ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร のすべてのチャプター: チャプター 31 - チャプター 40

60 チャプター

บทที่ 7.4

“ไม่ว่าอย่างไรข้าก็ขอบคุณท่านที่พาข้าหนีมา ทั้งที่ท่านสามารถหนีเอารอดได้เพียงลำพัง” นางกล่าวขอบคุณเขาจากใจ“ไม่เช่นนั้นจะทำเช่นไรเล่า เจ้าเป็นยันต์คุ้มภัยของข้าเชียวนะ เกาอู่เยี่ยผู้นั้นจะอย่างไรย่อมไม่ปล่อยข้าไว้ หากข้าทิ้งเจ้าแล้วหนีเอาตัวรอดมา”แม้นั่นจะเป็นความจริง แต่หญิงสาวไหนเลยจะมองไม่ออกว่าเขาเป็นคนดีมีน้ำใจ แม้เขาจะเติบโตมากับความโหดร้าย ถูกจำกัดให้อยู่แต่ในตำหนักร้าง ถูกกดขี่และต้องทนทุกข์ แต่ถึงอย่างนั้นก็นับว่าเขาเติบโตมาอย่างมีคุณธรรม“ตอนนี้ที่ต้องทำคือส่งข่าวให้เกาอู่เยี่ยมารับเจ้า ข้าไม่อาจวางใจผู้ใดทั้งนั้น”หญิงสาวมีท่าทีกังวล “เขากำลังรับมือกับศึกใหญ่ที่ชายแดน ข้าไม่อาจเป็นภาระเขา”“ศึกใหญ่หรือ” ซางหยางมองนางด้วยสายตาประหลาดใจ “แม้แต่เรื่องนี้เจ้าเองก็ไม่รู้ ชายแดนมีศึกที่ไหนกันเล่า”“เอ๋” นางถูกเขาทำให้ตกใจจนพูดไม่ออกแล้ว!!!“หากเป็นสงครามแย่งชิงบัลลังก์ข้าไม่โต้แย้ง เพราะเกาอู่เยี่ยไม่ได้ทำสงครามกับเผ่าหู แต่เขากำลังยกทัพกลับมาที่เมืองหลวงต่างหาก”“ท่านหมายความว่าอย่างไร”“หมายความว่าเขากำลังจะทวงทุกอย่างที่เป็นของเขากลับคืนอย่างไรเล่า ข้าหมายรวมถึงบัลลังก์แคว้นเ
続きを読む

บทที่ 8.1

อันซุ่ยเหลียนคล้ายไม่เป็นตัวของตัวเอง แม้ในใจหวาดกลัว เมื่อมองเห็นแล้วว่าเท้าของอีกฝ่ายหาได้แตะพื้นไม่ สตรีตรงหน้าในยามนี้กำลังลอยตัวอยู่เหนือพื้นดิน!!ใช่นางมองไม่ผิดอย่างแน่นอน...มือน้อยยื่นออกไปรับกลุ่มแสงสีส้มอย่างไม่รู้ตัว และทันทีที่นางแตะโดน เจ้าแสงสีส้มนั้นก็ซึมเข้าไปยังใจกลางฝ่ามืออันซุ่ยเหลียนกายอุ่นวาบ ความทรงจำทั้งหมดหลั่งไหลเข้ามาราวกับสายน้ำ ความร้อนวูบวาบในกาย ส่งผลให้นางเซวูบ จากนั้นไม่นานร่างอรชรก็ส่องประกายสีส้มออกมา แม้แต่ดวงตาก็เปลี่ยนมาเป็นราบเรียบราวกับเป็นคนละคน“ข้าน้อยซุ่ยเหลียนคารวะภูตแห่งพฤกษาเจ้าค่ะ”“ลุกขึ้นเถิดเจ้าภูตบุปผาตัวน้อย ได้เวลาที่เจ้าต้องช่วยงานเทพธิดาบุปผาผู้เป็นนายแห่งเราแล้ว”ดวงตาราบเรียบเงยขึ้นสบตากับอีกฝ่าย “ข้าน้อยต้องทำเช่นไรเจ้าคะ”“ชะตาของเจ้าผูกติดกับจอมมารแห่งซีเปียนซึ่งหนีมายังโลกมนุษย์ เขาถือครองศิลาชั่วนิรันดร์ของเทพมังกร ชะตาชีวิตของเขาเต็มไปด้วยความกระหายการเข่นฆ่า สงครามที่เขาเลือกจะก่อขึ้น จะส่งผลต่อชีวิตผู้บริสุทธิ์มากมาย มีเพียงเจ้าที่เข้าใกล้เขาได้”กริชสีดำถูกยื่นออกมาตรงหน้า “กริชนี่ เจ้าจงรับไป”อันซุ่ยเหลียนยื่นมือออก
続きを読む

บทที่ 8.2

“ตระกูลข้าถูกคุกคาม กลับไปก็รังแต่จะทำให้ทุกคนถูกปองร้าย มิสู้อยู่ในกองทัพไม่ให้ผู้ใดพบตัว เช่นนี้จึงจะปลอดภัยทุกฝ่าย”เมื่อคิดตามเขาเองก็เห็นด้วย ตอนนี้หากกลับเข้าตระกูลอัน ไม่ช้าหรือเร็วฟางกุ้ยเฟยย่อมต้องหาทางเล่นงานหญิงสาวอีกอย่างแน่นอนแม้ตระกูลเกาจะทรงอิทธิพล แต่จะอย่างไรก็คงยุ่งยากไม่น้อย หากจะคุ้มครองตระกูลคหบดีจากตระกูลฟาง“เช่นนั้นรุ่งเช้าเราออกเดินทางกันเลย ว่าแต่หน้ากากนี่วิเศษยิ่ง ผู้ใดหนอเป็นคนทำขึ้น ช่างดูเหมือนจริงเหลือเกิน แต่...เหตุใดต้องเป็นบุรุษทั้งสองแผ่น หรือเจ้าจะปลอมตัวเป็นบุรุษ”“ขอทานที่เป็นบุรุษย่อมไม่สะดุดตาเท่าสตรี”นางกล่าวเสียงเรียบด้วยท่าทีครุ่นคิด สายตาของนางจ้องมองไปยังจุดที่กริชสีดำถูกซุกซ่อนศิลาชั่วนิรันดร์ถูกผนึกเอาไว้ยังกึ่งกลางหน้าผากเกาอู่เยี่ย หากจะนำมันออกมานางต้องแทงกริชลงไปจุดนั้น จอมมารแห่งซีเปียน ชื่อเสียงแห่งความชั่วร้ายแม้นางได้ยินมามาก ยามที่เป็นเพียงภูตแห่งบุปผาในสระทิพย์ แต่ถึงอย่างนั้นนางกลับไม่เคยพานพบกับตัวเองในวันที่ที่พบเขา ก็เป็นวันที่เขาถูกหลอกล่อให้มายังสระทิพย์ ใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มไปด้วยความชั่วร้ายเจ้าเล่ห์ แม้แต่นางเองก็ต
続きを読む

บทที่ 8.3

เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าอันซุ่ยเหลียนขี่ม้าเป็น ยังมี...เขาไม่เคยเห็นนางมีของมีค่าติดตัว แล้วนางเอาเงินจากไหนมาซื้อม้าถึงสองตัว“แม่นางอัน” ซางหยางทนไม่ไหวอีกแล้ว“ข้าพอมีเครื่องประดับ คราแรกไม่เอาออกมาใช้เพราะเกรงศัตรูจะหาตัวเราพบ ตอนนี้นับว่าไม่เป็นไรแล้ว ยังมี...ข้าก็ยังเป็นอันซุ่ยเหลียนคนเดิม หากท่านสงสัย ใช่ เกาอู่เยี่ยเคยส่งจดหมายมาบอกข้าจริงถึงแผนการของเขา ทั้งเส้นทางและจุดรวมพล”นางตัดสินใจบอกออกไปแบบนั้น หากบอกว่านางใช้จิตสัมผัสของการเป็นภูต สื่อสารกับภูตด้วยกัน กระทั่งล่วงรู้เส้นทาง มีหรือซางหยางจะเชื่อ ดังนั้นนางจึงพูดให้เขาฟังในสิ่งที่มนุษย์สามารถเชื่อถือได้เท่านั้นเพียงแต่...นางกำลังสับสนกับความคิดของตัวเอง ดังนั้นจึงไม่รู้ตัวเลยว่ายามปกติ นางมักจะเรียกชายหนุ่มอีกคนว่า ‘พี่อู่เยี่ย’ หาใช่ ‘เกาอู่เยี่ย’ ไม่กระทั่งข้ามหุบเขาเอ้อซานได้สำเร็จ อันซุ่ยเหลียนนำทางซางหยางมุ่งหน้าเข้าไปในป่าสนโดยไม่หยุดพัก การที่นางพาเขาเดินทางต่อ แทนที่จะมุ่งหน้าเดินไปยังทิศทางของหมู่บ้านหย่งชุน ยิ่งทำให้ซางหยางเริ่มรู้สึกสงสัยมากขึ้นหากแต่ไม่นานทั้งสองก็หากองกำลังของเกาอู่เยี่ยพบ ดังนั้นชายหนุ่ม
続きを読む

บทที่ 8.4

จะว่าไปแล้วระหว่างเกาอู่เยี่ยและจอมมารแห่งซีเปียน ทั้งสองนอกจากใบหน้าแล้ว อย่างอื่นพวกเขาไม่มีสิ่งใดที่เหมือนกันเลยจอมมารแห่งซีเปียนนั้นทั้งเจ้าเล่ห์โหดเหี้ยม ดูอย่างไรนางก็มองไม่เห็นว่าเขาจะมีความจริงใจ หากแต่ให้มองหาความกลิ้งกลอกนั้น ดวงตาของเขากลับแสดงออกมาชัดเจนผิดกับเกาอู่เยี่ย ไม่ว่าเขาจะแข็งกร้าวและดูเย็นชากับผู้อื่น หากแต่ต่อหน้านาง เขากลับเป็นพี่อู่เยี่ยผู้แสนดี ทั้งอบอุ่นและช่างเอาอกเอาใจเป็นอย่างยิ่งดูแต่ตอนนี้เถิด หากเป็นจอมมารแห่งซีเปียนผู้นั้น เขาไหนเลยจะมานั่งเฉือนเนื้อย่างให้นางอย่างเอาใจใส่เช่นนี้เล่า“กินเสียหน่อย เจ้าเดินทางรอนแรมมาหลายวัน เหน็ดเหนื่อยไม่น้อยกระมัง กินเสร็จก็นอนพักสักหน่อย ข้ายังมีเรื่องอีกมากให้ต้องจัดการ รวมไปถึงต้องส่งข่าวบอกท่านน้าทั้งสองว่าเจ้าอยู่ที่นี่และปลอดภัยดี”อันซุ่ยเหลียนยื่นมือออกไปกุมมือชายหนุ่มขึ้นมาช้าๆ “พี่อู่เยี่ยเจ้าคะ”“ว่าอย่างไรหรือ”“ท่าน...ความจริงแล้วที่ชายแดนหาได้มีสงครามใช่หรือไม่เจ้าคะ”เกาอู่เยี่ยชะงักไปเล็กน้อย เขามองสบตาหญิงสาว จากนั้นจึงได้แต่ยิ้มออกมาบางๆท่าทีเช่นนั้นทำให้นางเดาไม่ออกว่าเขากำลังคิดสิ่งใดอยู่“ซ
続きを読む

บทที่ 9.1

แม้อยู่ในกระโจมที่พักของเกาอู่เยี่ย แต่ถึงอย่างนั้นอันซุ่ยเหลียนกลับไม่ได้พบเขาบ่อยนัก ทั้งนี้ก็เพราะกองทัพของเขากำลังจะเคลื่อนพลเข้าไปใกล้เมืองหลวงมากขึ้นเมื่อคืนซางหยางลอบเข้ามาพูดคุยกับนางครู่หนึ่ง ดังนั้นนางจึงรู้ว่านอกจากทัพของเกาอู่เยี่ยที่รั้งอยู่ที่นี่แล้ว ยังมีอีกสองทัพของตระกูลเกาที่กำลังเคลื่อนเข้าไปล้อมรอบเมืองหลวงภายใต้ความร่วมมือของนายกองและอัครมหาเสนาบดีซึ่งเป็นคนตระกูลเกา บัลลังก์แคว้นเทียนเฉาย่อมไม่มีทางตกเป็นขององค์ชายรองซางเยว่ไปได้ที่สำคัญไปกว่านั้น นางเองก็เพิ่งรับรู้ว่าแม้แต่ฮ่องเต้เองก็ทรงทราบ ทั้งยังหมายพระทัยที่จะกำจัดอิทธิพลของตระกูลฟางตั้งแต่แรก“พี่อู่เยี่ย”อันซุ่ยเหลียนยิ้มกว้าง เมื่อมองเห็นชายหนุ่มเดินกลับเข้ามาในกระโจมที่พักหลายวันมานี้นางกับเขาแทบจะไม่ได้พูดคุยกันเลย มองเห็นดวงตาเหนื่อยล้าและสภาพมอมแมมของเขา อันซุ่ยเหลียนเองก็หัวใจไหววูบ“เบื่อหรือไม่ ตั้งแต่มาเจ้าไม่ได้ออกไปไหน ข้าเองก็ไม่ได้มาอยู่เป็นเพื่อนเจ้าเลยสักครา พรุ่งนี้กำลังพลชุดสุดท้ายจะออกเดินทาง ข้าให้คนเตรียมรถม้าให้แล้ว เจ้าไปพร้อมพวกเขาเลยก็แล้วกัน”“ซางหยางเล่าเจ้าคะ”ชายหนุ่มเลิก
続きを読む

บทที่ 9.2

การเคลื่อนพลครั้งนี้ทำได้อย่างเงียบงัน สายข่าวของเกาอู่เยี่ยรายงานว่าในเมืองหลวง ฟางกุ้ยเฟยเองก็หาได้อยู่นิ่งเฉย เพราะบัดนี้คนของตระกูลฟางได้วางคนเอาไว้ เนื่องจากข่าวศึกสงครามที่ชายหนุ่มร่วมมือกับเผ่าหูลวงขึ้นฟางกุ้ยเฟยคิดฉวยโอกาสตอนที่กองทัพตระกูลเกากำลังจดจ่ออยู่กับสงครามที่ชายแดน ปรารถนาจะควบคุมทุกอย่างในเมืองหลวงเอาไว้ในมือแต่ถึงอย่างนั้นเมืองหลวงก็ยังมีอัครมหาเสนาบดี ดังนั้นนางจึงไม่กล้าบุ่มบ่าม และนั่นย่อมเปิดโอกาสให้เกาอู่เยี่ยได้ลงมือก่อนกว่าที่ฟางกุ้ยเฟยที่ระแคะระคายว่าเกาอู่เยี่ยรุกคืบมาจนถึงประตูเมืองหลวง นางก็ถูกบีบให้ต้องลงมืออย่างไร้ทางเลือก“กุ้ยเฟย ตอนนี้เรายังมีทาง หากจะทรงหลบหนีออกไปนอกวังหลวง”“ไม่! ฮ่องเต้อยู่ในมือเรา ตระกูลเกาไม่มีทางกล้าบุกเข้ามา หากกล้าพวกเขาย่อมได้ชื่อว่าเป็นกบฏ”“สถานการณ์ในตอนนี้เราเสียเปรียบ ตระกูลเกามีกำลังมากกว่า อีกทั้งยังมีอัครมหาเสนาบดี”“ทางตระกูลจูและตระกูลหลินเล่า”“พวกนั้นไม่มีทางร่วมมือกับเรา ก่อนหน้านี้เราบีบพวกเขาทุกทางไม่ให้ได้มีสิทธิ์มีเสียงในราชสำนัก ดังนั้น...”“บัดซบ เกาจิ้น! ข้าไหนเลยจะคาดว่าเขาจะมักใหญ่ใฝ่สูงเช่นนี้!”“
続きを読む

บทที่ 9.3

สิ้นเสียงนั้นอันซุ่ยเหลียนพลันหลับตาลง ก่อนหมุนกายเดินกลับเข้าที่พัก ซึ่งครานี้ไม่ใช่กระโจมเช่นเคย ที่นี่คือคฤหาสน์ซึ่งตั้งอยู่ติดกับกำแพงเมืองใต้คฤหาสน์หลังนี้มีทางลับซึ่งลอดเข้าไปใต้กำแพงเมือง อีกทั้งยังทอดยาวเข้าไปยังทะเลสาบในอุทยานหลวง ทะเลสาบที่ครั้งหนึ่งนางกับฟางชิงเหลียนเคยยืนพูดคุยสนทนาอันซุ่ยเหลียนเม้มปาก พร้อมกับใคร่ครวญทุกอย่าง กระทั่งมั่นใจว่านางตัดสินใจถูกต้องแล้ว ดังนั้นจึงเดินกลับไปยังห้องพัก พร้อมกับร้องขอน้ำร้อนให้ส่งเข้าไปในห้องเกาอู่เยี่ยประหลาดใจเล็กน้อย เพราะทันทีที่เดินเข้าไปในห้อง เขาก็ได้กลิ่นกำยานหอมที่ทำให้ผ่อนคลาย กระทั่งก้าวเดินเข้าไปยังหลังฉากกั้นเขาก็ลมหายใจสะดุดโฉมสะคราญในชุดตัวในสีขาวบางเบา ผมยาวดำขลับสยายเต็มแผ่นหลัง พลิ้วไหวหยอกล้อกับท่อนแขนกลมกลึงนวลเนียนที่โผล่พ้นแขนเสื้อที่ถูกดึงขึ้น ในยามที่นางไล้มือลงไปยังน้ำอุ่นในถัง“ได้ยินว่าเจ้าตามหาข้า”อันซุ่ยเหลียนหันมาหาเขาช้าๆ ใบหน้างดงามผุดผาดทำให้หัวใจของเกาอู่เยี่ยเต้นระทึก ภาพนิมิตหนึ่งปรากฏขึ้นอย่างคาดไม่ถึง ทำให้ลมหายใจของเขาสะดุด กระทั่งเผลอกลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว“ได้ยินว่าคืนนี้ท่านจะลงมือ”“
続きを読む

บทที่ 9.4

นางตัดสินใจแล้วดังนั้นจึงเดินหน้าต่อ ไม่ยอมให้เขาได้เปลี่ยนใจ ซึ่งก็ดูเหมือนจะได้ผล เพราะลมหายใจแตกพร่านั้นสะดุดกึกจุมพิตรุนแรงที่เต็มไปด้วยความต้องการ แผดเผานางจนพลั้งเผลอบดเบียดหน้าอกนิ่มเข้ากับอกแกร่งที่เปล่าเปลือยเกาอู่เยี่ยถูกความปรารถนารุนแรงครอบงำ เขาถูไถความต้องการของตัวเองลงบนความอ่อนนุ่มน่าหลงใหล เท้ายาวก้าวเดินไปข้างหน้าเล็กน้อย ก่อนวางหญิงสาวให้นั่งลงขอบโต๊ะท่อนแขนกวาดเอาสิ่งที่อยู่บนนั้นลงไปอย่างไม่ไยดี กระทั่งกายแกร่งแทรกเข้าไปยืนชิดยังกึ่งกลางท่อนขาเรียว กดจุมพิตรุกเร้าอย่างไม่ยอมผละห่าง บดเบียดความร้อนผ่าวแข็งขึงของตนกับกายสาว ในยามที่มือใหญ่ดึงทึ้งเสื้อผ้าของตนที่ยังหลงเหลือติดกายออกอันซุ่ยเหลียนตอบสนองเขาอย่างเท่าเทียม มือน้อยลูบไล้ลงน้ำหนักยังอกแกร่ง กระทั่งสองขาเพรียวก็กอดรัดเอวสอบไม่ให้เขาถอยห่างจุมพิตตอบสนองของนางแม้อ่อนหัด แต่นั่นกลับยิ่งเหมือนเป็นการท้าทายให้เกาอู่เยี่ยหมดความอดทนลงไปทุกขณะ กายล่ำสันเต็มไปด้วยหนั่นกล้าม เอนลงไปหาร่างอรชรหอมกรุ่น สองมือแหวกสาบเสื้อของนางออกโดยไม่แกะสายรัดเอวสัมผัสนุ่มมือที่ได้รับ ทำให้เขาส่งเสียงครางออกมาเบาๆ จุมพิตเริ่มลง
続きを読む

บทที่ 9.5

“ไปที่เตียง”เขากระซิบด้วยใบหน้าเครียดขึง พร้อมกันนั้นก็อุ้มนางขึ้นด้วยท่าทางเดิม ทำให้อันซุ่ยเหลียนต้องรีบหนีบท่อนขา เพื่อกอดรัดเอวสอบเนื่องจากกลัวตกจุมพิตอ่อนโยนประทับลงมาอีกครั้ง และนางก็ตอบสนองเขาด้วยความเต็มใจ ล่วงรู้ว่าทุกอย่างกำลังจะเกิดขึ้น ตระหนักดีว่านี่มิใช่สิ่งที่ดำเนินไปเพียงเพราะความรู้สึกผิดในใจร่างเปียกปอนทั้งสองไม่ผละห่าง แม้ในยามที่เกาอู่เยี่ยก้าวขึ้นเตียง เขาใช้เข่าทั้งสองข้างวางบนเบาะนุ่ม จากนั้นก็วางร่างอรชรลงโดยมีเขาคร่อมตาม“ซุ่ยเหลียน ยอดรักของข้า” เกาอู่เยี่ยกระซิบ พร้อมกับทิ้งตัวลงทาบทับนางทั้งตัวอันซุ่ยเหลียนแอ่นอกขึ้นหาเขา สองมือไขว่คว้า จุมพิตยังคงเร่าร้อนและเรียกร้อง ราวกับกลัวว่าหากนางละจาก เขาจะหายตัวไปจนนางไม่อาจเอื้อมคว้ามือหยาบกร้านไล้ลงบนต้นขา กระทั่งแตะต้องในจุดที่แม้แต่นางเองยังหน้าแดงหากต้องสัมผัส เขาเลื่อนกายขึ้นสบตากับนาง จากนั้นค่อยๆ จุ่มจ้วงปลายนิ้วลงไปเพื่อสำรวจความชุ่มชื้น“ชู่ว” เขาแตะริมฝีปากลงยังข้างแก้ม เมื่อได้ยินเสียงนางสูดลมหายใจเข้าลึก เสียงครวญหวานแว่วยังคงหลุดรอด จากนั้นเขาจึงจุ่มจ้วงลึกขึ้น พร้อมกันนั้นก็กดจุมพิตลงไปหยุดเสียง
続きを読む
前へ
123456
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status