นดิน โฮ่วเหลียงให้คืนกลับดังเดิม จะได้ไม่ต้องเป็นเมืองนอกด่านแห่งเขตแดนประจิมของต้าเฉิงอีกต่อไป

          โหลวอี้เยี่ยนสู้วางแผนกับเหล่าขุนนางเก่าที่สวามิภักดิ์ต่อต้าเฉิง แต่ในใจยังจงรักภักดีกับโฮ่วเหลียงหวังเพียงวันหนึ่งจะได้คืนแผ่นดินกลับมา

          เขาใช้เงินไปจำนวนไม่น้อยกับการซุ้มเลี้ยงยอดฝีมือ ที่เคยนำทัพต่อตีกับต้าเฉิงในอดีต ความเหี้ยมโหดที่เขาถูกฝึกปรือจากเหล่านักฆ่าพวกนั้นซึมซับเข้าสายเลือด บวกกับความแค้นที่บิดาต้องตายในอดีตทำให้เขากลายเป็นคนที่แข็งกระด้าง

          มือเล็กคู่หนึ่งยกขึ้นบีบนวดที่ขมับของโหลวอี้เยี่ยน ทำให้เขาผ่อนลมหายใจคลายความเคร่งเครียดลง

          “เจ้ามาแล้วหรือ” เสียงเขาอ่อนลงเมื่อนางอยู่ใกล้ ๆ หลิงเย่อเทียน นางเป็นสตรีที่เคียงข้างและร่วมเป็นร่วมตายมากับเขานับครั้งไม่ถ้วน นางยอมเป็นบ่าวที่ซื่อสัตย์และเพื่อนปรับทุกข์ยามที่เขาต้องการกำลังใจ

          “นายน้อยใจเย็นก่อนเถิดเจ้าค่ะ ข้ากำลังลอบเข้าไปยังห้องหนังสือของลู่เยว่เฟิง ไม่นานหรอก อีกอย่างนังคุณหนูหน้าโง่นั่นก็ลุ่มหลงนายน้อยเสียหมดใจ รับรองว่าแผนของเราต้องสำเร็จ” หลิงเย่อเทียนรู้ว่าเขากังวลสิ่งใด แต่นางจะไม่ทำให้นายน้อยของตนต้องทุกข์ร้อนจิตใจนานนักหรอก

แววตาที่มองบุรุษข้างกายอย่างอ่อนเชื่อมในคราแรก เปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวขึ้นเมื่อยามนึกถึงตอนที่รับใช้นังคุณหนูเยว่อิง ที่วัน ๆ เอาแต่บ้าผู้ชาย คงคิดว่านายน้อยของตน หลงรูปนางเสียกระมัง

ก็แค่สวยแต่รูป แต่ไม่มีสมอง...!

“เจ้าทำสิ่งใดให้ระวัง อย่าได้ผิดพลาด ข้าไม่อยากลงโทษเจ้า เหล่านักรบเผ่าตี้จะครหาข้าเอาได้ว่าลำเอียง จิตใจไม่เด็ดเดี่ยว แล้วคนเหล่านั้นจะปีนเกลียวควบคุมได้ยาก” เขาดึงมือของหลิงเยว่เทียนมาจูบอย่างแผ่วเบา นางเป็นคนเดียวที่เขาเผยด้านที่อบอุ่นและอ่อนโยนออกมาได้

“นายน้อยอย่ากังวลใจ ข้าจะระวังอย่างดี” วันนี้นางหนีออกมาจากจวนสกุลลู่ เพื่อมาหานายน้อย นางแทบไม่มีเวลาอยู่กับนายน้อยของนางเลย เพราะว่าเยว่อิงวัน ๆ ร้องเรียกหาแต่นาง เป็นคุณหนูที่ทำอันใดไม่เป็นสักอย่าง แต่ฝีปากช่างกล้านัก

“เย่อเทียน... เจ้าสันหลังยาวอีกแล้วใช่หรือไม่ ไปที่ใดอีก ข้าจะให้ไปส่งจดหมายให้คนรักของข้า” เยว่อิงเรียกสาวใช้ลั่นเรือน คราแรกจะไม่รับนางไว้ แต่ว่าโหลวอี้เยี่ยน เล่าความลำบากของนางให้ฟัง นางจึงใจอ่อนยอมรับแต่โดยดี แต่ไม่คิดว่านางจะเกียจคร้านขนาดนี้ ยามเมื่อพี่เยี่ยนมากลับเสนอหน้าขวางคอข้าดีนัก คอยดูนะกลับมาจะสั่งให้คนเฆี่ยนให้หลังลาย

ลู่เยว่อิง ที่โดนตามใจตั้งแต่เด็กอยากได้สิ่งใดก็โวย ไม่รู้จักรั้งรอ ต้องได้ ต้องชนะ ต้องเป็นที่หนึ่ง นั่นคือนาง

สตรีในเมืองหนานฟงต่างรู้ดีเกี่ยวกับนิสัยไม่ดีของนาง และส่วนใหญ่มิได้คบหาเป็นสหายด้วยใจ เพียงแต่คบเพื่อผลประโยชน์บางประการ นางจึงไม่มีเพื่อนแท้ที่จริงใจสักคนเดียว

“มาแล้วเจ้าค่ะ มาแล้วคุณหนู” เยว่อิงให้คนคอยเฝ้านางไว้ ยามนางเรียกหาให้ส่งสัญญาณแล้วตนจะรีบกลับ นางมีวรยุทธ การกลับมาสกุลลู่ไม่ยากเย็นนัก

“มาก็ดี เอาจดหมายนี่ไปให้กับพี่เยี่ยนด้วย กำชับว่าให้เขาเปิดออกอ่านให้ได้” นางสั่งเสร็จก็เดินกลับเข้าเรือนไป โดยไม่เห็นว่านางกลอกตาอย่างรู้สึกเบื่อหน่าย

      

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • เงาจันทราประจิม   บทที่ 25 มังกรซ่อนเมีย 2/2

    “ท่าน...ท่านอ๋อง...มะ...มันเสียว...อึ่ก...” “ข้ารู้...หากเจ้าชอบข้าก็อยากทำให้เจ้า” แรงบีบเข้ามาที่ไหล่และแรงบีดรัดของร่องสาวทำให้เขาอยากรักนางแรง ๆ ก่อนจะส่งลำมังกรใหญ่เข้าไปนิ้วเรียวของเขาส่งนำทางเข้าไปสำรวจความคับแคบนั้นก่อน เมื่อน้ำหวานไหลอาบนิ้วเขาก็ชักออกทันทีแล้วแทนที่ด้วยลำเนื้อแท่งใหญ่ ซวบ...! “อ๊ะ...อื้อ...” เสียงนางครางเมื่อแท่งร้อนเข้าไปจนสุดโคน นางที่โดนเขารังแกมาตลอดหลายวัน ต่อให้เหน็ดเหนื่อยปานใด ยามเขาเล้าโลมร่างกายมันก็อยากกลืนกินของเขาอีก “เจ้าอยากขี่มังกรอีกหรือไม่” เขาเอนตัวแล้วให้นางขี่อยู่ด้านบน มือหนาจับสะโพกเล็กให้ขยับไปตามจังหวะของเขา “อ่าห์...ดียิ่ง ยามเจ้าขี่ข้าเช่นนี้ ข้าชอบนัก” เขากล่าวด้วยรอยยิ้มยั่วยวนทั้งชื่นชมบทรักของเมียสาว นางจะได้ทำให้เขาบ่อยขึ้นอีก นางได้รับคำชมยิ่งขยับแรงขึ้นแรงขึ้น จนเสียงเนื้อที่กระทบกันในร่มผ้าดังออกมา ภายนอกเหมือนหนุ่มสาวกำลังพลอดรักเพราะเสื้อผ้ายังอยู่ครบ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเอานางทั้งที่ยังมีอาภรณ์ครบถ้วน ลำมังกรเสียดสีไปกับช่องทางรักข

  • เงาจันทราประจิม   บทที่ 25 มังกรซ่อนเมีย 1/2

    เหลียงชินอ๋องได้ให้เมียขี่มังกรอยู่หลายวันกว่าจะให้นางออกมานอกห้อง เขามันคนกินไม่รู้จักอิ่มกินมาก จนนางต้องร้องขออยู่หลายหนนัก “วันนี้ให้หม่อมฉันออกข้างนอกได้แล้วนะเพคะ อยู่แต่ในห้องอุดอู้” เขาที่เพิ่งปล่อยให้นางเป็นอิสระนางจึงต้องดักทางเขาไว้ก่อน “เจ้าเดินไหวหรือ” นางเอาแต่บอกขาอ่อนไม่มีแรง แล้วอยากไปข้างนอก มันน่าตีนัก เขาสิไม่อยากให้นางออกไปไหนเลยด้วยซ้ำ อยากรักให้ร่างกายนางจำว่าเขาคือเจ้าของ “ก็ใครล่ะเพคะ” นางค้อนเขาคนบ้ากามเอาแต่กินทั้งวันทั้งคืน ทั้งที่ท่านหมอบอกให้พักผ่อนให้มากก็ตาม “เป็นข้าที่ผิดเอง แต่ใครใช้ให้เรางดงามเพียงนี้เล่า ใครจะอดใจได้ไหวกัน” คำชมของเขาหาได้เกินจริงสักนิดเดียว นางงดงามจนใจเขาเจ็บปวดนักยามห่างไกลกัน “แล้วไม่กลัวหม่อมฉันหนีอีกแล้วเหรอเพคะ” “ไม่ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าคลาดสายตา” “แต่หม่อมฉันไม่อยากเป็นพระชายา มันอึดอัด อยากเป็นคนธรรมดามากกว่า จะไปไหน ทำอะไรก็ไม่ต้องมีคนมาตามให้ยาวเหยียด” นางลุกขึ้นแล้วทำท่าจะหนีเขาไปแต่งตัวแต่ก็โดนรวบเอวไปนั่งบนตักแกร่งของบุรุษหนุ่ม ที่คลั่งรักเมียสาวจนไม่อา

  • เงาจันทราประจิม   บทที่ 24 สวรรค์แดนใต้ 2/2

    “ไป...!” คนห่วงเมียก็ไม่คิดอันใด รีบขี่ม้าไปทันที แล้วก็เป็นอย่างที่เย่อเทียนกล่าว มีเรือมาเทียบท่าก่อนจะล่องยาวลงไปทางใต้ไม่แวะที่ใด ทั้งสามขึ้นเรือขนสินค้าขนาดใหญ่ทำให้เอาม้าขึ้นเรือมาได้ เรือลำนี้ล่องมาจากเมืองเหนือ เพื่อลงมาทางใต้ นำสินค้าภาคเหนือ ผ้าไหมแพรพรรณชั้นดีลงมาขาย และล่องไปถึงแคว้นที่ติดต่อกับต้าเฉิงอีกด้วย เยว่อิงอยู่ในตำหนักของอี๋ชินอ๋อง นางยังไม่วางใจ ทุกคืนต้องสะดุ้งตื่นกลัวจะโดนจับไปรับโทษอีก นางไม่อยากไปไหนทั้งนั้น อยากกลับบ้าน อยากอยู่ลำพังไม่อยากพบผู้ใด นางเครียดจนคลื่นไส้ออกมา เสียงโอ้กอ้ากดังขึ้นในเรือนพักของนาง ทำให้อี๋ชินอ๋องเป็นกังวลใจนัก “ไปตามหมอมา” เขาเริ่มเป็นห่วงนาง และก็รอว่าพี่ชายเมื่อไหร่จะเดินทางมาถึง เมื่อหมอได้มาตรวจและให้ยาสงบจิตใจให้นางนอนหลับให้สนิท ก็คลายกังวล “นางไม่ได้เป็นอันใดใช่หรือไม่” “ทูลท่านอ๋อง นางเพียงแต่คิดมาก พักผ่อนน้อย นอนหลับไม่สนิทเท่านั้น ให้นอนหลับมาก ๆ สักสองสามวันก็จะดี” “ขอบคุณท่านหมอ” เขาไปส่งท่านหมอ พร้อมกับที่มีร่างใครบางคนวิ่งเข้ามา แต่เมื่

  • เงาจันทราประจิม   บทที่ 24 สวรรค์แดนใต้ 1/2

    ลู่เยว่อิงที่รอนแรมมากับคาราวานพ่อค้าเกือบสิบวัน ก็ใกล้ถึงแดนใต้แล้ว นางนอนหนาวเหน็บทุกคืน คิดถึงแต่เขาไม่รู้ว่าเขาจะเป็นอย่างไรบ้าง บางคืนนางนอนสะอื้นไห้แต่ทว่านางและเขาคงไปกันไม่รอดหรอก อีกอย่างวังหลวงนางก็เกลียดเข้าไส้อยู่แล้ว จะให้นางกลับไปตายก็ไม่เอาหรอก ยอมหนาวตายด้านนอกดีกว่าหัวขาดไม่สวย หลายวันมานี้นางกินแต่หมั่นโถวแข็ง ๆ ประทังความหิวไปก่อน เดี๋ยวไปถึงเมืองใต้แล้วคงจะหาลู่ทางทำมาหากิน นางมีเงินติดตัวอยู่เล็กน้อย เช่นนั้นต้องทำให้มันเกิดประโยชน์มากที่สุด แม้ยามนี้ร่างกายจะเริ่มผ่ายผอมมากกว่าตอนอยู่กับเขาแต่นางก็จะอดทน เมื่อถึงประตูเมืองเขตแดนใต้ ทหารก็ตรวจตราคนเข้าเมือง และแน่นอนว่าป้ายตามหาคนที่มีรูปของนางได้ปิดประกาศไปทั่ว ทั้งอี๋ชินอ๋องเองก็มาตรวจด้วยตัวเอง เมื่อถึงคาราวานพ่อค้า ตอนแรกจะตรวจลวก ๆ เพราะตรวจมาสิบวันก็ไม่พบคนเสียที แต่ทว่าอี๋ชินอ๋องมาเฝ้าด้วยตัวเอง ไม่อาจจะละเลยได้ ดังนั้นจึงตรวจอย่างเข้มงวดมากขึ้น “มาจากที่ใด” “เมืองหลวงขอรับ จะมาค้าขายแถบนี้” หัวหน้าคาราวานพ่อค้ากล่าวตอบไปอย่างตรงไปตรงมา “แล้วเคยเห

  • เงาจันทราประจิม   บทที่ 23 เมียหาย 2/2

    “เยว่อิง...เยว่อิง...” เขาวิ่งมาไม่ทัน นางไม่รู้หายไปทางไหนแล้ว “ทหารแม่นางน้อยที่มากับข้าวิ่งไปที่ใดแล้ว” เหลียงเอ้อหลางร้อนใจนักที่ไม่เห็นเมียตัวเอง “ไปด้านโน้นแล้วพ่ะย่ะค่ะ” เขารีบวิ่งตามไป พร้อมกับทหารที่วิ่งไล่ตามช่วยกันตามหานาง จนเมื่อเห็นรถม้าหน้าวังนางจึงขึ้นไปแอบอยู่ด้านหลัง ม่านเหมย ที่มาหาองค์รัชทายาทเพื่อเยี่ยมไท่จื่อเฟย ยามนี้ครรภ์เริ่มใหญ่ขึ้น จึงเอาของมาถวายเพื่อบำรุง แต่เล็กเหล่าองค์ชายทั้งสี่ก็เป็นเพื่อนเล่นกับนางมา เช่นนั้นก็หาใช่คนอื่นไกลไม่ แต่เมื่อกำลังจะกลับ ก็เห็นเหลียงเอ้อหลางที่วิ่งหน้าตาตื่นราวกับต้องการจับคน “เจ้าทำอะไร” ม่านเหมยถามสหายอีกคน “ข้าหาเมียข้าไม่รู้ว่าวิ่งไปทางไหนแล้ว” “เจ้ามีเมียตั้งแต่เมื่อไหร่ เหตุใดไม่บอกข้า” ม่านเหมยต่อว่าเอ้อหลาง แต่งงานทั้งทีไม่เห็นจะบอกนาง “เรื่องมันยาว รีบหานางก่อนข้ากลัวนางจะหลงทาง” ม่านเหมยและทหารต่างช่วยกันค้นหานาง แต่ก็ไม่พบแม้แต่เงา “เมียเจ้าทำไมถึงเตลิดออกมาได้ เหตุใดไม่เฝ้าไว้ดี ๆ ” เมื่อนางเริ่มเหนื่อยก็บ่นสหายแทน

  • เงาจันทราประจิม   บทที่ 23 เมียหาย 1/2

    “ถวายบังคมพ่ะย่ะค่ะเหลียงชินอ๋อง แม่ทัพว่าน” เหล่ากงกงถวายงานตำหนักประจิม เดินมาต้อนรับที่หน้าประตูวังก่อนเชิญทั้งหมดเข้าไป “กงกงท่านรีบมาต้อนรับข้ามีเรื่องอันใดหรือไม่” “ทูลท่านอ๋อง ฝ่าบาททรงรออยู่ที่ตำหนักประจิมแล้วพ่ะย่ะค่ะ” กงกงรีบมาแจ้งก่อนจะได้เตรียมตัวไว้ถูก “เสด็จแม่เล่า” เหลียงชินอ๋องถามถึงมารดา เพราะมารดาคงไม่รู้ว่าเขาพาลูกสะใภ้มาฝาก หากต้องรับหน้าก็มีท่านลุงแล้ว “ย่อมรออยู่พร้อมกันพ่ะย่ะค่ะ” หลังได้คำตอบใบหน้าที่ยิ้มแย้มเมื่อครู่ก็หุบลงทันที เขารีบเดินไปกระซิบกับท่านลุงก่อนที่จะเข้าไปด้านใน “ท่านลุง เห็นทีคราวนี้คงต้องพึ่งบารมีท่าน” “อันใดอีก” ว่านซีเหว่ยมองหน้าหลานชายอย่างชอบกล จะมาพึ่งบารมีอันใดกับเขาเจ้าหลานตัวแสบก็เป็นถึงชินอ๋อง “ท่านต้องเชิดชูพ่อตาข้าให้มาก แล้วก็โน้มน้าวท่านแม่ให้ข้าด้วย” เขาไม่เชิงขอร้องแต่คล้ายกับสั่งเสียมากกว่า “เจ้าไม่ทูลเองเล่า เหตุใดปาขี้ใส่หน้าบ้านข้า” ว่านซีเหว่ยรีบยืดอกทันที เรื่องแบบนี้รับปากง่าย ๆ ได้อย่างไร ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน “ท่านอยากนอนที

  • เงาจันทราประจิม   บทที่ 4 สตรีไร้ยางอาย 2/2

    “พะ...พ่ะย่ะค่ะ...” ฉางอี้ไปจัดการตามรับสั่งของเหลียงชินอ๋อง ‘หึ...! สตรีเช่นนี้ไม่ควรค่าให้ข้าสนใจเลยสักนิด หากไม่ใช่บุตรสาวเจ้าเมืองลู่เยว่เฟิง ขุนนางผู้จงรักภักดี เจ้าอย่าหวังว่าข้าจะไยดี’เขากรุ่นโกรธนางนัก ไม่รู้จักรักตัว ไม่ใช่ว่ารูปโฉมนางงดงามเป็นที่หนึ่งหรอกหรือ ที่ทำให้ท่านเจ้าเม

  • เงาจันทราประจิม   บทที่ 5 คนร้าย 1/2

    หลังจากกลับจากเขตแดนประจิมเขาก็ว้าวุ่นมาหลายเดือน จนเมื่อคิดได้แล้วจึงไปทวงบุญคุณกับพี่ชายตน เพราะว่าเป็นเขาที่ทำให้ทั้งพี่ชายและพี่สะใภ้มีวันนี้ เขาจึงต้องทำอันใดสักอย่าง และข่าวเรื่องกบฏสกุลว่านนับวันยิ่งลือหนัก ทำให้เขาต้องลงไปจัดการด้วยตัวเองอย่างเงียบ ๆ แม้ว่าเสด็จพ่อจะให้เขาอยู่นิ่งเฉยก่อน แต

  • เงาจันทราประจิม   บทที่ 4 สตรีไร้ยางอาย 1/2

    เย่อเทียนเพิ่งกลับจากจวนของโหลวอี้เยี่ยน ก็ต้องกลับไปอีก แต่จะให้ไปกลับกี่รอบก็ได้ แต่นางเองก็เบื่อความเอาแต่ใจและไร้ยางอายของนาง ที่เอาแต่ตามนายน้อยของตนจนแทบไม่มีเวลาทำการใด “หากงานนายน้อยสำเร็จเมื่อไหร่ เจ้าเป็นคนแรกที่ข้าจะปลิดชีพ” เย่วเทียนสบถคำแล้วเดินมุ่งไปจวนนายน้อยของตน

  • เงาจันทราประจิม   บทที่ 3 จูบมัดจำ 1/2

    หลังจากแยกย้ายจากจวนสกุลลู่ เหลียงเอ้อหลางกับฉางอี้แยกย้ายกันไปทำงาน เพื่อสืบที่มาของกลุ่มชุดดำที่แฝงตัวเข้ามาในงานเลี้ยง มีคนกำลังต้องการป้ายสีสกุลว่าน และอยากรู้ว่าเกี่ยวกับหนึ่งในสี่สกุลมารดาของเหล่าพี่น้องเขาหรือไม่ ตอนนี้ฝ่าบาทกำลังมีการแต่งตั้งไท่จื่อ และเป็นพี่ชายใหญ่ที่ได้รับตำแหน

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status