บททั้งหมดของ หยกโลหิตพลิกชะตา: บทที่ 181 - บทที่ 190

200

บทที่ 181 สั่งสอนผู้อื่นโดยไม่เปลืองแรง

ข่าวเรื่องที่รองแม่ทัพหญิงของตระกูลเมิ่งหลินเจียวฝาง ที่มีอีกฐานะหนึ่งเป็นอนุภรรยาผู้สูงศักดิ์ของท่านแม่ทัพใหญ่เมิ่งอันหวายถูกหย่าและได้ขนทรัพย์สินเงินทองที่เป็นสินเดิมของนางย้ายกลับไปพักอาศัยอยู่ที่จวนตระกูลหลินแล้วโด่งดังไปทั่วเมืองหลวงแน่นอนว่าเรื่องนี้ส่งผลกระทบต่อเมิ่งซูเหวินโดยตรง แต่เมื่อจวนตระกูลเมิ่งเปิดเผยข่าวสำคัญต่อญาติพี่น้องและเหล่าสหายที่ใกล้ชิดว่าในยามนี้เมิ่งซูเหวินได้กลายเป็นบุตรสาวสายตรงของฮูหยินใหญ่สวีเยี่ยนหลันไปแล้ว จึงกลายเป็นว่าเมิ่งซูเหวินได้รับผลประโยชน์นี้ไป“เมื่อก่อนท่านแม่ไม่ยอมรับข้าเป็นบุตรสาวสายตรงเพราะกลัวว่าจะกระทบต่อฐานะบุตรสาวสายตรงของเจ้า แต่ในยามนี้เจ้าไม่ใช่คุณหนูผู้อ่อนแอไร้ความสามารถและไม่ใช่หญิงสาวอายุสั้น ดังนั้นฐานะคุณหนูสายตรงเพียงหนึ่งเดียวของตระกูลเมิ่งจึงไม่จำเป็นสำหรับเจ้าอีกต่อไป ท่านแม่จึงยอมรับข้าได้อย่างสะดวกใจมากขึ้น”เมิ่งซูเหวินพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดีในขณะที่นางและเมิ่งเถียนซีกำลังนั่งปักผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวอยู่ด้วยกันที่เรือนเมฆาคล้อย เมิ่งเถียนซีมีความสามารถหลายด้านแต่เรื่องการปักผ้าเป็นงานฝีมือที่นางขี้เกียจทำ นางจึงมีฝีมื
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 182 เกล้าผมงดงามสินเจ้าสาวยาวสิบหลี่

หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้นจ้าวจิ้นถงก็ไม่ได้พากลุ่มสาวใช้ของตระกูลจ้าวเดินทางมาปักหลักเฝ้าอยู่ที่หน้าประตูจวนซานอ๋องอีกเลย สาเหตุที่จ้าวจิ้นถงไม่ได้มาเฝ้าอยู่ที่หน้าประตูจวนซานอ๋องไม่ใช่เป็นเพราะว่านางรู้สึกกลัวจะถูกคนอย่างเซี่ยหวั่นถิงมาหาเรื่องรังแกนางแบบในวันนั้นอีก แต่ทว่านางกลายเป็นผู้ต้องคดีในข้อกล่าวหาที่นางมีส่วนเกี่ยวข้องกับการลอบสังหารซานอ๋องจึงถูกจับขังเป็นนักโทษอยู่ที่ศาลยุติธรรมเมื่อได้อยู่ตามลำพังกับหยางเฟิ่งเจี๋ยในห้วงมิติพิเศษของหยกโลหิต เมิ่งเถียนซีอดที่จะถามเขาด้วยความอยากรู้ไม่ได้ว่า “จ้าวจิ้นถงผู้นี้เคยเป็นญาติผู้น้องที่ท่านอ๋องเคยโปรดปรานมากไม่ใช่หรือเพคะ ท่านอ๋องทรงใจร้ายปล่อยให้สตรีที่งดงามอ่อนโยนน่าทะนุถนอมเช่นนั้นต้องไปใช้ชีวิตอย่างยากลำบากอยู่ในคุกได้อย่างไรเพคะ”“เมื่อก่อนเรามีดวงตาแต่ไร้แววจึงมองไม่ออกว่าท่าทางอ่อนโยนน่าทะนุถนอมของนางเป็นสิ่งจอมปลอม ในยามนี้ดวงตาของเราเห็นทุกอย่างได้แจ่มชัดแล้ว สตรีแบบจ้าวจิ้นถงถูกจับขังคุกยังถือว่าเป็นการลงโทษที่เบาเกินไปด้วยซ้ำ รอให้ศาลยุติธรรมตัดสินโทษของนางก่อนเถิด ถึงยามนั้นเจ้าจึงจะกล่าวหาว่าเราใจร้ายได้อย่างเต็มปาก”
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 183 งานมงคลของซานอ๋อง

หยางเฟิ่งเจี๋ยมีรูปร่างสูงโปร่งดูสง่างามราวต้นหยกอยู่ในชุดเจ้าบ่าวสีแดงสดปักลวดลายมงคล ใบหน้าหล่อเหลาของเขายังคงมีสีหน้าเรียบเฉยแต่ทว่าดวงตามคมเฉียบของเขาในวันนี้ไม่ได้ดูเย็นชาห่างเหินกับผู้อื่นเหมือนดังในอดีต เขาขี่ม้ามารับเจ้าสาวด้วยตนเอง ในยามที่มองเห็นร่างสูงของเมิ่งเซวียนอี้แบกร่างเจ้าสาวขึ้นหลังโดยที่มีเมิ่งจื่อซวานและเหล่าคุณชายตระกูลสวีคอยเดินตามเพื่อช่วยคุ้มครองเจ้าสาวอยู่เบื้องหลัง ดวงตาที่แสนจะเย็นชาพลันเปล่งประกายสว่างไสวในทันทีหยางเฟิ่งเจี๋ยรีบลงจากหลังม้าเพื่อไปแย่งทำหน้าที่ในการช่วยเปิดผ้าม่านรถม้าให้แก่เจ้าสาวด้วยตนเอง เมื่อมองเห็นว่าเจ้าสาวนั่งอยู่บนรถม้าเรียบร้อยแล้ว เขาจึงหันกลับมาเอ่ยวาจารับรองกับเหล่าพี่ชายและลูกพี่ลูกน้องที่เป็นบุรุษของเมิ่งเถียนซีด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า“นับจากนี้ไปเรายินดีใช้ชีวิตที่เหลือคอยดูแลและปกป้องเมิ่งเถียนซีให้อยู่รอดปลอดภัย ทุกคืนวันนางจะมีแต่ความสุขและมีรอยยิ้มแต่งแต้มบนใบหน้างดงามของนางตลอดไป”เมิ่งเซวียนอี้ก้มคำนับหยางเฟิ่งเจี๋ยตามธรรมเนียมแล้วจึงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า “ข้าน้อยขอให้ท่านอ๋องหยางเฟิ่งเจี๋ยจดจำคำพูดเมื่อครู่น
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 184 เดินทางเข้าวังหลวงสาย

รถม้าที่แสนหรูหราของจวนซานอ๋องกำลังเดินทางเข้าวังหลวงในช่วงสายของวันต่อมา ภายในรถม้ามีหยางเฟิ่งเจี๋ยนั่งประคองกอดร่างบอบบางของเมิ่งเถียนซีเอาไว้บนตักตนเองแล้วใช้มืออุ่นร้อนพยายามจับบังคับให้ใบหน้างดงามของนางมาอิงแอบแนบอยู่ที่บริเวณแผ่นหน้าอกที่แสนจะอบอุ่นของเขา เพราะเขาอยากจะให้ร่างบางไม่ต้องรับรู้ถึงแรงการสั่นสะเทือนของรถม้า นางจะได้นอนหลับพักผ่อนอย่างสบายไร้สิ่งรบกวน“เป็นเพราะเช้านี้ท่านอ๋องทรงไม่ยอมให้คนมาปลุกหม่อมฉันให้รีบตื่นขึ้นมาแต่งตัวพวกเราจึงได้เดินทางเข้าวังหลวงสายขนาดนี้ ในยามนี้ก็น่าจะเลยเวลาการทำพิธียกน้ำชาไปนานแล้วกระมัง ไม่รู้ว่าหม่อมฉันจะถูกตำหนิและถูกลงโทษหรือไม่” เมิ่งเถียนซีพูดบ่นด้วยน้ำเสียงไม่สบายใจ เพราะว่าในวันนี้นางจะต้องไปทำพิธียกน้ำชาในฐานะพระสุณิสาคนใหม่ของฮ่องเต้หยางตี๋ แต่นางกลับตื่นสายเสียได้“เจ้าอย่าคิดมากเลย เจ้าจงนอนหลับพักผ่อนอีกสักนิดเถิด มีเราคอยปกป้องเจ้าอยู่ ภายในวังหลวงย่อมจะไม่มีผู้ใดกล้าสั่งลงโทษเจ้าอย่างแน่นอน แต่ทว่าเรื่องการถูกตำหนินั้นต่อให้พวกเราเดินทางเข้าวังหลวงตั้งแต่เช้ามืด พวกเราก็ย่อมจะถูกผู้อื่นหาเรื่องว่ากล่าวตำหนิอยู่ดี ถ้าคนมี
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 185 พิธียกน้ำชา

ซานอ๋องหยางเฟิ่งเจี๋ยพาเมิ่งเถียนซีมาถึงพระตำหนักฝูหยางในช่วงสาย ซึ่งเหล่าเชื้อพระวงศ์แทบจะทุกคนมารวมตัวกันที่นี่ครบเกือบหมดแล้ว จะขาดก็เพียงแค่ฮ่องเต้หยางตี๋ อี้อ๋องหยางเหยียนเฉิง และหนานเป่ยอ๋องหยางเซิ่งที่ยังไม่ได้อยู่ที่นี่เนื่องจากติดราชการงานเมืองที่สำคัญมากเท่านั้นนี่เป็นครั้งแรกที่เมิ่งเถียนซีได้มาเข้าเฝ้าหลัวไทเฮาผู้เป็นใหญ่ที่มีอาวุโสสูงสุดในพระราชวังของแคว้นจื่อหยวนแห่งนี้ ก่อนหน้านี้เมิ่งเถียนซีแอบรู้สึกระมัดระวังและรู้สึกกังวลใจต่อการจะต้องเข้าเฝ้าหลัวไทเฮาค่อนข้างมาก เพราะการที่สตรีคนหนึ่งจะสามารถขึ้นมาอยู่บนตำแหน่งสูงสุดของวังหลวงแห่งนี้ได้ย่อมจะไม่ใช่คนธรรมดาแต่ทว่าเมื่อเมิ่งเถียนซีได้พบกับสตรีที่ความแก่ชราดวงตามีฝ้าฟางและความหมองมัวไม่แจ่มใส่ ร่างกายดูทรุดโทรมเหมือนดั่งดวงจันทร์ที่กำลังจะเลือนหายตรงสุดขอบฟ้า เมิ่งเถียนซีจึงแอบถอนหายใจด้วยความโล่งอกในที่สุดเมิ่งเถียนซีก็เข้าใจแล้วว่าเป็นเพราะเหตุใดตระกูลหลัวจึงรีบร้อนไปช่วยหนุนหลังให้แก่องค์ชายลี่อ๋องหยางเฟยหรงแบบนี้ เพราะองค์ชายสี่ฉืออ๋องหยางฟ่านอวี้ยังทรงพระเยาว์อยู่มาก กว่าที่ฉืออ๋องจะเจริญเติบโตจนสามารถแบกรับหน้
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 186 การปรับตัว

เมิ่งเถียนซีต้องไปทำพิธีคำนับกราบไหว้บรรพบุรุษที่หอบรรพชนของราชสกุลหยาง และนางได้ถูกบันทึกชื่อในฐานะสะใภ้ใหม่ลงในทะเบียนบัญชีรายชื่อของราชสกุลตระกูลหยางเสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งผู้ที่จะมีรายนามเป็นสะใภ้อยู่ในแผนผังราชสกุลนี้ได้ จะต้องเป็นภรรยาเอกหรือได้เป็นมารดาของทายาทคนสำคัญในตระกูลหยางเท่านั้น แน่นอนว่าพิธีการนี้พระสนมเฉินกุ้ยเฟยและพระสนมลู่เฟยยังไม่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยถึงแม้ว่าพวกนางจะมีรายชื่อเพราะเป็นพระมารดาของเหล่าองค์ชายและองค์หญิงทั้งหลายก็ตาม แต่พวกนางก็ไม่ได้มีสิทธิ์เข้าไปกราบไหว้ป้ายวิญญาณในหอบรรพชนในฐานะสะใภ้ของตระกูลหยางได้ นี่คือความแตกต่างกันของฐานะภรรยาเอกและอนุของแคว้นจื่อหยวนแห่งนี้เมื่ออยู่ต่อหน้าพระพักตร์ของฮ่องเต้หยางตี๋ พระสนมเฉินกุ้ยเฟยย่อมจะทำตัวสงบเสงี่ยมเจียมตน ไม่กล้าวางอำนาจหาเรื่องเมิ่งเถียนซีอีก ดังนั้นยามเย็นของวันนี้เมิ่งเถียนซีจึงเดินทางออกจากวังหลวงได้โดยที่ไม่ได้ลงมือทำร้ายร่างกายของผู้ใด มีเพียงการปะทะคารมกับผู้อื่นมาเล็กน้อย และถูกบังคับให้ต้องรับคนกลับมาที่จวนซานอ๋องเพิ่มในยามที่คำนับขอตัวอำลากลับเท่านั้น“คู่แต่งงานใหม่มีหลายเรื่องที่เจ้าสาวคนใ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 187 ในชีวิตนี้มีนางช่างดีจริงๆ

การอยู่ที่จวนซานอ๋องในฐานะพระชายาเอกซานอ๋อง เมิ่งเถียนซีค้นพบว่าไม่ได้มีความแตกต่างจากในยามที่นางอยู่ในจวนตระกูลเมิ่งสักเท่าไหร่นัก จะมีความเปลี่ยนแปลงก็แค่เพียงเรื่องที่นางไม่ต้องไปแสดงความกตัญญูคำนับทักทายมารดาของร่างนี้ทุกวันเหมือนในอดีต แต่ทุกสามวันหรือห้าวันนางมักจะเดินทางไปเยี่ยมสวีเยี่ยนหลันที่จวนตระกูลเมิ่งอยู่เสมอมีอีกเรื่องที่ต้องเปลี่ยนแปลงไปนั่นคือคำเรียกขานที่ทุกคนใช้เอ่ยกับเมิ่งเถียนซี จากคำว่าคุณหนูสี่ตระกูลเมิ่งกลายเป็นพระชายาเอกของซานอ๋องแทน ซึ่งใช้เวลาเพียงไม่นานนางก็เริ่มรู้สึกคุ้นชินกับคำว่าพระชายาแล้ว เมื่อมีคนเรียกขานว่าพระชายา นางก็รีบหันกลับไปมองเป็นการตอบรับแล้ว ไม่เหมือนในช่วงแรกที่นางนิ่งเฉยเพราะไม่รู้ว่าผู้อื่นกำลังเรียกขานตัวเองอยู่ชีวิตของคู่แต่งงานใหม่ย่อมหวานชื่น ยามกลางวันทำกิจวัตรประจำวันร่วมกัน จะแยกห่างกันก็แค่เพียงช่วงที่หยางเฟิ่งเจี๋ยขอปลีกตัวไปสะสางงานที่เขาต้องดูแลเท่านั้น ส่วนในยามค่ำคืนคนทั้งคู่แสดงความรักใคร่ต่อกันอย่างเร่าร้อน ตามประสาช่วงน้ำผึ้งหวานโดยเฉพาะหยางเฟิ่งเจี๋ย เขามักจะใช้ข้ออ้างว่าบุรุษแบบเขายินยอมมีแค่นางเพียงคนเดียวเพื่อเอาใ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 188 ทะเลาะกันครั้งแรก

ณ.เรือนหลักของจวนซานอ๋องเมิ่งเถียนซีกำลังนั่งพูดคุยปรึกษาอยู่กับสาวใช้ขั้นหนึ่งจำนวนสามคนมี ไฉ่เฉิน ไฉ่หงและไฉ่ผิง ทุกคนกำลังพูดคุยกันถึงเรื่องของขวัญที่นางจะนำไปร่วมงานมงคลของหลินเจียวฝางกับหนานเป่ยอ๋องอย่างเคร่งเครียด เพราะงานมงคลในครั้งนี้ของหลินเจียวฝางถูกจัดขึ้นอย่างรีบเร่งและเชิญเพียงญาติสนิทมิตรสหายไปร่วมงานเพียงไม่กี่คนเท่านั้น“ถึงแม้ทางตระกูลหลินจะพูดว่าเป็นงานมงคลที่จัดขึ้นโดยเชิญแค่ญาติสนิทมิตรสหายไปร่วมงาน แต่ถึงอย่างไรก็เป็นงานมงคลพระราชทาน มิหนำซ้ำผู้เป็นเจ้าบ่าวยังเป็นเชื้อพระวงศ์ชั้นสูงอย่างหนานเป่ยอ๋อง ดังนั้นของขวัญที่พระชายานำไปร่วมงานจะต้องล้ำค่ามากๆ จึงจะดีเพคะ” ไฉ่ผิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเสนอแนะ“อืม…เราก็มีความคิดเช่นนั้น แต่อนุ…ท่านน้าหลินเจียวฝางค่อนข้างดีต่อเรามาก ของขวัญที่เราจะนำไปมอบให้แก่ท่านน้าหลินในวันมงคลนั้นจะเป็นเพียงของขวัญล้ำค่าที่มีอยู่ดาษดื่นหาซื้อได้ทั่วไปไม่ได้ ดังนั้นพวกเจ้าช่วยเราคิดทีเถิดว่าสตรีที่มีความชื่นชอบไม่เหมือนกับสตรีคนอื่นแบบท่านน้าหลินผู้นี้ เราควรจะมอบของขวัญอะไรให้แก่นางดี นางจึงจะรู้สึกว่าข้ายังให้ความเคารพนางมากเป็นพิเศษเหมือ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 189 เขายอมเสียหน้า

ไม่เคยมีใครกล้าขัดคำสั่งของหยางเฟิ่งเจี๋ยมานานแล้ว แต่ทว่าเมื่อได้ยินเสียงกังวานใสสั่งให้หยุดมือ ผู้ที่มีหน้าที่ลงทัณฑ์คนทำความผิดในยามนี้กลับเชื่อฟังคำสั่งของพระชายาเป็นอย่างยิ่ง เขาจึงหยุดการโบยตีท่านพ่อบ้านใหญ่จ้าวกุ้ยในทันทีหยางเฟิ่งเจี๋ยรีบเดินออกมายังลานหน้าเรือนแล้วเอ่ยถามคนของคนลงทัณฑ์ด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “เราสั่งให้เจ้าหยุดมือแล้วหรืออย่างไร”คนลงทัณฑ์รีบทิ้งท่อนไม้ที่ใช้โบยตีจ้าวกุ้ยลงบนพื้น เพราะในใจของเขาไม่อยากจะลงโทษพ่อบ้านใหญ่อยู่แล้ว เขารีบพูดด้วยน้ำเสียงสั่นสะท้านว่า “ขอท่านอ๋องได้โปรดลงโทษบ่าวด้วย บ่าว…บ่าวไม่สามารถโบยท่านพ่อบ้านใหญ่ได้อีกต่อไปแล้ว”“ในเมื่อเจ้ารู้ตัวว่าทำผิด เช่นนั้น…”“ช้าก่อน! ท่านอ๋องเพคะ คนผู้นี้หยุดมือเพราะคำสั่งของหม่อมฉัน ถ้าหากจะลงโทษคนผิดที่ขัดคำสั่งของท่านอ๋อง เช่นนั้นก็มาลงโทษหม่อมฉันเถิดเพคะ” เมิ่งเถียนซีพูดด้วยน้ำเสียงค่อนข้างจริงจัง และคิดในใจว่า ‘เขาชอบพูดว่าทุกเรื่องตามใจนาง แต่เวลาผ่านไปเพียงไม่นานคำพูดนี้ของเขาก็ไม่รักษาคำพูดเสียแล้ว’คราวนี้หยางเฟิ่งเจี๋ยหันมามองสบตากับเมิ่งเถียนซีด้วยสีหน้ากดดันแล้วเดินมาหานางด้วยสีหน้าเย็นชาก่
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 190 เขากลายเป็นฝ่ายผิด

เมิ่งเถียนซีสอบสวนทุกเรื่องอย่างละเอียดใหม่ทั้งหมด และแอบคิดในใจว่านี่คือข้อเสียที่หยางเฟิ่งเจี๋ยลงโทษคนอย่างหนักหน่วงและลงโทษคนทำความผิดรุนแรงมากเกินไป จนทำให้คนรับใช้รู้สึกหวาดกลัวและยิ่งไม่กล้ายอมพูดความจริง ที่สำคัญความภักดีที่แสดงออกต่อผู้เป็นเจ้านาย ล้วนเกิดมาจากความหวาดกลัวซึ่งไม่มั่นคงไม่ยืนยาวและยิ่งเชื่อถือไม่ได้ผิดกับวิธีการปกครองพวกบ่าวและสาวใช้ของเมิ่งเถียนซีคนก่อน ที่ต่อให้นางมีสุขภาพอ่อนแอมาเพียงใด แต่นางก็ดูแลพวกสาวใช้ของนางเป็นอย่างดี นางทำให้ทุกคนรู้ว่าการอยู่ด้วยกันย่อมจะมีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้เป็นนาย นางทำให้ทุกคนเข้าใจว่าเมื่อเจ้านายรุ่งเรืองพวกบ่าวและสาวใช้ย่อมจะได้อยู่ดีกินดี แต่เมื่อเจ้านายมอดม้วยพวกบ่าวและสาวใช้เหล่านี้ก็ยากที่จะได้ใช้ชีวิตอย่างดีและยากที่จะมีความสุขได้อีกต่อไป ดังนั้นในยามมีภัยมาเยือนคนของเมิ่งเถียนซีจึงปกป้องเจ้านายของตนเองด้วยชีวิตซึ่งเรื่องการใช้ชีวิตของเจ้าของร่างเดิมเป็นผู้สอนเมิ่งเถียนซีอีกที ดูได้จากเมื่อมีโจรภูเขาดักปล้น สาวใช้ของเมิ่งเถียนซีคนเดิมยอมตายถวายชีวิตเพื่อปกป้องเจ้านาย ดังนั้นนางจึงปฏิบัติตัวกับสาวใช้เหมือนดั่งที่เจ้าข
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
1
...
151617181920
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status