تسجيل الدخولทว่าเมื่อลองคิดกลับกัน หากเป็นเพราะนางชงชาได้ไม่ดีจนถูกรุ่ยอ๋องรังเกียจ เช่นนั้นก็ไม่ต้องตกเป็นอนุภรรยาของเขา นับเป็นเรื่องดีเรื่องหนึ่งเช่นกันแต่มีข้อแม้ว่า ต้องไม่ทำให้จวนเจิ้นกั๋วกงพลอยเดือดร้อนไปด้วยจ้าวหยวนเช่อเม้มริมฝีปาก ทอดสายตามองขึ้นไปยังเบื้องบน“ฝีมือการชงชาเช่นนี้ ยังต้องฝึกฝนอีกมาก”ฮ่องเต้เฉียนเจิ้งปรายพระเนตรมองเจียงโย่วหนิงอย่างมีความนัยลึกซึ้งเจียงโย่วหนิงรีบลุกขึ้น ก้มหน้าทำความเคารพ “เพคะ”“กลับไปนั่งที่เถิด”ฮ่องเต้เฉียนเจิ้งมิได้ตรัสอันใดให้มากความ เพียงรับสั่งแค่ประโยคเดียวเจียงโย่วหนิงพร้อมด้วยเหล่าคุณหนูผู้สูงศักดิ์กลับไปนั่งยังตำแหน่งเมื่อครู่ เพื่อร่วมงานเลี้ยงต่อไปความเจ็บปวดที่ปลายนิ้วทำให้นางเจ็บจนแทบจะทนไม่ไหว ทว่าจำต้องฝืนบังคับตนเองให้นั่งตัวตรงต่อไปโชคดีที่จนกระทั่งเลิกงานเลี้ยง ฮ่องเต้เฉียนเจิ้งก็มิได้ตรัสถึงเรื่องอื่นใดอีก และไม่มีองค์ชายพระองค์ใดมาขอรับนางไปเป็นอนุภรรยานางลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก่อนจะเดินตามฝูงชนออกไปด้านนอกเพิ่งจะก้าวพ้นธรณีประตูโถงต้าชิ่ง จู่ ๆ ก็มีคนเอ่ยขึ้นที่ข้างกาย“เจียงโย่วหนิง เจ้าช่างอดทนเก่งเสียจริ
เจียงโย่วหนิงหลุบตาลงจ้องมองถ้วยชาเจี้ยนจ่านสีดำในมือพลางครุ่นคิด เรื่องนี้น่าจะเป็นฝีมือขององค์หญิงจิ้งเหอแม้ซูอวิ๋นชิงจะเป็นถึงท่านหญิง ทว่าท้ายที่สุดก็มิใช่คนในวัง การจะสับเปลี่ยนข้าวของเครื่องใช้ย่อมมิได้สะดวกปานนั้นจ้าวหยวนเช่อปรายสายตามองนาง หัวคิ้วขมวดมุ่นเล็กน้อย คล้ายจะล่วงรู้ถึงความผิดปกติเจียงโย่วหนิงสบตากับเขา ทว่าภายในใจกลับขมขื่นเขารังเกียจที่นางชักช้าไม่ยอมลงมือจนทำให้จวนเจิ้นกั๋วกงต้องขายหน้ากระนั้นหรือ? หรือกังวลว่านางมัวแต่อิดออดจนรุ่ยอ๋องไม่ถูกใจนางกันแน่?เมื่อหวนคิดถึงเรื่องราวตรงหน้า ภายในใจของนางยิ่งเจ็บปวดราวกับถูกมีดกรีดเฉือน องค์หญิงจิ้งเหอวางแผนทำร้ายนางก็เพราะเขา ซูอวิ๋นชิงลอบกัดนางก็เพราะเขาเช่นกันนางกลั้นใจกัดฟันกรอด ยกมือขึ้นจับป้านชาเทน้ำเดือดจัดลงในถ้วยเจี้ยนจ่านสีดำเพื่อเริ่มอุ่นถ้วยชาองค์หญิงจิ้งเหอมองเห็นภาพนี้ ก็แค่นเสียงหัวเราะเยาะในลำคอนางเตรียมการไว้แต่เนิ่นแล้ว ต่อให้เจียงโย่วหนิงจะชงชาเป็นจริง ๆ นางก็ให้คนสับเปลี่ยนเป็นถ้วยเจี้ยนจ่านสีดำไปแล้วเจียงโย่วหนิงต้องทนความร้อนให้ได้ถึงจะดีนางอยากจะรู้นักว่าเจียงโย่วหนิงจะแสร้งทำไปได
ขันทีแถวหนึ่งก้าวเข้ามาจัดวางโต๊ะเก้าอี้แบ่งออกเป็นสามแถวหน้าหลัง มีที่นั่งมากถึงยี่สิบเอ็ดที่เจียงโย่วหนิงไม่รู้ว่าเหล่าคุณหนูสูงศักดิ์ที่ขึ้นมานั้นเป็นคนตระกูลใดบ้าง ด้วยนางแทบมิได้ไปมาหาสู่กับสตรีเหล่านี้เลย นางเพียงมองออกว่ามีอยู่สองสามคนที่หน้าตาคุ้นตาและคนที่คุ้นเคยที่สุด ย่อมต้องเป็นจ้าวเชียนหัวจ้าวเชียนหัวสบตากับนาง พลางถลึงตาใส่นางอย่างดุดันแม้จะรู้ว่าหากเจียงโย่วหนิงเสียกิริยาต่อหน้าพระพักตร์ จะพลอยทำให้เจิ้นกั๋วกงเดือดร้อนไปด้วย แต่นางก็ยังคงตั้งตารอให้เจียงโย่วหนิงทำผิดพลาดภายใต้แผนการขององค์หญิงจิ้งเหอ ทางที่ดีควรเป็นความผิดร้ายแรงชนิดที่ถูกลากออกไปประหารในทันทีรุ่ยอ๋องถูกตาต้องใจเจียงโย่วหนิงอย่างนั้นหรือ?นางเคยพบรุ่ยอ๋องที่ตลาดครั้งหนึ่ง และบังเอิญได้ล่วงรู้ฐานะของเขา จึงเกิดความรักใคร่หลงใหลในตัวเขาแม้ว่ารุ่ยอ๋องจะยังไม่รู้ว่านางคือผู้ใด แต่นางมั่นใจว่าด้วยฐานะบุตรีสายตรงของจวนเจิ้นกั๋วกง ย่อมคู่ควรกับราชวงศ์หากสามารถเข้าจวนรุ่ยอ๋องได้ แม้เป็นเพียงชายารอง นางก็ยินยอมเจียงโย่วหนิงเป็นเพียงบุตรบุญธรรมที่มิอาจเชิดหน้าชูตา จะคู่ควรมาปรนนิบัติสามีคนเดียวก
เกาอี้เดินเข้าไปข้างพระวรกายฮ่องเต้เฉียนเจิ้ง แล้วค้อมตัวกราบทูล“เขามาแล้วเหตุใดจึงไม่เข้ามา”ฮ่องเต้เฉียนเจิ้งตรัสถาม สุรเสียงมิได้มีเจตนาตำหนิแต่อย่างใดเกาอี้ส่ายหน้า “บ่าวไม่ทราบพ่ะย่ะค่ะ”ฮ่องเต้เฉียนเจิ้งทอดพระเนตรมองทุกคน ทรงวางถ้วยสุราลงแล้วตรัสถาม “เจิ้นกั๋วกง ผู้ใดคือบุตรีบุญธรรมของเจ้า?”ภายในตำหนักพลันเงียบสงัดลงในบัดดลเจิ้นกั๋วกงตกเป็นเป้าสายตาของผู้คนในทันทีเขาส่งสัญญาณให้เจียงโย่วหนิงลุกขึ้น แล้วทำความเคารพไปทางเบื้องบนพลางกราบทูล “ทูลฝ่าบาท นี่คือเจียงโย่วหนิงบุตรีของกระหม่อมพ่ะย่ะค่ะ”“ธิดาขุนนางเจียงโย่วหนิง ถวายบังคมฝ่าบาท ถวายบังคมฮองเฮา และคารวะไทเฮาเพคะ”เจียงโย่วหนิงเดินไปถึงกึ่งกลางตำหนักหลัก คุกเข่าโขกศีรษะทำความเคารพอย่างเคร่งครัดทุกกระเบียดนิ้วทว่ากิริยามารยาทของนางมิได้มีผู้ใดคอยพร่ำสอนอย่างละเอียดอ่อน มีเพียงช่วงสองวันนี้ที่นางหานเพิ่งให้คนมาช่วยชี้แนะ จึงทำได้เพียงไม่ผิดเพี้ยนไปจากหลักใหญ่ใจความนัก ทว่าในรายละเอียดปลีกย่อยกลับมิอาจเทียบเคียงกับคุณหนูสูงศักดิ์อย่างแท้จริงได้เลยนางรู้สึกประหม่าอยู่บ้าง แต่มิได้ตื่นตระหนกดังที่คิดไว้ ยามยังไม่
“เจ้าค่ะ”เจียงโย่วหนิงรับคำอย่างว่าง่ายทว่าในใจยังคงอยากรู้อยากเห็น จึงอดมิได้ที่จะลอบมองซ้ายขวาเป็นระยะ ลอบพิจารณานางกำนัลและขันทีที่เดินผ่านไปมา อีกทั้งยังมองดูสถาปัตยกรรมอันโอ่อ่าตระการตาในวังหลวงงานเลี้ยงปีใหม่จัดขึ้นที่ตำหนักต้าชิ่งเจียงโย่วหนิงเดินตามหลังนางหาน คุกเข่าโขกศีรษะถวายบังคมฮ่องเต้และฮองเฮา ตลอดจนทำความเคารพไทเฮาตามธรรมเนียมอย่างเคร่งครัดจากนั้นจึงนั่งลงหน้าโต๊ะเตี้ยตามที่นางหานจัดแจงไว้ที่นั่งในงานเลี้ยงแบ่งแยกชายหญิงอย่างชัดเจนที่นั่งฝั่งบุรุษอยู่ทางซ้าย ฝั่งสตรีอยู่ทางขวา หันหน้าเข้าหากันนางเห็นจ้าวหยวนเช่อนั่งตัวตรงอยู่ตรงตำแหน่งแรกสุดทางฝั่งซ้ายมือหากมิใช่บัลลังก์มังกรแล้ว ตำแหน่งนั้นก็นับว่ายิ่งใหญ่ที่สุดแม้แต่องค์ชายยังมิได้นั่งตำแหน่งนั้น ย่อมเห็นได้ชัดว่าฮ่องเต้ทรงไว้วางพระทัยในตัวเขาเพียงไรถัดลงมาจึงจะเป็นที่นั่งของเหล่าองค์ชายเจียงโย่วหนิงจำไม่ได้ว่าใครเป็นใคร เห็นเพียงว่าฝั่งนั้นมีที่นั่งว่างอยู่หนึ่งที่ตั้งแต่ต้นจนจบ นางมิกล้าเงยหน้าขึ้นมองฮ่องเต้แม้แต่ปราดเดียว ด้วยเกรงว่าจะเสียกิริยาหน้าพระพักตร์จนต้องทิ้งชีวิตน้อย ๆ ของตนไป อีก
นางประคองก้อนตำลึงทองไว้ในมือพลางเหม่อมองอยู่นานสุดท้าย นางก็นำก้อนตำลึงทองเล็ก ๆ นั้นใส่กลับเข้าไปในถุงหอม ลากหีบออกมา แล้ววางถุงหอมรวมไว้กับกองสิ่งของที่จ้าวหยวนเช่อมอบให้จากนั้นจึงเดินออกไปห้องด้านนอกเพื่อเก็บเงินอั่งเปาที่อู๋มามาให้มา แล้วนำไปสอดไว้ใต้หมอนอย่างทะนุถนอม……วันที่สองเดือนอ้าย ยามพลบค่ำเรือนเยาเยว่เจียงโย่วหนิงนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งฟางเฟยวุ่นวายอยู่กับการแต่งหน้าทำผมให้นาง “คุณหนู เครื่องประดับเหล่านี้จะสวมทั้งหมดเลยหรือไม่เจ้าคะ?”นางเรียงชุดเครื่องประดับหยกสีชมพูเป็นแถวให้เจียงโย่วหนิงดู“เลือกมาสักสองชิ้นก็พอ”เจียงโย่วหนิงปรายตามอง ในใจเต็มไปด้วยความกลัดกลุ้มประการแรกคือนางไม่ชอบสวมใส่อาภรณ์ชุดนี้ที่จ้าวหยวนเช่อเตรียมไว้ให้ ประการที่สองคือการเข้าวังในวันนี้ ก็ไม่รู้ว่าจะต้องไปเป็นอนุขององค์ชายองค์ใดเข้าจริง ๆ หรือไม่ในใจนางหวาดหวั่นพรั่นพรึง หากถูกเลือกขึ้นมาจริง ๆ นางย่อมไม่มีโอกาสได้ปฏิเสธเลยฟางเฟยปักปิ่นให้นางพลางทำหน้าตื่นตะลึง “คุณหนู ท่านสวมชุดนี้แล้วงดงามเหลือเกินเจ้าค่ะ”เสื้อผ้าและเครื่องประดับล้วนเป็นสีชมพูอ่อนหวาน เมื่อสวมเข้า
หวังเยี่ยนหลิงร้องไห้อย่างน่าเวทนา คิดว่าคงล้มลงมาอย่างแรงจ้าวหยวนเช่อลงมาจากม้า ทุกคนก็ลงจากม้าตามเขาด้วยเจียงโย่วหนิงก้าวไปข้างหน้าก้าวหนึ่ง นางรู้วิชาแพทย์เล็กน้อย เดิมทีคิดจะไปข้างหน้าเพื่อดูตรวจดูทว่าคิดอยู่ชั่วครู่ สุดท้ายก็ชะงักฝีเท้าหวังเยี่ยนหลิงคงไม่เชื่อนาง หากนางไปเร็วเกินไป ในทา
“ไม่กลัวถูกขังในศาลบรรพบุรุษ แล้วกลัวไม้ตีมือหรือไม่?”จ้าวหยวนเช่อมือไพล่หลังเดินออกมาจากหลังฉากกั้น ดวงตาใสกระจ่างจ้องจ้าวเชียนหัว แววตาแผ่ซ่านความเยือกเย็น“ท่านซื่อจื่อ!”สาวใช้บ่าวหญิงเฒ่าคุกเข่าเต็มพื้นเจียงโย่วหนิงหน้าซีดจ้องมองจ้าวหยวนเช่อ ในใจเต็มไปด้วยความหวาดกลัว แม้เขาจะไม่อยู่ในต
เจียงโย่วหนิงไม่มีเวลาคิดว่าเขาเข้ามาตั้งแต่เมื่อใด ยื่นมือคิดจะปิดประตูแล้ววิ่งหนี แต่ช่วยไม่ได้ขาสองข้างไม่เอาไหน ไม่ฟังคำสั่งนางสักนิด ก้าวไม่ออกแม้แต่ก้าวเดียว“เข้ามา”จ้าวหยวนเช่อไม่หันหลัง แต่เหมือนมองเห็นการกระทำของนางเจียงโย่วหนิงกลัวถูกคนจับได้ เลยก้มหน้าเดินเข้าห้องด้านใน แล้วถามเสียง
“เจ้าช่างมีน้ำใจ มานั่งกับข้าตรงนี้มา”นางหานยิ้มพร้อมกวักมือเรียกเจียงโย่วหนิง ส่งสัญญาณให้นางมานั่งลงข้างตัวเองตอนนี้อยู่ข้างนอก ต้องดีกับเจียงโย่วหนิงหน่อย จะได้สร้างชื่อเสียงดีงามให้ตัวเองด้วยเจียงโย่วหนิงเดินเข้าไปหาอย่างว่าง่าย แล้วยื่นล่วมยาให้หมอจางหมอจางสบตากับนางแวบหนึ่ง แล้วพยักหน้







