Partager

บทที่ 3 จูบมัดจำ 1/2

last update Date de publication: 2026-03-04 20:25:03

หลังจากแยกย้ายจากจวนสกุลลู่ เหลียงเอ้อหลางกับฉางอี้แยกย้ายกันไปทำงาน เพื่อสืบที่มาของกลุ่มชุดดำที่แฝงตัวเข้ามาในงานเลี้ยง มีคนกำลังต้องการป้ายสีสกุลว่าน และอยากรู้ว่าเกี่ยวกับหนึ่งในสี่สกุลมารดาของเหล่าพี่น้องเขาหรือไม่

          ตอนนี้ฝ่าบาทกำลังมีการแต่งตั้งไท่จื่อ และเป็นพี่ชายใหญ่ที่ได้รับตำแหน่งนั้นไป เหล่าพี่น้องทั้งสี่ล้วนไม่มีใครแก่งแย่งอำนาจกัน และถูกเลี้ยงให้ห่างจากขั้วอำนาจต่าง ๆ กระทั่งมารดาของทุกคนก็ไม่อาจจะได้ใกล้ชิดหรือตัดสินใจเรื่องใดได้

          แต่คราวนี้คนร้ายหมายให้สกุลว่านต้องเป็นที่คลางแคลง เสด็จพ่อคงต้องการกำจัดคลื่นใต้น้ำทั้งหมด เพื่อให้ต้าเฉิงสงบสุขต่อไป

          “เป็นอย่างไรบ้างฉางอี้” เหลียงเอ้อหลางรอคนของตนอยู่บนกำแพงสูง ที่สามารถมองเห็นความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ด้านล่างได้อย่างชัดเจน จุดสังเกตมีไม่กี่ที่ แต่ทุกที่ล้วนไร้การเคลื่อนไหว นิ่งสงบเหมือนมหาสุมทรก่อนมีพายุก็ไม่ปาน เช่นนั้นไม่อาจจะวางใจได้

          “ไม่มีคนที่น่าสงสัยเลยพ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง”

          เขาพยักหน้ากับคนสนิทแล้วก็ครุ่นคิด จะเป็นไปได้อย่างไรกัน ในเมืองหนางฟงจัดงานใหญ่อยู่ไม่กี่ที่ ผู้คนต่างไปร่วมงานทั้งสกุลใหญ่ ๆ ต่าง ๆ แล้วให้คนของเราติดตามแต่กลับคลาดกันได้อย่างไร้ร่องรอย คนเหล่านี้น่าจะมีฝีมือมิใช่น้อยเลยทีเดียว

          “เช่นนั้นเจ้ากลับก่อนเถอะ เตรียมตัวให้พร้อม  พรุ่งนี้ข้าต้องกลับเมืองหลวงไปรับพี่ชาย” เขาแยกกับคนสนิทแล้วก็ไปยังที่ที่ต้องการพบใครบางคน

          “เดี๋ยว...ท่าน...” ฉางอี้ที่ไม่ทันได้ห้ามปรามสิ่งใด ท่านอ๋องก็ใช้วิชาตัวเบาเหาะไปไกลแล้ว และนั่นทำให้ฉางอี้ต้องกลับไปรอที่ตำหนักประจิมเพียงผู้เดียว

          ยามค่ำคืนดึกสงัด ความมืดโรยตัวปกคลุมจวนหลังใหญ่หลังจากงานเลี้ยงก็ดับไฟเพื่อป้องกันไฟ้ไหม้ เหลือเพียงคบที่วางไปเป็นจุด ๆ บ่าวไพร่ที่ต้อนรับแขกและเก็บกวาดหลับสนิทด้วยความอ่อนล้า กระทั่งคนที่ยืนเฝ้ายามหน้าประตูก็ด้วยเช่นกัน

          ชายหนุ่มร่างสูงที่มีผ้าคลุมผูกไว้ที่หลัง กำลังลอบเข้าไปยังเรือนหลังหนึ่งที่อยู่ปีกซ้ายของจวน ขายาวก้าวมาหยุดยืนตรงหน้าต่างที่ไร้แสงด้านใน บ่งบอกให้รู้ว่าผู้เป็นเจ้าของห้องนั้นหลับสนิทในห้วงนิทรา

          เขาแง้มหน้าต่างออกอย่างแผ่วเบา แล้วกระโดดเข้าไปยังห้องนอนของนาง ลู่เยว่อิงกำลังพริ้มตาหลับสนิทไม่ได้รู้สึกตัวใด ๆ แสงจันทร์ที่ส่องผ่านมาจากทางหน้าต่าง ตกกระทบกับผิวกายของนาง ขับให้เนื้อนวลงดงามยิ่งนัก

          เหลียงเอ้อหลางทรุดกายนั่งอย่างแผ่วเบาไม่ให้คนที่กำลังหลับสนิทได้รู้สึกตัวใด ๆ นิ้วมือหนาหยาบกระด้างลูบไปที่ดวงหน้าโฉมสะคราญ ยามเมื่อสัมผัสผิวกายเนื้อนางความรู้สึกบางอย่างผุดขึ้นในร่างกาย

          สตรีโฉมงามเต็มเมืองหลวงมากมายให้เลือก แต่เมื่อเขาพบนาง แววตาดื้อรั้นอยากเอาชนะ ทำให้เขานึกชอบใจจนอยากกลับมาหานางอีก

          “เด็กดื้อเช่นเจ้าต้องให้ข้าปราบเท่านั้น” เขารู้ว่านางมีคู่หมายแล้วแต่ทว่าเขาจะไม่ยอมให้มันเลยเถิดถึงแต่งงานแน่นอน ทั้งบิดานางก็ยังไม่เห็นด้วยกับการแต่งงานครั้งนี้ เช่นนั้นเขาจะขัดขวางเพื่อช่วยบิดานางสักหน่อยคงมิเป็นอันใด

          “อื้อ...” เสียงครางเมื่อมีบางสิ่งมาสัมผัสใบหน้าของนางขณะนอนหลับทำให้นางรู้สึกไม่สบายตัวจึงผลักมันออก แล้วก็ตะแคงข้างหันหลังนอนแทน

          “หึ...ขี้เซาเสียจริง...ไว้ข้ารอกลับมาก่อนเถิด” ใบหน้าหล่อก้มลงจุมพิตที่ริมฝีปากบางเบา แล้วก็รีบรุดออกไปก่อนที่นางจะตื่น เมื่อนางเริ่มขยับ

          “อื้อ...!” ลู่เยว่อิงราวกับว่าตัวเองฝันว่ามีบุรุษผู้หนึ่งมาขโมยจูบ แต่เมื่อตื่นขึ้นก็ไม่พบผู้ใด กระทั่งสาวใช้ของตนที่เดี๋ยวนี้ชักจะสันหลังยาว เพราะว่าชอบหายไปทุกที แต่นางก็ไม่ได้สนใจสิ่งใด ลุกขึ้นมาปิดหน้าต่างเพราะลมที่พัดเข้ามานั้นกระทบผิวกาย ทำให้รู้สึกเย็นเล็กน้อย

          วันถัดมา...

          “ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ เมื่อคืนท่านไปที่ใดมา” ฉางอี้อยากรู้เสียจริงว่าเจ้านายไปทำอันใด กลับมาเสียเกือบรุ่งเช้า

          “อย่าสู่รู้ เรื่องที่ข้าให้ไปจัดการ เรียบร้อยดีหรือไม่” เขานี่ไม่ชอบเจ้าฉางอี้นี่เสียเลย ชอบเจ้ากี้เจ้าการเรื่องไม่เป็นเรื่อง ส่วนเรื่องที่ให้ไปทำนั้นไม่ค่อยจะได้ความนัก

          “เรียบร้อยแล้วพ่ะย่ะค่ะ จับตาดูทั้งโหลวอี้เยี่ยน แล้วก็ส่งคนไปตามเฝ้าสกุลลู่เรียบร้อยแล้ว” ฉางอี้จัดการตามที่ผู้เป็นนายสั่ง

          “เช่นนั้นก็ดี เดี๋ยวถึงที่นัดหมายเจ้าให้คนไปประกาศว่าข้าเสด็จเยี่ยมประชาชนด้วย เสด็จพี่ข้าจะได้ลอบขึ้นมาได้ง่าย”

          “พ่ะย่ะค่ะ” เขานี่นอกจากจะรับบัญชาลับจากเสด็จพ่อแล้ว ยังถูกพี่ชายจิกหัวใช้อยู่เรื่อย เรื่องพี่สะใภ้นี่ก็เป็นเดือดเป็นร้อนไปทั้งตำหนักบูรพาและตำหนักประจิม ให้ตายเหอะ...!

          จะมีเมียทั้งทีใยยุ่งยากนักนะ...!

          เขานึกถึงตนเอง ยามเมื่อต้องการแต่งงานกับสตรีที่หมายปอง จะโดนขัดขวางเยี่ยงเสด็จพี่หรือไม่ แต่ทว่าเขาไม่ได้มีตำแหน่งใด คงไม่มีอันใดให้กังวล หวังเพียงมารดาของเขาเข้าใจก็เพียงพอแล้วกระมัง

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • เงาจันทราประจิม   บทที่ 25 มังกรซ่อนเมีย 2/2

    “ท่าน...ท่านอ๋อง...มะ...มันเสียว...อึ่ก...” “ข้ารู้...หากเจ้าชอบข้าก็อยากทำให้เจ้า” แรงบีบเข้ามาที่ไหล่และแรงบีดรัดของร่องสาวทำให้เขาอยากรักนางแรง ๆ ก่อนจะส่งลำมังกรใหญ่เข้าไปนิ้วเรียวของเขาส่งนำทางเข้าไปสำรวจความคับแคบนั้นก่อน เมื่อน้ำหวานไหลอาบนิ้วเขาก็ชักออกทันทีแล้วแทนที่ด้วยลำเนื้อแท่งใหญ่ ซวบ...! “อ๊ะ...อื้อ...” เสียงนางครางเมื่อแท่งร้อนเข้าไปจนสุดโคน นางที่โดนเขารังแกมาตลอดหลายวัน ต่อให้เหน็ดเหนื่อยปานใด ยามเขาเล้าโลมร่างกายมันก็อยากกลืนกินของเขาอีก “เจ้าอยากขี่มังกรอีกหรือไม่” เขาเอนตัวแล้วให้นางขี่อยู่ด้านบน มือหนาจับสะโพกเล็กให้ขยับไปตามจังหวะของเขา “อ่าห์...ดียิ่ง ยามเจ้าขี่ข้าเช่นนี้ ข้าชอบนัก” เขากล่าวด้วยรอยยิ้มยั่วยวนทั้งชื่นชมบทรักของเมียสาว นางจะได้ทำให้เขาบ่อยขึ้นอีก นางได้รับคำชมยิ่งขยับแรงขึ้นแรงขึ้น จนเสียงเนื้อที่กระทบกันในร่มผ้าดังออกมา ภายนอกเหมือนหนุ่มสาวกำลังพลอดรักเพราะเสื้อผ้ายังอยู่ครบ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเอานางทั้งที่ยังมีอาภรณ์ครบถ้วน ลำมังกรเสียดสีไปกับช่องทางรักข

  • เงาจันทราประจิม   บทที่ 25 มังกรซ่อนเมีย 1/2

    เหลียงชินอ๋องได้ให้เมียขี่มังกรอยู่หลายวันกว่าจะให้นางออกมานอกห้อง เขามันคนกินไม่รู้จักอิ่มกินมาก จนนางต้องร้องขออยู่หลายหนนัก “วันนี้ให้หม่อมฉันออกข้างนอกได้แล้วนะเพคะ อยู่แต่ในห้องอุดอู้” เขาที่เพิ่งปล่อยให้นางเป็นอิสระนางจึงต้องดักทางเขาไว้ก่อน “เจ้าเดินไหวหรือ” นางเอาแต่บอกขาอ่อนไม่มีแรง แล้วอยากไปข้างนอก มันน่าตีนัก เขาสิไม่อยากให้นางออกไปไหนเลยด้วยซ้ำ อยากรักให้ร่างกายนางจำว่าเขาคือเจ้าของ “ก็ใครล่ะเพคะ” นางค้อนเขาคนบ้ากามเอาแต่กินทั้งวันทั้งคืน ทั้งที่ท่านหมอบอกให้พักผ่อนให้มากก็ตาม “เป็นข้าที่ผิดเอง แต่ใครใช้ให้เรางดงามเพียงนี้เล่า ใครจะอดใจได้ไหวกัน” คำชมของเขาหาได้เกินจริงสักนิดเดียว นางงดงามจนใจเขาเจ็บปวดนักยามห่างไกลกัน “แล้วไม่กลัวหม่อมฉันหนีอีกแล้วเหรอเพคะ” “ไม่ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าคลาดสายตา” “แต่หม่อมฉันไม่อยากเป็นพระชายา มันอึดอัด อยากเป็นคนธรรมดามากกว่า จะไปไหน ทำอะไรก็ไม่ต้องมีคนมาตามให้ยาวเหยียด” นางลุกขึ้นแล้วทำท่าจะหนีเขาไปแต่งตัวแต่ก็โดนรวบเอวไปนั่งบนตักแกร่งของบุรุษหนุ่ม ที่คลั่งรักเมียสาวจนไม่อา

  • เงาจันทราประจิม   บทที่ 24 สวรรค์แดนใต้ 2/2

    “ไป...!” คนห่วงเมียก็ไม่คิดอันใด รีบขี่ม้าไปทันที แล้วก็เป็นอย่างที่เย่อเทียนกล่าว มีเรือมาเทียบท่าก่อนจะล่องยาวลงไปทางใต้ไม่แวะที่ใด ทั้งสามขึ้นเรือขนสินค้าขนาดใหญ่ทำให้เอาม้าขึ้นเรือมาได้ เรือลำนี้ล่องมาจากเมืองเหนือ เพื่อลงมาทางใต้ นำสินค้าภาคเหนือ ผ้าไหมแพรพรรณชั้นดีลงมาขาย และล่องไปถึงแคว้นที่ติดต่อกับต้าเฉิงอีกด้วย เยว่อิงอยู่ในตำหนักของอี๋ชินอ๋อง นางยังไม่วางใจ ทุกคืนต้องสะดุ้งตื่นกลัวจะโดนจับไปรับโทษอีก นางไม่อยากไปไหนทั้งนั้น อยากกลับบ้าน อยากอยู่ลำพังไม่อยากพบผู้ใด นางเครียดจนคลื่นไส้ออกมา เสียงโอ้กอ้ากดังขึ้นในเรือนพักของนาง ทำให้อี๋ชินอ๋องเป็นกังวลใจนัก “ไปตามหมอมา” เขาเริ่มเป็นห่วงนาง และก็รอว่าพี่ชายเมื่อไหร่จะเดินทางมาถึง เมื่อหมอได้มาตรวจและให้ยาสงบจิตใจให้นางนอนหลับให้สนิท ก็คลายกังวล “นางไม่ได้เป็นอันใดใช่หรือไม่” “ทูลท่านอ๋อง นางเพียงแต่คิดมาก พักผ่อนน้อย นอนหลับไม่สนิทเท่านั้น ให้นอนหลับมาก ๆ สักสองสามวันก็จะดี” “ขอบคุณท่านหมอ” เขาไปส่งท่านหมอ พร้อมกับที่มีร่างใครบางคนวิ่งเข้ามา แต่เมื่

  • เงาจันทราประจิม   บทที่ 24 สวรรค์แดนใต้ 1/2

    ลู่เยว่อิงที่รอนแรมมากับคาราวานพ่อค้าเกือบสิบวัน ก็ใกล้ถึงแดนใต้แล้ว นางนอนหนาวเหน็บทุกคืน คิดถึงแต่เขาไม่รู้ว่าเขาจะเป็นอย่างไรบ้าง บางคืนนางนอนสะอื้นไห้แต่ทว่านางและเขาคงไปกันไม่รอดหรอก อีกอย่างวังหลวงนางก็เกลียดเข้าไส้อยู่แล้ว จะให้นางกลับไปตายก็ไม่เอาหรอก ยอมหนาวตายด้านนอกดีกว่าหัวขาดไม่สวย หลายวันมานี้นางกินแต่หมั่นโถวแข็ง ๆ ประทังความหิวไปก่อน เดี๋ยวไปถึงเมืองใต้แล้วคงจะหาลู่ทางทำมาหากิน นางมีเงินติดตัวอยู่เล็กน้อย เช่นนั้นต้องทำให้มันเกิดประโยชน์มากที่สุด แม้ยามนี้ร่างกายจะเริ่มผ่ายผอมมากกว่าตอนอยู่กับเขาแต่นางก็จะอดทน เมื่อถึงประตูเมืองเขตแดนใต้ ทหารก็ตรวจตราคนเข้าเมือง และแน่นอนว่าป้ายตามหาคนที่มีรูปของนางได้ปิดประกาศไปทั่ว ทั้งอี๋ชินอ๋องเองก็มาตรวจด้วยตัวเอง เมื่อถึงคาราวานพ่อค้า ตอนแรกจะตรวจลวก ๆ เพราะตรวจมาสิบวันก็ไม่พบคนเสียที แต่ทว่าอี๋ชินอ๋องมาเฝ้าด้วยตัวเอง ไม่อาจจะละเลยได้ ดังนั้นจึงตรวจอย่างเข้มงวดมากขึ้น “มาจากที่ใด” “เมืองหลวงขอรับ จะมาค้าขายแถบนี้” หัวหน้าคาราวานพ่อค้ากล่าวตอบไปอย่างตรงไปตรงมา “แล้วเคยเห

  • เงาจันทราประจิม   บทที่ 23 เมียหาย 2/2

    “เยว่อิง...เยว่อิง...” เขาวิ่งมาไม่ทัน นางไม่รู้หายไปทางไหนแล้ว “ทหารแม่นางน้อยที่มากับข้าวิ่งไปที่ใดแล้ว” เหลียงเอ้อหลางร้อนใจนักที่ไม่เห็นเมียตัวเอง “ไปด้านโน้นแล้วพ่ะย่ะค่ะ” เขารีบวิ่งตามไป พร้อมกับทหารที่วิ่งไล่ตามช่วยกันตามหานาง จนเมื่อเห็นรถม้าหน้าวังนางจึงขึ้นไปแอบอยู่ด้านหลัง ม่านเหมย ที่มาหาองค์รัชทายาทเพื่อเยี่ยมไท่จื่อเฟย ยามนี้ครรภ์เริ่มใหญ่ขึ้น จึงเอาของมาถวายเพื่อบำรุง แต่เล็กเหล่าองค์ชายทั้งสี่ก็เป็นเพื่อนเล่นกับนางมา เช่นนั้นก็หาใช่คนอื่นไกลไม่ แต่เมื่อกำลังจะกลับ ก็เห็นเหลียงเอ้อหลางที่วิ่งหน้าตาตื่นราวกับต้องการจับคน “เจ้าทำอะไร” ม่านเหมยถามสหายอีกคน “ข้าหาเมียข้าไม่รู้ว่าวิ่งไปทางไหนแล้ว” “เจ้ามีเมียตั้งแต่เมื่อไหร่ เหตุใดไม่บอกข้า” ม่านเหมยต่อว่าเอ้อหลาง แต่งงานทั้งทีไม่เห็นจะบอกนาง “เรื่องมันยาว รีบหานางก่อนข้ากลัวนางจะหลงทาง” ม่านเหมยและทหารต่างช่วยกันค้นหานาง แต่ก็ไม่พบแม้แต่เงา “เมียเจ้าทำไมถึงเตลิดออกมาได้ เหตุใดไม่เฝ้าไว้ดี ๆ ” เมื่อนางเริ่มเหนื่อยก็บ่นสหายแทน

  • เงาจันทราประจิม   บทที่ 23 เมียหาย 1/2

    “ถวายบังคมพ่ะย่ะค่ะเหลียงชินอ๋อง แม่ทัพว่าน” เหล่ากงกงถวายงานตำหนักประจิม เดินมาต้อนรับที่หน้าประตูวังก่อนเชิญทั้งหมดเข้าไป “กงกงท่านรีบมาต้อนรับข้ามีเรื่องอันใดหรือไม่” “ทูลท่านอ๋อง ฝ่าบาททรงรออยู่ที่ตำหนักประจิมแล้วพ่ะย่ะค่ะ” กงกงรีบมาแจ้งก่อนจะได้เตรียมตัวไว้ถูก “เสด็จแม่เล่า” เหลียงชินอ๋องถามถึงมารดา เพราะมารดาคงไม่รู้ว่าเขาพาลูกสะใภ้มาฝาก หากต้องรับหน้าก็มีท่านลุงแล้ว “ย่อมรออยู่พร้อมกันพ่ะย่ะค่ะ” หลังได้คำตอบใบหน้าที่ยิ้มแย้มเมื่อครู่ก็หุบลงทันที เขารีบเดินไปกระซิบกับท่านลุงก่อนที่จะเข้าไปด้านใน “ท่านลุง เห็นทีคราวนี้คงต้องพึ่งบารมีท่าน” “อันใดอีก” ว่านซีเหว่ยมองหน้าหลานชายอย่างชอบกล จะมาพึ่งบารมีอันใดกับเขาเจ้าหลานตัวแสบก็เป็นถึงชินอ๋อง “ท่านต้องเชิดชูพ่อตาข้าให้มาก แล้วก็โน้มน้าวท่านแม่ให้ข้าด้วย” เขาไม่เชิงขอร้องแต่คล้ายกับสั่งเสียมากกว่า “เจ้าไม่ทูลเองเล่า เหตุใดปาขี้ใส่หน้าบ้านข้า” ว่านซีเหว่ยรีบยืดอกทันที เรื่องแบบนี้รับปากง่าย ๆ ได้อย่างไร ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน “ท่านอยากนอนที

  • เงาจันทราประจิม   บทที่ 6 เคราะห์ซ้ำ 1/2

    “ฉางอี้...” เหลียงเอ้อหลาง เรียกคนของตนที่กำลังจะวิ่งตามไป ให้ปล่อยคนร้ายไปก่อน ยามนี้ช่วยคนสำคัญทั้งยังต้องดับไฟที่จวนอีก “พ่ะย่ะค่ะ” ฉางอี้จำต้องวิ่งกลับมาหาผู้เป็นนาย ท่านเจ้าเมืองเล่าอยู่ที่ใด “กระหม่อมอุ้มไปไว้ที่กลางลานแล้วพ่ะย่ะค่ะ พบว่าลมหายใจรวยริน น่าจะรับยาสลบเป็นอันม

  • เงาจันทราประจิม   บทที่ 5 คนร้าย 2/2

    เหลียงเอ้อหลางอยู่กลางทางระหว่างเมืองหลวงและหนานฟง การเดินทางกินเวลาถึงสามวันแล้ว อีกเพียงวันเดียวก็จะถึงแต่เขารู้สึกร้อนลนนักไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดกัน“เจ้าไปซื้อม้าเร็วมาให้ข้า” เขาตัดสินใจควบม้าออกไป เร่งให้ถึงคืนนี้ลางสังหรณ์บางอย่างทำให้เขาไม่อาจจะรั้งรออีกต่อไปได้“พ่ะย่ะค่ะ” ทหารที่ติดตามเหลีย

  • เงาจันทราประจิม   บทที่ 5 คนร้าย 1/2

    หลังจากกลับจากเขตแดนประจิมเขาก็ว้าวุ่นมาหลายเดือน จนเมื่อคิดได้แล้วจึงไปทวงบุญคุณกับพี่ชายตน เพราะว่าเป็นเขาที่ทำให้ทั้งพี่ชายและพี่สะใภ้มีวันนี้ เขาจึงต้องทำอันใดสักอย่าง และข่าวเรื่องกบฏสกุลว่านนับวันยิ่งลือหนัก ทำให้เขาต้องลงไปจัดการด้วยตัวเองอย่างเงียบ ๆ แม้ว่าเสด็จพ่อจะให้เขาอยู่นิ่งเฉยก่อน แต

  • เงาจันทราประจิม   บทที่ 4 สตรีไร้ยางอาย 2/2

    “พะ...พ่ะย่ะค่ะ...” ฉางอี้ไปจัดการตามรับสั่งของเหลียงชินอ๋อง ‘หึ...! สตรีเช่นนี้ไม่ควรค่าให้ข้าสนใจเลยสักนิด หากไม่ใช่บุตรสาวเจ้าเมืองลู่เยว่เฟิง ขุนนางผู้จงรักภักดี เจ้าอย่าหวังว่าข้าจะไยดี’เขากรุ่นโกรธนางนัก ไม่รู้จักรักตัว ไม่ใช่ว่ารูปโฉมนางงดงามเป็นที่หนึ่งหรอกหรือ ที่ทำให้ท่านเจ้าเม

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status