หน้าหลัก / โรแมนติก / ภรรยาสำรอง / บทที่ 9 ราวหัวใจจะขาดรอนๆ (2)-(02)

แชร์

บทที่ 9 ราวหัวใจจะขาดรอนๆ (2)-(02)

ผู้เขียน: เกี้ยวเกล้า
last update วันที่เผยแพร่: 2026-04-27 11:22:58

สายตายังจดจ้องไปตรงหน้าประตู การรอคอยไม่ได้ยุติลงง่ายๆ ยังคงดำเนินไปอย่างเชื่องช้า ให้คนรอจมอยู่กับความหวาดกลัวและทรมาน ผ่านไปสักพักใหญ่ลุงไม้ก็เดินเข้ามานั่งอยู่ด้านหลัง

          เวลาผ่านไปนานเท่านานในความรู้สึก ทั้งสองคนยังคงรอคอยด้วยความหวัง ส่วนคนที่อยู่ในห้องฉุกเฉินกำลังต่อสู้อย่างสุดพลัง คำขู่ของโมกข์ยังวนเวียนอยู่ในห้วงความคิด เธอไม่อยากจะทิ้งเด็กที่น่าสงสารทั้งสองไป แต่เหมือนยิ่งยื้อก็ยิ่งเดินสู่หนทางอันมืดมิด สองมือต้องยกขึ้นกอดตัวเองหลังมีสายลมเย็นยะเยือกปะทะกาย

          ทว่าไม่นานกลับมีสองมือน้อยๆ มาฉุดรั้งพร้อมเสียงใสๆ ที่ทำเอาพาขวัญสะอื้นฮัก

          “แม่ขัน แม่ขัน”

          “หนูภัค หนูดา” ถึงจะได้ยินเสียงและรับรู้ถึงฝ่ามือน้อยๆ แต่หญิงสาวกลับไม่สามารถมองเห็นลูกได้ เธอคว้าร่างนั้นหวังจะดึงเข้ามาโอบกอดแต่แล้วก็กลับพบความว่างเปล่า      

          “พวกหนูอยู่ไหน ออกมาหาแม่เถอะ” เสียงที่ส่งออกไปก้องสะท้อนกลับมาราวอยู่ในห้องแคบๆ

          “แม่ขันกลับบ้าน…กลับบ้านกันค่ะ” เธอยังได้ยินเสียงลูกอยู่ใกล้ๆ

          “แม่…กลับไปไม่ได้ แม่”          

          เธอพูดไม่ออก สองเท้าก็ก้าวไม่ได้ มันเจ็บแปลบไปทั่วเมื่อได้ยินคำชักชวนของลูก หญิงสาวกำลังจะหมดแรง ก่อนจะมีหนึ่งเสียงก้องเข้ามาในหู

          “กลับมานะพาขวัญ กลับมาอยู่ด้วยกัน ฉันรอเธออยู่”      

          ดวงตามีประกายตื่นตัว ได้ยินเสียงคุ้นหูของชายไร้หัวใจ ทำให้ต้องพลิกตัวมองหา ก่อนจะเห็นร่างสูงใหญ่ของใครคนนั้นที่มาพร้อมกับเด็กตัวเล็กๆ สองคน พาขวัญจึงฝืนต้านความอ่อนแอเดินเข้าไปหา

          แต่ละก้าวยากยิ่งนัก ทว่าเสียงเรียกและรอยยิ้มที่ค่อยๆ ชัดเจนขึ้นเป็นพลังในการขับเคลื่อน จนอยู่ห่างกันแค่ปลายมือเอื้อม

          “เรากลับบ้านกันนะ”     

          ทันทีที่ได้ยินคำนี้ ร่างระหงที่ทุกคนกำลังรอคอยก็รีบพยักหน้า ก่อนมือข้างหนึ่งจะถูกฉวยไปกุมไว้ แล้วค่อยๆ พากันเดินออกจากความมืด      

         

          “คนเจ็บปลอดภัยแล้วครับ”

          การรอคอยร่วมสามชั่วโมงได้สิ้นสุดลงเสียที เมื่อคุณหมอนำข่าวดีมามอบให้ โมกข์เป่าปากอย่างโล่งอก

          “ขอบคุณมากครับ”      

          ไม่มีคำไหนเหมาะสมเท่าคำนี้ นอกจากนี้เขาต้องขอบคุณพาขวัญด้วยที่ไม่ทิ้งให้ทุกคนต้องเผชิญกับความโศกเศร้า คราวนี้ก็ถึงเวลาต้องจัดการกับสาเหตุของเรื่องร้าย สีหน้าและดวงตาของชายหนุ่มมีแววกระด้างขึ้น ก่อนจะก้าวเท้าออกจากโรงพยาบาลเพื่อไปสะสางปัญหา

          ลุงไม้อาสาขับรถให้เช่นเคย ทั้งสองมุ่งหน้าตรงกลับไร่ อยากจะไปตะบันหน้าไอ้สารเลวที่กล้าทำกับพาขวัญ โมกข์พอจะรู้มาบ้างแล้วว่าสภาพของคนชั่วเวลานี้สะบักสะบอมแทบไม่เหลือชิ้นดี เพราะทุกคนต่างพากันแค้นใจ ออกแรงคนละไม้คนละมือมอบบทลงโทษให้      

          ผัวะ!

          กำปั้นหนักๆ ของโมกข์ซัดเข้ากลางใบหน้าของคนทำชั่ว ตามมาด้วยฝ่าเท้าอีกสองหน จากนั้นก็ฝากฝังรอยหมัดไปอีกหลายครั้งจนอีกฝ่ายต้องขอร้อง ทว่าเท่านี้เขายังไม่พอใจกับการกระทำของคนสารเลว แต่จำต้องระงับใจที่กำลังกรุ่นร้อน เพราะบ้านเมืองมีกฎหมายที่ไม่อาจจะฝ่าฝืน

          “ส่งตัวมันให้ตำรวจ” โมกข์บอกเสียงเหี้ยม

          จากนั้นขยับเท้ามุ่งกลับบ้าน เขาหายเข้าไปด้านในครู่ใหญ่แล้วออกมาพร้อมเสื้อตัวใหม่ ไม่กี่นาทีก็ไปหยุดเท้าอยู่บริเวณหน้าบ้านของลุงไม้ ใจแทบหยุดเต้นยามได้ยินเสียงร่ำไห้ของเด็กๆ

          “ป๊ะป๋า” เด็กน้อยทั้งสองถลาเข้ามาซบอกบิดา ต่างยังอยู่ในอาการตกใจเมื่อไม่พบมารดา

          “ไม่ร้องนะคะ” โมกข์ปรับสีหน้าให้มีรอยยิ้ม ไม่อยากให้เด็กๆ สังเกตเห็นความตึงเครียด แล้วช้อนลูกทั้งสองขึ้นแล้วเดินเข้าไปภายใน เห็นป้าพิมพ์ ภรรยาลุงไม้ นั่งอยู่บนเก้าอี้

          “หนูขวัญเป็นยังไงบ้างคะ” พิมพ์ผการีบเอ่ยถามด้วยความร้อนใจ เธอเอ็นดูพาขวัญเหมือนลูกเหมือนหลานคนหนึ่ง

          “ปลอดภัยแล้วครับ ผมคงต้องขอฝากยัยหนูไว้กับป้าก่อน ผมต้องกลับไปดูพาขวัญ” ความเคร่งเครียดปรากฏในแววตาวูบหนึ่ง จะไม่ให้เขากังวลได้อย่างไร พาขวัญเจ็บหนักไม่น้อย ฟื้นขึ้นมาก็ไม่รู้จะมีอาการหวาดกลัวหรือไม่ จากนั้นโมกข์ก็หอมแก้มใสของลูกทั้งสองเพื่อปกปิดอาการ ไม่อยากให้พวกแกต้องโยเยมากกว่านี้

          “ได้ค่ะ”           

          นี่ไม่ใช่เรื่องหนักหนาอะไร แต่เกรงว่าเด็กๆ จะงอแงจนไม่ยอมนอน เพราะร้องหาแต่มารดามาตลอด

          ปรากฏว่าเด็กๆ ไม่ยอมห่างจากอกบิดา โมกข์เองก็ไม่อยากทิ้งพาณิภัคกับพาณิธิดาไปในสภาพนี้ เขาทั้งกอดทั้งอุ้มและโอ๋อยู่ยกใหญ่ กว่าลูกๆ จะพากันหลับไปเพราะความอ่อนเพลีย แม้ใจพะวงกับเจ้าของร่างที่ได้รับบาดเจ็บ แต่ก็ไม่อาจทิ้งลูกสาวไปได้ จึงพาทั้งสองไปส่งถึงหมอนใบจ้อย

          “ฝันดีนะครับลูกพ่อ”     

          โมกข์โน้มใบหน้าลงจูบแล้วถอยหลังห่างออกมา ก่อนจะขับรถไปยังโรงพยาบาล ถึงเวลานี้จะยังไม่สามารถเข้าไปเยี่ยมได้ แต่ก็อยากจะอยู่ใกล้ๆ หวังว่าพาขวัญจะฟื้นขึ้นมาในเร็ววัน เพราะมีอีกหลายชีวิตกำลังเฝ้ารออยู่          

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ภรรยาสำรอง   บทที่ 34 ความคิดถึงและรัก (04)

    “ฉันเก็บไว้เป็นความทรงจำที่ดีไง พอแล้วละกับการอยู่กับอดีต ทุกวันนี้ฉันมีแค่เธอกับลูกเท่านั้น” เรื่องทั้งหมดจบลงแล้วตั้งแต่พาขวัญเป็นอิสระ ความใกล้ชิดที่ผ่านมาทำให้เขาเรียนรู้หัวใจได้มากขึ้น จึงเลือกที่จะอยู่กับปัจจุบัน กว่าจะคิดได้ก็เกือบที่จะสายไปเสียแล้ว อึดใจต่อมาก็ได้หันไปดึงมือนุ่มมากุมไว้ “แล้วฉันก็อยากจะขอโทษด้วยนะที่ฉันไม่เคยเชื่อเธอเลย ตอนนี้คนของคุณย่าสารภาพแล้วว่า เธอไม่ได้เต็มใจ เธอเปลี่ยนใจไม่ยอมทำตามแผนแล้ว แต่โดนคุณย่าซ้อนแผน” เมื่อคนเป็นย่าถูกจับ คนสนิทของเจ้าตัวก็มาสารภาพกับเขา เพราะกลัวจะถูกลูกหลงไปด้วยและอยากจะให้ยื่นมือเข้าไปช่วย แต่อีกฝ่ายก็ไม่ได้พ้นกฎหมาย เพราะช่วยธัญญาเรศทำผิดไว้หลายอย่าง พาขวัญรู้สึกคล้ายได้ปลดล็อกสิ่งที่ติดค้างอยู่ในใจและไม่ได้รู้สึกโกรธอะไร รวมถึงไม่อยากคิดถึงอดีตอีกแล้ว แล้วมองคนที่ยื่นมือมาลูบหน้าท้อง “พรุ่งนี้ฉันต้องกลับแล้วนะ” เขาอยากจะอยู่กับพาขวัญต่อ แต่ก็ไม่สามารถทิ้งที่ไร่ได้นาน แต่สัญญาว่าจะมาหาอีกแน่ จะมาจนกว่าพาขวัญจะใจอ่อน พาขวัญขบเม้มปากแน่น เพราะหัวใจบอกชัดว่า ไม่อยาก

  • ภรรยาสำรอง   บทที่ 34 ความคิดถึงและรัก (03)

    “คุณโมกข์ทำหรือคะ” หญิงสาวร้องถาม บุญตาพยักหน้ารับ มือเล็กหยิบช้อนขึ้นมาตักกับข้าวหลายอย่างใส่ปาก บอกไม่ถูกว่ากำลังรู้สึกอย่างไร ดีใจผสมกับความไม่คาดหมาย ส่วนชายหนุ่มก็ทำหน้าที่พ่อโดยการพาลูกไปเดินเลือกซื้อของในตัวจังหวัด แล้วต่อด้วยการไปห้างสรรพสินค้า แต่แล้วก็มีหนึ่งสิ่งที่เรียกความสนใจแก่เด็กๆ ได้ดี ไม่พ้นมุมของเล่น โมกข์จึงพาลูกไปเดินดู ไม่ได้สนใจกับเด็กผู้ชายวัยซนด้านหลัง ทว่าไม่นานสายตาคมกริบก็ต้องหันมองหลังจากพาณิธิดานั้นล้มลงหน้าคะมำ “แง...ป๊ะป๋า” เด็กหญิงร้องไห้ด้วยความเจ็บและตกใจที่จู่ๆ ก็โดนผลักเข้าเต็มแรง ทำให้โมกข์หันไปมองตัวต้นเหตุแล้วต้องส่ายศีรษะเมื่อพบว่าเป็นเด็กด้วยกันนี่เอง จึงต้องมองหาผู้ปกครองของเด็กคนดังกล่าวแล้วพาไปหาเพื่อตักเตือน ทว่าเรื่องนี้กลับลุกลามกว่าที่ควรจะเป็น ในด้านเจ้าของร่างระหงจู่ๆ ก็มีอาการใจหวิวๆ ขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ ขณะกำลังนั่งรอสามคนพ่อลูกอยู่บนแคร่ไม้หน้าบ้าน คงจะไม่มีอะไรหรอก อาจจะคิดมากไปเอง โมกข์กับลูกแค่ออกไปซื้อของกัน จะมีอะไรร้ายแรงเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่ไม่นานเท้าก็ต้องก้าวขยับยามได้

  • ภรรยาสำรอง   บทที่ 34 ความคิดถึงและรัก (02)

    ตกดึกพาณิภัคและพาณิธิดายังไม่ยอมห่างจากบิดา ทำให้พาขวัญต้องนำผ้าห่มมาปูให้พวกแกได้นอนด้วยกันสมใจที่ด้านหน้า มีเสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากดังขึ้นอยู่ตลอด ดูมีความสุขอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ บ้านไม่จำเป็นต้องหลังใหญ่ เงินทองไม่ต้องมีเป็นถุงเป็นถัง แค่มีความสุขกองโตเท่านี้ก็สร้างรอยยิ้มให้ได้มากมาย และคงหาจากที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว “ที่ไร่เป็นยังไงบ้างคะ” หญิงสาวยังคิดถึงทุกคนเสมอ “ก็เหมือนเดิม ลุงไม้กับป้าพิมพ์บ่นว่าคิดถึง ครั้งหน้าว่าจะพามาหาด้วย” โดยเฉพาะคนเก่าคนแก่ของไร่บ่นให้ฟังทุกวันว่าอยากจะอุ้มเด็กๆ เหมือนก่อน “ขวัญเองก็คิดถึงลุงไม้กับป้าพิมพ์เหมือนกันค่ะ” หญิงสาวยังพึงระลึกอยู่เสมอถึงความเมตตาของผู้ใหญ่ทั้งสอง คราแรกที่เธอเข้าไปอยู่ในไร่จอมใจนั้นแสนจะอ้างว้าง แต่พอทั้งสองเข้ามาพูดคุยด้วยก็ทำให้เธอคลายจากความกลัวไปได้เยอะ จนค่อยๆ สนิทมากขึ้น ไม่นานก็มีหนึ่งคำถามดังขึ้น “แล้วไม่คิดถึงฉันบ้างเหรอ” คนฟังไม่ตอบ เบือนหน้าหนีไปอีกทาง ขณะที่โมกข์ระบายยิ้มอมเศร้า “ช่างเถอะ” หลังจากนั้นพาขวัญและโมกข์ก็ไม่มีการสนทนา

  • ภรรยาสำรอง   บทที่ 34 ความคิดถึงและรัก

    “พี่นี่มัน...” “แล้วนี่รู้หรือยังว่าผู้หญิงหรือผู้ชาย” โมกข์ไม่ตอบแถมยังเปลี่ยนเรื่อง ทำให้หมอกต้องส่ายศีรษะ “ผู้ชายค่ะพี่โมกข์” นุดีตอบแล้วหันไปมองหน้าสามี เพราะถูกใจหมอกเป็นที่สุด ชายหนุ่มอยากจะมีลูกผู้ชายเป็นคนแรก แต่ถ้าเป็นลูกสาวก็ไม่ว่ากัน “เสียดายนะครับ ไม่ได้แบบยัยหนูภัค หนูดา” หมอกยังอดเสียดายไม่หาย อยากจะได้ควบสองแบบพี่ชายบ้าง แต่อย่างไรก็ยังรักลูกไม่เปลี่ยนแปลง “งั้นท้องหน้าก็มีแบบฉันให้ได้สิ” คนเป็นพี่คล้ายท้าน้อง ทำให้หมอกยักคิ้ว คอยดูสิ เขาจะต้องมีลูกฝาแฝดแบบพี่ชายให้ได้ คราวนี้ละคงสนุกน่าดู น่าจะทั้งแสบและซนไม่ต่างจากพาณิภัคและพาณิธิดา “แล้วนี่คิดจะทำอะไรครับ” อดถามไม่ได้กับอาการนิ่งๆ “เรียนรู้หัวใจของตัวเอง” โมกข์ตอบ “ระวังเถอะครับ สุนัขจะคาบไปรับประทาน” ถึงกับเตือนด้วยความหวังดี ชักช้าไปจะไม่ทันการณ์ พาขวัญเองก็ไม่ใช่ผู้หญิงขี้ริ้วขี้เหร่ เธอมีเสน่ห์ แถมยังเป็นคนดี หนุ่มๆ คงอยากได้มาเป็นแม่ของลูก “ไม่ต้องกลัวหรอก ฉันส่งเจ้าเปี๊ยกไปเป็นทัพหน้าแล้ว” คนฟังทั้งสองทำหน้าไม่เข้าใจ โมกข

  • ภรรยาสำรอง   บทที่ 33 บทเรียนหัวใจ (02)

    ลุงไม้และภรรยาถึงกับออกอาการดีใจกับข่าวที่เจ้านายนำมาบอก สายตานั้นขยายกว้างขึ้น แต่ก็ต้องเศร้าในประโยคถัดมาอยู่ดี “ทำไมถึงไม่พาหนูขวัญกับเด็กๆ กลับมาล่ะคะ” พิมพ์ผกาทำสีหน้าเศร้า คิดถึงพาขวัญและฝาแฝด เธอช่วยเลี้ยงดูมาตั้งแต่ยังแบเบาะ จากไปเช่นนี้ย่อมทำให้เกิดความโหยหาเป็นธรรมดา อีกอย่างอยากให้คนเป็นนายได้มีความสุข เชื่อว่าสายตาของตนไม่ผิดเพี้ยน คนหน้านิ่งกำลังมีความรักบรรจุอยู่ภายใน “ผมไม่อยากบังคับครับ พาขวัญเองก็ตกอยู่ภายใต้กรงขังมานาน เธอสมควรใช้ชีวิตตามต้องการ อีกอย่างเธอคงอยากจะอยู่กับแม่ของเธอด้วยครับ” เป็นเหตุผลง่ายๆ ซึ่งโมกข์ไม่เคยอธิบายให้เจ้าตัวรับรู้ เอาแต่ทำตัวทื่อๆ “แล้วทำไมไม่ลองพาคุณแม่ของหนูขวัญมาอยู่ที่นี่ด้วยกันล่ะครับ” ลุงไม้เสนออีกหนึ่งหนทาง “เรื่องนั้นผมทำแน่ครับ แต่อยู่ที่ว่าบทเรียนหัวใจของผมกับพาขวัญครั้งนี้จะต้องใช้ระยะเวลาอีกยาวนานไหม ผมไม่อยากไปเร่งอะไร ค่อยเป็นค่อยไปจะดีกว่าครับ” บทเรียนชีวิตของตนและภรรยาผ่านอะไรมามาก ทุกข์มากกว่าสุข กว่าจะปลดปล่อยตัวเองให้เป็นอิสระได้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ จึงอยากให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์

  • ภรรยาสำรอง   บทที่ 33 บทเรียนหัวใจ

    “หึ กล้าพูดนะพาขวัญ แล้วทีเธอล่ะยังจะไม่บอกฉันเรื่องลูกเลย” ประโยคที่สวนกลับมาทำให้เธอสะอึกแล้วนิ่งไป “แม่ว่าใจเย็นกันดีกว่านะ แล้วเราเข้าไปคุยกันในบ้าน ขวัญเองเรากำลังท้องกำลังไส้จะมาโมโหแบบนี้ได้ยังไง ไม่คิดถึงลูกหรือไง ส่วนคุณโมกข์ใจเย็นหน่อยนะคะ อย่าทำให้หลานๆ ต้องตกใจเลย” คนอาบน้ำร้อนมาก่อนพอจะดูออก แท้จริงแล้วคนทั้งคู่ไม่ได้ถึงขั้นจะเกลียดกัน แต่ต้องปรับความเข้าใจกัน หนนี้คนที่ถอนหายใจระบายความเครียดเป็นชายหนุ่มเอง เขาพยักหน้าแล้วปล่อยลูกลง ก่อนจะหันมองแม่ของลูก แล้วยิ้ม เผลอแป๊บเดียวเขากำลังจะกลายไปเป็นคุณพ่อลูกสามแล้ว “เราเข้าไปคุยกันข้างในดีกว่านะคะคุณโมกข์” ชายหนุ่มพยักหน้าแล้วเดินเข้าไปด้านใน เด็กๆ ก็วิ่งตามคอยเกาะแข้งเกาะขาด้วยความคิดถึง เสียงเจื้อยแจ้วดังขึ้นซักถามบิดาถึงหลายวันที่ผ่านมา ภาพเหล่านั้นสะเทือนหัวใจคนยืนมองทั้งสองคน โดยเฉพาะคนที่หอบเด็กๆ หนีมา “เห็นความสุขของลูกไหมขวัญ” บุญตาตั้งคำถาม “แต่แม่ไม่ได้ยัดเยียดให้ขวัญต้องเลือกในสิ่งที่ฝืนใจนะลูก แม่แค่อยากให้คุยกัน และไม่ปิดบัง คุณโมกข์เองก็มีสิ

  • ภรรยาสำรอง   บทที่ 12 สายเลือดหรือสายรัก (07)

    รัตติกาลยังไม่ทันพ้นผ่านไป ก็มีบางสิ่งปลุกให้ชายหนุ่มและหญิงสาวต้องรีบลุกขึ้นมา “แง้ แม่…แม่” เสียงหวีดร้องด้วยความตกใจของหนึ่งในสองฝาแฝดแผดจ้าด้วยความกลัว ยามตื่นขึ้นมาแล้วไม่พบมารดา โดยเจ้าของความคิดถึงนั้นยังนอนหลับใหลไม่รู้เรื่อง ต่างจากร่างกำยำที่เริ่มขยับตัว เสียงนั้นเริ่ม

  • ภรรยาสำรอง   บทที่ 12 สายเลือดหรือสายรัก (06)

    ชายหนุ่มกลับเลือกระบายยิ้มอ่อนๆ ภาพตรงหน้าไม่มีเค้าของภรรยาสำรอง เขาสร้างจินตนาการขึ้นมาด้วยฤทธิ์ของน้ำเมา ก่อนจะทำบางอย่างให้คลายความคิดถึง โมกข์จุมพิตหนักๆ ลงบนเรียวปากอิ่ม คลุกเคล้าด้วยแรงปรารถนา ทำเอาคนใต้ร่างเบิกตาโตกว่าเดิม เนื้อตัวชาหนึบ เนื่องด้วยอ่อนประสบการณ์ต่อรสจูบ “

  • ภรรยาสำรอง   บทที่ 12 สายเลือดหรือสายรัก (05)

    ด้านคนที่กระชากรถออกจากบ้าน เวลานี้มุ่งหน้าไปดับร้อนด้วยสิ่งที่จะทำให้ใจนั้นร้อนกว่า มันคือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ชายหนุ่มไม่แตะต้องมานาน ตั้งแต่ลูกสาวฝาแฝดลืมตาดูโลก กระนั้นวันนี้กลับต้องหวนมาพึ่งมันเพื่อระงับอารมณ์โกรธที่ปะทุขึ้น โมกข์อยากจะตะโกนเพื่อระบายความเดือดที่คุโชนอยู่ในอก ทว่าก

  • ภรรยาสำรอง   บทที่ 12 สายเลือดหรือสายรัก (04)

    หญิงสาวลูบศีรษะเล็กเบาๆ ก่อนจะปาดน้ำตาออกจากใบหน้าแล้วตั้งสติ “แม่ขอโทษนะคะที่ทำให้หนูภัคเจ็บ แต่หนูภัคทำผิดรู้ตัวไหม หนูภัคไม่สมควรฉีกของเล่นแบบนี้ ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม” คนเป็นแม่ต้องซุกซ่อนความรู้สึกสะเทือนใจไว้ เธอจะปล่อยให้ลูกเสียนิสัยไม่ได้ ในเมื่อแกทำผิดก็ต้องรู้และรับผิดชอบ แม้ว่า

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status