ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร のすべてのチャプター: チャプター 21 - チャプター 30

60 チャプター

บทที่ 5.3

ผิวกายนวลเนียนต้องลมหนาว แต่ทันทีที่ร่างสูงทาบทับลงมาอีกครั้ง หญิงสาวกลับเปลี่ยนเป็นร้อนรุ่ม ริมฝีปากของเกาอู่เยี่ยยังคงสำรวจอย่างกระตือรือร้นทุกสัมผัสที่เขาลากริมฝีปากผ่าน อันซุ่ยเหลียนก็ต้องครางเสียงพร่าออกมาอย่างไม่อาจห้าม จุมพิตทั้งหนักหน่วงสลับกับอ่อนโยน ทำเอาหญิงสาวแทบคลั่งกระทั่งจุมพิตแผ่วเบาลากไล้ลงต่ำไปยังหน้าท้องเนียนนุ่ม พร้อมๆ กันนั้นชายหนุ่มก็เหลือบสายตาคมเข้มมองหญิงสาวที่เริ่มขยับด้วยความตกใจ“พี่อู่เยี่ย”“ไม่เป็นไร อยู่นิ่งๆ” เขาคว้านางที่กำลังจะลุกขึ้นนั่ง กระทั่งจุมพิตต่ำลงไปเรื่อยๆอันซุ่ยเหลียนสะดุ้งเฮือก จุมพิตแผ่วเบาประพรมลงไปยังกลางกายสาว หากแต่เมื่อนางขยับท่อนขาเพรียว เกาอู่เยี่ยกลับสอดท่อนแขนมายึดต้นขาเอาไว้ ไม่ให้นางปิดบังตัวตนจากการรุกรานของลิ้นร้อน“พี่อู่เยี่ย ไม่ ไม่นะเจ้าคะ ท่าน อย่า...”ร่างกายของอันซุ่ยเหลียนอ่อนยวบ ขาทั้งสองข้างสิ้นเรี่ยวแรง จุมพิตจุ่มจ้วงทำให้นางหอบหายใจระรัว ความสุขสมระคนอับอายปนเปจนนางไม่อาจแยกยิ่งในยามที่มือใหญ่สอดเข้าใต้สะโพกนุ่ม รั้งนางให้เข้าใกล้เขา เพียงเพื่อให้เขาได้สอดปลายลิ้นลึกล้ำนางก็ยิ่งระทวยไปทั้งร่างครั้งนี้นับว่าเ
続きを読む

บทที่ 5.4

อันซุ่ยเหลียนสอดสองมือขึ้นกอดแผ่นหลังกว้าง จากนั้นก็ลูบไล้สะเปะสะปะไปทั่ว ทั้งสองโผเข้าหากันด้วยจุมพิตอันเร่าร้อน ต่างคนต่างก็สัมผัสผิวกายของกันและกัน ท่ามกลางความร้อนรุ่ม แต่ถึงอย่างนั้นเกาอู่เยี่ยก็ควบคุมตัวเองได้ดีจนน่าตกใจผิดกับอันซุ่ยเหลียนที่ร้อนรุ่มจนลืมตัวในช่วงที่อารมณ์พุ่งสูง นางถึงกับยกท่อนขาเพรียวขึ้นกอดเกี่ยวเอวสอบ รั้งให้เขาแนบชิดนางมากขึ้น กระทั่งเกาอู่เยี่ยเองเกือบจะพลั้งเผลอ ยังดีที่เขาไม่เตลิดจึงไม่ได้ล่วงล้ำนางขึ้นมาจริงๆ ดังนั้นทั้งสองจึงยังคงรักษาตัวตนของกันและกันเอาไว้ได้ก้มลงมองสองแก้มแดงปลั่งด้วยความต้องการ เกาอู่เยี่ยเพียงเลื่อนจุมพิตลงต่ำ ใช้ปลายลิ้นร้อนจุ่มจ้วงปลดปล่อยนางอีกครั้ง และอีกครั้ง กระทั่งนางสุขสมจนสิ้นเรี่ยวแรง เขาจึงคว้ามือน้อยไปกอบกุมความต้องการที่แข็งขึงแทบระเบิดคราแรกอันซุ่ยเหลียนตกใจจนชะงัก ให้อย่างไรนางก็พยายามบิดมือหนี แต่เมื่อเงยขึ้นสบตาเว้าวอน นางกลับคล้อยตามเพื่อปลดปล่อยเขา มือเล็กกอบกุมกับความแข็งขึงร้อนรุ่ม มือใหญ่ที่ทาบทับลงไปบังคับให้นางออกแรงขยับเสียงครางแหบพร่าอย่างพึงพอใจ ทำให้อันซุ่ยเหลียนยิ่งรับรู้ว่าชายหนุ่มต้องการมากมายเพ
続きを読む

บทที่ 6.1

หลังจากพิธีปักปิ่นของอันซุ่ยเหลียนผ่านไป ความคลางแคลงใจของผู้คนในเมืองหลวง ที่มีต่อความสำคัญซึ่งตระกูลเกามอบให้ตระกูลอันก็กระจ่างแม่สื่อซึ่งถูกส่งเข้าไปทาบทามหมั้นหมาย ทำให้เกิดเป็นข่าวใหญ่ที่ทำให้ไม่มีผู้ใดไม่ให้ความสนใจคราก่อนอันสุ่ยเซียนแต่งให้รองแม่ทัพประจิม ก็นับว่าเป็นเรื่องน่าประหลาดแล้ว เนื่องจากแทนที่ตระกูลเกาจะเลือกสะใภ้ที่มาจากตระกูลขุนนาง แต่กลับแต่งคุณหนูจากตระกูลคหบดีเป็นสะใภ้มาครานี้รองแม่ทัพบูรพา ยังแต่งคุณหนูจากตระกูลเดียวกันเป็นฮูหยิน เรื่องนี้จึงเป็นที่ฮือฮาจนคาดเดาไปต่างๆ นานา ถึงความเป็นกลางที่ตระกูลเกามีต่อราชสำนัก กระทั่งแม้แต่องค์ฮ่องเต้เอง ก็ไม่ได้ทรงมีท่าทีใดๆ กับเรื่องนี้ว่ากันว่าเรื่องราชสำนักเป็นเรื่องของบุรุษ เช่นกันกับเรื่องที่เบื้องหลังเหล่าบุรุษ ย่อมต้องมีสตรีคอยหนุนอยู่เบื้องหลังบรรดาฮูหยินหรือภรรยาตบแต่ง ย่อมต้องดูแลหลังบ้านให้บุรุษได้วางใจ กระทั่งสามารถออกไปทำงานที่ได้รับมอบหมายอย่างสบายใจการที่ตระกูลเกาจะแต่งสะใภ้เข้าตระกูล แน่นอนว่าย่อมต้องสะเทือนทั้งราชสำนัก เพราะหากจะเปรียบแล้วท่านอัครมหาเสนาบดี ก็นับได้ว่าเป็นหนึ่งในขุนนางที่มีอิทธิพล ซึ่
続きを読む

บทที่ 6.2

อันซุ่ยเหลียนไม่ปฏิเสธ มีเกาอู่เยี่ยหนุนหลังนางแล้วอย่างไรเล่า นางต้องกลัวว่าผู้อื่นจะคิดเช่นนั้นไปทำไมกัน ก็ในเมื่ออีกไม่ช้านางก็จะแต่งให้เขาอยู่แล้วความจริงจะอย่างไรย่อมเป็นความจริง นางเลือกที่จะรักษาน้ำใจคู่หมายของตัวเองและคนตระกูลเกา ด้วยการยืดอกรับ มากกว่าต้องมากังวลว่าผู้อื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับนางจะมองอย่างไรนางเพียงก้าวเดินเคียงข้างฟางชิงเหลียนไปเรื่อยๆ ในใจสงสัยอยู่ครามครันว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร“สงสัยใช่หรือไม่ว่าเรื่องในวันนี้เป็นการจัดฉาก”ไม่คาดฟางชิงเหลียนกลับเอ่ยถึงเรื่องที่นางและเกาฮูหยินสงสัย อันซุ่ยเหลียนชะงักไปเล็กน้อย แต่เมื่อมองหน้าอีกฝ่ายที่ยิ้มน้อยๆ นางกลับยิ้มออกมาผู้อื่นกำลังหยั่งเชิง นางจะยอมให้อีกฝ่ายผิดหวังได้อย่างไร“จะว่าไปเรื่องนี้ไม่ช้าก็เร็วก็คงต้องเกิดขึ้นอยู่ดี จะว่าสงสัยก็คงไม่ผิด แต่ข้ากลับไม่ได้กังวลมากนัก พี่อู่เยี่ยเองก็เคยเล่าให้ฟังอยู่บ้างว่าตระกูลเกามีความสำคัญต่อราชสำนัก บางคราข้าอาจต้องติดตามท่านป้าไปไหนมาไหนเป็นครั้งคราว”“แม่นางอัน” ฟางชิงเหลียนเดินไปหยุดยังหน้าศาลาริมทะเลสาบขนาดเล็กกลางอุทยาน“บอกเจ้าตามตรงโดยไม่ปิดบัง ข้าถูกคนตระกูลฟาง
続きを読む

บทที่ 6.3

ท่าทีทุกข์ตรมของฟางชิงเหลียน ไหนเลยจะเป็นเรื่องเสแสร้ง แม้อันซุ่ยเหลียนไม่ได้คลุกคลีกับเรื่องในราชสำนัก แต่เรื่องความเด็ดขาดและความโหดเหี้ยมของฟางกุ้ยเฟยในยามลงโทษคนทำผิด นางเองก็เคยได้ยินมาบ้างหากให้นางคาดเดาเรื่องนี้คงลงเอยไม่ดีนัก หากฟางกุ้ยเฟยทรงทราบว่าฟางชิงเหลียนเป็นต้นเหตุให้สองตระกูลใหญ่ต้องบาดหมาง ผู้ที่ต้องรับเคราะห์คงไม่ได้มีเพียงตัวหญิงสาวเองกระมัง“แต่งเข้าตระกูลเกาสำเร็จ แต่ทั้งชีวิตก็ต้องถูกตระกูลเกาและสามีมองว่าเป็นคนนอก ถึงเวลานั้นท่านแม่ น้องชายและน้องสาวของข้าเองก็คงหนีชะตากรรมเช่นเดิมไม่พ้นอยู่ดี ยื่นคอออกไปก็เจอดาบ จะหดคอกลับมาก็เจอคมหอกรออยู่ ข้าไม่เหลือหนทางใดแล้วจริงๆ”“แล้วการที่เจ้าบอกข้าเช่นนี้ เจ้าคิดว่าเป็นทางออกแล้วหรือ”“ข้าจึงได้บอกว่ามีเรื่องอยากขอร้อง หากเรื่องนี้ลุล่วงข้าไม่ต้องแต่งเข้าตระกูลเกา ข้าอยากให้แม่นางอันขอร้องเกาอู่เยี่ย ให้เขาแนะนำนายกองสักคนที่ชายแดน ข้าจะแต่งไปอยู่ที่ชายแดน”อันซุ่ยเหลียนมุ่นคิ้ว“แน่นอนว่าหากเขาออกหน้าให้ ข้าย่อมสามารถพามารดา น้องสาวและน้องชายไปอยู่ที่ชายแดนกับข้าได้”เรื่องนี้ให้ดูอย่างไรก็น่าประหลาด แต่ท่าทีจริงใจขอ
続きを読む

บทที่ 6.4

ในขณะที่คิดถึงอาจารย์หัวใจของนางเองก็ยิ่งเจ็บปวด แม้อีกฝ่ายจะคอยให้คำแนะนำดีๆ แต่ไม่มีเลยสักครั้งที่นางรู้สึกว่าอีกฝ่ายเป็นอาจารย์ที่หวังดีต่อนางจากใจทุกเรื่องที่อีกฝ่ายแนะนำ ล้วนแล้วแต่เกี่ยวข้องกับตระกูลฟางและตระกูลเกาทั้งสิ้น ไม่มีครั้งไหนเลยที่จะเพื่อตัวนางเอง...ม้าเร็วควบมาจากชายแดนพร้อมข่าวไฟสงครามที่กำลังปะทุ เผ่าหูเคลื่อนทัพเข้าประชิดชายแดน รองแม่ทัพต้องรั้งอยู่เพื่อรักษาชายแดนตระกูลเกาเริ่มมีการเคลื่อนไหว เกาอู่เยี่ยที่ประจำยังชายแดนส่งม้าเร็วมาหาบิดา พร้อมกันนั้นก็ส่งสาส์นขึ้นกราบทูลฮ่องเต้ทันทีที่ทรงทราบข่าวการศึกฮ่องเต้ก็ทรงประชวร เหล่าขุนนางต่างก็เคร่งเครียด ฟางกุ้ยเฟยที่เฝ้าพระอาการไม่ห่างพระวรกายมีพระพักตร์อ่อนล้าหมอหลวงที่ทำหน้าที่อย่างรัดกุมเองก็สีหน้าไม่ใคร่จะดี ทำให้หลายฝ่ายต่างก็คาดเดาไปต่างๆ นานาฮ่องเต้ทรงมีพระราชโอรสสามพระองค์ องค์ชายใหญ่ซางหยางทรงถูกจองจำในวังเย็นองค์ชายรองซางเยว่ทรงรั้งอยู่ในวังหลวง ทั้งยังมีอิทธิพลตระกูลฟางหนุนหลังองค์ชายสามซางหยุนยังทรงพระเยาว์ แม้มีอิทธิพลตระกูลจูและตระกูลหลินคอยเกื้อหนุน กระนั้นกลับยังมีความเป็นไปได้น้อยที่จะทรงถูกเ
続きを読む

บทที่ 6.5

หลังจากกลับห้องไปอาบน้ำเปลี่ยนสวมเป็นชุดนางกำนัลเต็มขั้นที่พวกนางเคยมี แถบผ้าสีขาวผืนยาวก็ถูกโยนขึ้นไปผูกกับขื่อ สตรีชราทั้งสองหันไปสบตากันด้วยดวงตาคลอคลอง“เราจะตามไปเข้าเฝ้าพระสนมแล้ว”“เจ้าอย่าเดินเร็วนักนะ ขาข้าเจ็บ อาจเดินไม่ทันเจ้า”“ข้าจะเดินช้าๆ รอเจ้าเช่นทุกครั้ง”ทั้งสองก้าวขึ้นไปยืนบนเก้าอี้ เสียงบางอย่างล้มลงดังขึ้นพร้อมๆ กันสองเสียง ก่อนที่ทุกอย่างในห้องจะเงียบลง หลงเหลือเอาไว้เพียงความวังเวง และจดหมายสองฉบับที่ซุกซ่อนเอาไว้ รอคอยให้ซางหยางกลับมาและเปิดอ่านองค์ชายใหญ่ซางหยางได้รับพระบัญชาให้กลับมาพำนักยังตำหนักเยี่ยนจื่อ ทั้งยังเป็นตำหนักซึ่งติดกันกับตำหนักซู่เฟิน ทำให้ทั้งวังหลวงวุ่นวายฟางกุ้ยเฟยที่แม้ยังคงมีท่าทีนิ่งเฉย แต่ผู้ใดเล่าจะเชื่อว่านางยังคงใจเย็นอยู่ได้ตระกูลหลินต่างก็เข้านอกออกในวังหลวง เพราะยินดีกับข่าวดีขององค์ชายใหญ่จูกุ้ยเฟยได้รับพระบัญชาให้ดูแลทุกอย่างไม่ให้ขาดตกบกพร่อง ยิ่งยืนยันถึงความสัมพันธ์อันดีของตระกูลจูและตระกูลหลิน ซึ่งแน่นอนเรื่องนี้ทำให้ตระกูลฟางไม่อาจอยู่เฉย“เรียกตัวฟางชิงเหลียนเข้าวัง ขอเพียงตระกูลหลินล่วงเกินตระกูลเกา ข้าไม่เชื่อว่าตระ
続きを読む

บทที่ 7.1

หญิงสาวเริ่มรู้สึกไม่ดี เพราะการสนทนาที่พยายามหักเหนางให้สนใจในตัวองค์ชายใหญ่ซางหยางอย่างกะทันหันนี้“เสด็จพี่มีสหายน้อยคนนัก วันนี้ได้พบแม่นางอัน นับเป็นวาสนายิ่ง ข้าเองก็มีสหายเพียงแต่ไม่สะดวกจะพาเข้าวังหลวง ชิงชิงเจ้าสนิทกับแม่นางอัน หากเข้าวังหลวงไปก็อย่าลืมพานางแวะเข้าไปร่วมคัดอักษรกับเสด็จพี่เป็นอย่างไร”ฟังดูเหมือนเป็นความหวังดี หากแต่ความเหมาะสมกลับถูกมองข้าม อันซุ่ยเหลียนนั่งเงียบอยู่นาน กระทั่งเป็นองค์ชายใหญ่ที่ลุกขึ้นมาเอ่ยว่าคงไม่เหมาะสม และนั่นทำให้องค์ชายรองท่าทางราวกับเพิ่งนึกขึ้นได้ในที่สุดกว่าที่อันซุ่ยเหลียนจะปลีกตัวออกมาได้ ทั้งสี่คนก็นั่งสนทนากันนานกว่าครึ่งชั่วยามฟางชิงเหลียนมองนางด้วยสายตาลุแก่โทษ ทั้งยังบอกนางว่าต้องการนัดพบเพื่อบอกเรื่องสำคัญในวันหลัง“สำคัญจริงๆ เกี่ยวพันกับเรื่องที่ตระกูลฟางต้องการทำลายตระกูลอันด้วย อย่าให้เรื่องนี้รู้ไปถึงตระกูลเกา ฟางกุ้ยเฟยโหดเหี้ยมเพียงใดเจ้าเองก็คงเคยได้ยิน ข้าเกรงว่าบิดาของเจ้าจะไม่ปลอดภัย เรื่องนี้ข้าจะ...”“ชิงชิงเจ้ากลับพร้อมข้าเลยก็แล้วกัน”องค์ชายรองส่งเสียงมาจากเบื้องหลัง ทำให้ฟางชิงเหลียนได้แต่ทำหน้าจนใจ นางสบต
続きを読む

บทที่ 7.2

มองดูท่าทีหวาดระแวงของเขา หญิงสาวกลับรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมา นางมองไปรอบๆ ศาลาผุพังนอกเมือง จากนั้นจึงนึกอะไรขึ้นมาได้“คนติดตามของพระองค์เล่าเพคะ”“พวกเขา...” คิ้วเข้มขมวดมุ่น จากนั้นจึงหันไปสบตาหญิงสาวอีกครั้ง“แล้วสาวใช้ของเจ้าเล่า”กล่าวจบควันสีขาวก็พวยพุ่งขึ้นมาจากทุกทิศทุกทาง ทั้งสองได้แต่ลอบตื่นตระหนก กว่าจะรู้ว่าหลงกลผู้อื่นก็สายไปเสียแล้ว เพราะในยามที่สุดควันเข้าไปนั้น สติรับรู้ของคนทั้งสองพลันเลือนราง จากนั้นก็ค่อยๆ หมดสติไปโดยไม่อาจแก้ไขสิ่งใดแล้ว เกาฮูหยินมองจดหมายในมือนิ่ง จดหมายที่องค์ชายใหญ่ซางหยางทรงส่งมานัดหมายอันซุ่ยเหลียนให้ออกไปพบ กระทั่งคนทั้งสองหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยหลังจากแทบจะพลิกเมืองหลวงตามหา คนของตระกูลเกากลับพบเพียงศพของสาวใช้คนสนิทของอันซุ่ยเหลียนสองคน ซึ่งดูจากทิศทางแล้วน่าจะกำลังออกจากเมืองหลวง บนห่อผ้าที่เต็มไปด้วยแก้วแหวนเงินทอง กลับมีจดหมายฉบับนี้ซุกซ่อนอยู่“หลายปีมานี้ข้าอบรมสั่งสอนนางด้วยตัวเอง ข้าไม่เชื่อว่านางจะทำเรื่องเช่นนี้ อีกทั้งสาวใช้สองคนนั้นเป็นเด็กดี พวกนางเป็นเด็กกำพร้าไร้ญาติขาดมิตรที่ใด ทั้งสองว่านอนสอนง่าย ทั้งยังมิใช่คนเ
続きを読む

บทที่ 7.3

มองดูบ้านหลังเล็กที่แม้แต่หลังคาก็ไม่อาจกันฝน เจ้าขอทานพลันถอนหายใจออกมา เขาวางรถลากลงยังมุมหนึ่งของผนัง จากนั้นจึงเดินอ้อมไปยังห้องที่เคยเป็นห้องโถงป้ายวิญญาณสามอันตั้งอยู่ ฝุ่นหนาจับเกาะเพราะไม่เคยมีคนเข้ามาทำความสะอาดนานแล้ว“ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้ากลับมาแล้ว”เสียงขยับกุกกักทำให้ชายหนุ่มต้องรีบกลบเกลื่อนความเศร้าหมอง เขาเดินกลับมายังรถลากยังมุมผนัง จากนั้นจึงเปิดผ้าคลุมขึ้น“เจ้าติดหนี้ชีวิตข้าครั้งหนึ่งแล้ว”“องค์ชายใหญ่” อันซุ่ยเหลียนมองเขาด้วยใบหน้างุนงง ดวงตาคู่งามกวาดมองไปรอบๆ กระทั่งหยุดที่ใบหน้าเลอะเทอะและเสื้อผ้ามอมแมม“ท่าน...” เป็นนานกว่าที่นางจะหาเสียงของตัวเองเจอ “เกิดอะไรขึ้นหรือเพคะ”ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาเสียงหนึ่ง “หลงกลผู้อื่นนะสิยังต้องถามหรือ”ซางหยางได้แต่นั่งลงข้างๆ หญิงสาวด้วยท่าทางหมดแรง “ครั้งนี้ไม่อาจไม่ยอมรับว่าเป็นความผิดข้าเอง ข้าไหนเลยจะคาดว่าได้ก้าวเข้าไปในกระดานหมากของผู้อื่นตั้งแต่แรก”“ท่านหมายความว่าอย่างไร”เขาไม่ตอบแต่กลับชี้ไปยังป้ายวิญญาณตรงหน้า “ข้าขอแนะนำให้เจ้ารู้จัก บิดา มารดา และพี่สาวของข้า”“อะ...อะไรนะเพคะ!!”ซางหยางหัวเราะ “ดูเหมือนเจ้าจะ
続きを読む
前へ
123456
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status