Share

บทที่ 2

Author: ฟางหยวน
แรกเริ่มเดิมที ข้ามักจะกัดฟันกรอดพลางจ้องหน้าเขาอย่างเคียดแค้น

“ถูจิ่ง สักวันหนึ่ง ข้าจะเด็ดศีรษะท่านด้วยมือของข้าเอง”

แล้วเขาก็จะใช้มือบีบคางของข้าเอาไว้ บังคับให้ข้าต้องสบตาเขา

“เช่นนั้นก็มาลองดูว่า เจ้าจะสังหารข้าได้ก่อน หรือข้าจะบีบให้เจ้าเป็นบ้าไปเสียก่อน”

พวกเราต่างทรมานกันและกันเช่นนี้มานานถึงหกปี

เขาแค้นที่บิดาของข้าทำตามราชโองการลับ สั่งประหารล้างจวนตระกูลถูในข้อหากบฏโดยไม่ต้องไต่สวนโทษ

ส่วนข้าก็แค้นที่เขาไม่สนผิดชอบชั่วดีโยนความผิดทั้งหมดทั้งมวลมาลงที่ตระกูลเสิ่นเพียงผู้เดียว ซ้ำยังทรมานข้าสารพัดวิธี

อันที่จริง หากมิใช่เพราะเด็กคนนั้น ข้าคงไม่อาจกัดฟันหยัดยืนมาได้จนถึงหกปีหรอก

ข้าเหนื่อยล้ามานานแล้ว เหนื่อยที่จะแค้น และเหนื่อยที่จะรัก

ในค่ำคืนอันโดดเดี่ยวที่ดวงจันทร์อ้างว้างจนยากจะข่มตาหลับนับครั้งไม่ถ้วน ข้าได้แต่กอดผ้าห่มนั่งเหม่อลอยอยู่ลำพัง

รู้สึกว่าความตายคือการหลุดพ้นเพียงหนึ่งเดียวของตนเอง

แต่ข้ากลับตัดใจทิ้งบุตรที่ยังเยาว์วัยไม่ลง หัวใจที่เหี่ยวเฉาดวงนี้ จึงยังคงถูกดึงรั้งไว้ด้วยเส้นด้ายเส้นเล็กๆ ที่แสนเปราะบาง

จนกระทั่งวินาทีที่เส้นด้ายนั้นขาดสะบั้นลง ข้าถึงได้เข้าใจ...

ถูจิ่ง เจ้าชนะแล้ว นี่คือการทรมานที่ลึกซึ้งและหนักหนาสาหัสที่สุดที่เจ้ามอบให้กับข้า

ข้าลดสายตาลงมองน้ำสุราพิษที่กำลังแผ่ขยายซึมไปทั่วพื้นอย่างเย็นชา

ในใจไร้ซึ่งเรี่ยวแรงที่จะโต้ตอบหรือฟาดฟันกับเขาอีกต่อไป

ทำได้เพียงปล่อยมือทั้งสองข้างลงอย่างไร้เรี่ยวแรง แล้วหันหลังเดินจากไปในจังหวะที่เขาคาดว่าข้าจะเอ่ยปากด่าทอเขาอีก

สามวันให้หลัง เป็นวันครบรอบวันตายของบิดามารดาข้า

บางทีถึงเวลานั้น ข้าอาจจะต้องเตรียมสุราพิษไว้ให้ตัวเองสักจอกแล้วกระมัง

หลังจากกลับถึงเรือนพักของตนด้วยความรู้สึกเลื่อนลอย

ข้ามองเห็นจี้หยกชิ้นหนึ่งที่วางอยู่บนโต๊ะ ซึ่งยังแกะสลักไม่เสร็จสมบูรณ์

ข้าหยิบมันขึ้นมาลูบไล้เบาๆ ปลายนิ้วสัมผัสได้ถึงลวดลายที่ชัดเจน

ทีละเส้นๆ ล้วนเป็นสิ่งที่ข้าตั้งใจสลักขึ้นมากับมือ

หลังจากใช้ผ้าเช็ดหน้าห่อไว้อย่างดีแล้ว ข้าก็นำมันไปเก็บไว้ในซอกลึกที่สุดของชั้นตำรา

เดิมทีนั่นเป็นของขวัญปีใหม่ที่ข้าเตรียมไว้ให้บุตร ซึ่งลงมือแกะสลักมานานหลายเดือนแล้ว

บัดนี้เหลือเพียงขั้นตอนสุดท้ายเท่านั้น

ทว่าตอนนี้...

ในใจข้ากลับท่วมท้นไปด้วยความทุกข์ระทม ก่อนจะแค่นยิ้มหยันให้กับตัวเองแล้วหยิบจี้หยกชิ้นนั้นออกมาอีกครั้ง

ข้าหยิบเหล็กแหลมสำหรับเจาะกระดูกขึ้นมา ค่อยๆ บรรจงเจาะรูให้มันทีละนิด

ถึงอย่างไร ตลอดหกปีที่ใช้ชีวิตร่วมกันมา ข้าก็ยังคงมีความรู้สึกผูกพันฉันท์มารดาและบุตรให้เขาอยู่ไม่น้อย

ถือเสียว่าเป็นของขวัญชิ้นสุดท้ายในการร่ำลา

และถือว่าเป็นการปิดฉากความสัมพันธ์ฉันท์มารดาและบุตรตลอดหกปีนี้ลงเสียที

แต่จนกระทั่งยามเย็นของวันถัดมา เมื่อข้านำจี้หยกที่เจาะรูเรียบร้อยแล้วไปผูกไว้ที่เอวของบุตร

ถูซูหยางกลับเพียงแค่มองมันปราดเดียว ก็ปลดมันออกโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย

เขากระแทกหยกชิ้นนั้นลงกับพื้นหินขัดจนแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ

“ของไร้ค่าพรรค์นี้ น่าเกลียดชะมัด!”

รอยยิ้มแข็งค้างอยู่บนใบหน้าทันที ผ่านไปครู่ใหญ่ ข้าถึงเพิ่งจะหาเสียงของตัวเองเจอ

“หยางเอ๋อร์ไม่ชอบจี้หยกที่แม่ทำให้เจ้าหรือ?”

เขาร้องไห้ออกมา แล้วกำหมัดซัดลงมาที่ตัวข้าอย่างแรง

“เจ้ามิใช่มารดาของข้าสักหน่อย!”

“เมื่อวานนี้ท่านน้าซวี่บอกข้าแล้ว นางต่างหากที่เป็นมารดาของข้า!”

“ข้าชอบท่านน้าซวี่ ข้าไม่ชอบเจ้า!”

เขาพูดไปพลางโผเข้าสู่อ้อมกอดของฉีซวี่ ทำท่าทางราวกับได้รับความอยุติธรรม

ฉีซวี่ตัวแข็งทื่อไปชั่วขณะ นางหันไปมองถูจิ่งที่อยู่ด้านข้าง สีหน้าดูมีพิรุธอยู่หลายส่วน

ถูจิ่งพลันสีหน้าเปลี่ยนเป็นบูดบึ้งขึ้นมาทันที ความเย็นชาในแววตานั้นเยือกเย็นจนน่าสะพรึงกลัว เขาถึงกับหันไปถามฉีซวี่ด้วยน้ำเสียงเอาเรื่อง

“เป็นเจ้าที่สอนเขาใช่หรือไม่?”

“มะ...ไม่ใช่นะ...”

“พี่อาจิ่ง เด็กน้อยไม่รู้ความเลยพูดจาเหลวไหลไปเรื่อย...”

“หึ”

ข้าอดไม่ได้ที่จะแค่นหัวเราะออกมาอย่างเย็นชา

สีหน้าของถูจิ่งชะงักไปเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าข้ายังอยู่ตรงนี้ ก็คล้ายกับนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

แววตาของเขาวูบไหวไปชั่วขณะ มุมปากพลันยกยิ้มขึ้นมา เขาโอบไหล่ของฉีซวี่ไว้อย่างปลอบประโลม แล้วเอ่ยคำพูดปลอบใจไปสองสามประโยค

“ไม่เป็นไรหรอก”

หลังจากนั้น เขาก็คว้าคอเสื้อด้านหลังของถูซูหยางขึ้นมา แล้วกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงกึ่งล้อเล่นกึ่งข่มขู่

“หากเจ้ายังพูดจาเหลวไหลอีก ข้าจะโยนเจ้าไปที่สนามล่าสัตว์ให้หมาป่ากินเสีย”

ทำเรื่องพวกนี้เสร็จแล้ว ถูจิ่งถึงได้หันมามองข้าในที่สุด คิ้วขมวดเข้าหากันเล็กน้อย

“เจ้าหัวเราะอะไร?”

หัวเราะอะไรน่ะหรือ?

ย่อมต้องหัวเราะท่าทีที่พยายามปกปิดอย่างสุดชีวิตของเขาในตอนนี้ ที่ช่างจอมปลอมและดูงุ่มง่ามเสียจริงน่ะสิ

ข้าเดินผ่านตัวเขาไป ทำเป็นมองไม่เห็นและเตรียมจะหันหลังเดินจากไป

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • จันทราซ่อนแค้น   บทที่ 11

    เมื่อไม่กี่วันก่อน ถูซูหยางเพียงแค่ทำมันตกพื้นโดยไม่ตั้งใจ ก็ถูกส่งตัวไปคุกเข่าสำนึกผิดที่ศาลบรรพชนแล้วในตอนนั้นข้าทั้งโกรธแค้นฟ้าดิน กระทั่งพาลเกลียดชังมันไปด้วยทว่าข้าไม่เคยคาดคิดเลยว่า จะมีวันที่ข้าต้องกอดมันไว้แล้วร้องไห้ฟูมฟายจนไม่เหลือสภาพเช่นนี้ภายในกล่องมีไหดินเผาสีดำใบหนึ่งวางอยู่ มันคืออัฐิของบุตรข้าข้าใช้สองมือที่สั่นเทาประคองมันขึ้นมา หมายจะเอ่ยเรียกเขาดูสักคำทว่าครุ่นคิดวนเวียนไปมาอยู่นาน ข้ากลับไม่รู้เลยว่าควรจะกล่าวสิ่งใดกันแน่เขาไม่มีชื่อ...ชื่อหยางเอ๋อร์ที่ข้าเรียกขานมาตลอดหกปีนั้น หาใช่ชื่อของเขาไม่แม้แต่หน้าของเขา ข้ายังไม่เคยได้เห็น แม้แต่ชื่อของเขา ข้ก็ายังไม่เคยได้ตั้งให้“อันอัน...”“แม่เรียกเจ้าว่าอันอันดีหรือไม่?”“แม่เพียงหวังให้เจ้าที่อยู่ที่นั่น ได้อยู่อย่างราบรื่นและปลอดภัย...”ข้ากอดเขาไว้แน่นแม่ขอโทษนะชีวิตแม่นี้ช่างอาภัพนัก หวังว่าในชาติหน้า อันอันจะไม่ต้องมาทนทุกข์ทรมานร่วมกับแม่เช่นนี้อีกไปเกิดใหม่ในครอบครัวที่ดีกว่านี้นะลูกนะ......“ฮูหยิน”ไม่รู้ว่าองครักษ์ข้างกายของถูจิ่งปรากฏตัวขึ้นข้างหลังข้าตั้งแต่เมื่อใดเขาถอนหายใ

  • จันทราซ่อนแค้น   บทที่ 10

    “ทำไมกัน…”หยาดน้ำตาเค็มปร่าร่วงหล่นลงมาราวกับไข่มุกที่ขาดสาย เป็นเม็ดโตหยดแล้วหยดเล่าทว่าก็ไม่อาจกลบฝังความเจ็บปวดล้ำลึกภายในใจข้าได้เลย“เพราะเขาสมควรตาย คนตระกูลเสิ่นของพวกเจ้า ล้วนสมควรตาย...”“พวกมีชะตาต่ำต้อยมาแต่กำเนิด!”“จริงสิ ยังมีบุตรชายของเจ้าอีกคน”เขาชะงักไปครู่หนึ่ง หางตาแดงก่ำจนสั่นระริก ถ้อยคำที่เอ่ยออกมานั้นขาดห้วงและติดขัดทว่ามันกลับชัดเจน และเข้าสู่โสตประสาทของข้าจนครบถ้วนไม่ตกหล่นแม้แต่คำเดียว“เขาเอง ก็...ถูกข้าใช้มือปิดปากจมูกจนขาดใจตาย”“ตอนที่เขาตาย ทั่วทั้งร่าง…ล้วนเขียวช้ำไปหมด”“เจ้ารู้หรือไม่...”“ถูจิ่ง ท่านมันเดรัจฉาน!”ยามนี้ความแค้นได้ทำให้ข้าสูญสิ้นซึ่งสติสัมปชัญญะไปจนหมดสิ้นข้าแทบไม่ได้ยินแล้วว่าเขากำลังพูดสิ่งใด เห็นเพียงปากของเขาที่ขยับขึ้นลงไม่หยุดเปรียบเสมือนปีศาจร้ายจากขุมนรกที่กำลังมาทวงคืนวิญญาณหน้าเขียวเขี้ยวโง้ง ช่างดูน่าสยดสยองยิ่งนักความแค้นที่ห่างหายไปนานแผ่ซ่านขึ้นในใจ ในตอนนั้นเองที่เสียงหนึ่งดังชัดเจนขึ้นในห้วงความคิดของข้าสังหารเขาเสีย…แก้แค้น…แก้แค้นให้ทุกคน!ดังนั้น ข้าจึงชักมีดสั้นที่พกซ่อนไว้ในแขนเสื้อม

  • จันทราซ่อนแค้น   บทที่ 9

    “ท่านแม่ หยางเอ๋อร์จะไม่ดื้อรั้นกับท่านแล้ว”“ท่านแม่ ท่านอย่าตายเลยได้หรือไม่…”“ทั้งหมดเป็นความผิดของหยางเอ๋อร์เอง...”เขาพูดไปสะอื้นไป พลางแจกแจงความผิดที่เคยทำไว้ในอดีตออกมาทีละข้อเขาสารภาพว่าเมื่อก่อนตนไร้เดียงสาเกินไป จึงเอาแต่ชอบท่านน้าซวี่ โดยที่เขาไม่เคยนึกฝันเลยว่าจะมีวันที่ข้าจะต้องจากเขาไปจริงๆดวงตาดำขลับกระจ่างใสของถูซูหยางเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตา เขามองตรงมาที่ข้าราวกับต้องการคำมั่นสัญญาข้ามองดูเขา ความรู้สึกในใจวูบไหวไปชั่วขณะหากตอนนั้นบุตรของข้าไม่ตายจากไป ยามที่เขาดื้อรั้นแล้วกลับมาสำนึกผิดเช่นนี้ จะมีหน้าตาไม่ต่างไปจากถูซูหยางที่อยู่ตรงหน้าใช่หรือไม่?หรือว่า เขาจะรู้จักความมากกว่านี้กันนะ?หัวใจเหมือนถูกบีบอย่างแรงวูบหนึ่ง แล้วเริ่มปวดแปลบขึ้นมาข้าไอออกมาอย่างหนักสองสามครั้ง“รู้แล้ว เจ้าออกไปเล่นเถิด”“ท่านแม่...”“ออกไปเถิด”สำหรับถูซูหยาง ข้ายังหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้เลยว่าควรจะเผชิญหน้ากับเขาด้วยความรู้สึกเช่นไรเขาวิ่งสะอื้นไห้ออกไป โดยไม่ทันสังเกตเห็นเลยว่าเบื้องหลังนั้น ข้าไม่สามารถประคองตัวไหวอีกต่อไป จึงไอออกมาเป็นเลือดคำโต......วันถัด

  • จันทราซ่อนแค้น   บทที่ 8

    บรรยากาศเงียบงันชวนให้อึดอัด“ในเมื่อฟื้นแล้ว...เช่นนั้นข้าคงต้องขอตัวก่อน”ในที่สุดเขาก็ทนรับมือกับบรรยากาศที่น่ากระอักกระอ่วนนี้ไม่ไหว จึงขอตัวจากไปก่อนทว่าในวินาทีที่เขาเดินไปถึงหน้าประตู เขาก็หันกลับมา“เสิ่นชิงอวิ๋น ต่อไปนี้ห้ามตายอีกนะ”ข้าพลิกตัวหันหลังให้เขา ไม่ได้ตอบรับคำพูดของเขาในมุมมืดที่เขาไม่อาจมองเห็น หยาดน้ำตาอันไร้สุ้มเสียงก็ร่วงหล่นลงมาในช่วงเวลาไม่กี่วันที่ข้าหมดสติไปนั้น ข้าได้ย้อนมองสิบกว่าปีที่ผ่านมา ประหนึ่งภาพฉายที่แล่นผ่านตาอย่างรวดเร็วอีกครั้งตั้งแต่ความสัมพันธ์อันดีของสองตระกูลในวัยเยาว์ ไปจนถึงวันฤดูหนาวที่หิมะโปรยปราย และเสียงร้องไห้แทบขาดใจของผู้คนนับไม่ถ้วนตั้งแต่ความสุขสมในรักแรกเริ่ม ไปจนถึงความทรมานที่อยากจะให้อีกฝ่ายตายตกไปตามกันจากวันวานที่ดอกหลีฮวาบานสะพรั่งในฤดูใบไม้ผลิ สู่ยามที่เส้นผมขาวโพลนไปทั้งศีรษะ...ความรู้สึกนับพันประการนั้น ราวกับมดนับหมื่นที่กัดกินหัวใจ กัดกินเนื้อสดๆ ออกจากอกถูจิ่งคิดมาโดยตลอดว่า ตระกูลเสิ่นเป็นต้นเหตุที่ทำให้ครอบครัวเขาแตกแยกและสูญเสียทว่าแท้จริงแล้ว บิดาของข้าตั้งแต่ต้นจนจบ ก็เป็นเพียงผู้รับราชโองก

  • จันทราซ่อนแค้น   บทที่ 7

    ผู้ใดก็ตามที่เกี่ยวข้องกับอ๋องจิ้ง ให้ประหารชีวิตโดยไม่ต้องไต่สวนตอนที่เขาจากไป เขาหันมามองข้าอย่างลึกซึ้งคราหนึ่ง ในแววตาเต็มไปด้วยอารมณ์ซับซ้อนที่ข้าไม่อาจเข้าใจหลังจากข้ากลับถึงบ้าน ก็เห็นท่านพ่อยืนรออยู่ที่หน้าห้องของข้า ราวกับว่าท่านดูแก่ชราลงไปถึงสิบปีในชั่วพริบตา“เขาไปแล้วหรือ?”“เจ้าค่ะ”เวลาล่วงเลยไปหลายปีอย่างรวดเร็ว หลังพิธีปักปิ่นข้าจบลง ทางบ้านก็เริ่มมองหาคู่ครองให้ข้าทว่าเงาร่างของเด็กหนุ่มที่ควบม้าผ่านไปในปีนั้น กลับไม่อาจเลือนหายไปจากใจข้าได้เลยกลับกัน มันยิ่งแจ่มชัดขึ้นเรื่อยๆในวันที่การแต่งงานกับคุณชายตระกูลหลี่ถูกกำหนดขึ้น ข้าจึงขุดไหสุรานารีแดงที่ฝังไว้ใต้ต้นหลีฮวานั่นขึ้นมาข้าดื่มเพียงลำพังจนเมามายไม่ได้สติข้าอาศัยความเมามาย บุกไปถึงหน้าจวนตระกูลหลี่แล้วทำลายงานมงคลของตนเองลงกับมือนั่นเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ข้ากระทำตัวนอกรีตและแหกกฎจารีตท่านพ่อท่านแม่มองดูข้าพลางถอนหายใจด้วยความจนใจ ทว่ากลับไม่กล่าววาจาใดๆ ออกมาเลยในวันที่ได้พบถูจิ่งอีกครั้ง ข้าถูกบีบให้มองดูญาติพี่น้องถูกตัดศีรษะทีละคนๆ จนร้องไห้ออกมาสุดเสียงสุดท้ายเหลือเพียงข้ากับท่านพ่อท

  • จันทราซ่อนแค้น   บทที่ 6

    ถูจิ่งรีบยัดเม็ดยาถอนพิษเข้าปากข้าด้วยความลนลาน ทว่ากลับไม่อาจต้านทานเลือดพิษที่ไหลทะลักออกมาไม่ขาดสายได้“ชิงชิง…”“ชิงชิง อย่าเพิ่งหลับนะ...”“เสิ่นอชิงวิ๋น ข้าขอร้องเจ้าล่ะ อย่าเพิ่งหลับนะ”หยาดน้ำตาของเขาหยดลงบนแก้มข้า พร้อมกับความร้อนระอุที่แผดเผาทว่าสติสัมปชัญญะของข้ากลับยิ่งพร่าเลือนลงเรื่อยๆข้ายังพอจดจำได้เลือนรางว่า ปีนั้นดอกหลีฮวาร่วงหล่นเต็มพื้น ทั้งเมืองฉางอันเต็มไปด้วยสีขาวโพลนที่โปรยปรายลงมาเด็กหนุ่มในอาภรณ์สีครามรวบผมหางม้าสูง ควบม้าทะยานผ่านถนนหินศิลา มือถือกระบี่ตวัดเกี่ยวไหสุราอันเป็นรางวัลจากหอวั่งเยว่ลงมาท่ามกลางเสียงฮือฮาของผู้คน เขาก็ควบม้าทะยานจากไปควบอาชาอิงสะพานโค้ง หญิงงามบนหอส่งสายตาเย้ายวนถูจิ่งในวัยเยาว์เรียกได้ว่าเป็น “ชายหนุ่มผู้สง่างามไร้ที่ติ” โดยแท้ยามเขาทะยานลงมาหยุดเบื้องหน้าข้า รอยยิ้มนั้นช่างดูรื่นเริงและเปี่ยมด้วยอิสระ“รับไว้เสีย! เสี่ยวชิงอวิ๋น นี่คือสุราที่พี่ชายไปแย่งชิงกลับมาให้เจ้า!”ยืนสง่างามดั่งไม้งามล้ำค่า รอยยิ้มเจิดจ้าประหนึ่งแสงจันทร์กระจ่างใจนั่นคือความคิดเดียวที่แล่นเข้ามาในหัวของข้า ณ ชั่วขณะนั้นและเป็นครั้ง

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status