ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร のすべてのチャプター: チャプター 41 - チャプター 50

60 チャプター

บทที่ 9.6

มือเล็กยกขึ้นลูบไล้ใบหน้าหล่อเหลาช้าๆ เขาจุมพิตลงไปยังกลางฝ่ามือ จากนั้นจึงก้มลงจุมพิตริมฝีปากแดงเรื่อ แก่นกายร้อนรุ่มยังคงขยับรุนแรงทำให้กายสาวสะท้านไหวภาพหนึ่งในนิมิตทำให้เขาไม่อาจหยุด มือใหญ่สอดเข้าไปรั้งหญิงสาวขึ้น กระทั่งจัดท่าให้นางนั่งคร่อมลงไปครอบครองบนความต้องการของเขาที่ยังคงร้อนรุ่ม“อ๊ะ!” อันซุ่ยเหลียนสะดุ้งพร้อมกับส่งเสียงอุทานเช่นกันกับเกาอู่เยี่ยที่ส่งเสียงแห่งความพึงพอใจออกมาความซาบซ่านไหลพล่านไปทั้งกาย เพราะความคับแน่นของนางบีบรัดตัวตนของเขาจนเต้นตุบ มือใหญ่คว้าสะโพกนิ่ม ออกแรงยกขึ้นและกดลงช้าๆ กำหนดจังหวะให้นางครอบครองตัวตนของเขาอย่างถึงแก่นโฉมสะคราญวางมือน้อยลงบนอกแกร่ง ในยามที่เขาเอนกายลงนอน โดยที่นางยังคงนั่งคร่อมกับความแข็งขึงเหยียดขยาย ภาพนี้ที่เขาเคยเห็น...เป็นภาพที่ทำให้เขาพลุ่งพล่าน กระทั่งอยากทำให้เป็นจริงทุกครั้งที่เข้าใกล้นางมือใหญ่ข้างหนึ่งยกขึ้นกอบกุมอกอิ่ม อีกข้างคว้าสะโพกนิ่มเอาไว้เต็มมือ เอวสอบยกขึ้นสอดเสยแก่นกายเข้าหานางเป็นจังหวะ ในขณะที่นางเองก็ยกกายตอบสนองชั่วขณะที่ผิวกายกระทบกันจนดังกึก ความสุขสมระลอกแล้วระลอกเล่าก็แล่นพลิ้วไปทั่วอณู เกาอู่เ
続きを読む

บทที่ 10.1

ทันทีที่ลืมตาตื่นขึ้นอันซุ่ยเหลียนก็สบตากับเกาอู่เยี่ย ซึ่งบัดนี้นั่งมองนางด้วยดวงตาอ่อนโยน เขาก้มหน้าลงมามอบจุมพิตแผ่วเบาลงบนหน้าผากนวล“ตื่นแล้วหรือ”มองดูเขาแต่งกายง่ายๆ อีกทั้งผิวกายเย็นเยียบ หญิงสาวจึงลุกขึ้นนั่ง เห็นชัดว่าเขาอาบน้ำอีกรอบแล้ว“ท่านจะไปแล้วหรือเจ้าคะ”“อีกสักครู่ เจ้านอนต่อเถิด ไม่ต้องกังวลสิ่งใดทั้งสิ้น”อันซุ่ยเหลียนมองไปยังชุดเกราะที่แขวนอยู่ภายในห้อง จากนั้นจึงดึงสายตากลับมา “พี่อู่เยี่ย”“ว่าอย่างไร”เขาลูบไล้เส้นผมของนางให้เข้าที่ เมื่อพบว่าเส้นผมของนางพันกันยุ่ง ทุกอากัปกิริยาเต็มไปด้วยความอ่อนโยน อยู่ๆ ชายหนุ่มก็มีท่าทีราวกับเพิ่งนึกอะไรขึ้นมาได้ จากนั้นจึงสบตากับนาง“ซุ่ยเหลียน ข้ามีเรื่องหนึ่งอยากบอกเจ้า”นางไม่อาจปิดบังท่าทีประหลาดใจ “เรื่องอะไรหรือเจ้าคะ”“ครั้งแรกที่พบเจ้าในสวน ข้าพาเจ้าลงมาจากต้นลูกพลับ ข้าแตะโดนผิวกายเจ้าเป็นครั้ง ข้ามองเห็นภาพหนึ่งเข้า”อันซุ่ยเหลียนมองเขานิ่ง กระทั่งดวงตาของนางเบิกกว้างเมื่อตระหนักถึงเรื่องราวเกี่ยวกับภาพนิมิต ซึ่งเกิดจากการผูกชะตาของเทพธิดาบุปผา ทั้งนี้ก็เพื่อลวงให้จอมมารแห่งซีเปียนถูกดึงดูดเข้าหานาง“ท่าน...มองเ
続きを読む

บทที่ 10.2

อันซุ่ยเหลียนยิ้มตอบเขา แต่ดวงตาของนางกลับเศร้าสร้อย นางกระจ่างแล้วไม่ว่าสิ่งใดที่นางตั้งใจกระทำ ทุกอย่างล้วนลุล่วงไม่ว่าจะเป็นเรื่องศิลาชั่วนิรันดร์ หรือแม้กระทั่งเรื่องของเขา...เกาอู่เยี่ย ชาติภพหนึ่งของจอมมารแห่งซีเปียนภายในห้องบรรทมของฮ่องเต้ บัดนี้ขันทีและนางกำนัลล้วนแตกตื่น กำลังของฟางกุ้ยเฟยเข้าล้อมเขตวังหลวงเอาไว้อย่างแน่นหนา ทุกตำหนักล้วนแล้วแต่ตกอยู่ในเงื้อมมือของตระกูลฟางแล้วอย่างสมบูรณ์ฟางกุ้ยเฟยเยื้องย่างเข้ามาใกล้แท่นบรรทม เบื้องหลังของนางยังมีองค์ชายรองซางเยว่ซึ่งมีท่าทีไม่เห็นด้วยกับการกระทำของตระกูลหลิน“เสด็จแม่! ทรงทำเช่นนี้ได้อย่างไร ตลอดมาเสด็จพ่อล้วนดีต่อเราสองแม้ลูก”“ดีกับเจ้าหรือ! ซางเยว่เจ้าช่างไร้เดียงสา ฮ่องเต้ทรงหมายพระทัยจะยกบัลลังก์ให้องค์ชายใหญ่ เจ้าไม่เห็นหรือว่าเขาที่ถูกจองจำมานานกลับถูกปล่อยออกมา”“เสด็จพี่ทรงหายตัวไปแล้ว เช่นนี้ยังทรงคิดหรือว่าเสด็จพ่อจะ....“ซางเยว่ เจ้าตาสว่างได้แล้ว! บัดนี้ทัพของตระกูลเกาประชิดถึงหน้าประตูเมืองหลวง หากเราไม่ลงมือเขาก็ต้องลงมืออยู่ดี สายของเรารายงานมาแล้วว่าซางหยางอยู่กับเกาอู่เยี่ย”“แต่...แทนที่จะอยู่รับมือเผ
続きを読む

บทที่ 10.3

หญิงสาวก้มลงมองกริชในมือ จากนั้นจึงใช้ฝ่ามือกุมปลายกริชอันคมกริบ ออกแรงบีบจนเลือดซึมออกมาจากคมศาสตราแสงสีทองอาบย้อมไปทั่ว กระทั่งหลอมกลืนเป็นหนึ่งเดียว จากนั้นนางจึงซ่อนกริชเอาไว้ในแขนเสื้อตัวยาว“พี่อู่เยี่ย”แม้เสียงแผ่วเบาแต่เกาอู่เยี่ยกลับได้ยินชัดเจน เขาเบิกตามองนางอย่างไม่อยากเชื่อ ก่อนจะวิ่งตรงมาโดยที่โบกมือให้คนของเขารุดหน้าไปอย่าได้หยุด“พี่อู่เยี่ย”“เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร น่าตายนัก เหตุใดคนติดตามจึงปล่อยเจ้าเข้ามาถึงที่นี่ ข้ามิใช่ให้รออยู่ที่คฤหาสน์หรอกหรือ เจ้าแอบเข้ามายังทางลับใช่หรือไม่”เขาเอ่ยพร้อมกับรุนแผ่นหลังของนางไปยังอีกฝั่ง ซึ่งยากแก่การมองเห็น นัยหนึ่งก็เพื่อไม่ให้ทั้งเขาและนางดูสะดุดตาจนเกินไปอันซุ่ยเหลียนกำกริชในมือแน่น นางเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มซึ่งมองกวาดซ้ายขวาอย่างไม่ระแวงในตัวนางแม้แต่น้อย“หากจะเคียดแค้น ขอให้ท่านแค้นเพียงข้า”นางพึมพำพร้อมกับอาศัยจังหวะที่เกาอู่เยี่ยละสายตาไปมองคนของตน ยกกริชขึ้นก่อนจดลงไปยังหน้าผากอีกฝ่ายชายหนุ่มชะงัก แต่แสงสีส้มที่เรืองรองจากฝ่ามือเล็ก ทำให้เขาไม่อาจขยับ สายตาคมมองสบตากับนางด้วยความงุนงง กระทั่งมองเห็นน้ำตาของน
続きを読む

บทที่ 10.4

สิ่งที่ตอบกลับมามีเพียงความเงียบงัน เกาอู่เยี่ยกุมกระบี่แน่น รับรู้ว่านางได้ยินในสิ่งที่เขาพูด“อันซุ่ยเหลียน ภูตบุปผาเช่นเจ้าช่างใจกล้ายิ่งนัก ถึงขั้นกล้าเข้ามายุ่งวุ่นวายกับจอมมารเช่นข้า เช่นนั้นข้าจะทำให้เจ้าเห็นว่าข้าเป็นเช่นไรในยามโกรธเกรี้ยว!”ทุกย่างก้าวที่เขาเดินผ่าน กระบี่เกล็ดมังกรก็ตวัดดื่มเลือด แต่ถึงอย่างนั้นคมกระบี่กลับสะท้านไหว เลือดที่หลั่งรินออกมาให้ความรู้สึกราวกับว่านั่นหาใช่เลือดของผู้อื่น แต่กลับซึมออกมาจากตัวกระบี่เบื้องหน้าคือประตูท้องพระโรงทอง เกาอู่เยี่ยที่เนื้อตัวเปรอะเปื้อนเลือดชะงัก ภาพนิมิตที่เขาเคยเห็น ที่ผ่านมาเกิดขึ้นจนเกือบจะครบ มาบัดนี้เขากำลังจะจบเรื่องทั้งหมด และเหลือภาพสุดท้ายคือภาพที่เขาเดินขึ้นบัลลังก์มังกร ...โดยปราศจากอันซุ่ยเหลียน“เจ้าเคยถามข้าว่าข้าจะทำเช่นไรกับองค์ชายทั้งสอง”ดวงตาแดงก่ำจดจ้องไปยังกลางท้องพระโรง จากที่ไกลๆซางเยว่กำลังยืนอยู่กับมารดาและคนตระกูลฟางไม่รู้ว่าเพราะต้องการพิสูจน์ให้ตัวเองเห็นว่าเขายังเป็นจอมมารคนเดิม หรือเพียงต้องการให้ดวงจิตที่เขาสัมผัสได้ว่ายังคงวนเวียนรอบกระบี่รับรู้เกาอู่เยี่ยพลังแผ่จิตสังหารออกมา ก่อนก้าว
続きを読む

บทที่ 11.1

เกาอู่เยี่ยหัวเราะราวกับพบเห็นเรื่องขบขัน กระนั้นดวงตาของเขากลับสาดประกายความเย็นชาออกมา แน่นอนเขาเป็นจอมมาร ย่อมทำให้ผู้อื่นหวาดกลัวหากแต่ครั้งนี้กลับรู้สึกไม่เลวนัก เพราะอันซุ่ยเหลียนไม่มีแม้แต่แววตาหวาดหวั่น กระทั่งในยามที่รู้ตัวตนของเขาไม่เพียงเท่านั้น ทันทีที่รู้ว่าความทรงจำเขากลับมา นางถึงกับกล้าใช้พลังแห่งภูตตรึงเขาเอาไว้ เพียงเพื่อถ่วงเวลาให้นางได้ผนึกวิญญาณตัวเองเข้ากับศิลาชั่วนิรันดร์“ซางหยาง”ฮ่องเต้เดินออกมาทั้งยังเรียกเขาจากเบื้องหลัง สายตาของเขาจดจ้องไปยังศิลาสีดำเปล่งประกายน่าหวั่นเกรง ศิลานี้เป็นต้นเหตุของทุกเรื่องนับจากอดีต แน่นอนเขาไหนเลยจะจำไม่ได้ได้ยินดังนั้นฟางกุ้ยเฟยก็เบิกตามองเกาอู่เยี่ยนิ่ง นางมองเห็นความอ่อนโยนที่ปะปนมากับความหวาดหวั่นในดวงตาของฮ่องเต้ จากนั้นจึงปะติดปะต่อเรื่องราวได้อย่างรวดเร็ว“หรือว่าแท้ที่จริงแล้วเขาก็คือ... องค์ชายใหญ่ซางหยาง”นางอ้าปากค้าง ตระหนักแล้วว่าเหตุใดตระกูลเกาจึงได้รับความไว้วางใจจากฮ่องเต้ยิ่งนัก อีกทั้งเพราะเหตุนี้ฮ่องเต้จึงไม่เคยสนใจองค์ชายใหญ่ที่ถูกจองจำแม้แต่น้อยองค์ชายรองซางเยว่ และคนอื่นๆ ในท้องพระโรง ต่างจดจ้องเกาอ
続きを読む

บทที่ 11.2

“อาจารย์” เบื้องหลังคือฟางชิงเหลียนซึ่งเพิ่งจะออกมาจากที่หลบซ่อนนางมองเห็นอาจารย์ของตนจึงรีบตามมา ไหนเลยจะคาดว่าอีกฝ่ายมาเพียงเพื่อจะมาจับหิ่งห้อยตัวเดียว ทั้งยังทำท่าทีหวงแหนปกป้องถึงเพียงนั้น“จอมมารแห่งซีเปียน ไม่ได้พบกันนานเลยนะ”ภูตแห่งพฤกษาแย้มยิ้ม เขาเก็บหิ่งห้อยตัวนั้นใส่ลงไปในผลึกแก้วใส กระทั่งหิ่งห้อยตัวน้อยค่อยๆ กลายสภาพเป็นกลีบดอกซุ่ยเหลียนสีส้มกระจ่างใส“คืนนางมาให้ข้า!”“จอมมาร ทุกสิ่งมีเกิดมีแตกดับ ท่านเองมิใช่แจ้งแก่ใจดีหรือ ท่านจุติมาบนโลกมนุษย์ เพื่อหวังหลบซ่อนตัวจากการตามล่า นัยหนึ่งก็เพื่อผ่านด่านเคราะห์ขึ้นเป็นเซียนขั้นสูง เรื่องนี้ท่านมิใช่ตระหนักแล้วหรือ นางสละชีวิตเพื่อช่วยให้ท่านหลุดพ้น ดวงจิตของนางแตกดับ ดวงวิญญาณแทบสูญสลาย ก็เพียงเพื่อปกป้องไม่ให้ท่านก่อกรรมทำเข็ญ ปล่อยวางเสียเถิด หาไม่สิ่งที่นางทำเพื่อท่านย่อมเป็นเรื่องไร้ค่า”ภูตแห่งพฤกษาหันกลับไปมองฟางชิงเหลียนด้วยดวงตาเรียบเฉย“ชิงเหลียน เจ้าเป็นเด็กดี เจ้าพยายามปกป้องครอบครัวนับเป็นเรื่องดี หากแต่ต้องมีคุณธรรมจิตใจจึงจะบริสุทธิ์ไปด้วย”“อาจารย์” ฟางชิงเหลียนคุกเข่าคำนับเขาหญิงสาวไหนเลยไม่รับรู้ว่าฐานะ
続きを読む

บทที่ 11.3

“กลกลวงหรือ” เทพธิดาบุปผาเลิกคิ้วเรียวมองเขาราวกับนางถูกกล่าวหา “ข้ามิได้ใช้กลลวงใดๆ แม้แต่น้อย ข้าเพียงพิสูจน์ให้ท่านเห็นเท่านั้นว่าแม้เป็นจอมมารที่โหดเหี้ยมเพียงใด เศษเสี้ยวหนึ่งก็ยังคงพ่ายแพ้ให้กับความงดงามที่เรียกว่าความรัก”จอมมารแค่นเสียง “ไร้สาระ”“ท่านคิดเช่นนั้นหรือ แล้วเหตุใดยังคงมอบของที่ตัวเองหวงแหนมาทั้งชีวิตให้ข้าเล่า”“ข้าผ่านด่านเคราะห์แล้ว ศิลาชั่วนิรันดร์นับว่าไร้ประโยชน์สำหรับลำดับขั้นของข้า” เขายังคงปากแข็ง เพราะไม่อาจเสียหน้าไปมากกว่านี้“แค้นนางมากเลยหรือ” เทพธิดาบุปผายังคงยิ้มแย้ม“ไม่เกี่ยวกับท่าน”“ซุ่ยเหลียนเป็นเด็กดี นางอยู่ในสระทิพย์ทั้งยังไม่เคยก้าวออกไปไหน ข้าส่งนางไปยังโลกมนุษย์ครั้งนี้ นัยหนึ่งก็เพื่อให้ได้เรียนรู้โลกกว้าง”“ข้ามีเรื่องหนึ่งสงสัย”“เชิญกล่าว”“การผูกชะตาของนางกับข้า ทำให้ข้าถูกดึงดูดเข้าหานางจริงหรือไม่” เขาเอ่ยถามออกมาด้วยท่าทีลังเล“ถึงตอนนี้นางหลงเหลือเพียงดวงจิตอ่อนแอและเศษเสี้ยววิญญาณที่แทบจะแตกดับ น้ำหนักความสำคัญของนางในใจท่าน ยังคงเท่าเดิมหรือไม่หลงเหลือแล้วเล่า”ได้ยินดังนั้นจอมมารพลันขมวดคิ้วเทพธิดาบุปผาแย้มยิ้ม “ชะตาของมนุษย
続きを読む

บทที่ 11.4

หากแต่...ไร้ซึ่งสิ่งตอบสนอง“ซุ่ยเหลียน คิดไปจากข้า ข้าขอบอกว่าไม่ง่าย เจ้าแบกรับชีวิตผู้อื่นเอาไว้จำได้หรือไม่ หากเจ้ากล้าขลาดเขลาเอาแต่หดศีรษะอยู่ในผลึกแก้ว ข้าจะกลับไปยังโลกมนุษย์ สังหารพวกมันให้สิ้น”ดวงตาดุดันหรี่ลงเล็กน้อย เขาจดจ้องกลีบบอบบางไม่วางตา กระทั่งเลือดหยดนั้นค่อยๆ ถูกดูดเข้าไปในกลีบดอกซุ่ยเหลียน“ดีมาก หากเจ้าเป็นเด็กดีวันหนึ่ง ข้าก็จะยอมไว้ชีวิตพวกมันหนึ่งวัน หากเจ้ากล้าเกเรกับข้า เราจะได้รู้กันว่าข้าหรือเจ้าที่จะโหดเหี้ยมกว่า ในยามที่เจ้าใช้กริชแทงข้าเจ้าใช้ความกล้ามากมายเพียงใด ตอนนี้ก็จงใช้ความกล้าให้มากกว่า เพราะจากนี้ไปชีวิตเจ้าเป็นของข้าแต่เพียงผู้เดียว”จอมมารประกาศก้อง กระทั่งกลีบอ่อนบางสั่นระริก แต่ถึงอย่างนั้นเลือดหนึ่งหยดของจอมมาร ก็ยังคงถูกดูดเข้าหล่อเลี้ยงกลีบสีส้มอ่อนจาง กระทั่งวันต่อมาจอมมารก็ยังคงทำเช่นเดิม ใช้เลือดของตัวเองเพาะเลี้ยงดวงจิตและวิญญาณของซุ่ยเหลียนขึ้นมาใหม่หนึ่งปีต่อมาในแดนมารผลึกแก้วอ่อนจางเล็กกระจ้อยในอดีต บัดนี้กลีบดอกซุ่ยเหลียนกลับกลายเป็นหญิงสาวอรชรนอนขดตัวนิ่งเหนือแท่นผลึกขนาดใหญ่เท่าตัวคนใบหน้ายามหลับใหลงดงามราวโฉมสะคราญแรกผลิ
続きを読む

บทที่ 11.5

เช่นกันกับครั้งนี้ที่นางกำลังจ้องมองด้วยสายตาอ้อนวอน จอมมารถอนหายใจออกมาคราหนึ่ง เขาก้าวขึ้นไปบนแท่นหินที่ปูด้วยเบาะนุ่ม จากนั้นจึงนอนลงข้างกายหญิงสาว ซึ่งสวมเพียงเสื้อคลุมกันลม เนื่องจากจอมมารยังคงไม่ได้ตระเตรียมข้าวของขึ้นมายังถ้ำแห่งนี้มากนักซุ่ยเหลียนไขว่คว้าร่างใหญ่ นางกอดก่ายคลอเคลียร่างใหญ่อย่างไม่เกรงใจ ใช้ความนุ่มนิ่มเบียดกระแซะด้วยความโหยหา หยิบยืมความอบอุ่นจากกายแกร่งเมื่อปีนขึ้นไปนอนทาบทับอยู่ด้านบนได้สำเร็จ นางก็หลับตาพริ้มด้วยความเป็นสุข “พี่อู่เยี่ย” นางกระซิบเสียงเบากระทั่งหลับไปอย่างรวดเร็วมองดูใบหน้าหลับใหลมีรอยยิ้มน้อยๆ จอมมารกลับรู้สึกจนใจ คราแรกตั้งใจจะบอกนางให้รั้งรออยู่ที่นี่ เพราะเขาไม่อยากจากไปในขณะที่นางยังคงหลับ ข้าวของมากมายยังไม่ได้จัดเตรียม ที่มีก็แค่เบาะนอน หมอน ผ้าห่ม ตอนนี้กระทั่งน้ำดื่มเขาก็ยังไม่ได้นำขึ้นเขามากรงเล็บกางออกพร้อมกับดวงตาที่หรี่ลง เมื่อมองเห็นนกน้อยกำลังบินใกล้ปากถ้ำเข้ามา พลังสีแดงพุ่งออกไปกระทั่งพันธนาการเจ้านกน้อยให้กลิ้งเข้ามาร่างน้อยของนกเปลี่ยนเป็นมนุษย์ กระทั่งส่งเสียงร้องขอความเมตตา “ท่านจอมมารข้าน้อยไม่ได้ตั้งใจมาแอบดูนะขอ
続きを読む
前へ
123456
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status