จันทราซ่อนแค้น のすべてのチャプター: チャプター 1 - チャプター 10

11 チャプター

บทที่ 1

ข้ายกสุราพิษออกมาอีกครา มุ่งหน้าไปคิดบัญชีกับเขาราวกับคนเสียสติทว่ากลับได้ยินอนุภรรยาของเขาหัวเราะต่อกระซิกออดอ้อนอยู่ในอ้อมอกว่า“พี่อาจิ่ง ท่านว่าหากนางรู้เข้าว่าบุตรที่ตัวเองยอมแลกชีวิตคลอดออกมา ถูกท่านอุดปากอุดจมูกจนตายด้วยน้ำมือของตนเองซ้ำยังต้องมาช่วยเลี้ยงดูบุตรของพวกเราสองคนแทนมาตลอดหกปี นางจะไม่เสียสติจนบ้าคลั่งไปเลยหรือเจ้าคะ?”วาจาเย้ยหยันหลังบานประตูสิ้นสุดลง แต่สิ่งที่ดังแว่วตามมากลับเป็นเสียงครวญครางระเริงรักอันเย้ายวนใจข้าตัวแข็งทื่อก้าวขาไม่ออก ได้แต่จ้องมองสุราพิษในมือตาค้างด้วยความโง่งมรับรู้ได้เพียงความหนาวเหน็บที่กัดกินไปทั่วทั้งร่างตลอดระยะเวลาหกปี ข้าเคยคิดที่จะสังหารถูจิ่งแล้วพาเด็กคนนั้นหนีไปนับครั้งไม่ถ้วนทว่าที่แท้แล้ว ทั้งความพยายาม ทั้งความแค้นของข้า กลับเป็นเพียงเรื่องตลกสิ้นดีเรื่องหนึ่งตั้งแต่ต้นจนจบบุตรของข้า ความหวังทั้งหมดในการมีชีวิตอยู่ต่อไปของข้า แท้จริงแล้วถูกบิดาบังเกิดเกล้าของเขาเข่นฆ่าจนตายไปตั้งแต่เมื่อหกปีก่อนแล้ว...เสียงครางกระเส่าและถ้อยคำหยาบโลนสารพัดรูปแบบ ลอดผ่านประตูหน้าต่างแว่วเข้ามาในโสตประสาทของข้าจนหมดสิ้นมือที่ปร
続きを読む

บทที่ 2

แรกเริ่มเดิมที ข้ามักจะกัดฟันกรอดพลางจ้องหน้าเขาอย่างเคียดแค้น“ถูจิ่ง สักวันหนึ่ง ข้าจะเด็ดศีรษะท่านด้วยมือของข้าเอง”แล้วเขาก็จะใช้มือบีบคางของข้าเอาไว้ บังคับให้ข้าต้องสบตาเขา“เช่นนั้นก็มาลองดูว่า เจ้าจะสังหารข้าได้ก่อน หรือข้าจะบีบให้เจ้าเป็นบ้าไปเสียก่อน”พวกเราต่างทรมานกันและกันเช่นนี้มานานถึงหกปีเขาแค้นที่บิดาของข้าทำตามราชโองการลับ สั่งประหารล้างจวนตระกูลถูในข้อหากบฏโดยไม่ต้องไต่สวนโทษส่วนข้าก็แค้นที่เขาไม่สนผิดชอบชั่วดีโยนความผิดทั้งหมดทั้งมวลมาลงที่ตระกูลเสิ่นเพียงผู้เดียว ซ้ำยังทรมานข้าสารพัดวิธีอันที่จริง หากมิใช่เพราะเด็กคนนั้น ข้าคงไม่อาจกัดฟันหยัดยืนมาได้จนถึงหกปีหรอกข้าเหนื่อยล้ามานานแล้ว เหนื่อยที่จะแค้น และเหนื่อยที่จะรักในค่ำคืนอันโดดเดี่ยวที่ดวงจันทร์อ้างว้างจนยากจะข่มตาหลับนับครั้งไม่ถ้วน ข้าได้แต่กอดผ้าห่มนั่งเหม่อลอยอยู่ลำพังรู้สึกว่าความตายคือการหลุดพ้นเพียงหนึ่งเดียวของตนเองแต่ข้ากลับตัดใจทิ้งบุตรที่ยังเยาว์วัยไม่ลง หัวใจที่เหี่ยวเฉาดวงนี้ จึงยังคงถูกดึงรั้งไว้ด้วยเส้นด้ายเส้นเล็กๆ ที่แสนเปราะบางจนกระทั่งวินาทีที่เส้นด้ายนั้นขาดสะบั้นลง ข้า
続きを読む

บทที่ 3

ถูจิ่งยื่นมือออกมาหมายจะขวางข้าไว้ แต่ถูกฉีซวี่ที่อยู่ด้านหลังร้องเรียกเอาไว้เสียก่อน“พี่อาจิ่ง…”“ออกไป”ทันทีที่เขาตวาดขึ้นมา ข้าก็เดินออกจากห้องไปแล้วสีหน้าของถูจิ่งดูย่ำแย่กว่าเดิม ฉีซวี่มองดูสีหน้าของเขาในตอนนี้ แล้วไม่กล้าเอ่ยปากถามอะไรเลยสักคำ จึงได้แต่พาถูซูหยางเดินออกไปอย่างเจียมตนบุรุษหนุ่มผู้มีสีหน้าเย็นชาทอดสายตามองเศษหยกที่เกลื่อนพื้น เขาค่อยๆ ย่อตัวลงนั่ง เก็บชิ้นส่วนขึ้นมาหนึ่งชิ้น แล้วกำไว้ในอุ้งมือแน่นองครักษ์ที่อยู่ด้านหลังเอ่ยถามด้วยความไม่เข้าใจ“ใต้เท้า ไฉนท่านจึงไม่บอกฮูหยินไปเล่าว่า ในตอนนั้น...”“พอได้แล้ว!”ถูจิ่งหลุบตาลง เพื่อซ่อนหางตาที่แดงก่ำ“หุบปากของเจ้าซะ”ตอนที่ข้าเดินย้อนกลับมา ก็ได้ยินประโยคนั้นเข้าพอดีเมื่อเขาเห็นข้า สีหน้าก็ดูทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ แต่เพียงพริบตาก็กลับไปร้ายกาจเหมือนทุกวันที่เผชิญหน้ากับข้าดังเดิม“กลับมาทำไมอีก?”ข้ามิได้ตอบคำถามเขา เพียงแต่ก้มลงเก็บเศษหยกที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นขึ้นมาจนหมดสิ้นทว่าตอนที่ข้ากำลังจะเก็บชิ้นสุดท้าย ถูจิ่งกลับไวทีกว่าข้าก้าวหนึ่ง เขาใช้เท้าเหยียบลงไปบนนั้นมุมปากของเขาประดับด้วยรอ
続きを読む

บทที่ 4

“พอที!”โทสะพลันปะทุขึ้นในใจ ข้าจึงแย่งรองเท้าหัวเสือจากมือเขากลับมาอย่างแข็งกร้าว“จะตะคอกไปทำไมกัน?”ถูจิ่งที่ยืนอยู่ข้างๆ ก้มหน้ามองต่ำลงพลางเอ่ยขึ้นอย่างเชื่องช้า“เขาก็เป็นบุตรของเจ้า หากร้องไห้ขึ้นมาจะทำอย่างไรเล่า?”“บุตรของข้าหรือ?”ข้าหัวเราะเยาะเย้ยหยัน“บุตรของข้าตายไปตั้งแต่หกปีก่อนแล้วมิใช่หรือ?”สีหน้าของถูจิ่งแข็งค้างไปในทันที ความตื่นตระหนกที่แฝงอยู่ในแววตาไม่อาจปกปิดไว้ได้อีกต่อไปเขาหันหน้าหนีไป ไม่กล้าสบตาข้า“จะ...เจ้ารู้ได้อย่างไรกัน?”“เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว ถูจิ่ง ข้าขอถามท่านเพียงประโยคเดียว”“หกปีก่อน บุตรที่ตายจากไปของข้า ถูกท่านนำไปไว้ที่ใด?”แววตาของเขาไหววูบด้วยความเจ็บปวดเพียงชั่วครู่ ก่อนจะกลับมาเรียบเฉยอย่างรวดเร็วเขามองดูท่าทางที่จวนจะสติแตกของข้า พลางเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มบางๆ“ก็แค่ลูกชู้ไร้ค่าคนหนึ่ง เกิดมาข้าก็โยนทิ้งไว้ที่ป่าช้าไร้ญาติแล้ว”ข้าตกตะลึงกับความไร้ยางอายของเขาจนยืนนิ่งอยู่ที่เดิมท่ามกลางความเงียบงันจนน่าอึดอัด ในที่สุดข้าก็ค่อยๆ ได้สติ และไม่รีรอที่จะตบฉาดลงบนใบหน้าของเขาอย่างเต็มแรง“เขาก็เป็นบุตรของท่านเหมือนกัน!”“
続きを読む

บทที่ 5

เมื่อนานมามากแล้ว เขามักจะกระซิบเรียกข้าด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนข้างหูเช่นนี้จริงๆเขากล่าวว่าชาตินี้ คำเรียกขานนี้จะเป็นของข้าเพียงผู้เดียวแต่ทว่าในเวลาต่อมา เขากลับโอบกอดฉีซวี่ พร้อมกับพร่ำเรียกนางว่า “ชิงชิง”ข้าแค่นยิ้มเยาะตนเองยิ้มให้กับคำเรียกขานที่ไม่ได้ยินมานาน เมื่อมันถูกพึมพำออกมาจากปากของถูจิ่ง กลับยังคงทำให้หัวใจที่แห้งเหือดของข้าเกิดแรงกระเพื่อมขึ้นมาได้เล็กน้อยในชั่วพริบตานั้น ความทรงจำบางอย่างที่ข้าเคยจงใจปิดตายเอาไว้ ก็หวนกลับมาท่วมท้นอีกครั้งข้าจำได้ถึงคืนฝนตกในวัยเยาว์ ข้าเล่นเพลินจนหลงทางในหุบเขา เขาถอดเสื้อของตนออกมาคลุมให้ข้าแล้วแบกข้าเดินทีละก้าวออกจากหุบเขาลึกยามนั้นข้าแนบหน้าลงบนแผ่นหลังของเขา ฟังเสียงหัวใจที่เต้นรัวจนผิดจังหวะไม่รู้ว่าเป็นของเขา หรือเป็นของข้ากันแน่แม้แต่ในยามที่แต่งงานกันแล้ว เราก็เคยมีช่วงเวลาที่มีความสุขอยู่ช่วงหนึ่งเขาเคยวิ่งผ่านถนนสามสายอยู่ทุกวี่วัน เพื่อไปหาพ่อครัวที่เหลาอาหาร ฝึกทำขนมที่ข้าชอบที่สุดและเคยมีวันที่เขารู้ว่าข้าตั้งครรภ์ แววตาของเขานั้นเปี่ยมล้นไปด้วยความยินดีที่ไม่อาจเสแสร้งได้เขาเด็ดดอกกุ้ยฮวาในฤดูใบไม้
続きを読む

บทที่ 6

ถูจิ่งรีบยัดเม็ดยาถอนพิษเข้าปากข้าด้วยความลนลาน ทว่ากลับไม่อาจต้านทานเลือดพิษที่ไหลทะลักออกมาไม่ขาดสายได้“ชิงชิง…”“ชิงชิง อย่าเพิ่งหลับนะ...”“เสิ่นอชิงวิ๋น ข้าขอร้องเจ้าล่ะ อย่าเพิ่งหลับนะ”หยาดน้ำตาของเขาหยดลงบนแก้มข้า พร้อมกับความร้อนระอุที่แผดเผาทว่าสติสัมปชัญญะของข้ากลับยิ่งพร่าเลือนลงเรื่อยๆข้ายังพอจดจำได้เลือนรางว่า ปีนั้นดอกหลีฮวาร่วงหล่นเต็มพื้น ทั้งเมืองฉางอันเต็มไปด้วยสีขาวโพลนที่โปรยปรายลงมาเด็กหนุ่มในอาภรณ์สีครามรวบผมหางม้าสูง ควบม้าทะยานผ่านถนนหินศิลา มือถือกระบี่ตวัดเกี่ยวไหสุราอันเป็นรางวัลจากหอวั่งเยว่ลงมาท่ามกลางเสียงฮือฮาของผู้คน เขาก็ควบม้าทะยานจากไปควบอาชาอิงสะพานโค้ง หญิงงามบนหอส่งสายตาเย้ายวนถูจิ่งในวัยเยาว์เรียกได้ว่าเป็น “ชายหนุ่มผู้สง่างามไร้ที่ติ” โดยแท้ยามเขาทะยานลงมาหยุดเบื้องหน้าข้า รอยยิ้มนั้นช่างดูรื่นเริงและเปี่ยมด้วยอิสระ“รับไว้เสีย! เสี่ยวชิงอวิ๋น นี่คือสุราที่พี่ชายไปแย่งชิงกลับมาให้เจ้า!”ยืนสง่างามดั่งไม้งามล้ำค่า รอยยิ้มเจิดจ้าประหนึ่งแสงจันทร์กระจ่างใจนั่นคือความคิดเดียวที่แล่นเข้ามาในหัวของข้า ณ ชั่วขณะนั้นและเป็นครั้ง
続きを読む

บทที่ 7

ผู้ใดก็ตามที่เกี่ยวข้องกับอ๋องจิ้ง ให้ประหารชีวิตโดยไม่ต้องไต่สวนตอนที่เขาจากไป เขาหันมามองข้าอย่างลึกซึ้งคราหนึ่ง ในแววตาเต็มไปด้วยอารมณ์ซับซ้อนที่ข้าไม่อาจเข้าใจหลังจากข้ากลับถึงบ้าน ก็เห็นท่านพ่อยืนรออยู่ที่หน้าห้องของข้า ราวกับว่าท่านดูแก่ชราลงไปถึงสิบปีในชั่วพริบตา“เขาไปแล้วหรือ?”“เจ้าค่ะ”เวลาล่วงเลยไปหลายปีอย่างรวดเร็ว หลังพิธีปักปิ่นข้าจบลง ทางบ้านก็เริ่มมองหาคู่ครองให้ข้าทว่าเงาร่างของเด็กหนุ่มที่ควบม้าผ่านไปในปีนั้น กลับไม่อาจเลือนหายไปจากใจข้าได้เลยกลับกัน มันยิ่งแจ่มชัดขึ้นเรื่อยๆในวันที่การแต่งงานกับคุณชายตระกูลหลี่ถูกกำหนดขึ้น ข้าจึงขุดไหสุรานารีแดงที่ฝังไว้ใต้ต้นหลีฮวานั่นขึ้นมาข้าดื่มเพียงลำพังจนเมามายไม่ได้สติข้าอาศัยความเมามาย บุกไปถึงหน้าจวนตระกูลหลี่แล้วทำลายงานมงคลของตนเองลงกับมือนั่นเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ข้ากระทำตัวนอกรีตและแหกกฎจารีตท่านพ่อท่านแม่มองดูข้าพลางถอนหายใจด้วยความจนใจ ทว่ากลับไม่กล่าววาจาใดๆ ออกมาเลยในวันที่ได้พบถูจิ่งอีกครั้ง ข้าถูกบีบให้มองดูญาติพี่น้องถูกตัดศีรษะทีละคนๆ จนร้องไห้ออกมาสุดเสียงสุดท้ายเหลือเพียงข้ากับท่านพ่อท
続きを読む

บทที่ 8

บรรยากาศเงียบงันชวนให้อึดอัด“ในเมื่อฟื้นแล้ว...เช่นนั้นข้าคงต้องขอตัวก่อน”ในที่สุดเขาก็ทนรับมือกับบรรยากาศที่น่ากระอักกระอ่วนนี้ไม่ไหว จึงขอตัวจากไปก่อนทว่าในวินาทีที่เขาเดินไปถึงหน้าประตู เขาก็หันกลับมา“เสิ่นชิงอวิ๋น ต่อไปนี้ห้ามตายอีกนะ”ข้าพลิกตัวหันหลังให้เขา ไม่ได้ตอบรับคำพูดของเขาในมุมมืดที่เขาไม่อาจมองเห็น หยาดน้ำตาอันไร้สุ้มเสียงก็ร่วงหล่นลงมาในช่วงเวลาไม่กี่วันที่ข้าหมดสติไปนั้น ข้าได้ย้อนมองสิบกว่าปีที่ผ่านมา ประหนึ่งภาพฉายที่แล่นผ่านตาอย่างรวดเร็วอีกครั้งตั้งแต่ความสัมพันธ์อันดีของสองตระกูลในวัยเยาว์ ไปจนถึงวันฤดูหนาวที่หิมะโปรยปราย และเสียงร้องไห้แทบขาดใจของผู้คนนับไม่ถ้วนตั้งแต่ความสุขสมในรักแรกเริ่ม ไปจนถึงความทรมานที่อยากจะให้อีกฝ่ายตายตกไปตามกันจากวันวานที่ดอกหลีฮวาบานสะพรั่งในฤดูใบไม้ผลิ สู่ยามที่เส้นผมขาวโพลนไปทั้งศีรษะ...ความรู้สึกนับพันประการนั้น ราวกับมดนับหมื่นที่กัดกินหัวใจ กัดกินเนื้อสดๆ ออกจากอกถูจิ่งคิดมาโดยตลอดว่า ตระกูลเสิ่นเป็นต้นเหตุที่ทำให้ครอบครัวเขาแตกแยกและสูญเสียทว่าแท้จริงแล้ว บิดาของข้าตั้งแต่ต้นจนจบ ก็เป็นเพียงผู้รับราชโองก
続きを読む

บทที่ 9

“ท่านแม่ หยางเอ๋อร์จะไม่ดื้อรั้นกับท่านแล้ว”“ท่านแม่ ท่านอย่าตายเลยได้หรือไม่…”“ทั้งหมดเป็นความผิดของหยางเอ๋อร์เอง...”เขาพูดไปสะอื้นไป พลางแจกแจงความผิดที่เคยทำไว้ในอดีตออกมาทีละข้อเขาสารภาพว่าเมื่อก่อนตนไร้เดียงสาเกินไป จึงเอาแต่ชอบท่านน้าซวี่ โดยที่เขาไม่เคยนึกฝันเลยว่าจะมีวันที่ข้าจะต้องจากเขาไปจริงๆดวงตาดำขลับกระจ่างใสของถูซูหยางเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตา เขามองตรงมาที่ข้าราวกับต้องการคำมั่นสัญญาข้ามองดูเขา ความรู้สึกในใจวูบไหวไปชั่วขณะหากตอนนั้นบุตรของข้าไม่ตายจากไป ยามที่เขาดื้อรั้นแล้วกลับมาสำนึกผิดเช่นนี้ จะมีหน้าตาไม่ต่างไปจากถูซูหยางที่อยู่ตรงหน้าใช่หรือไม่?หรือว่า เขาจะรู้จักความมากกว่านี้กันนะ?หัวใจเหมือนถูกบีบอย่างแรงวูบหนึ่ง แล้วเริ่มปวดแปลบขึ้นมาข้าไอออกมาอย่างหนักสองสามครั้ง“รู้แล้ว เจ้าออกไปเล่นเถิด”“ท่านแม่...”“ออกไปเถิด”สำหรับถูซูหยาง ข้ายังหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้เลยว่าควรจะเผชิญหน้ากับเขาด้วยความรู้สึกเช่นไรเขาวิ่งสะอื้นไห้ออกไป โดยไม่ทันสังเกตเห็นเลยว่าเบื้องหลังนั้น ข้าไม่สามารถประคองตัวไหวอีกต่อไป จึงไอออกมาเป็นเลือดคำโต......วันถัด
続きを読む

บทที่ 10

“ทำไมกัน…”หยาดน้ำตาเค็มปร่าร่วงหล่นลงมาราวกับไข่มุกที่ขาดสาย เป็นเม็ดโตหยดแล้วหยดเล่าทว่าก็ไม่อาจกลบฝังความเจ็บปวดล้ำลึกภายในใจข้าได้เลย“เพราะเขาสมควรตาย คนตระกูลเสิ่นของพวกเจ้า ล้วนสมควรตาย...”“พวกมีชะตาต่ำต้อยมาแต่กำเนิด!”“จริงสิ ยังมีบุตรชายของเจ้าอีกคน”เขาชะงักไปครู่หนึ่ง หางตาแดงก่ำจนสั่นระริก ถ้อยคำที่เอ่ยออกมานั้นขาดห้วงและติดขัดทว่ามันกลับชัดเจน และเข้าสู่โสตประสาทของข้าจนครบถ้วนไม่ตกหล่นแม้แต่คำเดียว“เขาเอง ก็...ถูกข้าใช้มือปิดปากจมูกจนขาดใจตาย”“ตอนที่เขาตาย ทั่วทั้งร่าง…ล้วนเขียวช้ำไปหมด”“เจ้ารู้หรือไม่...”“ถูจิ่ง ท่านมันเดรัจฉาน!”ยามนี้ความแค้นได้ทำให้ข้าสูญสิ้นซึ่งสติสัมปชัญญะไปจนหมดสิ้นข้าแทบไม่ได้ยินแล้วว่าเขากำลังพูดสิ่งใด เห็นเพียงปากของเขาที่ขยับขึ้นลงไม่หยุดเปรียบเสมือนปีศาจร้ายจากขุมนรกที่กำลังมาทวงคืนวิญญาณหน้าเขียวเขี้ยวโง้ง ช่างดูน่าสยดสยองยิ่งนักความแค้นที่ห่างหายไปนานแผ่ซ่านขึ้นในใจ ในตอนนั้นเองที่เสียงหนึ่งดังชัดเจนขึ้นในห้วงความคิดของข้าสังหารเขาเสีย…แก้แค้น…แก้แค้นให้ทุกคน!ดังนั้น ข้าจึงชักมีดสั้นที่พกซ่อนไว้ในแขนเสื้อม
続きを読む
前へ
12
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status