All Chapters of ภรรยาสำรอง: Chapter 11 - Chapter 20

111 Chapters

บทที่ 4 หุ่นยนต์มีหัวใจ (03)

ส่วนคนโดนเรียกยกมือขึ้นแล้วร้อง “ชู่วว์” บ่งบอกให้คนมองตาแป๋วห้ามส่งเสียงดัง พาณิภัคทำตามอย่างว่าง่าย คว้าขวดนมขึ้นมาดูดอีกหน สายตาเฝ้ามองบิดาอยู่ตลอด ก่อนจะฉีกยิ้มเมื่อมีมือใหญ่มาลูบศีรษะเบาๆ นัยน์ตาเย็นชาแอบเปิดเผยบางอย่างออกมา เป็นสิ่งที่พาขวัญไม่เคยมีโอกาสได้เห็นและจะไม่มีวันได้เห็นมัน ในเมื่อความโกรธยังเต็มอก ความเสียใจยังไม่เคยจางหาย ผลจากการกระทำอันเห็นแก่ตัวของเจ้าตัวทำให้หนึ่งชีวิตต้องดับสลาย เจ้าของตากลมโตเอียงคอมองร่างสูงที่ค่อยๆ เดินจากไป และทันทีที่ประตูห้องทำงานปิดลง ใครอีกคนก็ขยับตัวลุกขึ้นมาด้วยความงุนงง หัวใจเต้นแรงกว่าทุกหน “คุณโมกข์” รอยยิ้มเกลื่อนกรอบหน้าของพาขวัญ เพราะอย่างน้อยชายหนุ่มก็แสดงออกกับลูกบ้าง จากนั้นพาขวัญก็กลับไปประจำตำแหน่งเพื่อสะสางงานให้เสร็จสิ้น ส่วนคนที่อยู่ภายในห้องก็นั่งมองเอกสารการสั่งซื้อเมล็ดกาแฟลอตใหม่ของโรสริน ถือได้ว่าอีกฝ่ายเป็นลูกค้ารายใหญ่และสำคัญ เวลานี้การแข่งขันทางการค้าสูงขึ้น และยังมีการเอารัดเอาเปรียบจากพ่อค้าคนกลาง โชคดีที่หญิงสาวให้ราคาที่พอรับได้ เ
Read more

บทที่ 5 ส่วนหนึ่งหรือส่วนเกิน

“เดิน” เท้าเรียวสวยก้าวไปข้างหน้าตามคำสั่ง ดวงตาเหลือบมองคนหน้านิ่งเดินกางร่มให้ตนและลูกสาวด้วยอาการฉงนฉงาย โมกข์ไม่แสดงสีหน้าใดๆ นอกจากไร้ความรู้สึก เขาแค่ทำหน้าที่ที่เห็นว่าสมควร และไม่ปริปากบ่นสักคำแม้ลำตัวจะเริ่มเปียกชุ่มด้วยหยดน้ำฝน แค่ร่มคันเล็กๆ ปกป้องร่างน้อยๆ ถึงสามคนก็ถือว่าทุลักทุเลมากแล้ว ขืนเพิ่มเขาเข้าไปอีกไม่พ้นเปียกปอนทั้งหมด ตลอดทางเด็กๆ ทั้งสองต่างพากันส่งยิ้มหวานๆ ให้ชายที่กำลังมองตรงไปด้านหน้า ไม่มีเหลียวมาเมียงมองหรือหยอกเย้าเลย ไม่กี่นาทีต่อมาก็ถึงบ้านหลังเล็กของพาขวัญ พาณิภัคเริ่มร้องโยเยพลางยื่นมือไปคล้ายจะคว้าตัวของบิดาที่กำลังเดินห่างออกไป “ไม่งอแงนะคะ ป๊ะป๋าต้องรีบกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ไม่อย่างนั้นป๊ะป๋าของหนูภัคจะไม่สบายแล้วต้องไปให้หมอฉีดยานะ” คำบอกนี้ได้ผลชะงัดนัก พาณิภัคเลิกร้องโยเย ด้วยความกลัวว่าบิดาจะโดนคุณหมอจับฉีดยา พาขวัญอมยิ้มแล้วพาลูกทั้งสองเข้าบ้าน ไม่วายเหลียวมองคนเดินดุ่มๆ เข้าไปในบ้านอีกหลัง ไม่ทันได้เอ่ยคำขอบคุณเขาก็จากไปเสียแล้ว เธอรู้ดีว่าโมกข์ไม่ต้องการมัน
Read more

บทที่ 5 ส่วนหนึ่งหรือส่วนเกิน (02)

“พาลูกไปอาบน้ำแต่งตัว เดี๋ยวเราจะออกไปกินข้าวนอกบ้านกัน” น้ำเสียงจริงจังนั้นบ่งบอกว่าพาขวัญไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ ด้านธัญญาเรศได้ฟังแล้วตีหน้าไม่พึงพอใจ ไม่อยากจะให้หลานชายนำพาลูกไก่ในกำมือไปด้วย เพราะจะไปสร้างความตะขิดตะขวงใจให้ทุกฝ่าย “พาขวัญเป็นคนในครอบครัว ผมจะพาภรรยาไปด้วยคงไม่แปลกอะไร” โมกข์รู้ดีว่าธัญญาเรศจะเอ่ยปากคัดค้าน เขาจึงพูดคำว่า ภรรยา เพื่อย้ำเตือนว่า คนตรงหน้าคือผู้ผลักไสพาขวัญมาให้ หากเขาจะให้หญิงสาวมาเป็นคนกั้นกลางก็ไม่ผิดอะไร ภรรยา...คำนี้ทำให้หัวใจของพาขวัญช้ำหนักกว่าเดิม รู้ว่ามันไม่ได้มีความหมายอะไรเลย เพราะไม่ว่าอย่างไรเธอก็คือคนที่โมกข์ชังอยู่วันยังค่ำ “ไปสิ” คำเร่งเร้าส่งผลให้ร่างระหงรีบพาลูกน้อยทั้งสองกลับไปยังบ้านพัก ทิ้งให้ย่าหลานอยู่กันตามลำพังภายในออฟฟิศ ธัญญาเรศตวัดตามองอย่างไม่พอใจ แต่นิ่งเงียบ กักเก็บความกรุ่นโกรธไว้ในทรวง เพราะมีสิ่งสำคัญกว่ามานั่งโมโหและยังไม่อยากทำให้หลานคนโตไม่พอใจ ครึ่งชั่วโมงต่อมา พาขวัญก็พบว่าชายหนุ่มมายืนรออยู่หน้าบ้านแล้ว แต่กลับไม่เห็นคนที่มีอำนาจมืดอยู่ด้วย “ข
Read more

บทที่ 5 ส่วนหนึ่งหรือส่วนเกิน (03)

ส่วนพาณิภัคและพาณิธิดามองการกระทำของบิดาตาแป๋ว ต่างพากันยกยิ้มแล้วหัวเราะเอิ๊กอ๊ากคล้ายชอบใจ ก่อนอ้าปากกว้างจนเห็นฟันซี่เล็กๆ เมื่อมารดายื่นช้อนซึ่งมีไส้กรอกลูกกลมๆ ป้อมๆ มาให้ พาณิธิดากัดไส้กรอกไปครึ่งลูกแล้วคายออก วางไว้ในชามใบเล็กสำหรับเด็ก มีช้อนลายการ์ตูนอยู่ข้างๆ ขณะที่พาขวัญหันไปป้อนพาณิภัคที่นั่งอยู่ด้านซ้าย “ป๊ะป๋า” เสียงใสๆ เรียกบิดาที่นั่งอยู่ไม่ห่าง หลังจากได้ใช้ช้อนตักของบางอย่างไปใส่จานใบใหญ่ ไส้กรอกที่ถูกกัดไปครึ่ง...เป็นน้ำใจที่ตั้งใจมอบให้บิดาแทนมารดา ทุกคนต่างหันมามอง ขณะที่พาขวัญมีสีหน้าตกใจลนลานแล้วขยับตัวไปใกล้ร่างโตหวังจะตักไส้กรอกชิ้นนั้นคืนกลับมา ทว่าไม่ทันการณ์ เมื่อมันหายเข้าไปในปากหนาเสียแล้ว ชายหนุ่มเคี้ยวมันอย่างเอร็ดอร่อย ไม่ได้มีท่าทางรังเกียจแม้สักนิด ทำให้ลูกสาวคนเล็กเกิดความชอบใจ “ป๊ะป๋ากิน...กิน” จากนั้นเรื่องตรงหน้าก็ได้กลายไปเป็นความสนุกของฝาแฝด พากันตักอาหารใส่จานของโมกข์กันยกใหญ่ คนเป็นมารดาไม่อาจขัด เพราะฝ่ายชายส่งสายตาดุดันเป็นเชิงห้าม ส่งผลให้ภายในใจของคนที่กำลังร
Read more

บทที่ 5 ส่วนหนึ่งหรือส่วนเกิน (04)

“ก็ตามที่ผมเรียนไปตั้งแต่ต้น ไร่นี้ไม่ต้องการให้คนอื่นเข้ามาหวังจะชุบมือเปิบ เพราะมันเป็นไร่ที่คุณแม่ของผมรักมาก” ประโยคท้ายถูกพูดออกไปด้วยสีหน้าดุดัน ดวงตาของคนคิดแค้นวาวโรจน์ด้วยความเคืองโกรธ รู้ดีว่าหลานชายต้องการพูดแดกดันตน “คุณโมกข์จะไม่ลองทบทวนดูอีกทีหรือคะ โรสว่าข้อเสนอก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร ออกจะเป็นประโยชน์ต่อไร่นี้ด้วยซ้ำไป” โรสรินเอ่ยบอก คนต้องตอบเหยียดยิ้มมองแล้วสั่นศีรษะแรงๆ ใจจริงอยากจะลุกหนีออกไปตั้งแต่ประโยคแรกที่ดังออกจากปากคนหวังผลประโยชน์ แค่ยังไม่อยากเสียลูกค้าชั้นดีไป โดยเขาและโรสรินทำการค้าด้วยกันมาก่อนที่อีกฝ่ายจะถูกดึงไปเป็นคนของธัญญาเรศ และโรสรินก็จ่ายเงินตรงเวลา ไม่เรื่องมาก แถมมีข้อเสนอใหม่ๆ มาให้เลือกเสมอ ตนจึงสมควรผูกสัมพันธ์กันต่อไป ทว่าสำหรับเรื่องความรักนั้นไม่อาจรวมเข้ามาเกี่ยวข้อง เขาทำธุรกิจกับโรสรินแค่เรื่องเมล็ดกาแฟเท่านั้น ไม่คิดทำการค้าเรื่องหัวใจ “ดูท่าฝนจะตกหนัก แล้วนี่ก็ค่ำมากแล้ว งั้นหนูโรสพักที่นี่สักคืนละกัน” ถึงการเจรจาเรื่องงานจะไม่สัมฤทธิผล แต่กลับไม่ได้ทำให้ความคิดในการจับคู่ของธ
Read more

บทที่ 6 ลิปสติก

“ลูกๆ นอนหลับแล้วนะคะ” โมกข์หันหลังกลับมามอง แล้วค่อยๆ หมุนลูกบิดอย่างนิ่มนวลที่สุด ปล่อยให้พาขวัญทำตัวไม่ถูก ไม่เข้าใจว่าเหตุใดถึงทำให้คนใจหินมาขอนอนที่นี่ได้ ทั้งที่แทบไม่เคยจะเหยียบเข้ามาเลย พอเดินตามเข้าไปหยุดอยู่ทางด้านข้างคนตัวสูง ก็เห็นเขาชำเลืองตามอง “คุณโมกข์พอจะนอนบนพื้นได้ไหมคะ เตียงขวัญยกให้ลูกๆ” สิ่งที่เขาสงสัยคงไม่พ้นว่าพาขวัญนอนที่ไหนกัน ในเมื่อบนเตียงมีลูกๆ นอนอยู่ แน่นอนว่าไม่มีพื้นที่ให้แทรกเข้าไป คำถามนี้ไม่มีคำตอบ คนตรงหน้าไม่สนใจเสียงจากปากอิ่มเลย เขาทิ้งตัวลงนอนบนพื้นแทรกกายเข้าไปในผ้าห่ม ขณะสายตามองไปยังเตียงเล็กที่มีพาณิธิดาและพาณิภัคนอนหลับสนิทอยู่ พลันหันหน้าดุๆ มามองคนยืนเก้ๆ กังๆ บรรยากาศแบบนี้หวนให้นึกถึงคืนแรกของกันและกัน พาขวัญรู้สึกชาวาบตั้งแต่หัวจดปลายเท้า จนขยับกายแทบไม่ได้ มันหนักอึ้งราวมีคนนำหินก้อนโตมาผูกติด หญิงสาวสูดอากาศเข้าปอดลึกๆ อย่างไรก็ไม่มีทางหลีกหนี จึงยกมือปิดไฟแล้วเดินเข้าไปค่อยๆ ทิ้งตัวลงนอน หญิงสาวหัวใจเต้นตึ้กตั้กแทบทะลุออกจากทรวง นับเป็นหนที่สองที่มีโอกาสได้ใ
Read more

บทที่ 6 ลิปสติก (02)

“หนูภัค” หญิงสาวร้องห้ามแทบไม่ทัน เมื่อเห็นว่าในมือป้อมๆ นั้นกำลังจะติดกิ๊บตัวสวยลงบนเรือนผมดกดำของโมกข์ แต่มันก็ช้าไปแล้ว “ป๊ะป๋าฉวย…เอิ๊ก” หัวโจกอย่างพาณิภัคหัวเราะจนเห็นฟันซี่เล็ก ส่งผลให้น้องสาวหัวเราะตาม แต่มีคนคนหนึ่งไม่ได้มีความสุขตามลูก แววตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความกลัว จนต้องเดินเข้าไปใกล้คนที่กำลังกลายเป็นตุ๊กตาให้ลูกสาวละเลงบางสิ่งลงบนริมฝีปาก ลิปสติก…สีชมพู ไม่ได้มีแค่บนริมฝีปากเท่านั้น บริเวณแก้มก็มีด้วย คนมาทีหลังตกใจแทบจะเป็นลมเลยก็ว่าได้ “อย่าค่ะหนูภัค” พาขวัญรีบเข้าไปห้ามลูกสาว แต่กลับโดนดวงตาที่อยู่ใต้คิ้วเข้มมองมาอย่างกระด้างราวกับเป็นการห้าม สองเท้าจึงหยุดก้าว ไม่กล้ายื่นมือไปดึงลิปสติกแท่งสวย หลังจากส่งสายตาเชิงห้าม โมกข์ก็หันใบหน้านิ่งเรียบกลับไปให้ลูกน้อยเสริมสวยตามความต้องการของแกต่อ หนำซ้ำยังต้องทนเจ็บกับกิ๊บตัวเล็กๆ ที่พาณิธิดาติดให้อย่างแรง ตบท้ายด้วยต่างหูคู่เก๋ที่เจ้าตัวซนพยายามจะยัดใส่หูของเขา “แม่ขวัญติดให้นะคะ” ร่างอรชรจำต้องเอ่ยบอก เพราะเห็นหูขอ
Read more

บทที่ 6 ลิปสติก (03)

โมกข์ทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มหยัน ก่อนสาวเท้าขึ้นไปยังห้องนอน ทิ้งให้คนมีใจคับแค้นยืนกัดฟันกรอด แต่เห็นทีวันนี้คงต้องถอยกลับก่อน ถ้าทำอย่างใจไม่ได้ก็ต้องเฝ้ารอต่อไป กระนั้นก็วางใจมากไม่ได้ เพราะท่าทางของหลานชายเริ่มแปลกไป อาจมีสายใยเบาบางเกิดขึ้น หากปล่อยไว้มันอาจจะกลายไปเป็นเชือกเส้นหนา ภายในห้องทำงานของตึกสูงระฟ้า ชั้นที่สิบเอ็ดนั้นมีเจ้าของกรรมสิทธิ์ทุกอย่างของอัศวัฒน์กำลังนั่งถอนหายใจอยู่ สีหน้าที่เคยสดใสหมองหม่นลงเรื่อยๆ จากปัญหาที่ต้องแบกเอาไว้ กระทั่งมีหนึ่งสายโทร.เข้ามา หญิงสาวจึงต้องก้มหน้าลงไปมองหน้าจอโทรศัพท์ “คืนนี้ผมกลับดึก ไม่ต้องรอ” แค่กล่าวจบประโยค ปลายสายก็วางไปทันที ไม่เว้นช่องว่างให้เธอได้โต้ตอบไปเลย “ค่ะคุณหมอก” เสียงใสกล่าวเบาๆ หลังสัญญาณเงียบหายไปสักพักใหญ่ เธอชินชาเสียแล้วกับการกระทำแบบนี้ของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีทางพฤตินัย อีกทั้งยังถูกกำหนดให้เป็นเจ้าของลมหายใจของอัศวัฒน์ จะอยู่หรือสิ้นชีพนั้นอยู่ในกำมือของเขา ความรู้สึกภายในอกของนุดีแสนจะปวดร้าวและฝืนทนอย่างมากในช่วงแรก เธอต้องยอมแลกท
Read more

บทที่ 6 ลิปสติก (04)

“ไม่ต้องทำสีหน้าแบบนั้นหรอกครับ พี่รู้ว่าพี่เป็นได้แค่พี่ชาย แต่ถ้าวันหนึ่งที่นุดีไม่เหลือใคร อย่าลืมนะว่ายังมีพี่ที่รอจะปกป้องนุดีอยู่” วาคิมมีความห่วงใยและจริงใจให้นุดีเสมอ แต่ถ้าเป็นใครอีกคน เขากลับมีให้แต่ความเย็นชา ช่างแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่อหัวใจไม่ได้รัก หญิงสาวระบายยิ้มอีกหนแล้วเดินเลี่ยงตัวเข้าไปในห้องทำงาน ทันทีที่แผ่นหลังพิงกับเบาะ ก็ต้องยกมือขึ้นมากุมขมับกับความรู้สึกที่รุมเร้า เฮ้อออ… ‘ความรักของแกมีแต่เจ็บกับเจ็บนะยัยนุดี’ รู้ว่าไม่มีทางเป็นจริง แต่ก็หยุดรักไม่ได้เช่นกัน นุดีไม่สามารถยับยั้งความรู้สึกได้ มีแต่ปล่อยให้ยิ่งถลำลึกลงไปเรื่อยๆ จนไม่รู้ว่าจะเดินย้อนกลับไป ณ จุดเริ่มต้นได้อย่างไร ก่อนจะสะบัดศีรษะแรงๆ หันกลับมาสนใจงานตรงหน้า จนระยะเวลาล่วงเลยมาถึงยามเย็นหญิงสาวก็คว้ากระเป๋าสะพายใบสวยขึ้นมาเพื่อตรงกลับคอนโดมิเนียม บรรยากาศในห้องกว้างๆ นี้ช่างอ้างว้าง กระทั่งเวลาบนหน้าปัดนาฬิกาบอกว่าเกือบจะเที่ยงคืนเข้าไปแล้ว ใครอีกคนก็ยังไม่กลับมา แต่นุดีก็ยังรอ ชายรูปร่างสูงโตเดินเข้ามาพร้อมกลิ่นเหล้าติดก
Read more

บทที่ 6 ลิปสติก (05)

“คะ...คุณหมอก” นุดีลืมตาขึ้นเมื่อรู้สึกถึงแรงยุบตัวของเตียง หนำซ้ำยังสัมผัสได้ถึงบางสิ่ง ไม่กี่วินาทีต่อมาก็แทบกลืนน้ำลายไม่ลงคอ เมื่อร่างน้อยๆ โดนเรือนกายสูงใหญ่คร่อมทับ สีหน้าบ่งบอกว่ามีเรื่องไม่ชอบใจ นัยน์ตาของคนตัวโตเข้มขึ้น โครงหน้าหล่อเหลาค่อยๆ โน้มลงมาใกล้กับดวงหน้าสวย “อยากรู้ทำไมไม่ถาม” หนึ่งคำถามถูกเอ่ยออกมา ขณะใบหน้าห่างกันแค่คืบ นัยน์ตาฉายแววไม่พึงพอใจกับการที่นุดีมักเก็บความทุกข์ไว้กับตัว คำถามนั้นทำให้หญิงสาวเบือนหน้าหนีไปอีกทาง เธออยากถามใจจะขาด แต่กลัวจะกลายไปเป็นการล้ำเส้น ฝ่ามือใหญ่เชยหน้านวลให้กลับมาสบตากัน ไออุ่นๆ จากคนตัวโตจึงแผ่ไปหาคนหน้าเศร้า ก่อนคนถูกจับจ้องจะเม้มเรียวปากแน่น มือข้างหนึ่งของหมอกยกขึ้นลูบแก้มนวลเบาๆ รู้ว่านุดีคงไม่กล้าถาม เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาและเธอมีกำแพงความรู้สึกกั้นกลาง รวมไปถึงมีคำว่า ‘ศัตรู’ เป็นตัวทำให้ต่างฝ่ายต่างพยายามถอยห่าง แต่ลึกๆ แล้วภายในใจกลับมีบางความรู้สึกชัดเจน “ฟังนะ รอยลิปสติกนั่นเป็นแค่อุบัติเหตุ คุณอ้อยเดินไม่ระวังเลยล้ม ผมก็เลยคว้าตัวเธอไว
Read more
PREV
123456
...
12
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status