คุณชายหมอขอปราบรัก ภาค 3(จบ)의 모든 챕터: 챕터 31 - 챕터 40

51 챕터

บทที่ 31 ผู้สอดแนม

ก่อนหน้านี้ตอนที่หรูหยู่เยียนลักพาตัวเขา ท่านหมอหนุ่มก็พอจะรู้แล้วว่านางมีฝีมือ ที่ได้เป็นขุนพลก็ด้วยความสามารถ มิใช่เพราะมีบิดาเป็นแม่ทัพ ในช่วงที่นางฝึกทหาร เขาก็เคยไปดูอยู่บ่อยๆ แต่นั่นเป็นการฝึกซ้อมกับทหารในกองทัพสกุลหรูของนาง คนพวกนั้นอาจจะไม่กล้าลงมือหนักก็เป็นได้ ไม่รู้ว่าฝีมือที่แท้จริงของนางเป็นอย่างไร ฮัวชวินยืนมองดูการต่อสู้ของภรรยาตนเองกับทหารสกุลเซิ่งด้วยความตื่นเต้น นางตกอยู่ท่ามกลางศัตรูถึงสี่คนแต่กลับหมุนตัวใช้กระบี่ฆ่าคนเหล่านั้นลงไปได้พร้อมๆ กัน ‘เยียนเอ๋อร์ฝีมือไม่เบา พอเห็นนางต่อสู้กับศัตรูเช่นนี้แล้วข้าก็วางใจลงได้ระดับหนึ่ง’ แต่พอเห็นนางฟาดฟันกับศัตรูบนลานดินตรงหน้าแบบเอาเป็นเอาตาย ฮัวชวินก็พลันรู้สึกว่าตนเองกังวลมากเกินไป พลังของนางบวกกับฝีมือนับว่าไม่เป็นรองผู้ใด กระทั่งมู่อันที่ได้ชื่อว่าเป็นขุนพลหนุ่ม คิดอย่างไม่เข้าข้างภรรยา ฮัวชวินก็คิดว่าเจ้าคนแซ่มู่ผู้นั้นยังสู้ภรรยาของตนมิได้ ราวครึ่งเค่อทั้งลานดินชายป่าก็เต็มไปด้วยศพของศัตรู หรูหยู่เยียนเป็นผู้ปลิดชีพเจียงจางเป็นคนสุดท้าย ร่างของนายกองแห่งทัพสกุลเซิ่งนั่งคุ
더 보기

บทที่ 32 ฝีมือสูงส่ง

เสี่ยวฝานเลิกคิ้ว “ข้าว่าฝีมือของขุนพลมู่ก็ไม่เลวนะขอรับ” ใบหน้าของฮัวชวินตึงขึ้น เขาอุตส่าห์ละเว้นไม่กล่าวถึงศัตรูหัวใจแล้ว เสี่ยวฝานยังจะเอ่ยถึงอีก ซ่งเหยารีบใช้ด้ามกระบี่กระทุ้งสีข้างเสี่ยวฝาน “เจ้านี่มัน...ไม่รู้จักสถานการณ์เอาเสียเลย” พอซ่งเหยาพูดเช่นนั้น เสี่ยวฝานก็หน้าเจื่อน เขาเหลือบมองหน้าคุณชายของตนแล้วก็รู้ว่าตนพูดสิ่งที่ไม่ควรออกมา “ข้าน้อยผิดไปแล้วขอรับคุณชาย” ฮัวชวินหรี่ตาลง “เช่นนั้น เจ้าก็หุบปากได้แล้ว คอยจับตาดูรายรอบให้ดี ข้าเป็นห่วงภรรยาของข้า จะต้องจับตามองนางไม่วางตา” หรูหยู่เยียนซุ่มอยู่หลังต้นไม้อีกฟากหนึ่ง ไม่นานนักก็มีทหารอีกสามคนเดินไปละแวกนั้นเพื่อปัสสาวะ ขุนพลหญิงตรงเข้าปิดปากคนเหล่านั้นลากไปกำจัดในพุ่มไม้ “พวกนั้นเข้าไปหลายคนแล้วนะ ข้าปวดจนจะไม่ไหวแล้ว ยังไม่กลับออกมาอีก เห็นทีต้องยอมเข้าไปดมกลิ่นร่วมกับพวกมันแล้ว” ทหารคนสนิทของฟางเหลิ่งเอ่ยด้วยความหงุดหงิด เขากลั้นใจเดินเข้าไปในทางเดินเล็กๆ เพื่อเดินเข้าไปยังจุดที่กำหนดให้เป็นที่ปลดทุกข์ แต่พอเดินเข้าไปกลับถูกมือแข็งแรงของคนผ
더 보기

บทที่ 33 เซิ่งเหยียนจง

“ข้ารู้! แต่ข้าไม่อยากฟัง” ฮัวชวินเอ่ยเสียงเรียบ “กลับกันเถอะ ป่านนี้ท่านพ่อคงร้อนใจอยากจะรู้ข่าวแล้ว พรุ่งนี้จะได้ปล่อยทหารทยอยเดินทางกลับ” กองทัพสกุลหรูเข้ามาตั้งค่ายในป่าสิบหมู่ที่อยู่ต่างแคว้นไม่อาจเดินทัพกลับได้อย่างปกติ พวกเขาต้องทยอยกันออกจากค่ายม้าแดง กระจายกันเดินทางเพื่อมิให้ดูผิดสังเกต แล้วไปนัดพบกันที่ชายแดนของแคว้นตน ฮัวชวินมองไปรอบๆ แหล่งกบดานของเหล่าทหารสกุลหรูที่ถูกตราหน้าว่าเป็นกบฏในแคว้นของพวกเขาด้วยความประหลาดใจ “พวกเจ้ามีค่ายลับกี่แห่งกันหรือ เยียนเอ๋อร์ ” “มีแค่สองแห่ง เดิมทีค่ายม้าแดงในแคว้นหมิงนี่ ข้ามิได้ตั้งใจสร้าง แต่เพราะเริ่มระแคะระคายว่าสกุลเซิ่งคิดไม่ซื่อจึงได้เตรียมการเอาไว้ ในยามที่เดินทางเข้ามาสืบข่าวลับในแคว้นหมิงก็อาศัยที่นี่เป็นที่หลบซ่อน” ฮัวชวินได้ยินถึงกับขมวดคิ้วแคว้นเว่ยของสกุลหรูมีชายแดนติดกับแคว้นหมิง การที่นางทำการเช่นนี้หรือว่าคิดจะผนวกเอาแคว้นนี้เข้าไปกับดินแดนของพวกนาง“แคว้นเว่ยของเจ้า คิดจะบุกแคว้นข้าอย่างนั้นหรือ” “บุก! พูดเป็นเล่น กองทัพแคว้นหมิงยิ่งใหญ่กว่าแคว้
더 보기

บทที่ 34 แผนช่วยภรรยา

อ๋องฉีป่วยเป็นวัณโรค ล้มเจ็บนานแล้ว ส่วนหานฮ่องเต้ก็ทรงพระประชวร เสนาบดีเถาเป็นผู้ดูแลราชสำนัก “ท่านพ่อ บัดนี้กองทัพหลวงขาดความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันแล้ว แม่ทัพทั้งสี่แบ่งออกเป็นสองฝ่าย สองคนเป็นคนของอ๋องฉี อีกสองคนเป็นคนของเสนาบดีเถา เช่นนั้นเรายกทัพไปเมืองหลวงแล้วเร่งให้พวกเขารีบลงมือไม่ดีกว่าหรือขอรับ” เซิงเหยียนจงผงกศีรษะ “พ่อก็เห็นเช่นเดียวกับเจ้า ทัพสกุลหรูอย่างมากก็มีคนเพียงห้าพัน ตอนนี้พวกเขาอยู่ในฐานะกบฏ หากปล่อยให้พวกเขาแก้ต่างได้ เช่นนั้นเราจะเดือดร้อน สู้ดี ผลักดันให้เสนาบดีเถารีบจัดการราชสำนักเสียเถิด” สองพ่อลูกคิดเห็นตรงกันจึงได้ประกาศให้ทหารในค่ายม้าเทพเตรียมเดินทางเข้าเมืองหลวง “ข้าได้รับพระราชโองการลับให้ยกทัพไปช่วยฝ่าบาทต่อต้านผู้คิดกบฏ” แม่ทัพอีกสามคนต่างพากันใจร้อน อยากยกทัพไปช่วยฮ่องเต้ พวกเขาจึงกระเหี้ยนกระหือรือไปจัดทัพแต่โดยไว ทำให้สองพ่อลูกสกุลเซิ่งพอใจยิ่งนัก ข้างฝ่ายฮัวชวินที่พาภรรยาเข้าไปพลอดรักในถ้ำก็เกลี้ยกล่อมจนภรรยายอมให้เขากลับค่ายพยัคฆ์ไฟ“ให้ข้ากลับไปยื่นหนังสือลาออกเสียก่อน หากเจ้าแจ้งข
더 보기

บทที่ 35 ผู้มีพระคุณ

ครั้นคนทั้งสี่เดินทางไปใกล้ถึงวังหลวง นายกองทั้งสองก็ออกไปสืบสถานการณ์ปัจจุบันในเมืองหลวง “เสี่ยวฝาน หากข้าคิดจะช่วยสองพ่อลูกนั่น เห็นทีคงต้องช่วยแก้ปัญหาจากต้นเหตุ มิใช่หวังจะให้พวกเขาชนะศึกในครั้งนี้” “คุณชายคิดจะทำเช่นใดขอรับ” “ก็ต้องเข้าหาคนที่มีอำนาจในการตัดสินใจ ซึ่งก็คือฮ่องเต้ ต้องดูว่าคดีกบฏที่สกุลหรูต้องรับไปนั้น หานฮ่องเต้รู้ด้วยหรือไม่ หากว่าฮ่องเต้ไม่ได้คิดกำจัดสกุลหรู แต่ทรงถูกปิดหูปิดตา ข้าก็ต้องหาวิธีเข้าไปกราบทูล” “คุณชาย นั่นวังหลวงนะขอรับ เรื่องนี้ยากจริงๆ” “เจ้าอย่าพูดมากอยู่นี่เลย ออกไปสืบข่าวช่วยข้าจะดีกว่า” ฮัวชวินเลือกพักโรงเตี๊ยมที่อยู่ใกล้วังหลวง ห้องพักของเขาอยู่ชั้นสอง เขาเห็นว่าปิดประตูหน้าต่างมิดชิดแล้วจึงได้เปิดกรงให้เสี่ยวกุ้ยจื่อออกมาเดินเล่น เจ้าแมวขาวอวบตัวแสบหาโอกาสที่เสี่ยวเอ้อร์เข้ามาทำความสะอาดห้องกระโจนพรวดพราดหนีออกไปทางประตู โดยที่เสี่ยวเอ้อร์ไม่รู้ตัว ฮัวชวินกลับมาห้องพักอีกครั้ง ครั้นไม่เห็นสัตว์เลี้ยงของตนก็บอกให้เสี่ยวฝานไปลองหาดูในโรงเตี๊ยม ทว่าบ่าวรับใช้ของฮัวชวินหาจ
더 보기

บทที่ 36 หาหมอมาฝาก

ขันทีหนุ่มพลันรู้สึกว่าตนเองช่างโชคดีนัก หากว่าแมวตัวนี้ไม่เข้ามาในห้อง เขาคงจะตายไปแล้ว ขันทีที่ละเลยหน้าที่จนฮ่องเต้สวรรคตคงไม่อาจรักษาศีรษะเอาไว้ได้ เช่นนั้นเจ้าแมวตัวนี้ สมควรจะอยู่เป็นแมวประจำตำหนักจิ่วหลง[1]แห่งนี้ “แมวตัวนี้มาจากที่ใด” “กระหม่อมก็ไม่ทราบ พ่ะย่ะค่ะ” “ไปสืบหามาว่า ผู้ใดเลี้ยงมันไว้” “พ่ะย่ะค่ะ” ขันทีหนุ่มหันไปมองแมวตัวอ้วนด้วยความรู้สึกขอบคุณ หากว่ามันไม่มาเตะถ้วยแกงนั้นคว่ำ ฮ่องเต้ถูกคนวางยาพิษจนสวรรคต ศีรษะของเขาคงต้องหลุดจากบ่า ฮ่องเต้หานจินเลี่ยงกำชับข้าราชบริพารทั้งหมดในตำหนักจิ่วหลงให้เก็บเรื่องการถูกวางยาพิษเป็นความลับ “ฝ่าบาท ยาที่องครักษ์หามาได้จากตลาดมืดช่วยบรรเทาพิษได้ชั่วคราวเท่านั้น หากกำเริบขึ้นมาอีก เกรงว่าฝ่าบาทจะทรงทนไม่ไหว พ่ะย่ะค่ะ” สีหน้าอึมครึม “เจิ้นจะอดทนจนกว่าจะหาหมอเทวดาเจอ ขอเพียงไม่ถูกวางยาซ้ำก็พอ” “ฝ่าบาท น่าจะแอบแจ้งให้องค์หญิงช่วยตามหาหมอเทวดาอีกทางนะ พ่ะย่ะค่ะ” องค์หญิงที่เอ่ยถึงก็คือ หานซู่ลี่พระขนิษฐาที่ต้องไปแต่งงานกับท่านอ๋องเก้าแห
더 보기

บทที่ 37 แมวจับคนร้าย

ได้ยินคำยืนยันเช่นนั้น หานจินเลี่ยงก็ทรงพอพระทัยอย่างยิ่ง “ตกลง สิบวัน”ฮัวชวินขอพักอยู่ห้องติดกับห้องบรรทมของฮ่องเต้“กระหม่อมจะให้เสี่ยวฝานเป็นผู้ต้มยา และเสี่ยวกุ้ยจื่อช่วยเฝ้า พ่ะย่ะค่ะ”หานฮ่องเต้พยักพระพักตร์ เมื่อนึกถึงความช่วยเหลือของเสี่ยวกุ้ยจื่อแล้วก็คิดว่าแบบนี้จะปลอดภัยกับตน“ได้! ลู่กงกง จัดห้องให้พวกเขาอยู่ติดห้องเจิ้น ไม่ว่าหมอฮัวต้องการสิ่งใดจงจัดมา”“พ่ะย่ะค่ะ” ลู่กงกงรับพระบัญชาเขาเป็นคนกลัวแมว เมื่อเห็นสายตาวาวๆ ของแมวขาวตัวอ้วนก็ถอยห่างออกไปสองสามก้าว“ท่านกงกง นี่มิใช่แมวธรรมดาสามัญนะขอรับ แมวตัวนี้มีความสามารถพิเศษในการดมกลิ่นคนร้าย หากว่ามีคนคิดจะแอบเข้ามาทำตัวชั่วช้าในห้องนี้ล่ะก็ มันจะร้องเตือนทันที”“อ้อ...ถ้าเป็นเช่นนั้นข้าจะให้คนจัดอาหารอย่างดีให้กับมัน”เสี่ยวฝานกับเสี่ยวกุ้ยจื่อทำหน้าที่เฝ้าหม้อต้มยาอย่างแข็งขัน เจ้าแมวอ้วนได้รับรางวัลเป็นเนื้อปลาย่างหอมกรุ่น มันจึงไม่ยอมออกจากห้องพระโอสถเฝ้าวนเวียนอยู่กับคนทั้งสองทั้งวัน“เสี่ยวกุ้ยจื่อ งานนี้เจ้าต้องทำอย่างเต็มที่เข้าใจหรือไม่ ปลาย่างในวังหลวงทั้งหอมทั้งอร่อย หากทำสำเร็จข้าจะขอให้เจ้าอีกเยอะๆ”คราแรก
더 보기

บทที่ 38 พิษหญ้าไส้ขาด

ฮัวชวินมองไปรอบๆ ห้องพระโอสถ เสี่ยวฝานเดินไปก้มมองทุกอย่างที่เขาวางในห้องก่อนหน้านี้ก็เห็นว่ายังอยู่ในตำแหน่งเดิม “ทุกอย่างปกติดีขอรับ แต่ว่ามีฝุ่นดินเล็กน้อยตรงนี้ แสดงว่ามีคนแอบเข้ามาในห้องตอนที่พวกเราไม่อยู่” “เหยื่อติดเบ็ดแล้ว รอเสี่ยวกุ้ยจื่อเสียก่อนเถิด บางทีมันอาจจะนำข่าวดีมาให้เรา” ฮัวชวินให้แมวขาวตัวอ้วนสูดกลิ่นกำยานติดตามเข้าไป พอเขาออกจากห้องแล้ว ไม่ว่าผู้ใดที่แอบเข้ามาในห้อง เสี่ยว กุ้ยจื่อจะแอบติดตามคนผู้นั้น “เจ้าแง้มประตูเอาไว้ให้มันด้วย” “มันจะกลับมาเมื่อใดเล่าขอรับ” “ใกล้จะได้เวลากินของมันแล้ว เจ้ารีบคลุกข้าวกับปลาย่างเอาไว้รอเถิด” ผ่านไปอีกหนึ่งเค่อ เสียงร้องเมี๊ยวดังขึ้น ศีรษะกลมขาวสอดเข้ามาในช่องประตูที่ถูกแง้มเอาไว้ เสี่ยวฝานตื่นเต้นจนร้องเรียกชื่อแมวอ้วนดังลั่น “เสี่ยวกุ้ยจื่อ ได้ความแล้วใช่ไหม” ฮัวชวินหัวเราะออกมา “เสี่ยวฝาน มันตอบเจ้าไม่ได้หรอก รอให้มันกินให้อิ่มก่อนเถิด เราก็จะได้คำตอบ” เสี่ยวกุ้ยจื่อตรงไปยังจานข้าว มันก้มทำจมูกขยุกขยิกอยู่ครู่หนึ่งก็กินอย่าง
더 보기

บทที่ 39 สำนักเกราะเงิน

“ลู่กงกง ไม่ต้องเป็นห่วง ข้ายินดีรับผลการกระทำในครั้งนี้เองขอรับ” “ดี” ลู่กงกงหันหน้าไปหาแมวอ้วนขนขาวปุกปุยที่ยืนรออยู่ “เสี่ยวกุ้ยจื่อ ทั้งสองฝ่ายยินยอมแล้ว หากว่าเจ้าหาหลักฐานไม่พบ เจ้านายของเจ้าจะต้องคุกเข่าขอโทษพวกเขาต่อหน้าขุนนางทั้งราชสำนักเว่ย แต่...ถ้าเจ้าหาหลักฐานได้ ข้าจะเลี้ยงปลาย่างตัวใหญ่ๆ ให้เจ้ากินอย่างเต็มที่” “ง๊าว....!” คำว่าปลาย่างตัวใหญ่ทำเอาดวงตาของเสี่ยวกุ้ยจื่อเปล่งประกายระยิบระยับ มันร้องรับคำเสียงดังจนคนทั้งห้องถึงกับสะดุ้ง แมวขาวตัวอ้วนหันไปจ้องตากับองครักษ์จิ้น แล้วไล่มองดูบุรุษทั้งสี่ไปทีละคน “นี่มันแมวผีหรือ เหล่าจิ้น ดูสายตาของมันสิ มองเราเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ” องครักษ์คนที่สองสะกิดแขนคนอยู่หัวแถว “แมวก็คือแมว ตาของมันก็เป็นเช่นนี้อยู่แล้ว” ใบหน้าอ้วนกลมเอนกลับมาจ้องหน้าขององครักษ์หลวงจิ้นอีกครา พลันมันก็กระโจนจากโต๊ะขึ้นข่วนหน้าเขาอย่างแรง “โอ๊ย! เจ้าแมวบ้า! ข้าจะสับเจ้าเป็นหมื่นชิ้น” เหล่าจิ้น ยกมือขึ้นกุมแก้มข้างที่ถูกข่วน “จับมันไว้! มันข่วนเหล่าจิ้น” องครักษ์ที่ยืนอย
더 보기

บทที่ 40 ท่านอ๋องฉี

หานฮ่องเต้ผินพระพักตร์ไปทางฮัวชวิน “แม้จะเพิ่งผ่านไปเพียงสองวัน แต่เจิ้นก็รู้สึกว่าอาการของเจิ้นดีขึ้นมาก หมอฮัว ท่านนับว่าเป็นหมอเทวดาจริงๆ ขนาดหมอหลวงมาตรวจชีพจรเมื่อตอนสายก็ยังบอกว่าร่างกายของเจิ้นดีกว่าเดิมมาก” “ร่างกายของพระองค์ได้รับการบำรุงอย่างดีก็เลยกลับมาแข็งแรงได้เร็ว พ่ะย่ะค่ะ เพียงแต่พิษในร่างกายยังต้องใช้เวลากำจัดอีกแปดวัน” หานจินเลี่ยงยิ้มด้วยความพอใจ “เจ้าพูดมาเถิดต้องการรางวัลเป็นสิ่งใด เจิ้นจะให้คนเตรียมเอาไว้ให้” “ฝ่าบาท กระหม่อมมีเรื่องสำคัญต้องการกราบทูล” ฮ่องเต้โบกพระหัตถ์ไล่คนอื่นๆ ออกไปจากห้อง “เจ้ามีอันใดจะพูดก็ว่ามาเถิด” “ความจริงแล้ว กระหม่อมไม่ใช่คนแคว้นเว่ย พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมเป็นคนแคว้นหมิง และเป็นหมอในค่ายพยัคฆ์ไฟ” หานจินเลี่ยงตกตะลึง จ้องคนตรงหน้าอยู่อึดใจหนึ่ง “หรือว่า เจ้าเป็นหมอเทวดาในค่ายทหารผู้นั้น” “พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมเอง” หานจินเลี่ยงตกตะลึง “เหตุใดเจ้าจึงได้มาที่เมืองหลวงแคว้นเว่ยเล่า คงมิได้มาสอดส่องเหตุการณ์ที่นี่หรอกนะ” “มิได้ พ่ะย่ะค่ะ ก
더 보기
이전
123456
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status