All Chapters of อโศกเมื่อพบอีกครา: Chapter 1 - Chapter 10

24 Chapters

บทที่ 1

ชาติก่อน เธอก็ถูกพ่อแม่เกลี้ยกล่อมให้จากไปแบบนี้ แต่เธอไม่ยอม ครั้งแล้วครั้งเล่าที่อธิบายกับซ่งเหวินชิงว่าคนที่เขาควรรักคือเธอ หลายต่อหลายครั้งที่ขอร้องให้พ่อแม่พูดความจริง อย่าให้พี่สาวสวมรอยแทน สุดท้ายกลับได้มาแค่ความรังเกียจจากเขาที่ลึกขึ้นเรื่อย ๆถึงขั้นตอนที่เธอประสบอุบัติเหตุใกล้ตาย เขายังพูดกับพยาบาลปลายสายอย่างเย็นชา “เธอจะเล่นละครอะไรอีก บอกเธอไป อย่ามาทำลายงานแต่งของฉันกับอี้โม่”และเธอ ก็ตายอยู่บนโต๊ะผ่าตัด ทั้งที่ยังลืมตาดูงานแต่งสุดยิ่งใหญ่ที่ถ่ายทอดสดไปทั่วโลก เห็นซ่งเหวินชิงสวมแหวนให้อย่างอ่อนโยนกับหยานอี้โม่ พลางมองดูพวกเขารับคำอวยพรจากทุกคน…ในเมื่อสวรรค์ให้โอกาสเธอได้มีชีวิตใหม่อีกครั้ง ชาตินี้ เธอจะไม่ทำตัวโง่แบบเดิมอีกแล้ว“ได้ ฉันจะไป” เธอหยิบตั๋วเครื่องบินขึ้นมา น้ำเสียงนิ่งสงบจนผิดปกติพอเห็นเธอตอบรับง่ายดายขนาดนี้ พ่อแม่หยานก็ตกใจมาก“ซูอี้ ลูกยอมไปจริง ๆ ใช่ไหม จะไม่คิดแผนไปทำลายพี่สาวอีกใช่ไหม?!”ทำลายงั้นเหรอ?น่าขำสิ้นดี ซ่งเหวินชิงเดิมทีก็เป็นของเธออยู่แล้วแต่กลับถูกพ่อแม่แย่งไปให้พี่สาวอย่างหน้าตาเฉย20 กว่าปีก่อน พี่สาวหยานอี้โม่ถูกวินิจฉัยว่า
Read more

บทที่ 2

ลืมตาขึ้นอีกครั้ง หยานซูอี้พบว่าตัวเองอยู่ในโรงพยาบาลพยาบาลกำลังเปลี่ยนยาอยู่ พอเห็นเธอตื่นก็ถอนหายใจโล่งอก“คุณสลบไป 2 วันแล้ว ในที่สุดก็ตื่นสักที รู้สึกยังไงบ้าง? วันที่พี่สาวคุณพาคุณมาส่งโรงพยาบาล เธอช็อกจนหมดสติไป พ่อแม่กับพี่เขยของคุณอยู่ห้องข้าง ๆ ดูแลเธออยู่ จะให้ฉันไปเรียกพวกเขามาไหม”พอได้ยินแบบนั้น ขนตาของหยานซูอี้สั่นเล็กน้อย แล้วส่ายหน้า“ไม่ต้องหรอก พวกเขาไม่อยากเจอฉัน ฉันก็ไม่อยากเจอพวกเขาเหมือนกัน”ในแววตาพยาบาลมีความสงสารแวบผ่าน ก่อนจะหันหลังออกจากห้องไป“เฮ้อ ทั้งที่เป็นพี่น้องแท้ ๆ น้องเสียเลือดจนเข้าห้องฉุกเฉิน แต่คนในบ้านกลับไม่แม้แต่จะถามถึง เอาแต่ดูแลพี่สาวที่ตกใจ สองวันมานี้ไม่เคยมาดูเลยสักครั้ง”“ได้ยินว่าพี่เขยเป็นประธานกลุ่มซ่ง พี่สาวได้แต่งเข้าตระกูลใหญ่ จะละเลยน้องก็ไม่แปลก แต่พี่เขยนี่รักพี่สาวมากจริง ๆ เฝ้าอยู่ข้าง ๆ ตลอด คอยป้อนยา ป้อนโจ๊กเอง ยังเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาที่เกษียณแล้วมาช่วยบำบัด ส่งของปลอบใจเข้าห้องไม่ขาด…”เสียงกระซิบของทั้งสองดังเข้าหูหยานซูอี้ชัดเจนแต่เธอกลับไร้สีหน้า ตั้งแต่ต้นจนจบเรื่องแบบนี้ เธอชินแล้วตอนบ่าย หมอเรี
Read more

บทที่ 3

หยานซูอี้ไม่อยากสนใจคำยั่วยุของเธอ เบี่ยงตัวจะเดินหนีเห็นว่าเธอจะไป หยานอี้โม่ขมวดคิ้ว กำลังจะดุด่าอีก แต่จู่ ๆ ก็มีเงาคุ้นเคยปรากฏขึ้นในระเบียงแววตาเธอเปลี่ยนไปทันที ก่อนจะคว้ามือหยานซูอี้แล้วลากกระโดดลงสระน้ำพุทั้งคู่ว่ายน้ำไม่เป็น ดิ้นรนอยู่ในน้ำ ร้องขอความช่วยเหลือแผลบนตัวหยานซูอี้ปริอีกครั้ง เลือดย้อมน้ำในสระเป็นสีแดงน้ำเย็นไหลเข้าจมูก ทำให้เธอสำลักไอไม่หยุดเจ็บจนไม่มีแรงดิ้น ร่างค่อย ๆ จมลงในวินาทีที่ใกล้ขาดอากาศ เธอเห็นซ่งเหวินชิงวิ่งมาแล้วกระโดดลงน้ำเขาว่ายผ่านเธอไป โดยไม่แม้แต่จะมอง ไม่คิดจะช่วย แต่เลือกอุ้มหยานอี้โม่ขึ้นฝั่งทันทีหยานอี้โม่ตาแดง ซุกตัวในอ้อมแขนเขา มองไปที่หยานซูอี้ที่ยังจมน้ำอยู่ แล้วแสร้งทำเป็นร้อนใจ“ซูอี้เผลอผลักฉันลงน้ำ เหวินชิง นายก็รู้ว่าฉันมีน้องคนเดียว ช่วยดึงเธอขึ้นมาหน่อยได้ไหม”ได้ยินแบบนั้น ซ่งเหวินชิงมองคนในสระ สีหน้าเย็นเยียบ“โม่โม่ เลิกพูดแทนเธอเถอะ เธอตั้งใจจะทำร้ายเธอแน่ ๆ แถมยังกระโดดลงไปเองหวังเล่นละครเรียกความสงสาร ในเมื่อไม่รู้จักสำนึก ก็ปล่อยให้เธออยู่ในน้ำให้มันได้สติสักหน่อย”ทุกคำที่หลุดออกมา แทงลึกเข้าไปในใจหยาน
Read more

บทที่ 4

หลังจากออกจากโรงพยาบาลแล้ว หยานซูอี้กลับถึงบ้าน ก็เก็บของทุกอย่างที่เกี่ยวกับซ่งเหวินชิงออกมาไดอารี่กับจดหมายรักสมัยวัยรุ่น รูปถ่ายของเขาที่แอบเก็บไว้ ของขวัญที่ตั้งใจจะให้ เซอร์ไพรส์ที่เตรียมไว้…เดิมที เธอตั้งใจว่าจะรอให้ได้อยู่กับเขา แล้วค่อยเล่าเรื่องแอบรักของตัวเองให้เขาฟังทีละอย่างแต่ตอนนี้เธอรู้แล้วว่าเธอกับเขาไม่มีวันเป็นไปได้อีก ของพวกนี้ก็ไม่มีความหมายอีกต่อไปเธอโยนมันทิ้งทั้งหมด พอหันกลับมา ก็เจอซ่งเหวินชิงที่เพิ่งพาหยานอี้โม่กลับมาเขาเหลือบมองถังขยะ ก่อนจะมองมาที่เธอ สายตายังคงเย็นชาหยานอี้โม่ก็เห็นของพวกนั้น จงใจคล้องแขนเขา ยิ้มออดอ้อน“เหวินชิง ดูเหมือนซูอี้จะเชื่อฟังจริง ๆ แล้ว ต่อไปคงไม่ตามตื๊อนายอีก เธอยังไงก็เป็นน้องสาวฉัน นายอย่าเย็นชากับเธอขนาดนั้นเลยนะ”ซ่งเหวินชิงมองหยานซูอี้อย่างเฉยชา “กับคนที่ฉันไม่ชอบ ฉันก็เป็นแบบนี้แหละ เพราะมันฝืนจะทำหน้าดี ๆ ไม่ไหว”หยานซูอี้ฟังเงียบ ๆ ไม่พูดอะไรเธอสูดหายใจเบา ๆ กลืนความรู้สึกที่อธิบายไม่ออก แล้วเดินเข้าห้องไปวันต่อมา เป็นงานวันเกิดของหยานอี้โม่ในห้องโถงแขกแน่นขนัด ต่างจับกลุ่มซุบซิบกันไม่หยุด“งานวันเกิ
Read more

บทที่ 5

หยานซูอี้ไม่คิดเลยว่า ซ่งเหวินชิงจะจำเธอไม่ได้ แต่กลับจำสร้อยข้อมือเส้นนี้ได้ความรู้สึกในใจปั่นป่วนซับซ้อน เธอกำลังจะพูด แต่ถูกหยานอี้โม่ขัดไว้ก่อน“ซูอี้ เธอไม่ได้รับอนุญาตจากฉัน ทำไมถึงเอาสร้อยของฉันไป?”พูดจบ หยานอี้โม่ก็เดินเข้ามาจะแย่ง สร้อย เล็บแหลมกรีดลงบนหลังมือเธอเป็นรอยเลือดหยานซูอี้เจ็บจนครางเบา ๆ พยายามดึงมือกลับ แต่เธอกลับฉวยโอกาสล้มไปด้านหลังเห็นภาพนั้น ซ่งเหวินชิงสีหน้าเปลี่ยนทันที รีบปกป้องหยานอี้โม่ไว้ในอ้อมแขน มองหยานซูอี้ด้วยสายตาเย็นเฉียบ“ที่แท้ก็เป็นแบบนี้ ฉันนึกว่า…”“ที่แท้เธอขโมยสร้อยของอี้โม่ พอถูกจับได้ก็โมโหลงมือทำร้ายเธอ หยานซูอี้ เธอน่าขยะแขยงจริง ๆ!”เมื่อเห็นว่าเขาไม่แม้แต่จะให้โอกาสเธออธิบาย ก็เชื่อคำของหยานอี้โม่ทันที ความหนาวเย็นแผ่ซ่านไปทั่วร่างเธอเธอยกมือที่มีเลือดไหลขึ้น น้ำเสียงเต็มไปด้วยความสิ้นหวังและเจ็บปวดที่ปิดไม่อยู่“ในเมื่อคุณจำสร้อยเส้นนี้ได้ แล้วไม่เคยสังเกตเลยเหรอ หลังจากคุณมองเห็นแล้ว หยานอี้โม่ไม่เคยใส่มันเลย เพราะเธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสร้อยเส้นนี้มีอยู่ และเธอก็ไม่ใช่คนที่คุณคิดว่า…”คำพูดที่เหมือนหลั่งเลือดยังไม่ทันจบ พ่
Read more

บทที่ 6

จนถึงเช้ามืดวันถัดมา หยานซูอี้ถึงมีแรงขึ้นมาบ้าง ไปโรงพยาบาลทำแผลคนเดียวหมอเห็นบาดแผลน่าตกใจก็ยังตกใจ ต้องทำความสะอาดและพันแผลอยู่นานสามชั่วโมงเธอเจ็บจนเหงื่อเย็นไหลท่วม เล็บหักไปหลายเล็บ ถึงจะผ่านไปได้พักฟื้นในโรงพยาบาลสองวัน แผลค่อย ๆ ตกสะเก็ดช่วงนั้น หยานอี้โม่ส่งข้อความยั่วยุมาแทบทุกวัน“พ่อแม่ตกลงแล้ว จะเอาห้องเธอไปทำห้องเด็ก ต่อไปลูกของฉันกับเหวินชิงจะอยู่ห้องนั้น เธอจะย้ายของขยะของเธอออกไปเมื่อไหร่?”“วันนี้เหวินชิงพาฉันไปเลือกชุดแต่งงาน ฉันชอบหลายชุด เขาเลยซื้อให้หมดเลย ลองรองเท้าจนเท้าเจ็บ เขายังนวดให้ฉันด้วยนะ”มองภาพในข้อความ ที่ซ่งเหวินชิงมองหยานอี้โม่อย่างอ่อนโยน ในแววตาหยานซูอี้เหลือเพียงความชาเธอไม่ตอบสักข้อความ พอแผลดีขึ้นก็กลับบ้าน เริ่มเก็บของนอกจากเอกสารจำเป็น ของอย่างอื่นเธอทิ้งหมด ไม่เหลือแม้แต่ชิ้นเดียวพ่อบ้านเห็นเข้า ก็เข้ามาเตือนอย่างเกรง ๆ“คุณหนูรอง คุณหนูใหญ่บอกให้คุณย้ายไปอยู่ชั้นใต้ดิน ถึงจะไม่ค่อยมีแสง แต่พื้นที่กว้าง ไม่จำเป็นต้องทิ้งของก็ได้นะครับ”หยานซูอี้มองห้องที่ว่างเปล่า เสียงเรียบ“ไม่ต้องหรอก ของพวกนี้ฉันไม่ได้ใช้แล้ว ทิ้งไปเถ
Read more

บทที่ 7

ช่วงเวลาอาหารเย็น คนรับใช้มาแจ้งว่า พ่อกับแม่จองห้องส่วนตัวที่โรงแรมปั้นซาน ให้ไปกินข้าวข้างนอกหยานซูอี้เดิมทีอยากหาข้ออ้างปฏิเสธ แต่กลับถูกหยานอี้โม่ลากขึ้นรถไปนั่งเบาะหลังตลอดทาง ไม่ว่าหยานอี้โม่จะพูดอะไร ซ่งเหวินชิงก็รับคำทันที“เหวินชิง หลังแต่งงานเราไปฮันนีมูนที่ยุโรปดีไหม? ฉันอยากไปดูแสงเหนือ แล้วก็อยากไปดูแฟชั่นโชว์ ถึงตอนนั้นนายต้องถ่ายรูปให้ฉันเยอะ ๆ เลยนะ มือถือ คอม แท็บเล็ตของนายต้องตั้งเป็นรูปฉันหมด ห้ามซ้ำ!”“ได้ ถึงตอนนั้นฉันจะไปเรียนถ่ายรูปเพิ่ม ถ่ายให้เธอสวยที่สุด เอาไปอัดรูปติดเต็มออฟฟิศกับห้องทำงาน คิดถึงเมื่อไหร่ก็แค่เงยหน้าก็เห็นเธอ”“พูดแล้วต้องทำนะ แล้วพอเรามีลูก ก็มานั่งเปิดอัลบั้มดูความทรงจำด้วยกัน เอ้อ นายอยากมีลูกกี่คน? ผู้ชายหน้าตาเหมือนนาย สูง หล่อ ส่วนผู้หญิงเหมือนฉันดีกว่า…”ทั้งสองคุยกันออกรสออกราว เหมือนไม่มีหยานซูอี้อยู่ในรถเธอมองวิวข้างนอกนิ่ง ๆ ไม่พูดสักคำวันที่ซ่งเหวินชิงผ่าตัดรักษาตา เธอถูกวางยานอนหลับจนหลับไป และฝันในฝัน คนแรกที่เขาเห็นหลังลืมตาคือเธอ จากนั้นเขาก็ไม่มองใครอีกเขาจะอยู่ข้างเธอตลอด เตรียมเซอร์ไพรส์ พาเธอไปเดต ให้เธอได้
Read more

บทที่ 8

หยานซูอี้ไม่คิดว่าตัวเองจะยังมีชีวิตกลิ่นยาฆ่าเชื้อทำให้เธอค่อย ๆ ได้สติหมอตรวจอาการ น้ำเสียงมีแววโล่งใจ“พวกเราช่วยชีวิตคุณไว้ได้หลังผ่าตัดกว่าสิบชั่วโมง โชคดีที่คุณฟื้นแล้ว”หยานซูอี้ขยับสายตา เสียงแหบ“ขอบคุณที่ช่วยชีวิตฉัน”หมอพยักหน้า มองเธอเหมือนอยากพูดอะไร“วันที่พาคุณมาส่งโรงพยาบาล เป็นพ่อแม่แท้ ๆ ของคุณใช่ไหม?”ริมฝีปากเธอขยับเล็กน้อย แล้วเงียบไปหมอเห็นสีหน้าเธอ ก็ไม่กล้าถามต่อ เลยถอนหายใจแล้วออกไปสองวันถัดมา เธออยู่โรงพยาบาลคนเดียว ไม่มีใครมาเยี่ยมจนวันออกจากโรงพยาบาล พ่อแม่ถึงมา แต่ก็ไม่ได้มาถามอาการ แค่เตือนเพียงประโยคเดียว“พรุ่งนี้เป็นวันแต่งงานพี่สาว เธอตกลงจะไปแล้ว ก็ไปก่อนพิธีนะ”น้ำเสียงเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา หยานซูอี้พยักหน้าเมื่อเห็นว่าเธอเชื่อฟัง สีหน้าพ่อแม่ก็ดีขึ้น“เพื่อความสุขของพี่สาว ก็หลีกทางเถอะ พอพวกเขามั่นคง มีลูกแล้ว เราจะไปรับเธอกลับ เงินโอนเข้าบัญชีแล้ว ไปอยู่ต่างประเทศก็ดูแลตัวเองดี ๆ”พอกำชับจบ ทั้งสองก็รีบไปหาหยานอี้โม่หยานซูอี้มองแผ่นหลังพวกเขา หยิบตั๋วไปอังกฤษออกมาฉีกเป็นชิ้น ๆจากนั้นหยิบมือถือออกมา แล้วจองตั๋วไปออสเตรเลี
Read more

บทที่ 9

ตอนที่เครื่องบินค่อย ๆ ทะยานขึ้น หยานซูอี้ที่นั่งริมหน้าต่างเหม่อลอยเล็กน้อยเธอมองอาคารที่คุ้นเคยค่อย ๆ เลือนหายไปไกลจากสายตาในใจกลับไม่มีความอาลัยเลยสักนิดมีแต่ความรู้สึกโล่งใจในที่สุด เธอก็กำลังจะออกจาก “บ้าน” ที่เรียกกันเสียทีตั้งแต่ยังเล็ก หยานซูอี้ก็เคยคิดอยากหนีไป เพราะเธอรู้ดีว่า พ่อแม่ลำเอียงแค่ไหนไม่ว่าจะเรื่องไหน ในสายตาพวกเขา เธอเหมือนคนนอกมาโดยตลอดเธอถึงกับเคยคิดด้วยซ้ำว่า ตัวเองอาจไม่ใช่ลูกแท้ ๆ พ่อแม่เลยปฏิบัติไม่เหมือนกันแต่ความจริงกลับยิ่งโหดร้ายกว่า เธอเป็นลูกแท้ ๆ เป็นน้องแท้ ๆ ของหยานอี้โม่ความจริงนั้นมันยิ่งตอกย้ำลึกในใจว่าตลอดมา พวกเขาแค่ “ไม่รัก” เธอก็เท่านั้นเพราะไม่รัก จึงปฏิบัติต่างกันแม้แต่การเกิดของเธอ ก็เพื่อช่วยชีวิตหยานอี้โม่เท่านั้นบางครั้งเธอก็คิดว่า ถ้าหยานอี้โม่ไม่ต้องใช้เลือดสายสะดือช่วยชีวิต เธออาจไม่เคยได้เกิดมาเลยส่วนซ่งเหวินชิง เธอเคยคิดว่า เขาจะเป็นแสงสว่างของเธอเพราะเขาเป็นคนที่ดีกับเธอที่สุด ทำให้เธอรู้สึกถึงความอ่อนโยนถึงเธอจะหลงรักเขาตั้งแต่ก่อนเขาเกิดเรื่อง แต่สิ่งที่ทำให้เธอหวั่นไหว ไม่ใช่ฐานะหรือชื่อเสียงแ
Read more

บทที่ 10

มองไปรอบ ๆ เห็นทั้งตึกแปลกตาและผู้คนหลากสีผิวรวมถึงสายตาเป็นมิตรที่ทุกคนส่งมาให้เธอหยานซูอี้รู้สึกแปลกใหม่มากที่นี่แตกต่างจากถนนที่เธอเติบโตมาโดยสิ้นเชิง แต่เธอไม่ได้รู้สึกกลัวเลยกลับกัน เธอกลับเต็มไปด้วยความคาดหวังต่อชีวิตข้างหน้าหยานซูอี้เข็นกระเป๋าไปวางไว้ข้าง ๆ แล้วเปิดดูพิกัดที่เจ้าของห้องให้มาพบว่าอยู่ไม่ไกลนัก แต่เพราะมีกระเป๋าเลยนั่งแท็กซี่จะสะดวกกว่าเธอจึงเปิดแอปเรียกรถ เรียกรถคันที่ใกล้ที่สุดแม้ราคาจะค่อนข้างแพง แต่ตอนนี้ทั้งตัวเธออ่อนล้าไปหมดแค่อยากได้พักเร็ว ๆ เท่านั้นคนขับมาถึงไวมาก ไม่ถึง 5 นาทีก็มารับเธอริมถนนเธอเห็นเขาหน้าดุ มีเนื้อมีหนังเต็มหน้า แขนขวาสักลายสีสดเขาลงมารับกระเป๋าให้โดยไม่พูดอะไรสักคำพอรู้สึกได้ถึงความระแวงของหยานซูอี้คนขับถึงค่อยหันมาถามช้า ๆ ว่าเธอเป็นคนเกาหลีหรือเปล่าหยานซูอี้รีบส่ายหน้า บอกว่าเธอเป็นคนจีนพอได้ยินคำว่าคนจีน สีหน้าของเขาก็ผ่อนคลายลงทันที“คุณก็คนจีนนี่นา เจอคนบ้านเดียวกันแล้วสิ”“มาจากที่ไหนล่ะ ผมคนตะวันออกเฉียงเหนือของจีน”ไม่รู้ว่าเพราะอยู่ต่างประเทศนานหรือเปล่า สำเนียงเขาฟังแปลก ๆแต่หยานซูอี้กลับ
Read more
PREV
123
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status