Semua Bab ใต้เงาของรักแรก ฉันขอเป็นดวงดาว: Bab 41 - Bab 50

100 Bab

บทที่ 41

สายของลู่เสวี่ยเหมยโทรเข้ามาในช่วงสายของวันที่สองทันทีที่กดรับสาย ท่านก็โพล่งขึ้นมาทันที “ซีอิน นี่มันเรื่องอะไรกัน? เมื่อวานจื่อหาวส่งข้อความหาลูกตั้งเยอะแยะ โทรหาก็ไม่รับ ยังไงก็เป็นวันปีใหม่ ลูกไม่คิดจะโทรหาพวกเราสักสายเลยหรือไง?”หลินซีอินหลุบสายตาลง “หนูขอโทษค่ะแม่”“ลูกไม่ต้องมาขอโทษแม่!” ลู่เสวี่ยเหมยเอ่ย “ลูกไปขอโทษมู่เหยี่ยโน่น!”หลินซีอินชะงักไปลู่เสวี่ยเหมยกล่าวต่อ “ผู้ชายน่ะต้องออดอ้อนเอาใจ พูดจาดี ๆ กับเขาบ้าง ลดทิฐิลงหน่อย ทำไมถึงต้องดึงดันจะหย่าให้ได้? หร่วนหร่วน ลูกฟังที่แม่พูดนะ ไปขอโทษเขาดี ๆ เข้าใจไหม?”ในส่วนลึกของหัวใจหลินซีอินแปรเปลี่ยนเป็นความอ้างว้างว่างเปล่า “แม่คะ มันเป็นไปไม่ได้แล้วค่ะ ยัไงหนูก็ต้องหย่ากับเขาให้ได้”“เด็กคนนี้นี่ ทำไมถึงได้ดื้อรั้นหัวชนฝาขนาดนี้! หย่า ๆ ๆ ลูกรู้ไหมว่าการหย่ามันหมายถึงอะไร? ถ้าลูกหย่าแล้ว พ่อกับแม่จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?”ขอบตาของหลินซีอินเริ่มร้อนผ่าว “แม่คะ... หนูขอโทษ...”กล่าวจบเธอก็กดตัดสายทิ้งทันทีอันที่จริง ตั้งแต่เล็กจนโต พ่อแม่รักและดีกับเธอมาก เพียงแต่หลังจากที่หลินจื่อหาวเข้ามาอยู่ในบ้าน เพราะพ่อแม่ของเ
Baca selengkapnya

บทที่ 42

เพราะเหตุนี้เอง เขาถึงยังไม่อยากหย่าในตอนนี้เมื่อคิดได้ว่าพ่อแม่ของเธอเองเป็นฝ่ายนัดเขาออกมาพูดคุย ซึ่งเนื้อความคงหนีไม่พ้นการปรักปรำว่าเธอเป็นคนไม่มีเหตุผล ไม่รู้ความ ทั้งยังบีบบังคับให้เธอเป็นฝ่ายยอมก้มหัวขอโทษ หลินซีอินก็ยิ่งรู้สึกถึงความอัปยศอดสูและอับอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี ยามอยู่ต่อหน้าผู้ชายคนนี้ เธอรู้สึกต่ำต้อยจนไม่เหลือชิ้นดีแววตาของเผยมู่เหยี่ยที่มองมาในยามนี้ เหมือนกับแฝงแววเยาะหยันอยู่หลายส่วนหลินซีอินรู้สึกเหมือนถูกของแหลมทิ่มแทงหัวใจอย่างรุนแรง ความสุขุมเยือกเย็นที่เธอพยายามแสร้งทำมาตลอดแทบจะพังทลายลงในพริบตา ขอบตาของเธอเริ่มแดงก่ำ และน้ำเสียงเริ่มสั่นเครือ “พ่อคะ แม่คะ เรื่องของหนู หนูขอเป็นคนตัดสินใจเองค่ะ”หลินอี้หมิงระเบิดอารมณ์โกรธขึ้นมาทันที “แกตัดสินใจเองงั้นเหรอ? แกจะไปตัดสินใจอะไรได้! การแต่งงานไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ นะ! แกอายุเท่าไหร่แล้ว ยังจะมาทำตัวเจ้าอารมณ์ไร้เหตุผลอีก ช่างน่าขายหน้าสิ้นดี!”ลู่เสวี่ยเหมยก็ร่วมสมทบด้วย “นั่นสิ มู่เหยี่ยเป็นเด็กดีขนาดนี้ ทำไมลูกถึงได้ทำตัวไม่รู้จักโตแบบนี้ล่ะ?” พอพูดจบท่านก็หันไปส่งรอยยิ้มประจบเอาใจเผยมู่เหยี่ย “มู
Baca selengkapnya

บทที่ 43

เผยมู่เหยี่ยหยัดกายลุกขึ้นยืน พลางหลุบสายตาลงมองเธอ “ผมจะให้คนรีบร่างสัญญาหย่า เสร็จเมื่อไหร่ แล้วจะแจ้งคุณ”“นานแค่ไหนคะ”เมื่อได้ยินน้ำเสียงราบเรียบไร้ระลอกคลื่นของเธอ แววตาของเผยมู่เหยี่ยก็ยิ่งดูลึกล้ำขึ้น เขาเอ่ยว่า “วางใจเถอะ ไม่นานหรอก”กล่าวจบ เขาก็ก้าวขาเรียวเดินออกจากห้องอาหารส่วนตัวไปทันทีแผ่นหลังของหลินซีอินที่เคยพยายามเหยียดตรง พลันทรุดฮวบลงมาในพริบตาเจ็บเหลือเกิน...เธอรู้สึกไม่สบายที่บริเวณท้องน้อย ทรวงอกก็แน่นตึง ทั่วทั้งร่างกายราวกับไม่มีตรงไหนเลยที่ยังปกติสุขดีอยู่“หลินซีอิน?”จู่ ๆ น้ำเสียงหยอกเย้าแกมขันเสียงหนึ่งพลันดังแทรกขึ้นมาหลินซีอินช้อนใบหน้าที่ซีดเผือดไร้สีเลือดขึ้นมองที่แท้ก็เป็นฉือเทียนหลินฉือเทียนหลินเพิ่งจะเดินผ่านหน้าห้องอาหารส่วนตัวห้องนี้ไปเมื่อครู่ เขาเพียงแค่กวาดสายตาชำเลืองมองเข้ามาข้างในแวบหนึ่งโดยไม่ตั้งใจ และเกือบจะเดินเลยไปแล้ว ทว่ากลับรู้สึกสะดุดใจแปลก ๆ จึงถอยหลังกลับมาสองสามก้าว แล้วเอ่ยปากเรียกชื่อเธอออกมาเมื่อได้เห็นใบหน้านั้น ฉือเทียนหลินก็แอบนึกชมตัวเองในใจว่าเก่งไม่เบา ทั้งที่ตอนนั้นหลินซีอินเอาแต่ก้มหน้าและนั่งเบี่
Baca selengkapnya

บทที่ 44

กว่าที่หลินซีอินจะโทรศัพท์ติดต่อได้สำเร็จ และรีบรุดมาถึงโรงพยาบาล เธอก็ได้พบลู่เสวี่ยเหมยที่แผนกฉุกเฉินลู่เสวี่ยเหมยยืนอยู่หน้าห้องกู้ชีพ ท่านยืนพิงผนังพลางร้องไห้ ร่างกายสั่นเทาจนแทบจะทรงตัวยืนไม่ไหว เมื่อเห็นหลินซีอินเดินเข้ามา ท่านก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำตานองหน้าว่า “หร่วนหร่วน พ่อของลูก...”หลินซีอินถลาเข้าไปโอบกอดมารดาเอาไว้แน่น “พ่อต้องไม่เป็นอะไรค่ะแม่”ต่อให้ในใจจะมีความขุ่นเคืองหรือตัดพ้อพวกท่านมากเพียงใด แต่ทว่าคนตรงหน้าก็คือครอบครัวที่มีสายเลือดเดียวกันอย่างไม่อาจตัดขาดได้ หลินซีอินโอบกอดมารดาเอาไว้ น้ำตาก็ไหลบ่าลงมาอย่างไม่อาจกักกั้นได้เช่นกันการมาถึงของหลินซีอิน ช่วยประคองอารมณ์ของลู่เสวี่ยเหมยให้ค่อย ๆ สงบลงได้บ้างย้อนกลับไปปีนั้น ตอนที่หลินอี้หมิงป่วยเป็นโรคมะเร็งลำไส้ หลังจากเข้ารับการผ่าตัดและพักฟื้นอยู่สามเดือน ก็เริ่มทำเคมีบำบัด ทว่าร่างกายของเขากลับมีผลข้างเคียงที่รุนแรงมาก ต่อให้กินยาที่นำเข้าจากต่างประเทศที่ดีที่สุดเพื่อช่วยระงับอาการแทรกซ้อนแล้วก็ตาม เขาก็ยังไม่อาจทนทานต่อความทรมานทางร่างกายนั้นได้ สุดท้ายคุณหมอจึงต้องสั่งระงับการทำคีโม และเปลี่ยนมาจ่าย
Baca selengkapnya

บทที่ 45

ฉือเทียนหลินยิ้มพลางเอนกายพิงผนัง เขาหยิบซองบุหรี่ออกมา ทว่าพอเงยหน้าขึ้นไปเห็นป้ายคำเตือน “ห้ามสูบบุหรี่” บนผนังเข้าพอดี ก็หลุดเสียงเยาะหยันในลำคอทีหนึ่งก่อนจะหมุนตัวเดินจากไปหลินซีอินนั่งลงข้างเตียงผู้ป่วย ในสมองเอาแต่นึกถึงคำพูดของคุณหมอเมื่อครู่ ต่อให้หลินอี้หมิงจะมีผลข้างเคียงจากการทำคีโมที่รุนแรงมากก็ตาม แต่เมื่อสถานการณ์บานปลายมาถึงขั้นนี้ คาดว่าอย่างไรก็คงต้องใช้ยารักษาแบบมุ่งเป้าแล้ว แต่แม้เขาจะมีความเสี่ยงต่อผลข้างเคียงของยานั้นก็เรื่องหนึ่ง แต่อีกเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้เลยคือ ค่าใช้จ่ายที่สูงลิ่วหลินซีอินหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา แล้วส่งข้อความไปหาถังอี่เซินถังอี่เซินตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว: เธอยังจะหางานพาร์ตไทม์ทำอีกเหรอ?หลินซีอินพิมพ์โต้ตอบ: รบกวนรุ่นพี่ด้วยนะคะถังอี่เซินตอบกลับว่า: หลังจากเธอสอบติดแล้ว ตารางเรียนจะหนักมากนะ แทบจะไม่มีเวลาไปทำพาร์ตไทม์หรอกหลินซีอินตอบกลับ: ฉันจะบริหารเวลาให้ดีค่ะรออยู่ครู่หนึ่ง อีกฝ่ายถึงพิมพ์ตอบกลับมา: เธอกำลังเดือดร้อนเรื่องเงินใช่ไหม?หลินซีอินตอบกลับ: ค่ะไม่นานนักถังอี่เซินก็โทรศัพท์สวนกลับมาทันที หลินซีอินลอบชำเลืองมอง
Baca selengkapnya

บทที่ 46

“ถ้าอย่างนั้นแกต้องรับปากพ่อว่าจะไม่หย่า!”หลินซีอินตกอยู่ในความเงียบงันไปหลายวินาที ก่อนจะยอมเปิดปากเอ่ย “ค่ะ ไม่หย่า”เธอคิดทบทวนดูดีแล้ว เรื่องทางฝั่งของหลินอี้หมิง อย่างไรก็ต้องปลอบประโลมเพื่อประคองอาการของเขาไว้ก่อน ส่วนเรื่องหย่า... อย่างไรเธอก็ต้องหย่าอย่างแน่นอน ต่อให้เธอจะเอ่ยคำเท็จออกมา ตอนนี้หลินอี้หมิงก็ไม่มีทางล่วงรู้ได้แต่หลินอี้หมิงกลับยังไม่วางใจ “แกอย่าดีแต่พูดส่ง ๆ... เอาแบบนี้ แกต่อสายโทรหาเผยมู่เหยี่ยต่อหน้าต่อตาพ่อเดี๋ยวนี้เลย”“พ่อคะ!”“หร่วนหร่วน แกตั้งใจจะทำให้พ่อต้องตายตาไม่หลับจริง ๆ ใช่ไหม?”หลินซีอินถึงกับชะงักอึ้งไปเธอขยับปากเอ่ยอย่างเต็มใจว่า “กะ...ก็ได้ค่ะ หนูจะโทร”เธอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา แล้วนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเริ่มกดโทรออกไปยังเบอร์โทรศัพท์ของเผยมู่เหยี่ย เสียงสัญญาณรอสายดังขึ้นสามสี่ครั้ง ปลายสายถึงกดรับทว่ากลับเป็นน้ำเสียงของหมิงชิงหว่าน “ฮัลโหล พี่ซีอินเหรอคะ?”หลินซีอินขมวดคิ้วมุ่นทันที “เผยมู่เหยี่ยล่ะ?”“อ๋อ พี่มู่เหยี่ยกำลังอาบน้ำอยู่น่ะค่ะ” ในน้ำเสียงของหมิงชิงหว่านแฝงไว้ด้วยรอยยิ้มหยัน “พี่มีธุระอะไรกับเขาหรือเป
Baca selengkapnya

บทที่ 47

หลินอี้หมิงกดวางสายโทรศัพท์ พลางเอ่ยขึ้นว่า “แกดูสิ มู่เหยี่ยยังใช้ได้เลยนะ พอได้ยินว่าพ่อเข้าโรงพยาบาล ก็บอกว่าจะรีบมาทันที”หลินซีอินอดไม่ได้ที่จะเอ่ยว่า “พ่อคะ ลูกเขยรู้ว่าพ่อตาป่วยแล้วมาเยี่ยมที่โรงพยาบาล มันไม่ใช่เรื่องที่ปกติธรรมดาที่สุดหรอกหรือคะ?”“มันจะไปเหมือนกันได้ยังไง?” หลินอี้หมิงกล่าว “มู่เหยี่ยไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไปนะ ฐานะระดับเขา จะเอามาตรฐานลูกเขยธรรมดา ๆ ไปใช้กับเขาได้ยังไง?”หลินซีอินคิดอยากจะเอ่ยโต้แย้ง ทว่าพอคำพูดแล่นมาถึงริมฝีปาก เธอกลับเลือกที่จะกลืนมันลงคอไปเธอเอ่ยว่า “พ่อคะ พักผ่อนเถอะค่ะ อย่ามัวแต่กังวลเรื่องพวกนี้เลย”หลินอี้หมิงพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวพอมู่เหยี่ยมาถึง ลูกต้องพูดจาดี ๆ กับเขานะ เข้าใจไหม?”หลินซีอินพยักหน้ารับคำ “หนูทราบแล้วค่ะ”ร่างกายของหลินอี้หมิงยังคงไม่สบายตัวนัก เมื่อเห็นหลินซีอินยอมรับปากเขาแล้ว ก็ถือว่าโล่งใจไปเปลาะหนึ่ง ไม่นานนักเขาก็ผล็อยหลับไปตอนที่ได้ยินเสียงเคาะประตูดังขึ้น หลินซีอินยังแอบนึกในใจว่า ทำไมเผยมู่เหยี่ยถึงมาเร็วขนาดนี้?หลินอี้หมิงหลับไปแล้ว เธอจึงรีบสาวเท้าตรงไปยังหน้าประตู แล้วแง้มบานประตูเปิดออก “เบาเส
Baca selengkapnya

บทที่ 48

และนับตั้งแต่กดโทรหาเผยมู่เหยี่ยจนถึงตอนนี้ เวลาก็ผ่านไปไม่นานเช่นกันถือว่าเขาเดินทางมาถึงได้ค่อนข้างรวดเร็วทีเดียวหลินซีอินเป็นฝ่ายเอ่ยทักทายเขาก่อน “มาแล้วเหรอคะ”เผยมู่เหยี่ยสาวเท้าก้าวเดินเข้ามาหาพลางเอ่ยถามเธอ “ตอนนี้อาการเป็นอย่างไรบ้าง? คุณหมอว่ายังไง?”“มะเร็งลุกลามแล้วค่ะ” หลินซีอินเอ่ยตามความจริง “ทำได้เพียงแค่เคมีบำบัด ไม่มีหนทางอื่นแล้ว”ริมฝีปากบางของเผยมู่เหยี่ยขยับไหวเหมือนอยากจะเอ่ยคำใด ทว่าสุดท้ายก็ไม่ได้เปล่งเสียงอะไรออกมาหลินซีอินนึกถึงประโยคที่เธอพูดไปในสายโทรศัพท์ จึงอธิบายเพิ่มเติมว่า “ที่ฉันบอกว่าไม่หย่าแล้ว เป็นเพราะพ่อของฉันค่ะ ตอนนี้สภาพร่างกายของท่านยังไม่คงที่ ฉันไม่อยากให้เขาต้องมีเรื่องให้กังวลใจ เรื่องหย่ายังไงก็ต้องหย่าแน่นอนค่ะ แต่ว่า รบกวนคุณช่วยร่วมมือกับฉันปิดบังเรื่องนี้ไม่ให้พ่อรู้ก่อนได้ไหมคะ?”“หลินซีอิน” เผยมู่เหยี่ยจ้องมองเธอด้วยแววตาเย็นเฉียบ “ตอนคุณบอกจะหย่า ผมก็ต้องเตรียมร่างสัญญาหย่า พอคุณบอกไม่หย่าแล้ว ก็จะให้ผมมาเล่นละครตบตาเป็นเพื่อนคุณอีก คุณเห็นผมเป็นตัวอะไรกันแน่?”ประโยคนี้ เดิมทีเคยเป็นถ้อยคำที่หลินซีอินใช้คาดคั้นถามเขามา
Baca selengkapnya

บทที่ 49

ลู่เสวี่ยเหมยมองดูด้วยความปวดใจยิ่งนัก “กินเสร็จแล้ว ลูกก็กลับบ้านไปนอนพักผ่อนซะ กลางวันมีแม่กับจื่อหาวอยู่ที่นี่ก็พอแล้ว”หลินซีอินส่งเสียงขานรับในลำคอผ่านไปไม่นาน พยาบาลก็เคาะประตูเดินเข้ามา “ญาติคนไข้อย่าลืมไปชำระค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมด้วยนะคะ เมื่อคืนฉันลองตรวจสอบดูแล้ว ยอดเงินคงเหลือเหลืออยู่ไม่มาก กลัวว่าหากต้องใช้ยาด่วนกะทันหัน เงินสำรองจะไม่เพียงพอค่ะ”หลินซีอินรีบเงยหน้าขึ้น พร้อมเอ่ยขอบคุณ “ขอบคุณค่ะ”เธอรีบทานอาหารจนเสร็จ “พ่อคะ แม่คะ เดี๋ยวหนูลงไปจ่ายเงินข้างล่างก่อนนะคะ”ลู่เสวี่ยเหมยจ้องมองเธอ ด้วยท่าทางอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ เหมือนอยากจะพูดบางอย่างทว่ากลับหยุดชะงักไปหลินจื่อหาวจึงเป็นฝ่ายโพล่งถามออกไปตรง ๆ “พี่ครับ พี่มีเงินไหม?”หลินซีอินพยักหน้ารับคำ “มีสิ แกไม่ต้องเป็นห่วงหรอก” พูดจบเธอก็ก้าวขาออกจากห้องพักผู้ป่วยไปหลินอี้หมิงรีบหันไปพูดกับลู่เสวี่ยเหมยทันที “หร่วนหร่วนรับปากผมแล้วนะว่าจะไม่หย่า”ลู่เสวี่ยเหมยทอแววตายินดีระคนประหลาดใจ “จริงเหรอคะ?”หลินจื่อหาวเองก็รู้สึกเหนือความคาดหมายเช่นกัน “จริงเหรอครับ? พี่สาวผมยอมรับปากแล้วจริง ๆ เหรอ?”หลินอี้หมิงเอ่ยทั้งรอย
Baca selengkapnya

บทที่ 50

เสียงสัญญาณรอสายดังอยู่สองสามครั้ง ปลายสายถึงกดรับหลินซีอินถึงกับแอบคิดในใจว่า คนที่รับสายคงไม่ใช่หมิงชิงหว่านอีกหรอกนะโชคดีที่น้ำเสียงทุ้มต่ำของเผยมู่เหยี่ยดังแทรกเข้ามาในโสตประสาท เขาเอ่ยคำว่าฮัลโหลคำหนึ่งหลินซีอินนิ่งเงียบ ไม่ได้เอ่ยตอบในทันทีน้ำเสียงของเผยมู่เหยี่ยเริ่มแฝงแววไม่สบอารมณ์ “หลินซีอิน?”หลินซีอินถึงได้สติและเอ่ยว่า “คืออย่างนี้ค่ะ เมื่อคืนที่คุณมาที่โรงพยาบาล คุณได้เป็นคนไปจ่ายเงินค่าแอดมิดให้พ่อของฉันหรือเปล่าคะ?”“พวกเรายังไม่ได้หย่ากัน” เผยมู่เหยี่ยกล่าวเสียงเรียบ “เขาถือเป็นผู้ใหญ่”เมื่อได้ยินเขาเอ่ยเช่นนี้ หลินซีอินก็เข้าใจความหมายของเขาได้ในทันทีมันไม่ได้เกี่ยวข้องกับสิ่งอื่นใดทั้งสิ้น นี่เป็นเพียงแค่หน้าที่ตามมารยาททางสังคมที่เผยมู่เหยี่ยพึงกระทำก็เท่านั้น อีกอย่าง สิ่งที่ผู้ชายคนนี้ไม่เคยขาดแคลนเลยที่สุดก็คือเงินทองไม่ใช่หรือไง สำหรับหลินซีอินแล้ว ปัญหาที่ใหญ่หลวงขนาดไหน เมื่อตกอยู่ในมือของเขากลับกลายเป็นเรื่องขี้ประติ๋วมุมปากของหลินซีอินยกยิ้มเยาะเย้ยตัวเองเธอเอ่ยว่า “ขอบคุณค่ะ”เผยมู่เหยี่ยเอ่ยสวนกลับ “แค่นี้เหรอ?”หลินซีอินชะงักอึ้ง
Baca selengkapnya
Sebelumnya
1
...
34567
...
10
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status