Todos os capítulos de ภรรยาสำรอง: Capítulo 31 - Capítulo 40

52 Capítulos

บทที่ 9 ราวหัวใจจะขาดรอนๆ (2)

“อย่าหลับนะพาขวัญ ถ้าไม่อยากให้พาณิภัคกับพาณิธิดาเป็นเด็กกำพร้า ขาดทั้งแม่และพ่อ” คำขอร้องพ่วงมาด้วยการข่มขู่จริงจัง แววตาแข็งกร้าวหลุบตาลงมองแล้วเรียกหญิงสาวหลายหน รู้ว่าคนในอ้อมกอดกำลังพยายามต่อสู้อยู่ และเชื่อว่าพาขวัญเป็นนักสู้ที่ทรงพลัง เธอจะต้องฝ่าฟันปัญหาครั้งใหญ่นี้ไปได้แน่ คนเป็นแม่หัวอกสั่นคลอน ทั้งที่เรี่ยวแรงเจียนจะหมดกลับต้องฝืน ต้องสู้และต้องอดทน ดวงตากลมโตมองพ่อของลูกอย่างตัดพ้อ “อย่าหลับนะขวัญ” โมกข์ได้แต่กล่าวคำนี้ซ้ำไปซ้ำมา หลังคนเจ็บกำลังจะไม่สามารถต่อต้านกับความอ่อนล้าได้ ก่อนจะต้องหยุดเท้าเมื่อคนเก่าคนแก่ของไร่เหยียบเบรกรถยนต์ให้หยุดลงตรงหน้า เสี้ยวนาทีต่อมา รถคันเก่าก็พุ่งทะยานมุ่งหน้าสู่โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด บทที่ 9 ราวหัวใจจะขาดรอนๆ (2) เจ้าของร่างน้อยกำเสื้อตัวใหญ่ของสามีไว้แน่น เธอเหนื่อยและอ่อนล้าจนอยากหลับตาลงเต็มทน แต่บ่วงพันธะยังไม่ถูกปลดปล่อย อีกทั้งยังมีคำขู่แว่วมาเป็นระยะ ช่างเป็นคำพูดที่ไร้หัวใจสิ้นดี โมกข์ไม่สนว่าพาขวัญจะรู้สึกเช่นไร เขาต้องการแค่ยื้อชีวิตน้อยๆ นี้ไว้ไม่ให้ต้องเดินไปสู่หนทางอั
last updateÚltima atualização : 2026-04-27
Ler mais

บทที่ 9 ราวหัวใจจะขาดรอนๆ (2)-(02)

สายตายังจดจ้องไปตรงหน้าประตู การรอคอยไม่ได้ยุติลงง่ายๆ ยังคงดำเนินไปอย่างเชื่องช้า ให้คนรอจมอยู่กับความหวาดกลัวและทรมาน ผ่านไปสักพักใหญ่ลุงไม้ก็เดินเข้ามานั่งอยู่ด้านหลัง เวลาผ่านไปนานเท่านานในความรู้สึก ทั้งสองคนยังคงรอคอยด้วยความหวัง ส่วนคนที่อยู่ในห้องฉุกเฉินกำลังต่อสู้อย่างสุดพลัง คำขู่ของโมกข์ยังวนเวียนอยู่ในห้วงความคิด เธอไม่อยากจะทิ้งเด็กที่น่าสงสารทั้งสองไป แต่เหมือนยิ่งยื้อก็ยิ่งเดินสู่หนทางอันมืดมิด สองมือต้องยกขึ้นกอดตัวเองหลังมีสายลมเย็นยะเยือกปะทะกาย ทว่าไม่นานกลับมีสองมือน้อยๆ มาฉุดรั้งพร้อมเสียงใสๆ ที่ทำเอาพาขวัญสะอื้นฮัก “แม่ขัน แม่ขัน” “หนูภัค หนูดา” ถึงจะได้ยินเสียงและรับรู้ถึงฝ่ามือน้อยๆ แต่หญิงสาวกลับไม่สามารถมองเห็นลูกได้ เธอคว้าร่างนั้นหวังจะดึงเข้ามาโอบกอดแต่แล้วก็กลับพบความว่างเปล่า “พวกหนูอยู่ไหน ออกมาหาแม่เถอะ” เสียงที่ส่งออกไปก้องสะท้อนกลับมาราวอยู่ในห้องแคบๆ “แม่ขันกลับบ้าน…กลับบ้านกันค่ะ” เธอยังได้ยินเสียงลูกอยู่ใกล้ๆ “แม่…กลับไปไม่ได้ แม่” เธอพูดไม่ออก สองเท้า
last updateÚltima atualização : 2026-04-27
Ler mais

บทที่ 9 ราวหัวใจจะขาดรอนๆ (2)-(03)

ก้อนเมฆสีดำยังคงปกคลุมไปทั่วพื้นที่อกซ้าย หนึ่งคืนกับหนึ่งวันที่ผ่านมาเขาต้องทนอยู่กับความรู้สึกกังวล เวลานี้เขากำลังนั่งเฝ้ามองร่างบนเตียงหลังคุณหมออนุญาตให้เข้าเยี่ยมได้ หน้าของโมกข์หมองลงจากการอดนอน เขาต้องเฝ้าหญิงสาวสลับกับการกลับไปดูลูกสาวทั้งสอง อาจจะมีงีบหลับบ้าง แต่ไม่นานก็ต้องตื่นขึ้นมาด้วยความหวัง เขาสมควรคาดหวังใช่ไหม มันคงไม่ผิดอะไร หากจะรู้สึกสงสารและห่วงใยพาขวัญ ในเมื่อเจ้าตัวเป็นเพื่อนมนุษย์คนหนึ่งที่ดันพ่วงด้วยสถานะ ‘แม่ของลูก’ นาทีที่เห็นหน้าท้องพาขวัญเต็มไปด้วยเลือด ใจเขาสั่นสะท้านและจะไม่ยอมให้หญิงสาวเป็นอะไรไป สายตาคมช้อนขึ้นมองไปยังเตียงขนาดพอดีกลางห้อง แล้วระบายลมหายใจหนักๆ เขานึกกลัวหัวใจของตนเองจริงๆ ก่อนสีหน้าจะลดร่องรอยความเครียดลงเมื่อร่างน้อยเริ่มขยับตัว โมกข์รีบลุกพรวดขึ้นไปชิดขอบเตียง จดจ้องทุกการเคลื่อนไหวช้าๆ ของคนเจ็บ เขาอยากจะเห็นนัยน์ตาที่มีแววโศกลืมขึ้น “พาขวัญ” เขาเรียกหญิงสาวด้วยสุ้มเสียงที่ยังกระด้างไม่ต่างจากเดิม เพียงแต่มีความอ่อนโยนสำแดงขึ้น โล่งอกได้เสียท
last updateÚltima atualização : 2026-04-27
Ler mais

บทที่ 9 ราวหัวใจจะขาดรอนๆ (2)-(04)

“ฮือ” เสียงสะอื้นฮักดังอยู่เป็นระลอก น้ำตารินไหลไม่ขาดสาย ด้านโมกข์เดินออกมาด้วยท่าทางหงุดหงิด ภายใต้ใบหน้าเรียบตึงมีความสะเทือนใจซุกซ่อนอยู่ ไม่นานก็คว้าโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายหาคนที่ต้องการ “ยัยหนูเป็นยังไงบ้างครับ” น้ำเสียงที่ถามออกไปต่างจากตอนอยู่กับพาขวัญลิบลับ “ตื่นมาก็เอาแต่ร้องหาหนูขวัญค่ะ นี่ก็เพิ่งจะหลับไป” พิมพ์ผกากล่าวด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล เธอกลัวว่าพาณิภัคและพาณิธิดาจะล้มป่วยเอาได้ ขืนยังเอาแต่ตะเบ็งเสียงร้องไห้อยู่แบบนี้ รู้ดีว่าเด็กๆ ติดคนเป็นแม่อย่างมาก ในเมื่อมีกันและกันแค่สามคนเท่านั้น คนเป็นพ่อก็ช่างใจแข็งเสียนี่กระไร หลังได้คำตอบ สีหน้าคร้ามคมก็มีความห่วงใยปรากฏขึ้น เขาเป็นห่วงพาณิธิดาเป็นพิเศษ เพราะลูกคนเล็กร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง แต่ถ้าจะทิ้งพาขวัญแล้วกลับไปดูลูกๆ ในตอนนี้คงไม่ดี เลยจำใจต้องเอ่ยปากให้คนที่เคารพช่วยดูแลเด็กๆ ต่อไปอีก หลังจากนั้นจึงถอยหลังกลับเข้าไปในห้อง เมื่อโมกข์เข้ามาในห้อง พาขวัญรีบพลิกตัวหันหลังให้คนไร้หัวใจทันทีแม้จะมีอาการเจ็บแผล ซึ่งคงไม่สู้ปวดใจ ทางโมกข์หย่อนก้น
last updateÚltima atualização : 2026-04-27
Ler mais

บทที่ 10 หนูภัค หนูดา

บทที่ 10 หนูภัค หนูดา “ป๊ะป๋า ป๊ะป๋า” เสียงเรียกดังขึ้นยามเห็นบิดาเดินใกล้เข้ามา ทั้งพาณิภัคและพาณิธิดาหายจากอาการโยเยทันที พร้อมลุกพรวดขึ้นแล้วเดินไวๆ ไปหา โมกข์ย่อตัวลงช้อนลูกๆ เข้ามาในอ้อมกอด ก่อนจะหอมแก้มทั้งสอง พาณิภัคย่นคอเพราะรู้สึกจั๊กจี้ ส่วนพาณิธิดาหอมตอบกลับสองฟอด ช่างเป็นภาพที่น่ามอง เสียดายที่พาขวัญไม่มีวันได้เห็นมัน พิมพ์ผกายกยิ้ม นางเป็นคนหนึ่งที่รู้ทุกเรื่อง แต่น้ำท่วมปากไม่สามารถพูดออกไปได้ไม่ต่างจากสามี ในทางคนต้องนอนอยู่แต่บนเตียงมาร่วมหนึ่งสัปดาห์นั้นถอนหายใจทิ้งวันละหลายรอบ เธอคิดถึงลูกและอยากออกไปจากที่นี่ อยากจะไปหอมแก้มนุ่มๆ ใจจะขาด แต่สีหน้าดุๆ ของชายซึ่งมักจะมานั่งอยู่ด้วยนั้นทำให้ต้องเฝ้าอดทนต่อไป จะมีหายคิดถึงบ้างยามได้ต่อสายโทรศัพท์ไปหา เมื่อได้ยินเสียงเจื้อยแจ้วก็ทำให้เรี่ยวแรงเริ่มกลับมา ถึงอย่างนั้นคงไม่เท่าการได้เห็นหน้าหรือสวมกอดพาขวัญเหลือบตาไปมองหน้าประตูห้องทันทีที่ได้ยินเสียงเล็กๆ แว่วเข้ามาทำให้หัวใจเต้นระรัว ความหวังเล็กๆ ของเธอกำลังจะเป็นจริง “ป๊ะป๋า หนูภัคกินติมรส...เชาะโกแ
last updateÚltima atualização : 2026-04-27
Ler mais

บทที่ 10 หนูภัค หนูดา (02)

ไม่นานเท่าไรพาขวัญก็ต้องเอื้อมมือไปจับมือนุ่มๆ ของลูกสาวคนเล็ก ยามแกเดินเข้ามาใกล้พร้อมกางแขนออกเป็นสัญญาณที่ว่าอยากให้มารดาอุ้ม สายตาเลยมองไปยังพ่อของลูก กลัวเขาจะดุเอาอีก จนเห็นโมกข์ลุกขึ้นตรงมาอุ้มพาณิธิดาขึ้นมาไว้บนเตียง แล้วเดินกลับไปนั่งดังเดิม บรรยากาศในห้องไม่เหี่ยวเฉาเหมือนหลายวันที่ผ่านมา เด็กๆ ส่งเสียงเอะอะ บางครั้งก็หัวเราะ เรียกความสดใสให้คนเจ็บได้เป็นกอง “กินติม กินติม” สักสิบนาทีต่อมา เสียงใสก็เริ่มประสานเสียงรบเร้าจะเอาบางสิ่ง “รอให้แม่หายก่อนนะคะ เดี๋ยวแม่ซื้อให้กิน” พาขวัญบอก แต่เหมือนเด็กๆ จะไม่เข้าใจ “หนูภัคอยากกินไอติมรสเชาะโกแลต/หนูดาอยากกินรสสตอเลอรี่” คนพี่บอกความต้องการ คนน้องก็เช่นกัน แถมยังทำสีหน้าออดอ้อน แต่เมื่อใช้กับมารดาไม่ได้ผล โมกข์จึงเป็นเป้าหมายต่อไป เจ้าตัวแสบหัวโจกทุกเรื่องอย่างพาณิภัคใช้สองมือกอดเอวของบิดาไว้ โมกข์เห็นดังนั้นก็อดยิ้มไม่ได้ บางทีลูกของเขาก็เจ้าเล่ห์ใช่ย่อย “ป๊ะป๋า นะ...หนูภัคอยากกิน” ไม่พูดเปล่า แต่ยังงัดลูกอ้อนออกมาด้วยการหอมแก้มฟอดใหญ
last updateÚltima atualização : 2026-04-27
Ler mais

บทที่ 11 ขโมยขึ้นใจ

โมกข์โน้มตัวลงนั่งยองๆ แล้วยื่นไอศกรีมรสโปรดที่อยู่ในถ้วยพลาสติกให้แก่พาณิธิดา ส่วนของลูกสาวคนโตถูกรองด้วยขนมปัง แถมยังโรยถั่วเพิ่มความอร่อย เด็กๆ พากันกินของโปรด สายตาเปี่ยมด้วยความสุข ขณะที่หญิงสาวมีอาการแปลกใจ สงสัยว่าเหตุใดโมกข์จึงรู้ว่าลูกทั้งสองชอบอะไร ส่วนชายหนุ่มไหวไหล่ แล้วเดินไปยืนพิงตัวอยู่ที่ประตูกระจกที่กั้นห้องกับระเบียงพร้อมมองดูเด็กทั้งสอง ไม่สนใจพาขวัญสักนิด ท่าทีไม่ใส่ใจในตัวแม่ของลูกยังดำเนินไป แม้มีลูกๆ เป็นสื่อกลาง คอยซักคอยถามโน่นนี่อยู่เป็นระยะ จนพระอาทิตย์ค่อยๆ ลับขอบฟ้า พาขวัญรู้ตัวว่าถึงเวลาที่ต้องให้ลูกห่างจากอกอีกหน สีหน้าเศร้าลง เธอต้องทำตัวเองให้หายดีโดยเร็วที่สุด เพราะไม่อยากทนกับความคิดถึงอีกแล้ว “แล้วพาลูกมาเยี่ยมขวัญอีกนะคะ” หญิงสาวกล่าวก่อนจะต้องยิ้มจืดเจื่อนเมื่อชายหนุ่มแสดงท่าทีเฉยเมย โมกข์เดินเข้ามาช้อนตัวลูกๆ ขึ้น ก่อนจะอธิบายกับทั้งสองว่า “เรากลับบ้านกันนะครับหนูภัค หนูดา แม่ขวัญต้องพักผ่อน จะได้กลับไปอยู่ด้วยกันไวๆ ไง” แม่ขวัญ หนูภัค หนูดา สามวลีนี้ทำให้หัวใจดวงน้อยๆ อันแห้งเหี่ยวเต้นร
last updateÚltima atualização : 2026-04-27
Ler mais

บทที่ 11 ขโมยขึ้นใจ (02)

เมื่อทุกอย่างดำเนินการเสร็จสิ้น อาการหวาดกลัวก็หายไปตอนรถคันโตเลี้ยวเข้าสู่อาณาเขตของสามี ความดีใจเข้ามาแทนที่ พาขวัญเฝ้ารอจะได้นอนกอดลูกๆ อีกหน ก่อนจะกลับบ้านโมกข์ได้แวะรับพาณิภัคและพาณิธิดาที่บ้านของลุงไม้ก่อน เด็กๆ กระโดดตัวลอยยามได้พบมารดา จากนั้นรถก็ได้เคลื่อนตัวออกมาสู่จุดหมายปลายทาง นั่นคือบ้านหลังเล็กของพวกเธอ มือข้างซ้ายจับข้อมือเล็กๆ ของพาณิภัค ข้างขวาเป็นของพาณิธิดา สามแม่ลูกพากันเดินตรงไปยังหน้าบ้านของตนเอง ทันทีที่พาขวัญไขกุญแจเข้ามาในบ้าน ริ้วรอยแห่งความสุขก็ค่อยๆ จางหายไป แทนที่ด้วยความตื่นตระหนกเมื่อก้าวเท้าเข้าไป “ขโมยขึ้นบ้าน...” แข้งขาของหญิงสาวแทบอ่อนแรง เมื่อข้าวของภายในบ้านหายไปหมด สองเท้ารีบก้าวไวๆ เข้าไปดู แม้กระทั่งเสื้อผ้าของเด็กๆ ยังถูกขโมยไปอย่างนั้นหรือ ซ้ำร้ายแม้แต่ตุ๊กตาตัวโปรดของลูกๆ ก็ยังถูกขโมย ทำให้พาขวัญพาลูกออกมาจากบ้าน เพราะต้องนำความไปบอกแก่โมกข์ ด้านคนที่หญิงสาวกำลังจะนำความร้อนใจมาบอกกำลังนั่งจัดข้าวของอยู่ภายใน ชั่วประเดี๋ยวเดียวก็เห็นแม่และลูกเดินเข้ามาในบ้านซึ่งน้อยครั้งที
last updateÚltima atualização : 2026-04-27
Ler mais

บทที่ 11 ขโมยขึ้นใจ (03)

“ฉันจะย้ายไปนอนห้องข้างๆ” โมกข์อธิบายต่อให้จบ แล้วเดินหายออกไปจากบ้าน ฝ่ายหญิงสาวก้มหน้าพับเสื้อผ้าให้เสร็จ แล้วพาลูกไปสำรวจบ้านหลังใหม่ มีความตื่นเต้นฉายชัดในแววตา อย่างแรกคงต้องตรงดิ่งไปยังห้องนอน เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็พบว่าภายในมีเตียงขนาดใหญ่พอให้สามคนแม่ลูกนอนกอดกันได้ พาขวัญไม่จำเป็นต้องลงไปนอนบนพื้นเหมือนก่อนอีกแล้ว แถมห้องยังกว้างกว่าเดิม พอให้เด็กๆ วิ่งเล่นได้เต็มที่ พร้อมทั้งมีข้าวของเครื่องใช้อำนวยความสะดวกมากกว่าเก่า พาขวัญมองดูลูกสาวทั้งสองที่สนุกสนานกับการกระโดดขึ้นลงบนฟูกนุ่มๆ ชายหนุ่มคงไม่รู้ว่านี่คือการเริ่มต้นที่ดี เป็นคลื่นความสุขเล็กๆ ที่ไม่ได้หามาง่ายๆ และเชื่อสิว่าอีกไม่นานโมกข์จะต้องถูกเด็กๆ ร่ายมนตร์ใส่ จนต้องกลายไปเป็นคุณพ่อจอมหวงแน่นอน บางทีอาจจะกลายไปเป็นคนติดลูกเลยก็ได้ ความใสซื่อและความน่ารักจะเข้ามามีอิทธิพลต่อร่างกำยำ ใช่ว่าจะปล่อยใจให้คาดหวังเต็มที่ เธอยังต้องแบ่งพื้นที่เอาไว้เผื่อเจ็บด้วย หลังภาพของใครบางคนยังย้ำเตือนอยู่ในความทรงจำ ก่อนหน้านี้ระหว่างพาเด็กๆ ขึ้นบันไดมาสายตาของพาขวัญได้ไปปะทะกับรูปขนาดใ
last updateÚltima atualização : 2026-04-27
Ler mais

บทที่ 11 ขโมยขึ้นใจ (04)

สาวเจ้ารีบพาลูกไปนั่งบนเก้าอี้ แล้วหันมามองหน้าเขา โมกข์พยักหน้าแล้วมองไปที่ชามข้าว ทำให้รู้ว่าชามบนโต๊ะนี้มีไว้สำหรับพวกเธอ พาขวัญส่งรอยยิ้มขอบคุณกลับไปให้ ถึงแม้อีกฝ่ายจะไม่ได้แยแส สรุปว่าวันนี้สามคนแม่ลูกเจริญอาหารกว่าทุกวัน พาขวัญออกจะทึ่งและอึ้งกับรสมือของสามี ไม่คิดว่าชายหนุ่มจะทำอาหารเป็น แถมยังอร่อยเสียด้วย หลังจากกินอาหารเช้าเสร็จ หน้าที่ล้างจานชามก็ตกเป็นของหญิงสาวด้วยความเต็มใจ ก่อนจะเตรียมตัวออกไปทำงานตามปกติ ทว่ากลับถูกคนตัวโตถามด้วยน้ำเสียงดุกร้าว “จะไปไหน” “ขวัญจะออกไปทำงานค่ะ” “หายดีแล้วหรือไง” ทั้งน้ำเสียงและสายตาปรามว่าอย่าอวดดี หญิงสาวเลยเข้าใจว่าตนเองสมควรจะอยู่บ้านกับลูกๆ ไม่นานโมกข์ก็เดินมุ่งตรงเข้าไปในไร่เพื่อทำงาน ทิ้งให้พาขวัญอยู่ปรับตัวกับบ้านหลังใหม่ที่ห่างจากบ้านเก่าแค่ไม่กี่ก้าว กลิ่นหอมจากกาแฟที่อยู่ในแก้วทำให้คนที่ทนอยู่กับอาการปวดใจพอจะมีเรี่ยวแรงขึ้นมาบ้าง หลังต้องตกอยู่ในสภาวะอารมณ์ไม่เข้มแข็ง แม้จะผ่านมาแล้วเกือบสามสัปดาห์ ทว่าทุก
last updateÚltima atualização : 2026-04-27
Ler mais
ANTERIOR
123456
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status