เงาจันทราประจิม

เงาจันทราประจิม

last updateDernière mise à jour : 2026-03-07
Langue: Thai
goodnovel18goodnovel
Notes insuffisantes
50Chapitres
360Vues
Lire
Ajouter dans ma bibliothèque

Share:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

“หากเจ้ายอมเป็นของข้า ต่อให้ดาวหรือว่าเดือนข้าก็จะหามาให้เจ้าได้” “ถ้าหากว่าหม่อมฉันไม่อยากได้ทั้งดาวและเดือนเล่า?” “แล้วเจ้าอยากได้อะไร” “หากหม่อมฉันอยาก...อยากขี่มังกรเล่าเพคะ” นางหันมายิ้มให้เขาอยากหยกเย้า มังกรที่ไหนเขาจะหามาให้นางขี่ได้เล่า รอยยิ้มแสนยิ้มแสนยั่วผุดขึ้นบนใบหน้า...เขาไม่รอช้ารีบยกนางขึ้นทาบทับบนตัวทันที “เดี๋ยวสิ...ท่านทำอะไร” “ไปขี่ลูกมังกร...ของข้าไปก่อนได้หรือไม่เล่า”

Voir plus

Chapitre 1

บทที่ 1 เทศกาลไหว้พระจันทร์ 1/2

บทนำ

เหลียงเอ้อหลาง ลอบมองสตรีที่เพิ่งรับมาในฐานะนางบำเรออุ่นเตียง ภายใต้อาภรณ์สีกลีบบัวเนื้อบางเบาที่นิยมใช้สำหรับสตรีในหอนางโลม เขาให้คนเอามาให้นางใส่ยามต้องเข้ามาปรนนิบัติรับใช้ในตำหนักหนานฟง แห่งเขตแดนประจิม

          แม้นางเป็นเพียงสตรีวัยแรกแย้มแต่ทว่ายามอยู่ในชุดที่แทบจะเปลือยเปล่าเช่นนี้ ทำให้อารมณ์กายของบุรุษวัยฉกรรจ์ลุกโซนดังไฟ

          ลู่เยว่อิง คือบุตรสาวของขุนนางที่จงรักภักดีแต่ถูกใส่ความต้องโดนเนรเทศไปอยู่ชายแดน แม้ว่าเรื่องราวยังไม่กระจ่างชัด แต่เขาให้คำมั่นจะดูแลนางให้ดีตามที่รับปากไว้ เช่นนั้นที่ปลอดภัยหนึ่งเดียวที่นางจะรอดชีวิตจากคนที่คิดปองร้ายได้ คือ ห้องบรรทมในตำหนักประจิม เพียงเท่านั้น

..............................................................................................................................................................................

รัชศกเฉิงฮวาที่15 กลางฤดูใบไม้ร่วง เดือนแปดเป็นเทศกาลไหว้พระจันทร์ หลังจากที่เข้ามาตรวจตรากองทัพและเยี่ยมเยียนราษฎรอย่างลับ ๆ ของเหลียงชินอ๋องในเขตแดนประจิม หลังจากนัดแนะกับพี่ใหญ่เรื่องที่จะแอบพาพี่สะใภ้กลับเมืองหลวงอย่างลับ ๆ เขาก็เดินทางมายังเมืองหนานฟงเขตแดนประจิม

          เมื่อตรวจแถวทหารในกองทัพเงาชิวหยางโดยแม่ทัพสกุลว่านที่ร่วมกันกอบกู้อาณาจักรต้าเฉิงมาด้วยกันกับเสด็จพ่อของเขา เช่นนั้นดินแดนประจิมจึงมีอำนาจโดยสกุลว่าน ซึ่งมีเมืองหนานฟงปกครองโดยเจ้าเมืองลู่นามว่า ลู่เยว่เฟิง

          “หลานรัก วันนี้ท่านเจ้าเมืองเชิญลุงไปงานเลี้ยงในคืนไหว้พระจันทร์ หลานจะไปด้วยหรือไม่” ว่านซีเหว่ยถาม

เหลียงเอ้อหลาง เขาเป็นโอรสของว่านกุ้ยเฟยน้องสาวร่วมอุทรที่มีอำนาจในฝ่ายในรองจากฮองเฮา

          “ดียิ่งท่านลุงเหว่ย ข้าไม่ได้ครึกครื้นมานานแล้ว อยู่แต่ในวังน่าเบื่อจะตาย ข้าอยากมาอยู่เขตแดนประจิมใจจะขาด แต่เสด็จแม่ไม่ทรงยอม” เขาปรับทุกข์กับผู้เป็นลุงเพราะว่าในวังกฎระเบียบมากมายนัก ทำให้เขารู้สึกกระหายอยากออกมาใช้ชีวิตเยี่ยงคนสามัญดูบ้าง

          “ดี ดี...เช่นนั้นก็ไปเถิด”

          ภายในจวนเจ้าเมืองหนางฟงยามหัวค่ำ ความมืดโรยตัวมาปกคลุม แต่แสงไฟที่ประดับประดารอบจวนเจ้าเมืองรวมถึงตลอดสองข้างทางบนท้องถนนที่รถม้าแล่นผ่านนั้น สว่างวาบราวกับตอนกลางวัน ทั้งยังมีแสงจากดวงจันทร์ที่ลอยเด่นเป็นตระหง่านบนท้องนภายามค่ำคืน ทำให้ค่ำคืนนี้เป็นค่ำคืนแห่งความสุขโดยแท้

          บุรุษวัยฉกรรจ์เดินลงจากรถม้า เงยหน้าแหงนมองดวงจันทร์กลางฤดูใบไม้ร่วง ภายใต้ท่าทีอันนิ่งเฉยนั้นเปี่ยมด้วยเสน่ห์แห่งบุรุษเพศที่สตรีใดเห็นแล้วล้วนต้องเหลียวมอง

“พระจันทร์ที่นี่งดงามกว่าเมืองหลวงจริง ๆ ท่านลุง” น้ำเสียงอันอบอุ่นที่เปล่งออกมายามเมื่อเท้าแตะพื้นหน้าจวนเจ้าเมืองลู่เยว่เฟิง เรียกให้สตรีที่ติดตามบิดามารดามาร่วมงานมองเป็นตาเดียว

“เช่นนั้นหรอกหรือ ข้าว่าไม่ใช่แค่พระจันทร์อย่างเดียวเสียแล้วกระมังที่งดงาม ฮ่า ฮ่า ฮ่า” ผู้เป็นลุงยิ้มร่าเดินนำหน้าหลานชายเข้าไปในจวนเจ้าเมือง

ลู่เยว่เฟิง ออกมาต้อนรับท่านแม่ทัพว่านซีเหว่ย ด้วยตัวเอง นอกจากเขาที่มีอำนาจจัดการเรื่องความเรียบร้อยในเมืองแล้ว อำนาจที่ใหญ่กว่าคือ อำนาจของกองทัพชิวหยาง ขึ้นชื่อเรื่องความเฉียบขาด เด็ดเดี่ยวและเหี่ยมโหด หากผู้ใดริต่อกรล้วนต้องเอาชีวิตมาทิ้งที่เขตแดนประจิมแห่งต้าเฉิง

“คารวะท่านแม่ทัพว่าน” ลู่เยว่เฟิงคอมกายลงอย่างพินอบพิเทาให้เกียรติท่านแม่ทัพ

“วันนี้ข้าพาหลานชายมาด้วย มารู้จักไว้สักหน่อยดีหรือไม่” ว่านซีเหว่ยยักคิ้วเพื่ออยากหารือบางเรื่องที่แอบติดตามอย่างลับ ๆ โดยมีท่านเจ้าเมืองให้ความช่วยเหลือ

“เชิญท่านแม่ทัพว่าน เชิญคุณชาย...” ลู่เยว่เฟิงเดินนำหน้าบุรุษที่มาใหม่ไปทางด้านห้องรับรองที่เป็นส่วนตัว ไม่ได้รวมกับแขกที่มางานเลี้ยงในจวน

โหลวอี้เยี่ยน รองเจ้าเมืองหนานฟงมองตามว่าที่พ่อตาที่ทำการอย่างลับ ๆ กับบุรุษที่เป็นแม่ทัพใหญ่แห่งชิว

หยางและบุรุษแปลกหน้าอีกสองคนอย่างสงสัย

เบื้องหน้าโต๊ะที่ตรงข้ามกับตนคือว่าที่คู่หมั้นที่เขาและสาวใช้หลิงเย่อเทียนผู้ที่ส่งข่าวเกี่ยวกับความเป็นไปในจวนให้เขารับทราบตลอด

โหลวอี้เยี่ยนยกจอกเหล้าขึ้นดื่มยกยิ้มส่งไปให้กับโต๊ะฝั่งคู่หมั้นแต่เมื่อนางยกจอกเหล้าขึ้นดื่มเขาจึงขยิบตาให้กับสาวใช้ข้างกายนาง

“พี่เยี่ยน เหล้าดอกท้อนี้ดีนัก ท่านนำมาจากที่ใดกัน” ลู่เยว่อิง บุตรีเจ้าเมืองหนางฟงเอ่ยถามคนรัก นางไม่เคยมีคนรักมาก่อน เมื่อบุรุษตรงหน้าเอาอกเอาใจนาง จนนางใจอ่อนและขอหมั้นหมายกับเขา

เดิมทีท่านพ่อขัดขวางนาง แต่ทว่าด้วยความดื้อรั้นและเอาแต่ใจของนาง และอยากเลือกบุรุษที่ดีมาเป็นคู่ครอง นางจึงตกหลุมรักเขาอย่างง่ายดายนัก

“ข้านำมาจากเมืองหลวง จากร้านเหล้าที่ส่งเข้าวังหลวงเป็นประจำ รสชาติดีหรือไม่ อิงเอ๋อร์” โหลวอี้เยี่ยนค่อย ๆ บอกนางอย่างใจเย็นและบอกถึงที่มาที่ไปของเหล้าชั้นเลิศที่นำมาเอาใจว่าที่พ่อตาอย่างลู่เยว่เฟิง

“หากมีโอกาส พี่เยี่ยนพาข้าไปเมืองหลวงได้หรือไม่” เยว่อิงพูดคุยกับเขาวาดฝันอนาคตที่จะมีเขาเป็นสามีเคียงคู่กันตลอดชีวิต

บุรุษหนุ่มที่เข้าหานางโดยมีเจตนาแฝงฉีกยิ้มหวานราวกับน้ำผึ้งอาบยาพิษ หลิงเย่อเทียนสาวใช้ข้างกายคุณหนูเยว่อิงลอบขำให้ความมั่นอกมั่นใจ และคิดว่าโหลวอี้เยี่ยนนั้นรักนางอย่างแท้จริง หากไม่ใช่เพราะว่าผลประโยชน์คิดว่าคนอย่างเขาจะสนใจใยดีนางหรือ

คืนนี้พระจันทร์สวยยิ่ง อิงเอ๋อร์ไปเดินชมจันทร์เป็นเพื่อนพี่ดีหรือไม่” โหลวอี้เยี่ยนอยากแยกนางออกจากสาวใช้ข้างกายที่เป็นสายให้ตนเองไปสืบความกับคนที่มาใหม่ที่ท่านพ่อตาพาไปยังห้องส่วนตัว

“เช่นนั้นรีบออกไปกันเถอะ”

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Latest chapter

Plus de chapitres
Pas de commentaire
50
บทที่ 1 เทศกาลไหว้พระจันทร์ 1/2
บทนำเหลียงเอ้อหลาง ลอบมองสตรีที่เพิ่งรับมาในฐานะนางบำเรออุ่นเตียง ภายใต้อาภรณ์สีกลีบบัวเนื้อบางเบาที่นิยมใช้สำหรับสตรีในหอนางโลม เขาให้คนเอามาให้นางใส่ยามต้องเข้ามาปรนนิบัติรับใช้ในตำหนักหนานฟง แห่งเขตแดนประจิม แม้นางเป็นเพียงสตรีวัยแรกแย้มแต่ทว่ายามอยู่ในชุดที่แทบจะเปลือยเปล่าเช่นนี้ ทำให้อารมณ์กายของบุรุษวัยฉกรรจ์ลุกโซนดังไฟ ลู่เยว่อิง คือบุตรสาวของขุนนางที่จงรักภักดีแต่ถูกใส่ความต้องโดนเนรเทศไปอยู่ชายแดน แม้ว่าเรื่องราวยังไม่กระจ่างชัด แต่เขาให้คำมั่นจะดูแลนางให้ดีตามที่รับปากไว้ เช่นนั้นที่ปลอดภัยหนึ่งเดียวที่นางจะรอดชีวิตจากคนที่คิดปองร้ายได้ คือ ห้องบรรทมในตำหนักประจิม เพียงเท่านั้น..............................................................................................................................................................................รัชศกเฉิงฮวาที่15 กลางฤดูใบไม้ร่วง เดือนแปดเป็นเทศกาลไหว้พระจันทร์ หลังจากที่เข้ามาตรวจตรากองทัพและเยี่ยมเยียนราษฎรอย่างลับ ๆ ของเหลียงชินอ๋องในเขตแดนประจิม หลังจากนัดแนะกับพี่ใหญ่เรื่องที่จะแอบพาพี่สะใภ้กลั
Read More
บทที่ 1 เทศกาลไหว้พระจันทร์ 2/2
“เย่อเทียนเจ้าก็ไปทำอะไรก็ไปทำ ข้าจะคุยกับพี่เยี่ยน”เยว่อิงไล่สาวใช้ไป เพื่อต้องการความเป็นส่วนตัวให้กับตนและว่าที่คู่หมั้นเย่อเทียนก้มหน้าโค้งคำนับและยกยิ้มบาง ๆ ด้วยเป็นไปตามที่นายท่านตัวจริงของนางสั่งการ เพื่อไปสืบความเรื่องที่คนเหล่านั้นคุยกันในห้องรับรองส่วนตัวสกุลลู่ “ท่านผู้นี้คือ...” ลู่เยว่เฟิงเรียนถามท่านแม่ทัพว่านเพื่อให้แน่ใจว่าตนเองเดาไม่ผิด ท่าที่หยิ่งทะนงองอาจ ใบหน้ามีสง่าราศีเช่นนี้คงเป็นใครอื่นไม่ได้นอกจาก...“ใช่แล้ว เหลียงชินอ๋อง คนที่ท่านส่งข่าวเรื่องการลอบก่อกบฏชายแดนประจิมที่มาจากสกุลว่าน” แม่ทัพว่านเฉลยในสิ่งที่ท่านเจ้าเมืองสงสัย เขาได้หนังสือลับเรื่องขอให้ช่วยตามสืบบางเรื่องจากเหลียงชินอ๋อง แล้วก็ไม่เคยบอกผู้ใดและปิดเป็นความลับมาโดยตลอด“ถวายบังคมพ่ะย่ะค่ะเหลียงชินอ๋อง” ลู่เยว่เฟิง เมื่อไม่มีใครอื่นนอกจากคนของท่านแม่ทัพและเหลียงชินอ๋องจึงไม่กล้าเสียมารยาท“ลุกขึ้นเถิดท่านเจ้าเมือง ต่อไปอย่าเพิ่งเปิดเผยฐานะข้า ข้าอยากสืบความให้กระจ่างเสียก่อน” เหลียงเอ้อหลางรีบให้ท่านเจ้าเมืองลุกขึ้นทำตัวตามสบาย“ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ”“ต่อไปเรียกข้าว่าคุณชายเหลียง หรือ เหลียงเอ
Read More
บทที่ 2 หยดนัยน์ตาสะกิดใจ 1/2
ลู่เยว่เฟิงอ่อนใจกับบุตรียิ่งนัก แต่ทว่าหากไม่ทำตามใจก็โวยวายอยากหนีออกจากบ้าน ทั้ง ๆ ที่บุรุษผู้นี้เขายังไม่วางใจนัก ที่มาที่ไปลึกลับ เพียงแต่สอบได้จอหงวนแล้วเข้ามารับราชการในเขตแดนประจิม จนท้ายที่สุดก็ได้ทำงานในกรมได้รับการสนับสนุนจากขุนนางน้อยใหญ่ในเขตประจิมและขอย้ายมาเป็นรองเจ้าเมือง เบื้องหลังแสนซับซ้อนนี้เอง ที่ลู่เยว่เฟิงไม่อาจเปิดเผยความลับบางประการได้ จึงเพียงให้หมั้นหมายกับลูกสาวของตนไว้ก่อน เพื่อศึกษานิสัยใจคอ และจะลอบสืบประวัติดู โหลวอี้เยี่ยน มองหางตาไปยังเรือนชั้นสองด้านบน ที่มีกลุ่มแขกที่มางาน กับเจ้าบ้านอย่างลู่เยว่เฟิงที่มองมายังบริเวณที่เขาและเยว่อิงยืนอยู่ หึ...คงคุยกันเสร็จแล้วสินะ... ในใจของโหลวอี้เยี่ยนร้อนรนนัก อยากรีบกลับไปยังจวนของตนเพื่อหาคำตอบโดยเร็ว “เยว่อิง วันนี้พี่เหนื่อยนักเช่นนั้นขอตัวกลับก่อน ไว้วันพรุ่งหลังเสร็จราชการจากกรมเจ้าเมือง ข้าจะมาอยู่เป็นเพื่อนเจ้าดีหรือไม่” โหลวอี้เยี่ยนกล่าวด้วยคำพูดหว่านล้อมให้นางยอมปล่อยเขาไปแต่โดยดี แท้ที่จริงเขานั้นรังเกียจนางนัก มิใคร่จะอยู่ใกล้ชิดสักนิด นางเป็นคนของต
Read More
บทที่ 2 หยดนัยน์ตาสะกิดใจ 2/2
“เยว่อิง อย่าเสียมารยาทกับคุณชายเหลียง นี่คุณชายเหลียง หลานชายท่านแม่ทัพว่าน รู้จักกันไว้เสียสิ” ลูเยว่เฟิงถือโอกาสแนะนำให้ทั้งคู่รู้จักกัน เพื่อต่อไปภายภาคหน้าหากสกุลลู่มีภัย เผื่อจะได้เป็นที่พึ่งในตำหนักประจิม ลู่เยว่อิง แม้ว่าจะเป็นสตรีดื้อด้าน แต่ต่อหน้าแขกนางก็มิอาจจะทำให้ผู้เป็นบิดาต้องได้อับอายได้ ร่างเล็กย่อตัวอย่างทำความเคารพ และฉีกยิ้มให้พอเป็นพิธี “แม่นางลู่คงตะลึงให้ความงามในบุรุษเช่นข้ากระมัง ข้าไม่ถือสาหรอกใต้เท้าลู่” คำพูดที่เอ่ยอย่างเรียบเรื่อยคล้ายไม่ใส่ใจ หรือไม่ได้เคลือบแคลงสิ่งใด เหมือนหยอกล้อกันเล่นเสียมากกว่า แต่ทว่าแววตาที่เย้ยหยันในทีที่ส่งไปให้นางนั้น ตั้งใจจะยั่วโมโหนางอยู่ในครามครัน ‘หึ...หลงตัวเอง’ นางแทบกลืนคำชมในใจของตัวเองเมื่อครู่จนหมด เมื่อเจอถ้อยคำที่แสนจะโอหัง หลงใหลในตัวเองของเขา “ขออภัยคุณชายลู่ ข้าเพียงมิเคยได้พบพาลความงดงามที่รู้สึกว่า...แปลก...มิเคยเห็นจึงจ้องมองให้มากหน่อย กำลังคิดว่าเหมือนกับสิ่งใด” เสียงหวานของลู่เยว่อิงเอ่ยตอบคุณชายเหลียงตรงหน้าอย่างไม่ยอมพ่ายแพ้ นางตั้งใจเน้นคำว่าแปลก เพื่อใ
Read More
บทที่ 3 จูบมัดจำ 1/2
หลังจากแยกย้ายจากจวนสกุลลู่ เหลียงเอ้อหลางกับฉางอี้แยกย้ายกันไปทำงาน เพื่อสืบที่มาของกลุ่มชุดดำที่แฝงตัวเข้ามาในงานเลี้ยง มีคนกำลังต้องการป้ายสีสกุลว่าน และอยากรู้ว่าเกี่ยวกับหนึ่งในสี่สกุลมารดาของเหล่าพี่น้องเขาหรือไม่ ตอนนี้ฝ่าบาทกำลังมีการแต่งตั้งไท่จื่อ และเป็นพี่ชายใหญ่ที่ได้รับตำแหน่งนั้นไป เหล่าพี่น้องทั้งสี่ล้วนไม่มีใครแก่งแย่งอำนาจกัน และถูกเลี้ยงให้ห่างจากขั้วอำนาจต่าง ๆ กระทั่งมารดาของทุกคนก็ไม่อาจจะได้ใกล้ชิดหรือตัดสินใจเรื่องใดได้ แต่คราวนี้คนร้ายหมายให้สกุลว่านต้องเป็นที่คลางแคลง เสด็จพ่อคงต้องการกำจัดคลื่นใต้น้ำทั้งหมด เพื่อให้ต้าเฉิงสงบสุขต่อไป “เป็นอย่างไรบ้างฉางอี้” เหลียงเอ้อหลางรอคนของตนอยู่บนกำแพงสูง ที่สามารถมองเห็นความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ด้านล่างได้อย่างชัดเจน จุดสังเกตมีไม่กี่ที่ แต่ทุกที่ล้วนไร้การเคลื่อนไหว นิ่งสงบเหมือนมหาสุมทรก่อนมีพายุก็ไม่ปาน เช่นนั้นไม่อาจจะวางใจได้ “ไม่มีคนที่น่าสงสัยเลยพ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง” เขาพยักหน้ากับคนสนิทแล้วก็ครุ่นคิด จะเป็นไปได้อย่างไรกัน ในเมืองหนางฟงจัดงานใหญ่อยู่ไม่กี่ที่ ผู้คนต่าง
Read More
บทที่ 3 จูบมัดจำ 2/2
การเดินทางสู่เมืองหลวงใช้เวลานับห้าวันจากหนานฟง เนื่องจากชายแดนประจิมนั้นระยะทางค่อนข้างไกล และเมื่อก่อนเข้าเมืองหลวงก็แวะรับเสด็จพี่อีกด้วย “ฉางอี้อย่าให้ผิดพลาด เขากำชับคนสนิทของตัวเองอีกครั้ง” “พ่ะย่ะค่ะ” ฉางอี้รับคำแล้วก็ไปดำเนินการตามที่รับสั่ง ภายในรถม้ายามนี้มีเพียงเหลียงเอ้อหลางเพียงลำพัง เขาคิดถึงใบหน้าของสตรีที่ก่อนจากมา เขาเข้าไปร่ำลาด้วยจุมพิต นิ้วทั้งสองลูบไปที่ริมฝีปากแล้วก็อมยิ้มออกมา “นางจะรู้หรือไม่ว่าเสียจุมพิตให้ข้าแล้ว”เขารำพันเหมือนคนกำลังละเมอเพ้อพบอยู่เพียงลำพัง จวนโหลวอี้เยี่ยน... เพล้ง...! “ไอ้พวกไร้น้ำยา! นี่ผ่านมากี่วันแล้วทำไมยังสืบไม่ได้ความว่าลู่เยว่เฟิงคุยอันกับว่านซีเหว่ย!?” เสียงอันดังก้องตวาดลั่นห้องประชุมลับในจวนสกุลโหลว ที่เบื้องหน้าเป็นเหมือนจวนขุนนางทั่วไป แต่ลึกไปด้านหลังมีห้องลับซ่อนอยู่ไว้ประชุมและวางแผน ทั้งยังเก็บของสำคัญที่จะทำการกอบกู้โฮ่วเหลียงให้กลับมาผงาดอีกครั้ง เหล่านักรบเผ่าตี้ ที่รวบรวมกำลังมาทำงานให้กับโหลวอี้เยี่ยนอย่างลับ ๆ ต่างก้มหน้าคุกเข่า
Read More
บทที่ 4 สตรีไร้ยางอาย 1/2
เย่อเทียนเพิ่งกลับจากจวนของโหลวอี้เยี่ยน ก็ต้องกลับไปอีก แต่จะให้ไปกลับกี่รอบก็ได้ แต่นางเองก็เบื่อความเอาแต่ใจและไร้ยางอายของนาง ที่เอาแต่ตามนายน้อยของตนจนแทบไม่มีเวลาทำการใด “หากงานนายน้อยสำเร็จเมื่อไหร่ เจ้าเป็นคนแรกที่ข้าจะปลิดชีพ” เย่วเทียนสบถคำแล้วเดินมุ่งไปจวนนายน้อยของตน เสียงเอะอะโวยวายของบุตรสาวเจ้าเมืองทำให้เจ้าเมืองระอาใจนัก เรียกให้อาจารย์มาสอนมารยาทอย่างผู้ดี นางก็ก่อกวนจนอาจารย์ส่ายหน้า สิ่งเดียวที่นางอยากเรียน เห็นจะเป็นพวกหนังสือประโลมโลก ที่ขายตามท้องตลาด และเอาแต่เที่ยวเตร็ดเตร่ฟังคนเล่าเรื่อง “เห้อ...!อิงเอ๋อร์เมื่อไหร่เจ้าจักรู้ความสักทีนะ บิดาเป็นห่วงเจ้านัก” ลู่เยว่เฟิงโทษเป็นความผิดตน ที่ไม่ดูแลมารดาของนางให้ดี เอาแต่ทำราชการ จนเมื่อเขาขึ้นเป็นเจ้าเมือง แต่นางก็ไม่อยู่ยินดีกับเขาเสียแล้ว เหลือเพียงเด็กน้อยน่ารักในวันวานอย่างเยว่อิง เขาก็ตามอกตามใจจนนางเสียผู้เสียคน นางไม่มีมารดาคอยอบรมสั่งสอน ทำให้นางเอาแต่ใจตัวเอง และเขาก็ไม่เคยลงโทษนางอย่างจริงจังเสียที สายตาท่านเจ้าเมือง มองตามสตรีผู้แสนงดงามเดินกลับจวนก็ถอนห
Read More
บทที่ 4 สตรีไร้ยางอาย 2/2
“พะ...พ่ะย่ะค่ะ...” ฉางอี้ไปจัดการตามรับสั่งของเหลียงชินอ๋อง ‘หึ...! สตรีเช่นนี้ไม่ควรค่าให้ข้าสนใจเลยสักนิด หากไม่ใช่บุตรสาวเจ้าเมืองลู่เยว่เฟิง ขุนนางผู้จงรักภักดี เจ้าอย่าหวังว่าข้าจะไยดี’เขากรุ่นโกรธนางนัก ไม่รู้จักรักตัว ไม่ใช่ว่ารูปโฉมนางงดงามเป็นที่หนึ่งหรอกหรือ ที่ทำให้ท่านเจ้าเมืองเจ็บปวดใจ ต้องระบายกับคนนอกเช่นพวกเขากันสักวันความโง่งมและความงดงามยั่วยวนใจชายของนาง จะนำหายนะมาสู่ตน แล้วจะไม่มีผู้ใดสงสารหรือเห็นใจนางสักคน ผู้คนก็ต่างสาปแช่งสตรีกันทั้งนั้นเมื่อความโกรธคลายตัว เขาก็ถามตัวเองว่า เหตุใดต้องโกรธนางด้วยเล่า นางไม่ใช่คู่หมายของตนสักหน่อย เมื่อสลัดความคิดฟุ้งซ่านจนออกไปหมด เขาก็ออกไปเดินเล่นที่อุทยานหลวง เบื้องหน้าเป็นสวนดอกไม้ที่แสนงดงาม เหลียงเอ้อหลางยืนทอดสายตามองจากศาลาพักใจ เหม่อมองออกไป“วันนี้ลมอันใด หอบเอาองค์ชายรองตำหนักประจิมมายืนถอนใจเสียงดังจนได้ยินถึงประตูวัง เรียกให้ข้าต้องเดินตามเสียงมา” สตรีสาวเสียงหวานเอ่ยขึ้นเมื่อพบกับคู่ปรับหมายเลขหนึ่งที่มายืนทำหน้าอมทุกข์ จนต้องเข้ามาดูเสียหน่อยว่าเกิดอันใดขึ้นเหลียงเอ้อหลาง ได้ยินเสียงก็รับรู้ถึงควา
Read More
บทที่ 5 คนร้าย 1/2
หลังจากกลับจากเขตแดนประจิมเขาก็ว้าวุ่นมาหลายเดือน จนเมื่อคิดได้แล้วจึงไปทวงบุญคุณกับพี่ชายตน เพราะว่าเป็นเขาที่ทำให้ทั้งพี่ชายและพี่สะใภ้มีวันนี้ เขาจึงต้องทำอันใดสักอย่าง และข่าวเรื่องกบฏสกุลว่านนับวันยิ่งลือหนัก ทำให้เขาต้องลงไปจัดการด้วยตัวเองอย่างเงียบ ๆ แม้ว่าเสด็จพ่อจะให้เขาอยู่นิ่งเฉยก่อน แต่คนใจร้อนเช่นเขามีหรือจะรั้งรอต่อไปได้ เหลียงเอ้อหลางเดินเข้าตำหนักบูรพาเพื่อไปขอร้องบางอย่างกับองค์รัชทายาท ที่ตอนนี้มีอำนาจเหนือเขาที่เป็นองค์ชายรอง และมีอำนาจสั่งการทุกอย่างนั้นจึงให้พี่ชายของเขาออกหน้าเป็นดีที่สุด“เสด็จพี่ ท่านต้องประทานรางวัลให้กับข้า หากไม่มีข้าท่านก็ไม่ได้ครองรัก”เจ้าน้องตัวแสบริอาจมาทวงบุญคุณกับพี่ชาย แต่ก็ต้องให้เพราะว่าน้องรองผู้นี้เขาถึงมีวันนี้“เจ้าอยากได้อันใดก็ว่ามา”“ข้าอยากไปชายแดนประจิมสักหน่อย” ทั้งเรื่องที่ไปสืบและสตรีไร้ยางอายผู้นั้นดึงให้เขาต้องกลับไปชายแดนประจิมอีกครั้งดื้อนักคงต้องเป็นข้าสินะที่จะเอาเจ้าอยู่...!“ก็ได้วันพรุ่งพี่เจ้าจะทูลขอเสด็จพ่อให้ อยากได้สักกี่เดือน” องค์รัชทายาทถามน้องชายตนเอง“ครึ่งปี...”“ฮะ...นี่เจ้าจะกลับมาเอาตอน
Read More
บทที่ 5 คนร้าย 2/2
เหลียงเอ้อหลางอยู่กลางทางระหว่างเมืองหลวงและหนานฟง การเดินทางกินเวลาถึงสามวันแล้ว อีกเพียงวันเดียวก็จะถึงแต่เขารู้สึกร้อนลนนักไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดกัน“เจ้าไปซื้อม้าเร็วมาให้ข้า” เขาตัดสินใจควบม้าออกไป เร่งให้ถึงคืนนี้ลางสังหรณ์บางอย่างทำให้เขาไม่อาจจะรั้งรออีกต่อไปได้“พ่ะย่ะค่ะ” ทหารที่ติดตามเหลียงเอ้อหลางรับคำแล้วรีบไปดำเนินการตามรับสั่งทันทีหลังจากได้ม้าเร็วเขาก็รีบควบให้ถึงหนานฟงในคืนนี้ แม้ว่าทหารที่ติดตามมาก็ยังควบม้าไม่ทันเหลียงชินอ๋อง เขามุ่งหน้าตรงไปยังเขตแดนประจิมทันทีเย่อเทียนเหยาะยาสลบลงในน้ำดื่มน้ำกิน รวมทั้งนำเหล้าไปให้คนเฝ้าหน้าประตูดื่ม แน่นอนว่ามันผสมยาสลบไว้ด้วยกัน เมื่อฟ้าเริ่มมืด แต่ละคนก็เริ่มร่วงไปทีละคนทีละคน ไม่พ้นกระทั่งเจ้าเมืองและลูกสาวฟิ๊ว...!!!เย่อเทียนจุดพลุให้สัญญาณ เพื่อให้นักรบเผ่าตี้ที่ลอบซุ่มอยู่ข้างกำแพงจวนลอบเข้ามาจุดไฟเผา ส่วนตนเองนั้นก็เข้าไปหาผังเมืองหนานฟง“อยู่ไหนนะ...” นางพยายามรื้อค้นจนหมด กระทั่งพลิกโต๊ะรื้อหาแต่ก็ไม่พบสิ่งใดเลย เจ้าเมืองผู้นี้ร้อยเล่ห์ หลบซ่อนสิ่งของสำคัญได้เก่งยิ่ง เหตุใดไม่โง่งมเหมือนลูกสาว“แม่นางเย่อเทียน เสร็จแล้ว
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status