Share

บทที่ 3 จูบมัดจำ 1/2

last update Tanggal publikasi: 2026-03-04 20:25:03

หลังจากแยกย้ายจากจวนสกุลลู่ เหลียงเอ้อหลางกับฉางอี้แยกย้ายกันไปทำงาน เพื่อสืบที่มาของกลุ่มชุดดำที่แฝงตัวเข้ามาในงานเลี้ยง มีคนกำลังต้องการป้ายสีสกุลว่าน และอยากรู้ว่าเกี่ยวกับหนึ่งในสี่สกุลมารดาของเหล่าพี่น้องเขาหรือไม่

          ตอนนี้ฝ่าบาทกำลังมีการแต่งตั้งไท่จื่อ และเป็นพี่ชายใหญ่ที่ได้รับตำแหน่งนั้นไป เหล่าพี่น้องทั้งสี่ล้วนไม่มีใครแก่งแย่งอำนาจกัน และถูกเลี้ยงให้ห่างจากขั้วอำนาจต่าง ๆ กระทั่งมารดาของทุกคนก็ไม่อาจจะได้ใกล้ชิดหรือตัดสินใจเรื่องใดได้

          แต่คราวนี้คนร้ายหมายให้สกุลว่านต้องเป็นที่คลางแคลง เสด็จพ่อคงต้องการกำจัดคลื่นใต้น้ำทั้งหมด เพื่อให้ต้าเฉิงสงบสุขต่อไป

          “เป็นอย่างไรบ้างฉางอี้” เหลียงเอ้อหลางรอคนของตนอยู่บนกำแพงสูง ที่สามารถมองเห็นความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ด้านล่างได้อย่างชัดเจน จุดสังเกตมีไม่กี่ที่ แต่ทุกที่ล้วนไร้การเคลื่อนไหว นิ่งสงบเหมือนมหาสุมทรก่อนมีพายุก็ไม่ปาน เช่นนั้นไม่อาจจะวางใจได้

          “ไม่มีคนที่น่าสงสัยเลยพ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง”

          เขาพยักหน้ากับคนสนิทแล้วก็ครุ่นคิด จะเป็นไปได้อย่างไรกัน ในเมืองหนางฟงจัดงานใหญ่อยู่ไม่กี่ที่ ผู้คนต่างไปร่วมงานทั้งสกุลใหญ่ ๆ ต่าง ๆ แล้วให้คนของเราติดตามแต่กลับคลาดกันได้อย่างไร้ร่องรอย คนเหล่านี้น่าจะมีฝีมือมิใช่น้อยเลยทีเดียว

          “เช่นนั้นเจ้ากลับก่อนเถอะ เตรียมตัวให้พร้อม  พรุ่งนี้ข้าต้องกลับเมืองหลวงไปรับพี่ชาย” เขาแยกกับคนสนิทแล้วก็ไปยังที่ที่ต้องการพบใครบางคน

          “เดี๋ยว...ท่าน...” ฉางอี้ที่ไม่ทันได้ห้ามปรามสิ่งใด ท่านอ๋องก็ใช้วิชาตัวเบาเหาะไปไกลแล้ว และนั่นทำให้ฉางอี้ต้องกลับไปรอที่ตำหนักประจิมเพียงผู้เดียว

          ยามค่ำคืนดึกสงัด ความมืดโรยตัวปกคลุมจวนหลังใหญ่หลังจากงานเลี้ยงก็ดับไฟเพื่อป้องกันไฟ้ไหม้ เหลือเพียงคบที่วางไปเป็นจุด ๆ บ่าวไพร่ที่ต้อนรับแขกและเก็บกวาดหลับสนิทด้วยความอ่อนล้า กระทั่งคนที่ยืนเฝ้ายามหน้าประตูก็ด้วยเช่นกัน

          ชายหนุ่มร่างสูงที่มีผ้าคลุมผูกไว้ที่หลัง กำลังลอบเข้าไปยังเรือนหลังหนึ่งที่อยู่ปีกซ้ายของจวน ขายาวก้าวมาหยุดยืนตรงหน้าต่างที่ไร้แสงด้านใน บ่งบอกให้รู้ว่าผู้เป็นเจ้าของห้องนั้นหลับสนิทในห้วงนิทรา

          เขาแง้มหน้าต่างออกอย่างแผ่วเบา แล้วกระโดดเข้าไปยังห้องนอนของนาง ลู่เยว่อิงกำลังพริ้มตาหลับสนิทไม่ได้รู้สึกตัวใด ๆ แสงจันทร์ที่ส่องผ่านมาจากทางหน้าต่าง ตกกระทบกับผิวกายของนาง ขับให้เนื้อนวลงดงามยิ่งนัก

          เหลียงเอ้อหลางทรุดกายนั่งอย่างแผ่วเบาไม่ให้คนที่กำลังหลับสนิทได้รู้สึกตัวใด ๆ นิ้วมือหนาหยาบกระด้างลูบไปที่ดวงหน้าโฉมสะคราญ ยามเมื่อสัมผัสผิวกายเนื้อนางความรู้สึกบางอย่างผุดขึ้นในร่างกาย

          สตรีโฉมงามเต็มเมืองหลวงมากมายให้เลือก แต่เมื่อเขาพบนาง แววตาดื้อรั้นอยากเอาชนะ ทำให้เขานึกชอบใจจนอยากกลับมาหานางอีก

          “เด็กดื้อเช่นเจ้าต้องให้ข้าปราบเท่านั้น” เขารู้ว่านางมีคู่หมายแล้วแต่ทว่าเขาจะไม่ยอมให้มันเลยเถิดถึงแต่งงานแน่นอน ทั้งบิดานางก็ยังไม่เห็นด้วยกับการแต่งงานครั้งนี้ เช่นนั้นเขาจะขัดขวางเพื่อช่วยบิดานางสักหน่อยคงมิเป็นอันใด

          “อื้อ...” เสียงครางเมื่อมีบางสิ่งมาสัมผัสใบหน้าของนางขณะนอนหลับทำให้นางรู้สึกไม่สบายตัวจึงผลักมันออก แล้วก็ตะแคงข้างหันหลังนอนแทน

          “หึ...ขี้เซาเสียจริง...ไว้ข้ารอกลับมาก่อนเถิด” ใบหน้าหล่อก้มลงจุมพิตที่ริมฝีปากบางเบา แล้วก็รีบรุดออกไปก่อนที่นางจะตื่น เมื่อนางเริ่มขยับ

          “อื้อ...!” ลู่เยว่อิงราวกับว่าตัวเองฝันว่ามีบุรุษผู้หนึ่งมาขโมยจูบ แต่เมื่อตื่นขึ้นก็ไม่พบผู้ใด กระทั่งสาวใช้ของตนที่เดี๋ยวนี้ชักจะสันหลังยาว เพราะว่าชอบหายไปทุกที แต่นางก็ไม่ได้สนใจสิ่งใด ลุกขึ้นมาปิดหน้าต่างเพราะลมที่พัดเข้ามานั้นกระทบผิวกาย ทำให้รู้สึกเย็นเล็กน้อย

          วันถัดมา...

          “ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ เมื่อคืนท่านไปที่ใดมา” ฉางอี้อยากรู้เสียจริงว่าเจ้านายไปทำอันใด กลับมาเสียเกือบรุ่งเช้า

          “อย่าสู่รู้ เรื่องที่ข้าให้ไปจัดการ เรียบร้อยดีหรือไม่” เขานี่ไม่ชอบเจ้าฉางอี้นี่เสียเลย ชอบเจ้ากี้เจ้าการเรื่องไม่เป็นเรื่อง ส่วนเรื่องที่ให้ไปทำนั้นไม่ค่อยจะได้ความนัก

          “เรียบร้อยแล้วพ่ะย่ะค่ะ จับตาดูทั้งโหลวอี้เยี่ยน แล้วก็ส่งคนไปตามเฝ้าสกุลลู่เรียบร้อยแล้ว” ฉางอี้จัดการตามที่ผู้เป็นนายสั่ง

          “เช่นนั้นก็ดี เดี๋ยวถึงที่นัดหมายเจ้าให้คนไปประกาศว่าข้าเสด็จเยี่ยมประชาชนด้วย เสด็จพี่ข้าจะได้ลอบขึ้นมาได้ง่าย”

          “พ่ะย่ะค่ะ” เขานี่นอกจากจะรับบัญชาลับจากเสด็จพ่อแล้ว ยังถูกพี่ชายจิกหัวใช้อยู่เรื่อย เรื่องพี่สะใภ้นี่ก็เป็นเดือดเป็นร้อนไปทั้งตำหนักบูรพาและตำหนักประจิม ให้ตายเหอะ...!

          จะมีเมียทั้งทีใยยุ่งยากนักนะ...!

          เขานึกถึงตนเอง ยามเมื่อต้องการแต่งงานกับสตรีที่หมายปอง จะโดนขัดขวางเยี่ยงเสด็จพี่หรือไม่ แต่ทว่าเขาไม่ได้มีตำแหน่งใด คงไม่มีอันใดให้กังวล หวังเพียงมารดาของเขาเข้าใจก็เพียงพอแล้วกระมัง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เงาจันทราประจิม   บทที่ 25 มังกรซ่อนเมีย 2/2

    “ท่าน...ท่านอ๋อง...มะ...มันเสียว...อึ่ก...” “ข้ารู้...หากเจ้าชอบข้าก็อยากทำให้เจ้า” แรงบีบเข้ามาที่ไหล่และแรงบีดรัดของร่องสาวทำให้เขาอยากรักนางแรง ๆ ก่อนจะส่งลำมังกรใหญ่เข้าไปนิ้วเรียวของเขาส่งนำทางเข้าไปสำรวจความคับแคบนั้นก่อน เมื่อน้ำหวานไหลอาบนิ้วเขาก็ชักออกทันทีแล้วแทนที่ด้วยลำเนื้อแท่งใหญ่ ซวบ...! “อ๊ะ...อื้อ...” เสียงนางครางเมื่อแท่งร้อนเข้าไปจนสุดโคน นางที่โดนเขารังแกมาตลอดหลายวัน ต่อให้เหน็ดเหนื่อยปานใด ยามเขาเล้าโลมร่างกายมันก็อยากกลืนกินของเขาอีก “เจ้าอยากขี่มังกรอีกหรือไม่” เขาเอนตัวแล้วให้นางขี่อยู่ด้านบน มือหนาจับสะโพกเล็กให้ขยับไปตามจังหวะของเขา “อ่าห์...ดียิ่ง ยามเจ้าขี่ข้าเช่นนี้ ข้าชอบนัก” เขากล่าวด้วยรอยยิ้มยั่วยวนทั้งชื่นชมบทรักของเมียสาว นางจะได้ทำให้เขาบ่อยขึ้นอีก นางได้รับคำชมยิ่งขยับแรงขึ้นแรงขึ้น จนเสียงเนื้อที่กระทบกันในร่มผ้าดังออกมา ภายนอกเหมือนหนุ่มสาวกำลังพลอดรักเพราะเสื้อผ้ายังอยู่ครบ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเอานางทั้งที่ยังมีอาภรณ์ครบถ้วน ลำมังกรเสียดสีไปกับช่องทางรักข

  • เงาจันทราประจิม   บทที่ 25 มังกรซ่อนเมีย 1/2

    เหลียงชินอ๋องได้ให้เมียขี่มังกรอยู่หลายวันกว่าจะให้นางออกมานอกห้อง เขามันคนกินไม่รู้จักอิ่มกินมาก จนนางต้องร้องขออยู่หลายหนนัก “วันนี้ให้หม่อมฉันออกข้างนอกได้แล้วนะเพคะ อยู่แต่ในห้องอุดอู้” เขาที่เพิ่งปล่อยให้นางเป็นอิสระนางจึงต้องดักทางเขาไว้ก่อน “เจ้าเดินไหวหรือ” นางเอาแต่บอกขาอ่อนไม่มีแรง แล้วอยากไปข้างนอก มันน่าตีนัก เขาสิไม่อยากให้นางออกไปไหนเลยด้วยซ้ำ อยากรักให้ร่างกายนางจำว่าเขาคือเจ้าของ “ก็ใครล่ะเพคะ” นางค้อนเขาคนบ้ากามเอาแต่กินทั้งวันทั้งคืน ทั้งที่ท่านหมอบอกให้พักผ่อนให้มากก็ตาม “เป็นข้าที่ผิดเอง แต่ใครใช้ให้เรางดงามเพียงนี้เล่า ใครจะอดใจได้ไหวกัน” คำชมของเขาหาได้เกินจริงสักนิดเดียว นางงดงามจนใจเขาเจ็บปวดนักยามห่างไกลกัน “แล้วไม่กลัวหม่อมฉันหนีอีกแล้วเหรอเพคะ” “ไม่ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าคลาดสายตา” “แต่หม่อมฉันไม่อยากเป็นพระชายา มันอึดอัด อยากเป็นคนธรรมดามากกว่า จะไปไหน ทำอะไรก็ไม่ต้องมีคนมาตามให้ยาวเหยียด” นางลุกขึ้นแล้วทำท่าจะหนีเขาไปแต่งตัวแต่ก็โดนรวบเอวไปนั่งบนตักแกร่งของบุรุษหนุ่ม ที่คลั่งรักเมียสาวจนไม่อา

  • เงาจันทราประจิม   บทที่ 24 สวรรค์แดนใต้ 2/2

    “ไป...!” คนห่วงเมียก็ไม่คิดอันใด รีบขี่ม้าไปทันที แล้วก็เป็นอย่างที่เย่อเทียนกล่าว มีเรือมาเทียบท่าก่อนจะล่องยาวลงไปทางใต้ไม่แวะที่ใด ทั้งสามขึ้นเรือขนสินค้าขนาดใหญ่ทำให้เอาม้าขึ้นเรือมาได้ เรือลำนี้ล่องมาจากเมืองเหนือ เพื่อลงมาทางใต้ นำสินค้าภาคเหนือ ผ้าไหมแพรพรรณชั้นดีลงมาขาย และล่องไปถึงแคว้นที่ติดต่อกับต้าเฉิงอีกด้วย เยว่อิงอยู่ในตำหนักของอี๋ชินอ๋อง นางยังไม่วางใจ ทุกคืนต้องสะดุ้งตื่นกลัวจะโดนจับไปรับโทษอีก นางไม่อยากไปไหนทั้งนั้น อยากกลับบ้าน อยากอยู่ลำพังไม่อยากพบผู้ใด นางเครียดจนคลื่นไส้ออกมา เสียงโอ้กอ้ากดังขึ้นในเรือนพักของนาง ทำให้อี๋ชินอ๋องเป็นกังวลใจนัก “ไปตามหมอมา” เขาเริ่มเป็นห่วงนาง และก็รอว่าพี่ชายเมื่อไหร่จะเดินทางมาถึง เมื่อหมอได้มาตรวจและให้ยาสงบจิตใจให้นางนอนหลับให้สนิท ก็คลายกังวล “นางไม่ได้เป็นอันใดใช่หรือไม่” “ทูลท่านอ๋อง นางเพียงแต่คิดมาก พักผ่อนน้อย นอนหลับไม่สนิทเท่านั้น ให้นอนหลับมาก ๆ สักสองสามวันก็จะดี” “ขอบคุณท่านหมอ” เขาไปส่งท่านหมอ พร้อมกับที่มีร่างใครบางคนวิ่งเข้ามา แต่เมื่

  • เงาจันทราประจิม   บทที่ 24 สวรรค์แดนใต้ 1/2

    ลู่เยว่อิงที่รอนแรมมากับคาราวานพ่อค้าเกือบสิบวัน ก็ใกล้ถึงแดนใต้แล้ว นางนอนหนาวเหน็บทุกคืน คิดถึงแต่เขาไม่รู้ว่าเขาจะเป็นอย่างไรบ้าง บางคืนนางนอนสะอื้นไห้แต่ทว่านางและเขาคงไปกันไม่รอดหรอก อีกอย่างวังหลวงนางก็เกลียดเข้าไส้อยู่แล้ว จะให้นางกลับไปตายก็ไม่เอาหรอก ยอมหนาวตายด้านนอกดีกว่าหัวขาดไม่สวย หลายวันมานี้นางกินแต่หมั่นโถวแข็ง ๆ ประทังความหิวไปก่อน เดี๋ยวไปถึงเมืองใต้แล้วคงจะหาลู่ทางทำมาหากิน นางมีเงินติดตัวอยู่เล็กน้อย เช่นนั้นต้องทำให้มันเกิดประโยชน์มากที่สุด แม้ยามนี้ร่างกายจะเริ่มผ่ายผอมมากกว่าตอนอยู่กับเขาแต่นางก็จะอดทน เมื่อถึงประตูเมืองเขตแดนใต้ ทหารก็ตรวจตราคนเข้าเมือง และแน่นอนว่าป้ายตามหาคนที่มีรูปของนางได้ปิดประกาศไปทั่ว ทั้งอี๋ชินอ๋องเองก็มาตรวจด้วยตัวเอง เมื่อถึงคาราวานพ่อค้า ตอนแรกจะตรวจลวก ๆ เพราะตรวจมาสิบวันก็ไม่พบคนเสียที แต่ทว่าอี๋ชินอ๋องมาเฝ้าด้วยตัวเอง ไม่อาจจะละเลยได้ ดังนั้นจึงตรวจอย่างเข้มงวดมากขึ้น “มาจากที่ใด” “เมืองหลวงขอรับ จะมาค้าขายแถบนี้” หัวหน้าคาราวานพ่อค้ากล่าวตอบไปอย่างตรงไปตรงมา “แล้วเคยเห

  • เงาจันทราประจิม   บทที่ 23 เมียหาย 2/2

    “เยว่อิง...เยว่อิง...” เขาวิ่งมาไม่ทัน นางไม่รู้หายไปทางไหนแล้ว “ทหารแม่นางน้อยที่มากับข้าวิ่งไปที่ใดแล้ว” เหลียงเอ้อหลางร้อนใจนักที่ไม่เห็นเมียตัวเอง “ไปด้านโน้นแล้วพ่ะย่ะค่ะ” เขารีบวิ่งตามไป พร้อมกับทหารที่วิ่งไล่ตามช่วยกันตามหานาง จนเมื่อเห็นรถม้าหน้าวังนางจึงขึ้นไปแอบอยู่ด้านหลัง ม่านเหมย ที่มาหาองค์รัชทายาทเพื่อเยี่ยมไท่จื่อเฟย ยามนี้ครรภ์เริ่มใหญ่ขึ้น จึงเอาของมาถวายเพื่อบำรุง แต่เล็กเหล่าองค์ชายทั้งสี่ก็เป็นเพื่อนเล่นกับนางมา เช่นนั้นก็หาใช่คนอื่นไกลไม่ แต่เมื่อกำลังจะกลับ ก็เห็นเหลียงเอ้อหลางที่วิ่งหน้าตาตื่นราวกับต้องการจับคน “เจ้าทำอะไร” ม่านเหมยถามสหายอีกคน “ข้าหาเมียข้าไม่รู้ว่าวิ่งไปทางไหนแล้ว” “เจ้ามีเมียตั้งแต่เมื่อไหร่ เหตุใดไม่บอกข้า” ม่านเหมยต่อว่าเอ้อหลาง แต่งงานทั้งทีไม่เห็นจะบอกนาง “เรื่องมันยาว รีบหานางก่อนข้ากลัวนางจะหลงทาง” ม่านเหมยและทหารต่างช่วยกันค้นหานาง แต่ก็ไม่พบแม้แต่เงา “เมียเจ้าทำไมถึงเตลิดออกมาได้ เหตุใดไม่เฝ้าไว้ดี ๆ ” เมื่อนางเริ่มเหนื่อยก็บ่นสหายแทน

  • เงาจันทราประจิม   บทที่ 23 เมียหาย 1/2

    “ถวายบังคมพ่ะย่ะค่ะเหลียงชินอ๋อง แม่ทัพว่าน” เหล่ากงกงถวายงานตำหนักประจิม เดินมาต้อนรับที่หน้าประตูวังก่อนเชิญทั้งหมดเข้าไป “กงกงท่านรีบมาต้อนรับข้ามีเรื่องอันใดหรือไม่” “ทูลท่านอ๋อง ฝ่าบาททรงรออยู่ที่ตำหนักประจิมแล้วพ่ะย่ะค่ะ” กงกงรีบมาแจ้งก่อนจะได้เตรียมตัวไว้ถูก “เสด็จแม่เล่า” เหลียงชินอ๋องถามถึงมารดา เพราะมารดาคงไม่รู้ว่าเขาพาลูกสะใภ้มาฝาก หากต้องรับหน้าก็มีท่านลุงแล้ว “ย่อมรออยู่พร้อมกันพ่ะย่ะค่ะ” หลังได้คำตอบใบหน้าที่ยิ้มแย้มเมื่อครู่ก็หุบลงทันที เขารีบเดินไปกระซิบกับท่านลุงก่อนที่จะเข้าไปด้านใน “ท่านลุง เห็นทีคราวนี้คงต้องพึ่งบารมีท่าน” “อันใดอีก” ว่านซีเหว่ยมองหน้าหลานชายอย่างชอบกล จะมาพึ่งบารมีอันใดกับเขาเจ้าหลานตัวแสบก็เป็นถึงชินอ๋อง “ท่านต้องเชิดชูพ่อตาข้าให้มาก แล้วก็โน้มน้าวท่านแม่ให้ข้าด้วย” เขาไม่เชิงขอร้องแต่คล้ายกับสั่งเสียมากกว่า “เจ้าไม่ทูลเองเล่า เหตุใดปาขี้ใส่หน้าบ้านข้า” ว่านซีเหว่ยรีบยืดอกทันที เรื่องแบบนี้รับปากง่าย ๆ ได้อย่างไร ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน “ท่านอยากนอนที

  • เงาจันทราประจิม   บทที่ 6 เคราะห์ซ้ำ 1/2

    “ฉางอี้...” เหลียงเอ้อหลาง เรียกคนของตนที่กำลังจะวิ่งตามไป ให้ปล่อยคนร้ายไปก่อน ยามนี้ช่วยคนสำคัญทั้งยังต้องดับไฟที่จวนอีก “พ่ะย่ะค่ะ” ฉางอี้จำต้องวิ่งกลับมาหาผู้เป็นนาย ท่านเจ้าเมืองเล่าอยู่ที่ใด “กระหม่อมอุ้มไปไว้ที่กลางลานแล้วพ่ะย่ะค่ะ พบว่าลมหายใจรวยริน น่าจะรับยาสลบเป็นอันม

  • เงาจันทราประจิม   บทที่ 5 คนร้าย 2/2

    เหลียงเอ้อหลางอยู่กลางทางระหว่างเมืองหลวงและหนานฟง การเดินทางกินเวลาถึงสามวันแล้ว อีกเพียงวันเดียวก็จะถึงแต่เขารู้สึกร้อนลนนักไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดกัน“เจ้าไปซื้อม้าเร็วมาให้ข้า” เขาตัดสินใจควบม้าออกไป เร่งให้ถึงคืนนี้ลางสังหรณ์บางอย่างทำให้เขาไม่อาจจะรั้งรออีกต่อไปได้“พ่ะย่ะค่ะ” ทหารที่ติดตามเหลีย

  • เงาจันทราประจิม   บทที่ 1 เทศกาลไหว้พระจันทร์ 2/2

    “เย่อเทียนเจ้าก็ไปทำอะไรก็ไปทำ ข้าจะคุยกับพี่เยี่ยน”เยว่อิงไล่สาวใช้ไป เพื่อต้องการความเป็นส่วนตัวให้กับตนและว่าที่คู่หมั้นเย่อเทียนก้มหน้าโค้งคำนับและยกยิ้มบาง ๆ ด้วยเป็นไปตามที่นายท่านตัวจริงของนางสั่งการ เพื่อไปสืบความเรื่องที่คนเหล่านั้นคุยกันในห้องรับรองส่วนตัวสกุลลู่ “ท่านผู้นี้คือ...” ลู่

  • เงาจันทราประจิม   บทที่ 1 เทศกาลไหว้พระจันทร์ 1/2

    บทนำเหลียงเอ้อหลาง ลอบมองสตรีที่เพิ่งรับมาในฐานะนางบำเรออุ่นเตียง ภายใต้อาภรณ์สีกลีบบัวเนื้อบางเบาที่นิยมใช้สำหรับสตรีในหอนางโลม เขาให้คนเอามาให้นางใส่ยามต้องเข้ามาปรนนิบัติรับใช้ในตำหนักหนานฟง แห่งเขตแดนประจิม แม้นางเป็นเพียงสตรีวัยแรกแย้มแต่ทว่ายามอยู่ในชุดที่แทบจะเปลือยเปล่าเช่นนี้ ทำ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status