Semua Bab ใต้เงาของรักแรก ฉันขอเป็นดวงดาว: Bab 21 - Bab 30

100 Bab

บทที่ 21

เธอพูดว่า “อยู่ดี ๆ เธอยืมเงินหนึ่งล้านไปทำไมกัน? ทำไม ตระกูลเผยล้มละลายแล้วเหรอ? เผยมู่เหยี่ยไม่มีเงินแม้แต่หนึ่งล้านเลยหรือไง?”หลินซีอินรีบร้อนลุกลี้ลุกลนไปปิดลำโพงเธอรีบบอกว่า “ตอนนี้ฉันมีธุระ ค่อยคุยกันทีหลังนะ”พอวางสายแล้วหันกลับไปมอง สีหน้าของเผยมู่เหยี่ยก็ดูไม่ค่อยดีจริง ๆ“หนึ่งล้านอะไร?” เขาถาม “คุณยืมเงินเหรอ?”หลินซีอินตอบอืมรับคำหนึ่งเผยมู่เหยี่ยจ้องมองเธอ “ปล่อยให้คนอื่นรู้ว่าเงินแค่หนึ่งล้านคุณยังต้องไปขอยืม ตระกูลเผยจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?”“ไม่มีใครรู้หรอก” หลินซีอินพูด “เซียวรั่วอีไม่บอกคนอื่นแน่”เผยมู่เหยี่ยไม่พูดอะไรอีก เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดอยู่ครู่หนึ่ง “บัตรที่ให้คุณไปก่อนหน้านี้ล่ะ? ใช้หมดแล้วเหรอ?”หลินซีอินได้รับการแจ้งเตือนทางโทรศัพท์ พอก้มหน้ามองก็พบว่าเผยมู่เหยี่ยโอนเงินให้เธอห้าล้านบาทบัตรก่อนหน้านี้เหรอ?ใช่ ตอนแต่งงาน เผยมู่เหยี่ยเคยให้บัตรเธอมาหลายใบ แต่เธอไม่เคยใช้เลยเธอไม่มีเรื่องอะไรให้ต้องใช้เงิน และยิ่งไม่มีนิสัยชอบซื้อของแบรนด์เนมเธอก้มหน้ากดโทรศัพท์ โอนเงินห้าล้านคืนกลับไปให้เขา “ฉันไม่เอาเงินของคุณ เมื่อก่อน...เรื่องที่บ้านฉัน
Baca selengkapnya

บทที่ 22

วันเวลาแบบนี้ เธอทนอยู่ต่อไปไม่ไหวแล้วจริง ๆหัวใจปวดร้าวเสียจนเธอแทบจะขาดใจเธอนั่งยองลง กอดเข่าตัวเองเอาไว้ และร้องไห้ออกมาอย่างไร้สุ้มเสียงนอกประตู เผยมู่เหยี่ยยืนนิ่งเงียบอยู่ครู่หนึ่ง แล้วหันหลังเดินจากไปไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ หลินซีอินก็เปิดประตูห้องน้ำแล้วเดินออกมาในห้องไม่มีใคร เธอจึงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกตอนนี้ เธอไม่รู้จริง ๆ ว่าจะเผชิญหน้ากับเผยมู่เหยี่ยอย่างไรดีเธอนอนลงบนเตียง พลิกตัวไปมาจนนอนไม่หลับจนกระทั่งดึกดื่น เธอถึงค่อย ๆ ผล็อยหลับไปถึงจะหลับก็หลับไม่สนิท ในความฝันเหมือนถูกสัตว์ร้ายขนาดยักษ์พันธนาการรัดแขนขาของเธอไว้ด้วยกันจนขยับตัวไม่ได้หลินซีอินรู้สึกว่าตัวเองแทบจะหายใจไม่ออก จึงลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างฉับพลัน ถึงได้รู้ว่าตัวเองแค่ฝันไปพื้นที่ข้างเตียงเย็นเฉียบ เมื่อคืนเผยมู่เหยี่ยน่าจะไม่ได้กลับมาเธอมองดูเวลาและไม่ได้นอนแช่บนเตียง ลุกขึ้นไปล้างหน้าแปรงฟัน จากนั้นก็ลงมาชั้นล่าง แล้วเดินออกจากคฤหาสน์ไปโดยตรงทว่า พอเดินพ้นสนามหญ้าออกมา ก็เห็นฉือเทียนหลินอยู่ตรงหน้าชายหนุ่มกำลังวิ่งจ๊อกกิ้งยามเช้า เขาสวมชุดกีฬาสีขาวล้วน และสวมหูฟังสีดำน้อ
Baca selengkapnya

บทที่ 23

หลินจื่อหาวไม่พูดอะไร หลินซีอินจึงทำได้เพียงเอ่ยว่า “วันหลังห้ามโทรหาเขาอีก! แล้วก็ยิ่งห้ามยืมเงินเขาด้วย!”เธอกำลังจะหย่ากับเผยมู่เหยี่ยแล้ว ต่อไปยิ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะมีเรื่องเกี่ยวข้องกันอีกหลินจื่อหาวเอ่ยปากอย่างลำบากใจ “แต่ว่า... เมื่อคืนเขาให้ผมมาหมดแล้ว”หลินซีอินตกใจ “ให้แล้วเหรอ? ให้มาเท่าไหร่?”หลินจื่อหาวตอบ “ผมขอไปเท่าไหร่ เขาก็ให้มาเท่านั้น”หลินซีอินเข้าใจกระจ่างในทันทีสำหรับเผยมู่เหยี่ยแล้ว เงินเล็กน้อยที่หลินจื่อหาวขอนั้นไม่นับเป็นอะไรเลยเป็นเพียงเศษเสี้ยวเดียวเท่านั้นแต่อาศัยเงินเพียงเท่านี้ เขากลับสามารถรักษาสถานะอันสูงส่งต่อหน้าหลินซีอินเอาไว้ได้เกรงว่าคงจะเป็นเช่นนี้สินะบางคนเกิดมาก็มีทรัพย์สินมหาศาล เหตุใดจึงไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย?หลินซีอินพูดขึ้น “จื่อหาว ฉันจะพูดเป็นครั้งสุดท้ายนะ วันหลังห้ามไปขอเงินเขาอีก ถ้ามีครั้งหน้าอีกล่ะก็ อย่าหาว่าฉันไม่นับแกเป็นน้องชายก็แล้วกัน”อันที่จริงหลินจื่อหาวก็ค่อนข้างกลัวเธออยู่บ้าง จึงรีบพูดว่า “ไม่แล้ว ๆ ผมรับรองว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้าย!”หลินซีอินวางสาย แล้วโทรหาเซียวรั่วอีต่อเธอและเซียวรั่วอีเรียนด้วยกันมา
Baca selengkapnya

บทที่ 24

ก่อนไป เธอต้องจัดการเรื่องพวกนี้ให้เรียบร้อยอย่างแน่นอนตอนสิบเอ็ดโมงกว่า ถังอี่เซินส่งข้อความมาหาเธอ บอกว่ามีงานพาร์ตไทม์อยู่สองสามงาน ไม่รู้ว่าจะเหมาะไหมเขาส่งมาให้ทั้งหมด หลินซีอินก็ดูอย่างละเอียดตอนนี้เธอต้องการเงิน แต่งานพาร์ตไทม์พวกนี้ค่าตอบแทนธรรมดามากมีเพียงงานเดียวที่เป็นโรงงานเคมี ซึ่งให้เงินเดือนค่อนข้างสูงหลินซีอินซักถามอย่างละเอียด ถังอี่เซินจึงโทรศัพท์สายตรงเข้ามา “พิมพ์ไม่ค่อยสะดวก ฉันก็เลยโทรหาเธอ”หลินซีอินไม่ได้คิดอะไรมาก “ฉันอยากรู้รายละเอียดเกี่ยวกับโรงงานเคมีแห่งนั้นค่ะ”ถังอี่เซินเล่าให้เธอฟัง ก่อนจะพูดทิ้งท้ายว่า “เอาเป็นว่าพรุ่งนี้ฉันจะไปดูให้เห็นกับตาแล้วกัน ไม่อย่างนั้นฉันก็ไม่ค่อยวางใจ”นี่เป็นงานพาร์ตไทม์ที่เธอต้องทำ จะเกรงใจให้ถังอี่เซินไปเป็นธุระให้ได้อย่างไรเธอรีบพูดขึ้นว่า “ฉันไปเองดีกว่าค่ะ พี่ส่งที่อยู่มาให้ฉันนะ ฉันไปเองได้ค่ะ”“ไกลพอสมควรเลยนะ อยู่แถบชานเมือง” ถังอี่เซินพูด “ให้เธอไปเองฉันก็ไม่สบายใจ เอาเป็นว่าพรุ่งนี้ฉันว่าง เดี๋ยวฉันไปเป็นเพื่อนเธอเอง”หลินซีอินจำใจต้องตอบรับ “ถ้าอย่างนั้น ขอบคุณรุ่นพี่มากนะคะ”หลังจากนั้นก็เป็นอีก
Baca selengkapnya

บทที่ 25

หลินซีอินมองว่าเขาเป็นคนบ้าพอดีกับที่ลิฟต์มาถึง เธอจึงรีบก้าวเข้าไปด้านในฉือเทียนหลินไม่ได้ตามมาด้วย เพียงแต่พูดว่า “คุณนายเผย ไว้พบกันนะครับ!”ไม่ต้องเจอกันอีกเลยจะดีกว่าหลินซีอินออกแรงกดปุ่มลิฟต์แรงกว่าปกติเล็กน้อยเมื่อขึ้นมาถึงชั้นบนและเข้าไปในห้องวีไอพี เธอก็เห็นลู่จั่วฝานเธอเคยเจอลู่จั่วฝานอยู่สองสามครั้ง และรู้ด้วยว่าเขาเป็นเพลย์บอยเผยมู่เหยี่ยเป็นเพื่อนสนิทกับคนแบบนี้ แต่กลับไม่ติดนิสัยเจ้าชู้มาเลยตั้งแต่ต้นจนจบ ในใจของเขาก็คงมีแค่หมิงชิงหว่านสินะหลินซีอินกดข่มความเศร้าหมองในใจลงไป แล้วยิ้มเยาะตัวเองตอนนี้เธอก็ยังคงไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้พอเป็นเรื่องของเผยมู่เหยี่ย เธอก็มักจะห้ามใจตัวเองไม่ได้เสมอ“มาแล้วเหรอ?” ลู่จั่วฝานมองมาพลางยิ้ม “เขาดื่มมาเยอะ แถมไม่ยอมให้ใครแตะตัวด้วย นิสัยเสียจริง ๆ”หลินซีอินพยักหน้าให้เขา “ค่ะ ขอบคุณค่ะประธานลู่”ลู่จั่วฝานเองก็เคยเจอหลินซีอินไม่กี่ครั้ง ภรรยาในนามของเผยมู่เหยี่ยคนนี้ไม่ใช่คนชอบทำตัวโดดเด่น เธอค่อนข้างเงียบขรึมและรู้ความอย่างมากไม่อย่างนั้นก็คงไม่ถูกเผยมู่เหยี่ยแต่งเข้าบ้านหรอกมั้ง?เพราะยังไงเขาก็ร
Baca selengkapnya

บทที่ 26

ไม่มีใครรู้เลยว่าในค่ำคืนฤดูหนาวนี้ เผยมู่เหยี่ยที่กำลังเมามายได้มอบความอ่อนโยนและความอดทนที่ไม่เคยมีมาก่อนให้กับหลินซีอินเช้าตรู่วันต่อมา ขณะที่เผยมู่เหยี่ยยังไม่ตื่น หลินซีอินก็จากไปแล้ววันนี้เธอยังคงยุ่งเหมือนเดิม และนัดกับถังอี่เซินไว้ว่าจะไปโรงงานเคมีตอนใกล้จะสิบโมง ถังอี่เซินโทรศัพท์มาหาเธอ บอกว่ามาถึงใต้ตึกแล้วเธอวางสายแล้วลุกขึ้นเร็วเกินไป จึงรู้สึกเจ็บแปลบที่ท้องน้อยเหมือนมีอะไรดึงรั้งไว้เธอยื่นมือไปลูบเบา ๆ แต่ความเจ็บปวดนั้นก็หายไปเธอหยิบกระเป๋าแล้วเดินลงไปชั้นล่าง ก็มองเห็นถังอี่เซินชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งสง่างาม พอเห็นเธอก็เผยรอยยิ้มออกมาบนใบหน้าหล่อเหลาเต็มไปด้วยความอ่อนโยน“รุ่นพี่” หลินซีอินรีบเดินเข้าไปหา “ฉันขอโทษจริง ๆ นะคะที่ต้องรบกวนพี่ให้มาถึงนี่”“จะเกรงใจฉันทำไมล่ะ” ถังอี่เซินเปิดประตูฝั่งผู้โดยสาร “พวกเรารีบไปรีบกลับ แล้วค่อยไปกินข้าวด้วยกัน จะได้ไม่เสียเวลาทำงานช่วงบ่ายของเธอ”“ขอบคุณค่ะรุ่นพี่”ทั้งสองคนคุยกันบนรถถึงเรื่องราวในโรงเรียนสมัยก่อน และยังพูดถึงสถานการณ์ปัจจุบันของเพื่อนร่วมชั้นที่คุ้นเคยกันหลายคน การเดินทางที่ใช้เวลาชั่วโมงกว่า
Baca selengkapnya

บทที่ 27

เอกสารสมัครเรียนต่อปริญญาเอกส่งไปหมดแล้ว ไม่รู้ว่าจะผ่านการพิจารณาเมื่อไหร่หลังจากนี้ยังต้องมีการสอบข้อเขียนและสอบสัมภาษณ์อีกถ้าจะไปยื่นเรื่องขอหอพักนักศึกษาปริญญาเอกกับทางมหาวิทยาลัยจริง ๆ คาดว่าคงต้องเป็นช่วงหลังปีใหม่ไปแล้วยังมีเวลาอีกหนึ่งถึงสองเดือนช่วงเวลานี้เธอไม่อยากกลับไปที่บ้านตระกูลเผยอีกแล้ว ดูเหมือนว่าปัญหาเรื่องที่พักยังคงต้องได้รับการแก้ไขเสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นตอนเจ็ดโมงครึ่ง หลินซีอินเก็บของแล้วเดินทางไปยังโรงน้ำชาที่นัดไว้ล่วงหน้าเธอนัดกับเผยเย่าไห่เอาไว้เมื่อไปถึงโรงน้ำชาและรออยู่ไม่กี่นาที เผยเย่าไห่ก็มาถึงเธอรีบลุกขึ้นยืน “พ่อคะ”เผยเย่าไห่โบกมือให้เธอนั่งลง “มีเรื่องอะไรถึงต้องนัดคุยกันข้างนอกล่ะ?”หลินซีอินหลุบตาลงมองถ้วยชาลายคราม เธอไม่อ้อมค้อมและเอ่ยปากตรง ๆ “หนูต้องการหย่ากับเผยมู่เหยี่ยค่ะ”เผยเย่าไห่ที่เพิ่งยกถ้วยชาขึ้นเตรียมจะดื่ม พอได้ยินก็แทบจะปัดถ้วยทิ้ง “อะไรนะ?”ในเมื่อพูดเรื่องที่ยากที่สุดออกไปแล้ว เรื่องอื่นก็ไม่มีอะไรต้องกังวลอีกต่อไปหลินซีอินพูดขึ้น “เราเข้ากันไม่ได้ค่ะ ฝืนทนต่อไปก็มีแต่จะเจ็บปวดเปล่า ๆ” เผยเย่าไห่จิบชาไปอึกห
Baca selengkapnya

บทที่ 28

หลินซีอินเงียบไปไม่กี่วินาทีถึงได้เอ่ยปาก “ฉันต้องการหย่า”ไม่ใช่ว่าฉันอยากหย่า แต่ฉันต้องหย่าเซียวรั่วอีถอนหายใจ “ถ้าเธอคิดทบทวนดีแล้ว ฉันก็สนับสนุนเธอ แต่ว่าหร่วนหร่วน ถ้าพวกเธอหย่ากัน ต่อไปก็อาจจะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีกเลยนะ”หลินซีอินไม่ได้บอกเซียวรั่วอีถึงความรู้สึกที่เธอมีต่อเผยมู่เหยี่ยความรักที่เธอมีให้เขาถูกเก็บซ่อนไว้ในก้นบึ้งของหัวใจมาตลอด นอกจากตัวเธอเองแล้วก็ไม่มีใครรู้ก็ดีเหมือนกัน ตอนหย่ากันเธอจะได้ไม่ต้องตกอยู่ในสภาพที่ดูน่าสมเพชจนเกินไป“ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันก็ดีแล้ว” หลินซีอินพูด “ต่อไป ฉันก็ไม่อยากเจอเขาอีกแล้วเหมือนกัน”จู่ ๆ หลินซีอินก็ได้ยินความเคลื่อนไหวจากข้างนอก เธอรีบพูดขึ้น “รอเดี๋ยวนะ!”เธอเดินไปที่ประตู เปิดประตูห้องออก แล้วมองออกไปข้างนอกแวบหนึ่งในโถงทางเดินเงียบสงบ ไม่มีแม้แต่เงาคนห้องพักผ่อนของเธอห้องนี้อยู่ติดกับห้องทำงาน เป็นห้องเล็ก ๆ ประตูไม้ธรรมดา และไม่เก็บเสียงหลินซีอินปิดประตูลงเซียวรั่วอีถามเธอ “เกิดอะไรขึ้นเหรอ?”“ไม่มีอะไร” หลินซีอินพูดต่อ “การหย่าหมายถึงจุดจบ ต่อไปไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกัน มันก็เป็นเรื่องปกติไม่ใช่เหรอ?”
Baca selengkapnya

บทที่ 29

บนโต๊ะอาหารไม่มีใครเอ่ยปากพูดหลังจากเงียบไปไม่กี่วินาที เผยเย่าไห่จึงเอ่ยขึ้น “เธอบอกกับฉันแล้วว่าช่วงนี้ค่อนข้างยุ่ง ก็เลยไปพักอยู่ข้างนอก”โจวอวี้ซู่เอ่ยอย่างไม่พอใจ “จะยุ่งสักแค่ไหนเชียว? ต่อให้ยุ่งแค่ไหน จะยุ่งไปกว่าเผยมู่เหยี่ยอีกเหรอ?”เผยเย่าไห่ไม่ได้สนใจโจวอวี้ซู่ เขามองไปทางเผยมู่เหยี่ยแวบหนึ่ง “มีเวลาว่างก็ไปเยี่ยมหลินซีอินบ้างนะ”เผยมู่เหยี่ยไม่ได้พูดอะไร เขาทอดสายตาลงต่ำ มองไม่ออกว่าในแววตานั้นรู้สึกยินดีหรือโกรธเคืองหมิงชิงหว่านเอ่ยขึ้น “พี่มู่เหยี่ยยุ่งขนาดนั้น จะไปมีเวลาได้ยังไงคะ ไม่อย่างนั้น ฉันไปเยี่ยมพี่ซีอินเองดีไหมคะ”โจวอวี้ซู่พูดว่า “ยังไงหมิงชิงหว่านของเราก็รู้ความกว่า หลินซีอินคนนั้นน่ะ...”เผยมู่เหยี่ยตวัดสายตาเรียบเฉยมองมาคำพูดที่เหลือของโจวอวี้ซู่ จึงถูกกลืนลงท้องกลับไปอีกครั้งห้าวันก่อนถึงวันขึ้นปีใหม่ หมิงชิงหว่านเดินทางไปที่สถาบันวิจัยหลินซีอินออกมาพบเธอด้วยสายตาเย็นชา “เธอมีธุระอะไร?”หมิงชิงหว่านมองเธอพร้อมรอยยิ้ม “พี่ซีอิน ทำไมพี่ไม่กลับบ้านล่ะคะ? คนที่บ้านไม่ค่อยสบายใจ เลยให้ฉันมาดูหน่อย”หลินซีอินเอ่ย “ที่นี่ไม่มีคนอื่น เธอไม่ต้องแสร
Baca selengkapnya

บทที่ 30

หมิงชิงหว่านมองเธอด้วยสายตาเป็นศัตรู “หมายความว่ายังไง?”หลินซีอินไม่ตอบ นัยน์ตาสีดำขลับจ้องมองอีกฝ่ายแล้วถามกลับ “เล่อเล่อตายไปแล้ว เธอไม่ปวดใจเลยเหรอ?”หมิงชิงหว่านชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตวาดด้วยความโกรธ “เธอยังกล้าพูดถึงเล่อเล่ออีกเหรอ!”หลินซีอินยกยิ้มมุมปาก “ที่นี่ไม่มีใคร ฉันบอกแล้วไงว่าเธอไม่ต้องแสร้งทำ ตอนกลางคืนเวลาเข้านอน เธอไม่ฝันร้ายบ้างเลยเหรอ? เล่อเล่อไม่ได้มาหาเธอหรือไง?”“หลินซีอิน!” หมิงชิงหว่านเสียงสั่น “ฉันไม่รู้ว่าเธอพูดเรื่องอะไร! ไร้สาระที่สุด!”หลินซีอินรู้ดีว่าอีกฝ่ายกำลังร้อนตัวความจริงแล้วตั้งแต่แรก หลินซีอินก็เดาได้ว่า หมิงชิงหว่านเป็นคนฆ่าเล่อเล่อด้วยตัวเองก่อนหน้านี้เธอปูทางมาตั้งมากมาย ทั้งบอกว่าเล่อเล่อมีเจตนาร้ายต่อหลินซีอิน และบอกไม่ให้หลินซีอินลงมือทำร้ายเล่อเล่อจุดประสงค์ก็เพื่อให้ทุกคนคิดว่า ถ้าเล่อเล่อเป็นอะไรไป จะต้องเป็นฝีมือของหลินซีอินอย่างแน่นอนหรือจะพูดให้ถูกก็คือ เล่อเล่อเป็นแค่เครื่องมือในมือหมิงชิงหว่านที่ใช้สำหรับจัดการกับหลินซีอินคนที่โหดเหี้ยมอำมหิตอย่างแท้จริงคือหมิงชิงหว่านต่างหากนั่นมันหนึ่งชีวิตเลยนะ!เมื่อเห็นสีหน้
Baca selengkapnya
Sebelumnya
123456
...
10
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status